อย่าว่าแต่เวินอวี่โหรวเลยแม้แต่แพทย์หญิงที่อยู่รอบข้างล้วนใในน้ำเสียงเ็าของกูเฟยเยี่ยนด้วยกันทั้งสิ้น พวกเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดสตรีที่มีฐานะต่ำต้อยผู้นี้ที่ปกติจะพูดจาเสียงเบานุ่มนวล ทำไมวันนี้จู่ๆ จึงไม่เหมือนเดิม?
เวินอวี่โหรวไม่แม้แต่จะสนใจการเปลี่ยนแปลงของกูเฟยเยี่ยน นางมาจากตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงภายในห้องยาสำนักหมอหลวงแห่งนี้ มีผู้ใดบ้างที่ไม่หลีกทางให้นาง? นางไม่อาจยินยอมที่จะให้แพทย์หญิงคนนี้มาข่มขู่นางเช่นนี้ได้แน่
นอกจากนางจะไม่เอามือออกแล้วตรงกันข้ามนิ้วของนางกลับทิ่มไปบนจมูกของกูเฟยเยี่ยนจริงๆ “นังคนชั้นต่ำ เ้ากล้าข่มขู่…”
เวินอวี่โหรวยังพูดประโยคนี้ไม่จบกลับร้องออกมาอย่างน่าเวทนาแทน
เป็เพราะว่า…กูเฟยเยี่ยนหักนิ้วของนางโดยตรงทันที
“อ๊า…นิ้วของข้า! ใครก็ได้…รีบไปเรียกไท่อีมา เร็วเข้า!”
“กูเฟยเยี่ยน เ้ากล้าทำร้ายข้า ช่างรนหาที่ตายนัก!”
ทุกคนปล่อยให้เวินอวี่โหรวร้องะโตามอำเภอใจ บริเวณรอบข้างเกิดความโกลาหลกูเฟยเยี่ยนยืนอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลงั์ตาส่องประกายเ็า
แม้ว่าฐานะของนางจะต่ำต้อย รูปร่างผอมบางทว่าในเวลานี้รัศมีความกดดันที่เปล่งออกมาจากตัวนางทั้งตัวนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนลืมเลือนฐานะของนางและเกิดความเกรงกลัวขึ้นแทนหากเป็ระยะเวลาปกติแพทย์หญิงทั้งหลายคงแย่งกันออกหน้าให้เวินอวี่โหรวแล้วทว่าในครั้งนี้ทุกคนล้วนตื่นตระหนกใไปกับสายตาของกูเฟยเยี่ยนไม่มีผู้ใดกล้าที่จะขยับเคลื่อนไหว
ไท่อียังมาไม่ถึง ผู้ดูแลห้องยาสำนักหมอหลวงซ่างกวนยิงหงเมื่อได้ทราบข่าวก็มาถึงเสียก่อน
ห้องยาสำนักหมอหลวงระดับตำแหน่งจากล่างขึ้นบนแบ่งเป็ บ่าวยา แพทย์หญิงหรือแพทย์ชาย แพทย์ชั้นสูง อาจารย์แพทย์ ผู้ดูแลยาและศาสตราจารย์แพทย์ ซ่างกวนยิงหงเป็หนึ่งในสองผู้ดูแลยาของห้องยาสำนักหมอหลวงอายุสี่สิบกว่าปี เอาตัวรอดเก่ง เฉลียวฉลาด ขี้ประจบสอพลอความสามารถทางด้านยาอยู่ในระดับปานกลาง งานหลักคือคอยช่วยเหลือศาสตราจารย์แพทย์จัดการควบคุมคน และมีขอบเขตอำนาจใหญ่หลวงเปรียบเสมือนพ่อบ้านหลักแห่งห้องยาสำนักหมอหลวง
ทันทีที่นางได้ยินว่ากูเฟยเยี่ยนทำร้ายเวินอวี่โหรวก็ไม่ถามอะไรเพิ่มเติมตรงเข้าไปตำหนิทันที “กูเฟยเยี่ยน เ้ากล้าลงไม้ลงมือทำร้ายคนในห้องยาสำนักหมอหลวง? เ้าช่างกล้าหาญเสียจริงข้าว่าเ้าคงไม่อยากจะอยู่ที่นี่ต่ออีกแล้วกระมัง!”
กูเฟยเยี่ยนตอบอย่างใจเย็น “ท่านผู้ดูแลซ่างกวนเหตุใดจึงไม่ซักถามเวินอวี่โหรวว่านางพูดอะไรออกมาบ้างเล่า?”
“ข้าพูดอะไร?ที่ข้าพูดนั้นผิดหรือ? เ้าทำเื่เลวทรามเอาไว้ยังไม่กล้ายอมรับ?เ้า…”
เวินอวี่โหรวยังไม่ทันที่จะเอ่ยจบซ่างกวนยิงหงก็ยกมือขึ้นขัดขวางเสียก่อน ั์ตาของนางเปล่งประกายวาบผ่านจากนั้นรีบร้อนเอ่ยขึ้นขัดจังหวะ“ไม่จำเป็ต้องโต้เถียงกันแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การทำร้ายผู้อื่นนับว่าผิด!ห้องยาสำนักหมอหลวงไม่อนุญาตให้มีผู้หญิงที่ดุร้ายเช่นนี้อยู่อีก ทหารนำตัวกูเฟยเยี่ยนไปโบยไม้แผ่นห้าสิบไม้ แล้วขับไล่ออกจากห้องยาสำนักหมอหลวง”
ซ่างกวนยิงหงไม่ใช่คนโง่ แม้ว่าจะไม่ถามถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นแต่ด้วยความเข้าใจที่นางมีต่อเวินอวี่โหรวก็สามารถคาดเดาเื่ราวั้แ่ต้นจนจบได้เวินอวี่โหรวมีตระกูลยิ่งใหญ่หนุนหลัง ย่อมไม่ดีแน่หากลงโทษไปกูเฟยเยี่ยนที่ไร้อำนาจหนุนหลังอีกทั้งเวลานี้ยังตกอยู่ในข้อวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คน หากไม่ฉวยโอกาสนี้กำจัดทิ้งแล้วจะต้องรอถึงเมื่อไหร่กัน?
กูเฟยเยี่ยนมีความนับถืออยู่ในใจ ผู้ดูแลนางนี้ฉลาดและมีความเฉียบขาด ไม่ธรรมดาจริงๆทว่ากูเฟยเยี่ยนนั้นไม่ได้กินหญ้าในเมื่อนางกล้าลงมือทำร้ายคนแน่นอนว่าต้องมีการเตรียมความพร้อมเอาไว้แล้ว
นางพูดอย่างสงบนิ่ง “ท่านผู้ดูแลซ่างกวน ตามกฎของท่านที่นี่ลงมือทำร้ายผู้อื่นก่อนนับเป็ความผิด ข้ายอมรับ แต่ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ เกรงว่าไม่สามารถให้ท่านตัดสินใจได้แต่เพียงผู้เดียว”
เดิมทีซ่างกวนยิงหงก็รู้สึกประหลาดใจในกูเฟยเยี่ยนที่กล้าทำร้ายผู้คน เมื่อฟังประโยคนี้เข้าไปนางยิ่งนึกไม่ถึงเลย
“กูเฟยเยี่ยน หรือว่าเพียงแค่ขับไล่แพทย์หญิงคนหนึ่งยังจำเป็ต้องเชิญท่านศาสตราจารย์แพทย์มาออกหน้าเชียวหรือ?เ้านั้นคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่มาจากไหนกัน!”
“ไม่ใช่ข้าที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็ศาลต้าหลี่” กูเฟยเยี่ยนแสดงอากัปกิริยายิ้มที่ไม่เป็อันตรายออกมา“เวินอวี่โหรวเจตนาสร้างเื่ ปล่อยข่าวลือการทำลายชื่อเสียงของข้านับเป็เื่เล็กแต่ทำลายชื่อเสียงของท่านแม่ทัพเฉิงนับเป็เื่ใหญ่ทำลายชื่อเสียงทางทหารนั้นเป็เื่ใหญ่กว่าเสียอีก!ตามกฎแล้วผู้ที่สร้างความอัปยศให้กับกองกำลังทหารนับว่ามีโทษร้ายแรงไม่ว่าห้องยาสำนักหมอหลวงจะลงโทษข้าเช่นไร ข้าก็ต้องไปที่ศาลต้าหลี่เพื่อรายงาน!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้เวินอวี่โหรวก็ตกอยู่ในอาการตกตะลึง ซ่างกวนยิงหงใเป็อย่างมาก “เ้านี่ เ้ากล้าดีอย่างไร!”