ตอนที่ 156
เมื่อก้าวลึกเข้าไปในปากถ้ำ ความมืดมิดก็โอบล้อมพวกเขาไว้ อากาศเย็นเยียบและชื้นแฉะปะทะผิวกาย กลิ่นเหม็นคาวคล้ายซากศพลอยคลุ้งรุนแรงจนแทบสำลัก
"กลิ่นอะไรน่ะ?" กวนเสี่ยวหรงถามพลางปิดจมูกด้วยความรังเกียจ
"กลิ่นความตาย..." ชิงเทียนตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบๆ แม้จะมืดมิดแต่สัมผัสของเขายังคงเฉียบคม
พวกเขาเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์แคบๆ ที่วกวน ก่อนจะมาถึงโถงถ้ำขนาดใหญ่ ใจกลางโถงมีแท่นหินตั้งอยู่ บนแท่นมีลูกแก้วสีดำทมิฬขนาดเท่าศีรษะมนุษย์วางอยู่ รอบๆ ลูกแก้วปรากฏกลุ่มควันสีดำที่บิดเบี้ยวคล้ายใบหน้าอันทุกข์ทรมาน ส่งเสียงร้องโหยหวนแผ่วเบาแต่แฝงไว้ด้วยความอาฆาตแค้น
พลังมืดที่แทรกซึมอยู่ทุกอนูภายในโถงถ้ำถูกดูดซับเข้าไปในลูกแก้วดอย่างต่อเนื่อง สัมผัสได้ถึงความชั่วร้ายและความสิ้นหวังที่ปกคลุมไปทั่วทั้งโถงถ้ำ
ทันใดนั้นเอง เงาร่างตะคุ่มๆ ก็ปรากฏขึ้นจากความมืดมิดด้านหลังแท่นหิน ชายชราในชุดคลุมสีดำยาวปกคลุมศีรษะจนมิดชิด ก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าของเขาซูบผอม ดวงตาเล็กเรียวเป็นประกายเย็นเยียบราวกับงู
"พวกเจ้าทำข้าประหลาดใจจริงๆ"
เสียงแหบแห้งราวกับกระซิบจากยมโลกดังขึ้น
ชิงเทียนจ้องมองชายชราอย่างไม่วางตา สัมผัสได้ถึงพลังปราณที่น่าสะพรึงกลัวที่แฝงอยู่ในร่างนั้น แม้จะดูแก่ชรา แต่ระดับพลังที่แผ่ออกมากลับเข้มข้นจนน่าตกใจ
"เซียนขั้นกลางระดับหก?" ชิงเทียนดูไม่ค่อยประหลาดใจเท่าไหร่ ยิ่งกว่านั้นท่าทีของเขาดูไม่หวาดกลัวชายชราเลยแม้แต่น้อย "วิญญาณร้ายที่อยู่ด้านนอก... เจ้าเป็นผู้บงการพวกมันใช่หรือไม่"
"วิญญาณร้ายเหล่านั้นหรือ พวกมันเป็นเพียงบริวารที่ซื่อสัตย์ คอยเฝ้าสถานที่แห่งนี้"
"เป้าหมายที่แท้จริงของเจ้าคืออะไร เหตุใดถึงต้องให้พวกวิญญาณร้ายคอยคุ่มกันที่นี่" ชิงเทียนถามอย่างตรงไปตรงมา
ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองมาที่ชิงเทียนและพรรคพวกอย่างพิจารณา
"เรื่องนั้นพวกเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ หึหึ จะว่าไปพวกเจ้าทำลายกองทัพข้าไปมากกว่าครึ่ง ข้าคงต้องเอาวิญญาณพวกเจ้ามาแทนแล้วล่ะ"
ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย แววตาของเขาฉายแววโลภโมโทสัน ก่อนจะมองสำรวจกลุ่มของชิงเทียน
"วิญญาณที่แข็งแกร่งเช่นพวกเจ้า จะช่วยเสริมพลังให้กับข้าได้อย่างมหาศาล"
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" ซินเมิ่งหยูถามด้วยความไม่พอใจ
"หมายความว่า..." ชายชราแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันซี่เหลืองที่น่ากลัว
"ข้าจะเปลี่ยนพวกเจ้าให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพวิญญาณร้ายของข้า... พวกเจ้าจะไม่มีวันได้เป็นอิสระอีกต่อไป"
สิ้นคำ พลังมืดรอบตัวชายชราก็พลุ่งพล่านขึ้นอย่างรุนแรง ลูกแก้วสีดำบนแท่นหินก็เริ่มสั่นสะเทือน แสงสีดำทมิฬส่องประกายออกมาอย่างน่าหวาดหวั่น
"พวกเราเป็นคนจากสำนักมังกรศักดิ์สิทธิ์ เจ้ารับผลที่ตามมาได้อย่างนั้นรึ"
ซินเมิ่งหยูเผยสีหน้าเย็นชา พวกเขาเป็นถึงหัวกระทิสิบอันดับแรกของสำนักมังกรศักสิทธิ์ หากทางสำนักรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา เหล่าผู้อาวุโสต้องไม่อยู่เฉยแน่
"ข้าจะกังวลไปทำไม อย่างไรเสียคนตายก็พูดไม่ได้" หลังกล่าวจบชายชราหัวเราะเสียงแหบแห้งที่ฟังดูน่าขนลุก
"ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ยอมบอกอะไรเราง่ายๆ" ชิงเทียนกระชับดาบชิงหลงในมือแน่น แววตาของเขาแข็งกร้าวขึ้น "ถ้าอย่างนั้น… คงต้องบังคับให้เขาพูดแล้ว"
เสียงหัวเราะแหบแห้งของชายชราดังก้องกังวานในโถงถ้ำมืดมิด ราวกับเสียงกระดูกเสียดสีกัน มันเยือกเย็นและชวนให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง พลังมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเข้มข้นขึ้นจนอากาศรอบข้างหนักอึ้ง ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดพวกเขาไว้
"ฮ่าๆๆ... พวกเจ้าช่างโง่เขลา! คิดหรือว่าข้าจะเปิดเผยความลับอันยิ่งใหญ่ให้พวกมดปลวกอย่างพวกเจ้าได้รู้"
ชายชราเย้ยหยัน ดวงตาเรียวเล็กของเขาเป็นประกายวาววับด้วยความชั่วร้าย ลูกแก้วสีดำบนแท่นหินส่งเสียงหึ่งต่ำๆ พลันปรากฏภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวด้วยความทรมานมากมายนับไม่ถ้วน หมุนวนอยู่ภายใน ราวกับเป็นคุกที่กักขังวิญญาณนับพัน
"วิญญาณเหล่านั้น..." ซินเมิ่งหยูพึมพำด้วยความสยดสยอง "เจ้ากักขังวิญญาณของผู้บริสุทธิ์ไว้ในนั้นหรือ?"
"ผู้บริสุทธิ์?" ชายชราหัวเราะลั่นอีกครั้ง "โลกนี้ไม่มีผู้บริสุทธิ์ มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งและผู้อ่อนแอเท่านั้น! วิญญาณเหล่านั้นคือพลังงาน พวกมันจะถูกหลอมรวมเข้ากับข้า กลายเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจอันไร้ขีดจำกัดของข้า!"
พลังมืดรอบตัวชายชราเริ่มแปรเปลี่ยนรูปร่าง ก่อตัวเป็นเงาสีดำทะมึนคล้ายมือที่พร้อมจะฉวยจับพวกเขา
"ข้าจะมอบเกียรติอันสูงสุดให้พวกเจ้า" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความบ้าคลั่ง
"การได้เป็นส่วนหนึ่งของข้า... คือจุดสูงสุดแห่งการดำรงอยู่!"
"ความปรารถนาของเจ้าช่างน่ารังเกียจ!" ชิงเทียนตวาดเสียงต่ำ ดวงตาเปล่งประกายแห่งความเดือดดาล "การใช้ชีวิตของผู้อื่นเพื่อสนองความต้องการของตนเอง... เป็นการกระทำที่ชั่วร้าย!"
"ชั่วร้าย?" ชายชราเลิกคิ้วราวกับไม่ใส่ใจ
"โลกนี้ตัดสินผู้ชนะด้วยอำนาจ และเมื่อข้าได้ครอบครองพลังนี้... ข้าจะเป็นผู้ที่อยู่เหนือทุกสิ่ง!"
เงาสีดำพุ่งเข้าใส่พวกเขาจากทุกทิศทาง ราวกับฝูงอสรพิษร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ
ชิงเทียนสูดลมหายใจลึก พลังปราณในร่างเริ่มไหลเวียนอย่างรวดเร็ว ดาบชิงหลงในมือสั่นสะท้านด้วยความกระหายเลือด ตอนนี้ระดับพลังของเขาอยู่ในขอบเขตเซียนขั้นต้นระดับหก ทำให้เขามั่นใจว่าจะเอาชนะอีกฝ่ายได้ไม่ยาก ถึงอย่างนั้นนั่นก็เป็นในกรณีที่เขาต้องเผยไพ่ตายทั้งหมดออกมา
เยี่ยกวานจงรวบรวมพลังปราณที่ดวงตา เนตรปราณของเขาเปล่งแสงสีขาวเจิดจ้า มองทะลุเงาความมืดเพื่อจับตำแหน่งของศัตรู
"ทางนั้น!"
เยี่ยกวานจงชี้ปยังเงาทางด้านซ้ายที่กำลังพุ่งเข้ามา ในวินาทีนั้นเองกระบี่ของกวนเสี่ยวหรงฟันเงานั้นขาดเป็นสองส่วนก่อนที่มันจะสลายไป ยิ่งผ่านการต่อสู้มาหลายครั้ง การเคลื่อนไหวของพวกเขาก็สอดประสานกันดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนอีกทางด้านหนึ่งซินเมิ่งหยูสร้างรูปแบบป้องกันเป็นเกราะพลังสีเขียวมรกตปกคลุมร่างของเธอและพรรคพวก ทำให้ทุกคนต่อสู้ได้โดยไม่ต้องผวงหลัง
ชิงเทียนกระโจนเข้าหาชายชราพร้อมกับฟาดฟันเงาที่เข้ามาขวางทาง เขาพุ่งตัวฝ่าวงล้อมของเงาสีดำ มุ่งตรงไปยังแท่นหินที่ชายชรายืนอยู่ ชายชราแสยะยิ้มเมื่อเห็นว่าชิงเทียนกำลังเข้ามาใกล้ ชายชรายกมือขึ้น ลูกแก้วสีดำบนแท่นหินเปล่งแสงสีดำมืดมิด พลังงานอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งตรงเข้าใส่ชิงเทียน
ชิงเทียนเบี่ยงตัวหลบพลังงานมืดได้อย่างหวุดหวิด มันพุ่งผ่านร่างของเขาไป ทำให้พื้นหินด้านหลังแตกร้าวเป็นทางยาว ชิงเทียนกัดฟันกรอด เขาเร่งความเร็ว พุ่งเข้าหาชายชราอีกครั้ง
ดาบชิงหลงในมือเปล่งประกายสีฟ้าครามเจิดจ้า พร้อมที่จะปลดปล่อยพลังทำลายล้าง
ความมืดมิดในโถงถ้ำดูเหมือนจะทวีความเข้มข้นขึ้น ครั้งนี้ในขณะที่ดาบชิงหลงกำลังจะฟาดฟันร่างของชายชรา รอยยิ้มเยือกเย็นกลับปรากฏชัดเจนบนใบหน้าเหี่ยวย่นนั้น มันไม่ใช่รอยยิ้มของผู้ที่กำลังจะพ่ายแพ้ แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความมั่นใจ
"ฮึ...คิดว่าตนเองคู่ควรเป็นคู่มือข้าหรือ เจ้าหนุ่ม"
ในขณะที่ใบดาบกำลังจะสัมผัสร่างชายชรา ตัวตนของเขาก็เลือนหายไปเหลือเพียงความว่างเปล่า เสียงแหบพร่าดังขึ้น พร้อมกับเสียงกระซิบที่แทรกเข้ามาในความมืดมิดรอบข้าง ราวกับเสียงลมลอดไรฟัน ทันใดนั้นเอง แสงสีม่วงเข้มก็วาบขึ้นจากมุมมืดของโถงถ้ำ ปรากฏร่างเงาสามร่าง พวกเขาสวมชุดคลุมสีดำเช่นเดียวกับชายชรา พลังปราณที่เข้มข้นและชั่วร้ายแผ่ออกมาไม่ต่างจากชายชราเลยสักนิด
ชิงเทียนชะงักดาบกลางอากาศ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังเงาเพิ่งปรากฏตัว ความรู้สึกถึงอันตรายที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันทำให้เขารู้สึกถึงความผิดปกติ
"ภาพลวงตา? ไม่ใช่พวกนี้คือร่างแยกที่มีกายเนื้อ เป็นทักษะที่ลำคาญจริงๆ"
ชิงเทียนกล่าวอย่างหงุดหงิด สำหรับเขาการแยกระหว่างภาพจริงกับภาพลวงนั้นง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ ทว่าร่างแยกเหล่านี้ถูกสร้างมาจากวิญญาณที่ควบแน่นจนกลายเป็นแก่นพลังมืดบริสุทธิ์ทำให้ระบุร่างจริงได้ยาก อีกทั้งการโจมตีทั่วไปไม่สามรถทำลายร่างแยกเหล่านี้ได้
จริงอยู่ว่าหากชิงเทียนสามารถใช้บัวนรกผลาญวิญญาณอาจพอทำอะไรได้บ้าง แต่การสร้างรูปแบบนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควร ไม่มีทางที่เขาจะปัดป้องการโจมตีหลายทิศทางพร้อมกับสร้างรูปแบบในเวลาเดียวกัน
ชิงเทียนเหลือบมองไปทางกู่ไท่หยางที่เป็นดั่งกำแพงเหล็ก เขาใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งปะทะกับเงาที่พยายามจะเข้าประชิดตัว ปกป้องพวกพ้องจากการโจมตีที่รุนแรงแต่ถึงกระนั้น จำนวนเงาก็ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด
ตอนนี้ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ที่โอบล้อมมาจากทั่วทิศทางทำให้ไม่มีใครสามารถช่วยถ่วงเวลาให้เขาได้ จริงอยู่ว่าชิงเทียนมีไพ่ตายอย่างเนตรสะกดเทพ ทว่าศัตรูที่แข็งแกร่งขนาดนี้คงผนึกการเคลื่อนไหวได้เพียงร่างเดียวเท่านั้น
"ภูเขาหมอก... วิญญาณร้าย... ทั้งหมดนี้เป็นเพียงฉากบังหน้าสินะ" ชิงเทียนกล่าว
ร่างเงาทั้งสามที่ได้ยินเช่นนั้นใบหน้าพลันกระตุกเล็กน้อย
"เจ้าต้องการพูดอะไรกันแน่"
"เป้าหมายที่แท้จริงของเจ้าไม่ใช่แค่พลังมืดในถ้ำนี้หรอก แต่เป็นเส้นชีพจรพลังที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดินแห่งนี้มากกว่า"
ในตอนแรกชิงเทียนไม่ค่อยมั่นใจกับทฤษฏีนี้เท่าไหร่นัก สิ่งที่เขาต้องการเพียงเพื่อถ่วงเวลาเท่านั้น ทว่าหลังจากที่เห็นนัยตาร่างเงาทั้งสามสั่นไหว เขาก็มั่นใจยิ่งกว่าเดิมเกี่ยวกับจุดประสงค์แท้จริงของชายชรา
--------------------------
ฝากผลงานใหม่ด้วยครับ
ศาสตราปราณจักรกล
โลกที่คมดาบกำลังภายในและเทคโนโลยีผสานเป็นหนึ่ง... ชายพิการผู้ถูกหยามเหยียด จะลุกขึ้นท้าทายทุกขีดจำกัดด้วยพลังและความมุ่งมั่นอันแรงกล้า!