“ปัง!” ชายวัยกลางคนผลักประตูเข้ามาอย่างเต็มแรง บริเวณเตียงนอนหลายคนกำลังยืนห้อมล้อมร่างของหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ เธอที่เคยมีหน้าตาที่งดงาม ผิวขาวราวหิมะตัดกับเส้นผมสีทอง แต่ตอนนี้ใบหน้ากลับหมองคล้ำ เป็ผลมาจากโรคร้ายที่กัดกินทำร้ายร่างกายของเธอจากข้างใน
“มิเนอร่า ลูกข้าเป็อย่างไรบ้าง”
*เอเดน*ผู้เป็พ่อกล่าวถามชายสูงวัยในชุดขาวด้วยท่าทีร้อนรน ชายชราส่ายหน้าเศร้าเป็คำตอบกลับมา เขารีบเดินไปนั่งลงข้างๆร่างผอมซูบ มือใหญ่ฝ่ามือด้านกุมมือเล็กเอาไว้แน่น ชายชาติทหารที่ครึ่งชีวิตเสียน้ำตานับครั้งได้ ตอนนี้กลับร้องไห้โฮออกมา
“มิเนอร่าลูกพ่อ เ้าจะต้องไม่เป็อะไร อดทน อดทนอีกนิดนะลูก พ่อจะช่วยเ้าให้ได้”
คนแล้วคนเล่าผลัดเปลี่ยนเวียนเข้ามารักษา แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครที่จะสามารถขจัดโรคร้ายของเด็กสาวให้หายไปได้ แถวที่เคยยาวในตอนเช้าหน้าปราสาทตอนนี้กลับสู่สภาวะปกติ
ทุกคนต่างแสดงสีหน้าเศร้ากันออกมา นอกจากความรักจาก คนในครอบครัวแล้ว มิเนอร่ายังเป็ส่วนสำคัญที่ทำให้เมืองนี้อยู่ในความสงบสุข หากไม่มีสิ่งประดิษฐ์ของเด็กสาวที่มีความสามารถในการผนึกพลังเหนืุ์ทั้งหลาย เมืองนี้คงหนีไม่พ้นความวุ่นวายเหมือนที่อื่นๆเป็แน่
“ปัง!” เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง ทหารเกาะเหล็กนายนึงรีบเดินเข้ามา
“กล้าดียังไง ถึงกล้าเสียมารยาทเข้ามาโดยพลการ”
“ขออภัยเป็อย่างสูง เนื่องจากมีเื่สำคัญที่ต้องแจ้งถึงท่านเ้าเมืองโดยด่วน”
“มีอะไรก็รีบพูดมา” ชายแก่หน้าตาเ้าเลห์ที่ยืนอยู่ข้างเตียงกล่าวบอกทหาร
“เราพบคนที่สามารถรักษาท่านมิเนอร่าได้แล้วขอรับ”
“เขาอยู่ที่ไหน”
เอเดนรีบลุกขึ้นเดินมาทางทหารทันที นายทหารกล่าวรายแจ้งรายละเอียดจบก็เดินนำเ้าเมืองไปยังห้องโถง ภายในห้องมีเหล่าขุนนางมากอายุรออยู่ก่อนแล้ว
เเ้าเมืองเดินผ่านกลุ่มคนขึ้นไปนั่งบัลลังก์ ชายตามองลงมายังกลุ่มคนที่ยืนอยู่ตรงกลาง ชายหนึ่งหญิงหนึ่งและบุคคลปริศนาในผ้าคลุมสีโคลน
“พวกเขาบอกว่าสามารถรักษาท่านมิเนอร่าได้ขอรับ” ทหารคนเดิมกล่าวแจ้ง
“พวกท่านสามารถรักษาลูกสาวของเราได้จริงๆใช่มั้ย”
“9ใน10ส่วน มั่นใจว่ารักษาได้”
“ดี ถ้างั้นเรารีบไปกันเถอะ”
“ช้าก่อน!”
ขุนนางชราคนนึงเดินออกมาจากแถว มองไปยังทั้งสามด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเป็มิตรนัก
“เ้า ถอดผ้าคลุมออกซะ”
“ถ้าข้าไม่ทำล่ะ”
“ถ้างั้นข้าจะเป็คนถอดให้เอง”
พูดจบกำไลบบนข้อมือของชายแก่ก็หลุดออก ร่างของมันเริ่มเปลี่ยนแปลง ศีรษะมีเขางอกออกมา บนร่างกายเริ่มมีขนขึ้นปกคลุมจนทั่ว เขี้ยวใหญ่งอกยาวจนเลยช่องปาก “โฮก!” ร่างคล้ายเสือปรากฏขึ้นกลางห้องโถง “ฟุ่บ” เ้าเสือร้ายพุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว กรงเล็บแหลมเล็งไปยังเป้าหมาย
“ปัง”
“เ้ากำลังจะทำอะไร”
ร่างของเ้าเมืองเข้ามาขวางรับการโจมตีเอาไว้แทน ความไม่พอใจแสดงออกผ่านทางสายตา จ้องมองไปในดวงตาของเสือร้าย เหมือนว่าฝ่ายขุนนางเฒ่าจะรู้ตัว รีบถอยกลับไปพร้อมกลับคืนร่างเดิม
“ข้าถามว่าเ้ากำลังทำอะไร!”
“เออ ข้าเกรงว่าจะเป็อันตราย หากเราไม่รู้ที่มาที่ไปของพวกเขา”
“ข้ายกเว้น เ้ามีปัญหาอะไรอีกหรือไม่”
“ไม่มี ไม่มีขอรับ”
เ้าเมืองรีบเดินเข้ามากล่าวขอโทษทั้งสาม พวกเขาก็ไม่ได้ถือโทษโกรธอะไร จากนั้นทุกคนก็เดินตามเ้าเมืองไปยังห้องของมิเนอร่า
“เชิญ”
“แกร็ก”
กำไลถูกปลดออก คนในผ้าคลุมค่อยๆเดินไปหาร่างหญิงสาว มือข้างนึงเอื้อมไปััมือของอีกฝ่าย เสียงสีเขียวค่อยๆสว่างขึ้นจากฝ่ามือ เพียงไม่กี่อึดใจใบหน้าที่เคยหมอง ตอนนี้ค่อยๆกลับมาดีขึ้นๆ แก้มตอบคล้ำเริ่มมีสีอมชมพูให้เห็น ครู่ต่อมาเธอก็รู้สึกตัวลืมตาขึ้น
“ลูกพ่อ”
คนในชุดคลุมถอยกลับออกมา เ้าเมืองรีบพุ่งตัวเข้าไปกอดร่างของลูกสาวด้วยความเป็ห่วง น้ำตาแห่งความดีใจไหลออกมาจากข้างใน มิเนอร่าตื่นขึ้นมายังอยู่ในอาการงุนงง มองไปรอบๆเห็นคนมากมายกำลังร้องไห้ ยิ่งทำให้สับสนเข้าไปใหญ่
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ”
“ลูกพ่อ เ้าหายแล้ว เ้าหายแล้ว”
“ปัง!” เสียงจากประตูดังขึ้นอีกครั้ง
หญิงสาวในชุดเดรสเรือนผมสีทองอร่าม วิ่งเข้ามาด้านในพร้อมกับเด็กชายอีกคนที่มีสีผมเหมือนกัน
“ลูกแม่”
“พี่ครับ”
มารดากับน้องชายโผเข้ากอดเธอด้วยความปิติ ผ่านไปครู่ใหญ่กว่าทุกอย่างจะกลับสู่สภาวะปกติ หลังจากนั้นไม่นานมิเนอร่าก็หลับไป ทุกคนจึงออกมาข้างนอก เหลือเพียงเมดไว้คอยดูแล
“ขอบใจท่านจากใจจริง ที่ช่วยลูกสาวของข้าเอาไว้”
“ข้าแค่ทำสิ่งที่ทำได้”
“พวกท่านมีนามอะไรกันบ้าง เมื่อครู่ข้าดีใจมากไปหน่อย”
“ข้าลูน่า ส่วนทางนี้เป็พี่ชายของข้านามว่า ซัน”
“แล้วท่านล่ะ”
“ลุค”
“ขอโทษนะครับ ท่านลุค ไม่ทราบว่าเราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า”
เด็กชายผมทองเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย ทันทีที่สองแม่ลูกเข้ามาภายในห้อง ลูคัสก็จำได้ในทันที เด็กชายคนนี้คือแอรอน คนที่เคยให้ขนมปังแก่เขาในวันก่อน แต่ลูคัสไม่อยากเผยตัวตนจึงตอบกลับไปว่าไม่เคยเจอกัน
เอเดนพาทุกคนกลับมายังห้องโถง ก่อนจะเริ่มมอบรางวัลตามที่เคยประกาศ เหรียญทองจำนวนมากถูกยกออกมาวางตรงหน้า ทุกคนตาลุกวาวเป็ประกาย คาดคะเนด้วยสายตาน่าจะมีจำนวนเกิน 100 เหรียญทอง ถือว่าเป็จำนวนที่เยอะมากๆ หากครอบครัวประชาคนคนปกติ 4 คน สามารถใช้ชีวิตสบายๆโดยไม่ต้องทำงานอีกเลย
“500 เหรียญทอง นี่เป็รางวัลของพวกท่าน”
“ลูกพี่ๆ เหรียญทองล่ะ”
“โห้ว เรารวยแล้ว”
ดูเหมือนลูน่ากับซันจะดีใจมากเป็พิเศษ เงินจำนวนนี้ไม่ได้สามารถเห็นกันได้ง่ายๆ ไม่แปลกที่ทั้งสองจะแสดงท่าทีแบบนั้นออกมา หลังจากจบเื่ที่หมู่บ้านแล้ว ซันที่เคยเป็คนไม่ค่อยพูด ตอนนี้กลับเปลี่ยนไป ยกให้ลูคัสเป็ลูกพี่ใหญ่ คอยตามติดอยู่แทบตลอดเวลา
“งั้นมาถึงรางวัลต่อไปเลยละกัน ท่าน้าสิ่งใดโปรดเอ่ยมาได้เลย หากเป็สิ่งที่ข้าสามารถให้ได้ ข้าจะทำให้ทันที”
สองพี่น้องหันไปจ้องหน้าของลูคัสอย่างตั้งใจ นี่เป็รางวัลที่ล้ำค่ามากๆ หากมักในอำนาจจะขอติดยศเป็ขุนนางก็ไม่มีปัญหา หรือหากอยากได้ที่ดิน ของมีค่าอื่นๆก็สามารถทำได้ ลูคัสใช้เวลาคิดอยู่ไม่นานก็กล่าวคำออกไป
“ข้าไม่้าอะไรเพิ่มแล้ว แค่เหรียญทองที่ให้มาก็ถือว่าพอแล้ว”
ซันกับลูน่าอ้าปากค้างทันทีที่ได้ยิน เอเดนเองก็ใเล็กน้อยก่อนที่จะเผยรอยยิ้มออกมา สิ่งที่ลูคัสแสดงออกมานั้นเป็เื่ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยกระทำ เงิน ทอง อำนาจ มากองอยู่ตรงหน้า เป็เื่ยากที่จะปฏิเสธ
“ไปนำสิ่งนั้นออกมา”
“แต่ว่า ท่าน..”
“ไม่มีแต่ รีบไปนำมาให้ข้า”
“ขอรับ”
เอเดนออกคำสั่งให้เสนาธิการคนสนิทไปเอาบางอย่างออกมา จากนั้นก็ออกคำสั่งให้ทุกคนภายในห้องออกไป ในห้องนอกจากทั้งสามคนแล้ว ก็เหลือแค่แอรอนและแม่ ไม่นานนักเสนาหัวโล้นก็กลับมาพร้อมกับของปริศนาที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีดำ เ้าเมืองรับมาแล้วก็เปิดผ้าออก ปรากฏมีดสั้นสีดำขลับเล่มนึง แค่มองด้วยตาเปล่าก็สามารถััถึงออร่าที่อยู่รอบๆตัวมีดได้
“มีดผนึกหรืออีกชื่อเรียกว่า *เขี้ยวัทมิฬ* มีดเล่มนี้มีความสามารถเหมือนชื่อของมัน ศัตรูที่ถูกโจมตีด้วยมีดจะถูกผนึกไม่สามารถใช้พลังของตัวเองได้ ระยะเวลาผนึกประมาณ 3 ลมหายใจ ท่านผู้มีพระคุณโปรดรับไว้”
ได้ฟังสรรพคุณของเขี้ยวัทมิฬทุกคนต่างใไม่เว้นแม้ตัวของลูคัส ตอนนี้ทั้งสามเข้าใจในสิ่งที่เ้าเมืองกระทำก่อนหน้านี้ ความลับของเขี้ยวัทมิฬไม่ควรให้เป็ที่รับรู้ เอเดนมอบมีดให้กับลูคัสเป็รางวัลอีกอย่าง จากนั้นทั้งสามก็ขอตัวลาเดินทางกลับออกไป
ภายในห้องโถงที่เหลือเพียงเ้าเมืองกับเสนา เงาตรงมุมมืดค่อยๆปรากฏร่างสีดำ คนปริศนาอยู่ในชุดคลุมสีมืดเดินเข้ามาทางเ้าเมือง
“เป็อย่างไรบ้างชาโดว์”
“ยังไม่มีอะไรคืบหน้าขอรับท่าน แต่ว่าตอนนี้สายลับของเราได้ลอบเข้าไปในกลุ่มพวกมันได้แล้ว”
“ดี ทางนั้นฝากเ้าจัดการหน่อยแล้วกัน”
รายงานเสร็จร่างสีดำก็ค่อยๆหายไปในความมืด เอเดนทิ้งตัวนั่งลงบัลลงก์ด้วยความเหนื่อย ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา เขาต้องแบกรับสิ่งหนักใจหลายอย่าง โดยเฉพาะอาการป่วยของลูกสาว แต่ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนได้ยกูเาออกจากอก
“มาคิวลัส”
“ขอรับ”
“เ้ามีความเห็นอย่างไร หากข้าจะยกมิเนอร่าให้กับลุค”