【Perfect Life】

    29 – ค่ำคืนแห่งดวงดาว

    29 – ค่ำคืนแห่งดวงดาว

             

            ฤดูหนาวมาเยือนทุกคนในหมู่บ้านผู้ถูกขับไล่ต่างก็วุ่นวายอยู่กับการเตรียมพร้อมสำหรับเทศกาลฤดูหนาวผู้คนเริ่มเดินทางมามากขึ้นจากเหตุการณ์หลายอย่างในเมืองอควอเทียโดยเฉพาะข่าวลือหนาหูเรื่องบ่อน้ำพุร้อนบำบัดความเหนื่อยล้า และเหล่านักผจญภัย[Rank S] ของเมืองเป็นใครก็อยากมาเป็นธรรมดา

            บางคนบอกว่าอันตรายต่อการเดินทางไปหมู่บ้านที่อยู่ติดกับเขตต้องห้ามและเขตอันตรายของมหาพงไพรวีลิธก็ได้มีการปรับปรุงในเรื่องการป้องกัน

            เส้นทางจะปลูกต้นไม้ขับไล่มอนสเตอร์ที่ดรายแอดทุกคนช่วยกันปลูกแต่มันไม่สามารถจัดการพวกระดับสูงได้ทำให้ต้องมีการดัดแปลงพันธุกรรมขึ้นเล็กน้อย

            แต่คนทำครั้งนี้คือเคออสไม่ใช่พริสทีนเนื่องด้วยพริสทีนไม่ถนัดวิทยาศาสตร์เท่าไหร่และทำการตั้งชื่อว่า [ต้นวาเล่]

            ทำการขยายบ่อน้ำพุร้อนให้เป็นโรงเตี๊ยมมีที่พักสำหรับแขกโดยผู้ดูแลคือจินกับเมล คนทำอาหารคือพริสทีน คนคอยให้บริการคือชิอินะแต่ห้องมีจำกัด หากจะพักต้องจองก่อนมางาน 1 วันหรือก่อนหน้านั้น 2 วัน

            แต่ช่วงให้ใช้บริการบ่อน้ำพุร้อนคือเดือนละ3 ครั้งเท่านั้น

            ถึงจะเริ่มมีคนพยายามขุดหาบ่อน้ำพุร้อนเพื่อเลียนแบบแต่ก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าของหมู่บ้าน

            บ้านของแต่ละคนใช้เงินที่ได้รับจากภารกิจมาปรับปรุงให้ดีกว่าเดิมจากบ้านไม้ท่อนซุงธรรมดากลายเป็นบ้านที่มีระดับขึ้นมีกระเบื้องเป็นหลังคาบ้านทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องฝนหรือหิมะ

            และเมื่อพูดถึงหิมะย่อมเป็นช่วงที่วุ่นวายที่สุด

            โดยเฉพาะปีนี้หนักสุดเพราะพายุหิมะรุนแรงยิ่งกว่าปีไหนๆ!!!

            “มีใครเห็นยัยบ้านั่นรึเปล่าเนี่ย!!จดหมายเชิญไปงานเลี้ยงกับของขวัญมาเต็มไปหมดแล้วเนี่ย!!!”เด็กหนุ่มเผ่าหมาป่าดำวิ่งวุ่นตะโกนโวยวายเสียงดัง

            “อ้าว!!นางไม่ได้อยู่ที่บ้านงั้นเหรอแล้วเจ้าของพวกนี้ให้เอาไปไว้ไหนเนี่ย!!” เงือกหนุ่มเองก็วิ่งวุ่นตามหาตัวเช่นกันในมือขนอุปกรณ์สำหรับตกแต่งต้นไม้ในงาน

            “พี่จ๋า!หนูจับปลามาได้เต็มเลย!!”

            “เยี่ยมมากลาพิส! น้องเอาไปไว้ในบ่อได้เลย!”

            “ฟีเร ไลรอน กองฟืนนี่พอรึเปล่าคะ!”

            “แค่อีกต้นเดียวก็พอแล้วสเตลล่า!!”

            “ท่านลีลีน่าคะ! พวกเราทำความสะอาดกับกางที่กันหิมะเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ!!”

            “ดี! จินเจ้ารีบไปช่วยท่านสเตลล่าขนกองฟืนที่เหลือส่วนเมลเจ้าไปช่วยไลรอนว่าอุปกรณ์ตกแต่งพร้อมรึเปล่า!”

            “ครับ/ค่ะ!!”รับคำสั่งก่อนแยกย้ายกันไปทำงาน

            “ท่านพี่คะ เมื่อครู่กิลด์มาสเตอร์ส่งข้อความมาบอกว่ามีภารกิจสำคัญที่อยากให้พี่พริสทีนช่วยค่ะ!ถ้าพี่เขาไม่ว่างก็ให้พวกพี่ทำแทน”

            “บอกปฏิเสธไปเลยโอลีเซีย!พวกเราขอหยุดพักงานไปตั้งนานแล้วไปขอคนอื่นแทน!!”

            ผ่านมา 3ปีทุกคนต่างก็เติบใหญ่ แม้ว่าจะอายุ 15 ปี สเตลล่าสวยสง่างดงามสมเป็นเอลฟ์ฟีเรกับไลรอนต่างก็หล่อขึ้นสมฉายาที่ได้รับอย่างจอมวายร้ายกับสุภาพบุรุษที่ไม่ว่าสาวไหนก็คงจะหลงหัวปักหัวปำ

            ส่วนชิอินะนั้น...บอกได้ว่าทั้งหล่อและสวยมีเสน่ห์ได้กับทุกเพศ

            เดิมทีงาน [ค่ำคืนแห่งดวงดาว]จะจัดของก่อนหน้า 1 วันเพราะต้องหาต้นไม้หาของประดับ คนในหมู่บ้านจะหาของขวัญมาแลกเปลี่ยนกันตามฉลากที่จับได้ส่วนของขวัญที่ได้มาจากคนอื่นนั่นตัดสินกันเองเพราะไม่ใช่คนในหมู่บ้านเลยตัดสินใจว่าในงานครั้งนี้จะส่งของขวัญมาให้กันคนละ 1 อย่าง

            แต่เนื่องจากคาดเดาสภาพอากาศไม่ได้ทำให้เมื่อคืนก่อนหิมะตกหนักทำให้ต้องมาจัดในวันงานตั้งแต่เช้า แถมยังวุ่นกับการหาฟืนเตรียมเผชิญพายุหิมะหลังจากคืนพรุ่งนี้เป็นต้นไป

            แต่ประเด็นคือ...คนจัดงานนี้กลับหายไปไหนก็ไม่ทราบได้!!!

    •

            จ๋อม... คลื่นน้ำไหวเป็นระลอกจากบางสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ใต้ผืนน้ำในอาณาเขตต้องห้ามสิ่งแปลกประหลาดยิ่งกว่าทุกทีคือตรงต้นไม้ใหญ่นั้นมีบอลน้ำมีปลาและกุ้งแหวกว่ายไปมา

            เงานั่นว่ายไปมาด้วยความพลิ้วไหวก่อนพุ่งขึ้นมาเหนือน้ำซ่า---! ปรากฏร่างของหญิงสาวผมสีเงินยาวสยายไปตามแรงสะบัดจากน้ำ ชุดเดรสตัวเดิมที่ดัดแปลงให้ฟูฟ่องและสั้นขึ้นเล็กน้อยลู่ไปตามร่างกาย

            เจ้าหล่อนนิ่งไปสักพักใหญ่ตัวเริ่มสั่น ก่อนคลี่ยิ้มกว้าง

            “จับได้แล้ว!!!”ชูเจ้ากุ้งล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ยักษ์ยิ่งกว่าที่เคยจับได้เมื่อ 3 ปีก่อนขึ้นเหนือหัวตะโกนเสียงดังด้วยความดีใจ

            > Skill • [การมองเห็นในน้ำ][การหายใจในน้ำ] [คุณสมบัติต้านทานความหนาว] อัพเกรดเป็น [ระดับ B]

            “ไม่ได้ยินเสียงแบบนี้มาซักพักแล้วนะเนี่ย”หัวเราะก่อนขึ้นมาข้างบน โยนเจ้ากุ้งล็อบสเตอร์ใส่บอลน้ำขนาดใหญ่ที่ตนสร้างขึ้นแทนจะใช้ถังน้ำในการขนใช้ [เป่าแห้ง] ทำให้ร่างกายอุ่นขึ้น สวมถุงน่องสีขาว รองเท้าบูทสีขาวและเสื้อคลุมกันหนาวสีขาวตัวหนาติดระบาย

            แซ่ก--- “แอบมาที่นี่โดยไม่บอกใครอีกแล้วสินะ”น้ำเสียงหงุดหงิดแบบนี้มีแค่คนเดียว

            ท่านไลแคนสีครามในร่างเด็กหนุ่มสวมเสื้อคลุมขนเฟอร์กันหนาวตอนนี้เป็นใบหน้าจริงผมยาวขึ้น ดวงตาดูร้ายกาจขึ้นจะหน้าจริงหรือหน้าตอนปลอมตัวก็มีเสน่ห์ทั้งคู่...

            แม้ฟีเรจะดูอันตรายแค่ไหนก็สู้อีกฝ่ายไม่ได้

            บางทีเจ้าหล่อนก็อดคิดไม่ได้ว่าพระเจ้าท่านทดสอบความอดทนของเธอรึเปล่าที่ต้องอยู่ท่ามกลางหนุ่มหล่อทั้ง3 คนแบบนี้?

            “ไม่ได้แอบมาซะหน่อยทิ้งข้อความบอกไว้แล้ว” กระโดดบนผิวน้ำไปหาอีกฝ่ายพลางควบคุมให้บอลน้ำลอยตามมาด้วย

            “ถ้าบอกแล้วทำไมพวกนั้นทิ้งวิ่งวุ่นกันทั้งหมู่บ้าน?”

            “อ้าว? ไหงงั้น...ฉันว่าทิ้งข้อความไว้แล้วนะ”

            “น่าจะไม่มีคนเห็นน่ะสิรีบกลับไปได้แล้วไป๊!”

            “ค่าๆ...จะว่าไปงานครั้งนี้นายจะมาร่วมได้รึเปล่า?”

            “.....ไม่น่าจะได้เหมือนเดิม...แต่จะพยายามจัดการให้เสร็จเร็วๆละกัน”

            “สัญญาแล้วนะ...”

            เดฟไกส์เดินไปส่งตรงปากทางออกก่อนขอตัวกลับไปเมืองลับแลช่วงฤดูหนาวไม่ใช่ช่วงพักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้คุ้มครองมหาพงไพรเลยสักนิดพวกนักล่าจะอาศัยช่วงนี้ล่าสัตว์กับมอนสเตอร์เกินความจำเป็น ต้องคอยคุ้มกันชาวบ้านที่กล้าเสี่ยงเข้ามาเก็บฟืน

            แน่นอนว่าพอทุกคนเห็นเธอก็พุ่งเข้ามาหากันเกือบหมดและถามพร้อมเพรียงกันว่า...

            “หายไปไหนมา!!!!!!!!!!!!”

            เฮือก!! “ก็ไปหาในเขตต้องห้ามมา ทิ้งจดหมายบอกแล้วนะ...”

            “ข้อความ? ข้อความไหนไม่เห็นจะเจอ?” ฟีเรคิ้วขมวด

            “ก็แปะไว้หน้าประตูบ้าน...บางทีอาจจะโดนลมพัดก็ได้มั้งนะ”

            “ช่างเรื่องนั้น!!!เอาเป็นว่ามาจัดการเรื่องของขวัญพวกนี้เลย!!!คราวนี้คนส่งมาพร้อมกันจนหัวหมุนกันหมดแล้วเนี่ย!!”

            “ค ค่า!!!!!”

            โดนลากไปจัดการของขวัญที่มีคนส่วนใหญ่ส่งมาให้ด้วยความเร็วแสงก่อนรีบไปทำอาหารสำหรับงานเลี้ยงฟีเรจึงสามารถไปหาต้นสนมาตั้งกลางหมู่บ้านและคนอื่นๆช่วยกันตกแต่งได้ทันเวลาก่อนที่วาเนสซ่ากับเคออสจะเดินทางมาถึง

            น่าเสียดายที่พวกเซน่อนต้องทำภารกิจและองค์ชายเจตต์ต้องไปเยี่ยมท่านย่าเลยไม่สามารถมาได้

            .

            .

            .

            .

            .

            “สุขสันต์วันแห่งดวงดาว~”

            “สุขสันต์วันแห่งดวงดาว!!”

            แกร๊ง! ชนแก้วกับคนข้างตัว ถึงจะหนาวไปนิดแต่ก็ไม่มีปัญหาเพราะดาวประดับเหนือต้นคริสต์มาสพริสทีนทำมาจากหินเวทมนตร์ธาตุไฟที่ได้มาจากภารกิจเมื่ออยู่ในที่หนาวจะส่องสว่างเพิ่มความอุ่นในร่างกายพลางทานอาหารร้อนๆท่ามกลางหิมะแบบนี้ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

            “แอบนึกว่าจะจัดไม่ทันซะแล้ว...”

            “เห็นด้วย...” ถอนหายใจโล่งอกกันหมดทุกคน

            “อาหารก็ยังคงหรูหราเหมือนเคยเลยนะคะท่านพริสทีน...”

            “1 ปีมีครั้งก็ต้องจัดเต็มสิคะทั้งคู่ชอบรึเปล่า?”

            “ท่านพี่ทำอาหารอร่อย...”

            “ดีใจที่ชอบนะ” ขำอีกฝ่ายที่พอมาถึงก็กินไม่หยุดดีที่ทำมาเยอะพอจะรองรับกระเพาะของมังกรได้

            “ของขวัญปีนี้ถ้าให้เดา ข้าว่าพริสทีนยังคงได้เยอะเหมือนเดิม”

            “แหะๆ... ถูกต้องที่สุดเลยค่ะ อ๊ะจะว่าไปคราวนี้มีของขวัญจากฝ่าบาทกับองค์ราชินีด้วยนะ อย่าลืมเปิดดูกันล่ะ”

            “พูดถึงของขวัญ เรามาแลกเปลี่ยนกันเลยดีมั้ยคะ?”

            “เป็นความคิดที่ดี....”ชิอินะหยิบกล่องใส่ฉลากไม้ขึ้นมา “ใครจะได้เป็นคนแรกกันนะ...”

            ผลลัพธ์คือคนแรกที่จับได้ก็คือเงือกสาวตัวน้อย มองของขวัญให้ใครคนนั้นก็ต้องมอบให้คู่ของตนต่อไป ดีที่ให้จับฉลากล่วงหน้า 1เดือนเผื่อเวลาเตรียมของขวัญ ทำให้ทุกคนต่างก็ได้ของที่ตนเองต้องการทั้งสิ้น และบางคนก็ร้องไห้เมื่อได้รับของขวัญจากคนสำคัญ

            ซึ่งคนที่จับได้พริสทีนคือฟีเร

            แต่มีหรือที่เขาจะยื่นของขวัญให้แบบปกติ?นอกจากจะโยนยังมีทำเป็นอารมณ์เสียใส่จากเหตุการณ์เมื่อเช้าอีก

            “ทำไมข้าต้องจับได้เจ้าด้วยฟะ เอ้าเอาไป!”

            “จ้าๆ...” สภาพของขวัญก็ดูยับเยินซะจนแอบประหม่าไม่ว่าจะดูยังไงก็ไม่น่าไว้ใจ...

            “จะรอเปิดพรุ่งนี้เช้ารึไงห๊ะ!!”

            บางทีก็ไม่เข้าใจคำพูดฟีเรว่าเกลียดหรือชอบเธอกันแน่แต่เพราะฟังมาตลอดหลายปีเลยชินชาซะ แกะห่อของขวัญที่ได้รับพอรู้ว่าของข้างในเป็นอะไรตาถึงกับวาว

            เพราะมันคือตุ๊กตาน้องกระต่ายในชุดฟักทองต้อนรับวันฮาโลวีนที่เคยไปต่อแถวซื้อตั้งแต่เช้าแต่กลับหมดที่เธอเข้าพอดี!

            “!! ขอบคุณนะฟีเร! อยากได้มานานแล้วล่ะ~!”

            “เหอะ! ข้าไม่ได้เพื่อเจ้าหรอกนะ ก็แค่ได้มาจากภารกิจเท่านั้นแหล่ะเจ้าตุ๊กตางี่เง่านั่นน่ะ!”

            “ยังไงก็เถอะขอบคุณนะ~”

            โธ่ฟีเร...นายไปต่อแถวตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนหน้าใครเขาเพื่อนเพื่อนางตั้งแต่เดือนที่แล้วเลยไม่ใช่รึไง...เจ้าหมาน้อยปากไม่ตรงกับใจเอ๊ย...ไลรอนมองเพื่อนด้วยสายตาเวทนา

            เมื่อแลกของเสร็จก็เริ่มจัดพื้นที่สำหรับเต้นรำ จับคู่เต้นรำกันและเพราะไลรอนกับฟีเรขอพร้อมกันเลยต้องผลัดกันเต้นรำ

            สัญญาณบ่งบอกว่าจบงานคือหิมะที่เริ่มตกทุกคนช่วยกันเก็บโต๊ะแยกย้ายกลับบ้านตนเองเพื่อทำอีกกิจกรรมที่ทุกคนต้องมีคือแกะของขวัญที่ได้รับมา

            เท่าที่พริสทีนทราบ ดูเหมือนว่า 1 ในกองของขวัญของสเตลล่ามีของที่ผู้นำเหล่าเอลฟ์สั่งทำเป็นพิเศษฝากพวกลีลีน่ามาให้โดยไม่เขียนระบุว่าใครเป็นผู้มอบ

            ถึงจะไม่เคยเจอหน้าลูกสาวตนเองแต่ก็ยังคงเป็นห่วง...

            วาเนสซ่าพักที่บ้านของน้องชายและน้องสาวตนเองส่วนเคออสมาพักที่บ้านพริสทีน พายุหิมะไม่สามารถขัดขวางอะไรเขาได้เนื่องจากเป็นผู้ใช้เวทย์ความตายและความมืดสามารถแปลงกายเป็นเงาไปโผล่ที่ห้องของวาเนสซ่าได้อย่างง่ายดาย

            ถ้าให้เดาเคออสก็คงอยากไปพักด้วยแต่ฟีเรไม่ยอม

            ของขวัญปีนี้จากคนนอกหมู่บ้านก็คล้ายกับปีก่อนหน้าเจ้าของร้านเสื้อผ้าที่กลายเป็นคนดังส่งเสื้อผ้าที่ออกแบบเพื่อเธอโดยเฉพาะมาให้

            องค์ชายเจตต์ส่งเครื่องประดับมีค่ามาให้แต่แค่เห็นก็ไม่กล้าใส่แล้วเพราะดูหรูเกินไป

            กษัตริย์และราชินีส่งพวกหนังสือเฉพาะของราชวงศ์มาให้พร้อมกับข้อมูลของโรงเรียนที่ต้องเข้าในอีก2 เดือนข้างหน้า

            “1อาทิตย์ก่อนเริ่มเรียนจะทำการคัดเลือกห้องจากความรู้และความสามารถทางเวทมนตร์นักเรียนที่มีความสามารถสูงจะอยู่ในห้อง King .....เรื่องเวทย์นี่พอจะมั่นใจแต่เรื่องความรู้นี่...”

            แค่คิดว่าต้องกลับไปเรียนแล้วเจอวิชาคณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ก็ปวดหัวแทบระเบิด

            วิชาที่เกลียดที่สุดอย่าได้เจอะได้เจอกันอีกเลย!!!!

            “ข้ามั่นใจ ท่านท่านพี่ต้องผ่านแน่...”เคออสพูดขึ้นระหว่างช่วยแกะของขวัญกล่องอื่น

            “ถ้ายืนยันแบบนั้นก็จะพยายามนะ... อื๋อ?”เหลือบไปเห็นกล่องของขวัญที่มีขนไลแคนเสียบเอาไว้ “กล่องนั่น...”

            “น่าจะเป็นของไลแคนสีครามตนนั้น...”ยื่นกล่องนั้นให้พี่สาวตน “ที่มีดอกไม้คาดว่าเป็นของดรายแอด...”

            รับมาวางบนตกก่อนเหลือบไปเห็นกล่องของขวัญ“....เพราะเห็นว่ายุ่งแทบตลอดเลยไม่มีเวลาให้ทั้งที่อีกฝ่ายพยายามแวะมาหาตนเท่าที่จะทำได้...

            “....ให้ข้านำไปให้ไหม?”

            “! ได้เหรอ?”

            “ครับ... แค่ส่งของขวัญ ง่ายนิดเดียว...”ว่าจบก็เดินไปหยิบกล่องของขวัญที่วางอยู่บนโต๊ะหนังสือพี่สาวตนก่อนจะหายไปในเงา...

            “....สะดวกดีแฮะเงาเนี่ย?”

    •

            หิมะเริ่มตกรุนแรงขึ้น ความอันตรายของผู้เข้ามาในมหาพงไพรวีลิธก็ยิ่งมากขึ้นกว่าเดิมเดฟไกส์จำต้องคืนร่างจริงที่ไม่ใช่มนุษย์เพื่อควบคุมเหล่าสัตว์กับมอนสเตอร์คอยสั่งไลแคนตนอื่นให้ไปตามจุดต่างๆเพื่อคอยช่วยผู้คนที่เสี่ยงชีวิตเพื่อหาฝืนสำหรับฤดูหนาว

            ถ้าเจอเร็วก็ถือว่าโชคดีถ้าช้าก็คงทำได้แค่นำไปส่งที่หมู่บ้านพวกเขา...

            “บ้าเอ๊ย... งานจบแล้วแน่ๆ”

            อากาศเย็นจนควันออกปากอย่างเห็นได้ชัดเดินตรวจตราช่วยพวกต่างเผ่าพันธุ์นอกจากมนุษย์ธรรมดาไปเยอะพอควร

            เพราะพายุรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนจึงจำต้องใช้ฟืนเยอะยิ่งกว่าปกติ ถึงใช้เวทย์ไฟทดแทนก็ใช้ได้ไม่นานหากปริมาณมานาในร่างไม่พอ

            แถมยังผิดสัญญากับพริสทีนที่ไปร่วมงานค่ำคืนแห่งดวงดาวไม่ได้ตลอดถึงส่งของขวัญไปให้แล้วใจจริงอยากให้ตรงๆซะมากกว่า

            ของขวัญที่จะได้รับก็เลยเป็นพวกยาบำรุงร่างกาย

            “ปีหน้าก็ไม่น่าจะว่างเหมือนเดิม...”

            “บ่นอะไรน่ะ...”

            “!?” สะดุ้งเฮือก มองตามเสียง “ราชันย์มังกรดำมาได้ไง!?”

            “นำของจากท่านพี่มาให้... แค่นั้นแหล่ะ”ยื่นกล่องของขวัญ ก่อนหายกลับเข้าเงาไป...

            รีบเปลี่ยนกลับเป็นมนุษย์เพื่อแกะดูโดยเร็วเช่นเดียวกับอีกด้านที่แกะดูเช่นกันต่างฝ่ายต่างเห็นของขวัญในกล่องนั่นอดหัวเราะไม่ได้

            และหยิบขึ้นมาใช้ทันที...

            .

            เดฟไกส์มอบผ้าพันคอสีครามรูปกลุ่มดาวให้เธอ...

            .

            พริสทีนมอบผ้าพันคอสีขาวมีรอยปักขนนกสีครามให้เขา...

            .

    อุ่นชะมัด / อุ่นจัง....

             

    ...อย่างน้อยฤดูหนาวปีนี้ก็อบอุ่นยิ่งกว่าทุกครั้ง...