บทที่ 13
ขัดลาภ!
ซิ่งหลิงป่วย...
ถูกแล้วนางป่วย!
“ค่าหมอและยารักษาข้าหักเงินออกจากเงินเก้าหมื่นกว่าตำลึงนั่นได้หรือไม่” จิ้งเส้าหวงนั่งเท้าคางอยู่หน้าเตียงมองสตรีที่นอนพังพาบอยู่ด้านใน หน้าผากขาวนวลมีผ้าหมาดผืนหนึ่งวางไว้ลดความร้อนในร่างกาย
เมื่อคืนใน่ปลายยามเหมา [1] ในขณะอยู่ใน่พักรบจนเรี่ยวแรงกลับคืนมาก็คิดเข้าโรมรันพัวพันกับนางอีกหน มือัักับผิวกายจิ้งเส้าหวงถึงได้รู้ถึงความผิดปกติเมื่อเนื้อตัวนางร้อนผ่าวราวสุมไฟ หลังจากเรียกหมอให้มาตรวจดูถึงได้รู้ว่า...
“เมื่อคืนั้แ่เช้าตรู่ข้าน้อยก็นั่งรถม้าเดินทางไกลไปพร้อมกับคุณชาย ถึงที่หมายไม่ทันได้นั่งพักก็ต้องเดินไปรอบคลังสินค้าใหญ่โตท่ามกลางอากาศร้อนแผดเผา เท่านั้นยังไม่จบสิ้นยังต้องครุ่นคิดหาคำตอบที่คุณชายมอบให้อย่างแข็งขันจนหัวสมองน้อยๆ แทบจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ นอกจากน้ำชาและน้ำบ๊วยแล้วทั้งวันก็ไม่มีสิ่งใดตกถึงท้อง
กลับมาถึงเรือนก็เหนื่อยล้าจนไม่อยากอาหาร ตกดึกก็ต้องปรนนิบัติคุณชายให้สำราญ แม้สิ่งเหล่านี้จะทำให้สตรีตัวน้อยๆ เหน็ดเหนื่อยจนแทบจะไปเยือนปรโลก แม้คุณชาย้าหักค่าหมอค่ายาจากเงินเ่าั้ข้าน้อยก็ได้แต่ต้องก้มหน้ายอมรับ การได้รับใช้คุณชายถือเป็วาสนาใหญ่หลวงของซิ่งหลิงแล้วเ้าค่ะ”
จิ้งเส้าหวงกระตุกยิ้มมองปากน้อยๆ เผยออ้าและหุบลง จิกกัดประชดประชันทั้งๆ ที่ดวงตายังคงปิดลงพักผ่อน
“หากเ้าปรารถนาข้าก็ไม่ขัดข้อง เงินเก้าหมื่นแปดพันเก้าร้อยตำลึงทอง พอหักค่าหมอค่ายาไปหนึ่งตำลึงทองแล้วจะเหลือ...”
“หนึ่งตำลึงทอง! ค่าหมอค่ายาอะไรจะแพงปานนั้น!” ซิ่งหลิงกระเด้งตัวขึ้นจากเตียง ลุกพรวดอย่างรวดเร็วจนทำให้ผ้าที่แปะอยู่บนหน้าผากร่วงปุลงบนตัก จ้องมองจิ้งเส้าหวงอย่างแตกตื่น
“หมอนั่งร้านโอสถเลื่องชื่อและยาสมุนไพรชั้นดี”
ซิ่งหลิงอ้าปากพะงาบๆ ตอนนี้หมอก็ไปแล้วทั้งยาก็ได้มาแล้ว คงจะเปลี่ยนอะไรไม่ได้...
“เพียงตำลึงเดียวเท่านั้น เ้าคิดว่าจะสามารถดึงเงินเก้าหมื่นกว่าตำลึงทองไปได้จนหมดหรือ” จิ้งเส้าหวงยิ้มเย้า ลากเสียงยาว
“เกือบเดือนเ้าดึงเงินไปได้ร้อยตำลึง ร้อยตำลึงทองหากเป็ชาวบ้านธรรมดาใช้ทั้งชีวิตก็ใช่ว่าจะหามาได้ ลองคิดคำนวณดูแล้ว หนึ่งเดือนเ้าดึงเงินจากข้าได้ร้อยตำลึง ทั้งปีเ้าจะเก็บเงินได้เพียงแค่หนึ่งพันสองร้อยตำลึงทองเท่านั้น หากอยู่กับข้าสิบปีก็จะได้หนึ่งหมื่นสองพันตำลึงทอง ใช้เวลาแปดสิบถึงเก้าสิบปีเพื่อเงินหนึ่งแสนตำลึงทอง ดูท่าเ้าต้องอยู่กับข้าจวบจนสิ้นอายุขัยแล้ว”
ซิ่งหลิงอ้าปากค้างกะพริบตาปริบๆ มองจิ้งเส้าหวงที่กำลังอารมณ์ดีก็รู้สึกอยากข่วนหน้าเขาให้เป็ทางลาย รู้เช่นนี้เมื่อคืนนางคงข่วนหน้าเขามากกว่าแผ่นหลังแข็งๆ ที่มีแต่กล้ามเนื้อ!
“แม้เช่นนั้นแต่นี่ก็ทำให้รู้ว่าความคิดของข้าน้อยมีราคาไม่น้อย ครั้งหน้าคงต้องขึ้นราคาแล้วเ้าค่ะ”
“ความคิดของเ้ามีเพียงข้าผู้เดียวที่สามารถซื้อได้ หากเรียกราคาเกินควรก็ต้องใคร่ครวญให้รอบคอบ”
ซิ่งหลิงเห็นแววตาจิ้งเส้าหวงแล้วพานครั่นเนื้อครั่นตัว รู้สึกป่วยหนักขึ้น กลอกตาเป็วงกลมหนึ่งรอบแสร้งเอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใย
“คุณชายมีกิจธุระมากมายซิ่งหลิงไม่กล้าเหนี่ยวรั้งทำให้คุณชายเสียการเสียงาน ทั้งตัวข้าน้อยก็ป่วยไข้นอนซมอยู่เช่นนี้ หากคุณชายติดไข้ไปด้วย...”
“หากข้าป่วยไข้เพราะเ้า ค่าหมอค่ายาเ้าย่อมต้องเป็คนออก” จิ้งเส้าหวงรู้ดีว่านางกำลังออกปากไล่คน
ซิ่งหลิงจนปัญญาเอนตัวล้มลงนอนอย่างแรงด้วยความฮึดฮัดเรียกรอยยิ้มมุมปากจากจิ้งเส้าหวงได้ เขาหยิบเอาผ้าบิดหมาดแปะคืนบนหน้าผาก พูดด้วยความห่วงใยสุดแสน “อีกทั้งยอดรักของข้าป่วยไข้จะมีกะจิตกะใจทำสิ่งอื่นได้อย่างไร”
น้ำเสียงรักใคร่ลึกซึ้งชวนให้ขนพองสยองเกล้า ขนอ่อนทั่วร่างลุกพรึบ ใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเกหดคอเข้าหากันประดุจเต่าตัวน้อย
ซิ่งหลิงกระจ่างแจ้งถ่องแท้ดี ที่จิ้งเส้าหวงยังไม่จากไปก็เพราะ้าหลบเลี่ยงเหล่าแม่นางและคุณหนู ซ้ำยัง้าให้ข่าวเื่การมีอยู่ของนางโหมกระพือ ช่วยเหล่าเมิ่งเอินหรูเติมเชื้อไฟเข้าไปในกองเพลิงให้ลุกโชติ่ไร้วันดับ
“ยอดรัก สีหน้าเ้าดูไม่ดีเลย ไม่สบายตัวหรือ” สีหน้าของซิ่งหลิงทำให้จิ้งเส้าหวงพึงพอใจเป็อย่างยิ่ง เย้าแหย่นางด้วยความสนุกสนาน
ซิ่งหลิงดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวพลิกตัวนอนหันหน้าเข้ากำแพงในทันที ถ้านางเห็นเขาอยู่ในสายตาต่อไปคงได้สำรอกเอายาราคาหนึ่งตำลึงทองออกมาเป็แน่!
ในระหว่างที่ซิ่งหลิงกำลังพักรักษาการป่วยไข้ที่เกิดจากการเหนื่อยล้าสะสม จิ้งเส้าหวงไม่เพียงจากไปแต่เขากลับย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ในเรือนกับนางเสียแทน จดหมายและม้วนสารที่ต้องจัดการไหลเข้ามาในเรือนของนางดุจน้ำหลาก เขาแสดงงิ้วโรงใหญ่เพียงนี้อดทำให้ซิ่งหลิงคาดเดาอยู่ไม่ได้ว่าเขาจะมีฮูหยินเป็ตัวเป็ตนเมื่อตอนอายุเท่าใด
“หากว่างนักก็มาช่วยข้า” จิ้งเส้าหวงพูดขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากม้วนสาร ััได้ถึงสายตาของนางที่เกาะหนึบอยู่บนร่าง
“ข้าน้อยเป็สตรีไม่กล้ายุ่งเกี่ยวกิจการร้านค้าของคุณชายเ้าค่ะ” สามวันมานี้นางได้พักผ่อนเต็มอิ่ม อาการป่วยไข้ก็หายวับ ถือว่าไม่เสียค่าหมอค่ายาไปอย่างสูญเปล่า
เรือนหลังเล็กของซิ่งหลิงมีพื้นที่ไม่มาก นอกจากเรือนชั้นในที่มีห้องข้างและห้องอาบน้ำแล้ว โถงกลางที่สามารถออกมารับลมสูดอากาศบริสุทธิ์ก็มีเพียงหนึ่ง เวลานี้เรือนของนางมีผู้ที่ไม่ได้เชื้อเชิญเข้าร่วมอาศัย ห้องหับมีน้อยคนผู้นี้จึงได้ยึดเอาโถงกลางสำหรับนั่งเล่นของนางเป็ห้องอักษรไป ยามที่อยากจะหลุดพ้นจากห้องนอนแสนอุดอู้ออกมานั่งรับลมที่โถงกลางก็ต้องอยู่ร่วมกับจิ้งเส้าหวงอย่างช่วยไม่ได้...
“เ้ายุ่งไปหลายเื่แล้ว จะยุ่งอีกสิบอีกร้อยเื่ก็ไม่ต่างจากเดิม”
“เวียนหัวแล้วเ้าค่ะ จู่ๆ ก็เวียนหัวขึ้นมา” ซิ่งหลิงยกมือแตะขมับ ลุกขึ้นจากเก้าอี้กลมข้างหน้าต่างแสร้งโซซัดโซเซเดินเข้าไปในเรือนชั้นใน หลบเลี่ยงการถูกใช้งานโดยไม่มีค่าเหน็ดเหนื่อยทันที
“เป็นางจิ้งจอกหรืออย่างไร” จิ้งเส้าหวงลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม หงุดหงิดใจขึ้นบ้างแล้ว
“หากได้กินหัวใจของคุณชายหางที่เก้าก็คงงอกครบพอดีเ้าค่ะ”
เสียงแว่วๆ ดังขึ้นทำให้จิ้งเส้าหวงขบกรามกัดฟัน
ปากเก่งจริงๆ!
จิ้งเส้าหวงห้อยพู่กันกับแท่นแขวน หยิบเอาผ้าข้างอ่างล้างมือเช็ดปลายนิ้วที่เปรอะหมึกสีดำจนสะอาดดีแล้วก็เอนหลังพิงกับพนักพิง ขยับปลายนิ้วนวดหัวคิ้วและหัวตาคลายความอ่อนล้า
“คุณชายขอรับ”
จิ้งเส้าหวงชะงัก ลืมตาขึ้นเห็นเซี่ยจี้ที่หายหน้าไปหลายวันปรากฏกายอยู่ตรงหน้า คงได้ความเื่ซิ่งหลิงกลับมารายงาน กวาดมองรอบด้านจนมั่นใจว่าไม่มีผู้ใดอยู่ในระยะใกล้ จึงตวัดนิ้วเรียกเซี่ยจี้เข้าใกล้ “รายงานมา เบาเสียงลงหน่อย นางจิ้งจอกนั่นหูดีนัก”
[1] ยามเหม่า เวลา 05.00 – 06.59