ย้อนกลับไปก่อนที่จะมีเสียงตะโกนขึ้นมา การียะโซได้ออกเดินทางบนหลังนกอสูร ส่วนจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่กับกลุ่มนักเวทอีกประมาณ 30 คนกำลังบินไปทางเมืองเอยีนอย่างรวดเร็ว
จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ได้ถามการียะโซว่า
“การียะโซลูกมีโอกาสกี่เปอร์เซ็นต์ที่จะผนึกตัวตนที่แข็งแกร่งนั้นได้”
การียะโซเงียบเพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อมาดีร่างกายของตัวตนระดับมหาจอมเวท (ที่ไม่สมบูรณ์) นั้นอยู่ในร่างกึ่งวิญญาณ
ขอแค่มีสมบัติบางอย่างก็สามารถผลึกร่างกายของตัวตนนั้นได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้การียะโซรู้สึกไม่สบายใจคือตัวตนนั้นเป็นถึงระดับเทพมาก่อน เขาจะไม่มีวิธีรับมือหรือไง
การียะโซไม่กล้าที่จะพูดว่าสามารถผนึกตัวตนนั้นได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าการียะโซทำพลาดอาจจะทำให้แม่และจอมเวทหลายคนที่ติดตามมาด้วยตายลงทั้งหมด
การียะโซไม่อยากจะมีตราบาปไปตลอดชีวิตแต่เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายจึงพูดว่า
“ท่านแม่ มีโอกาสถึง 80 เปอร์เซ็นต์”
แม่ของการียะโซได้ยินดังนั้นจึงเงียบเพราะสำหรับจอมเวท 80 เปอร์เซ็นต์นั้นยังเสี่ยงอยู่ดีแต่พวกจอมเวทและแม่ของการียะโซไม่ได้พูดอะไรต่อไป
สำหรับจอมเวทบางคนที่รู้ว่าเป้าหมายวันนี้ของพวกเขาคือผู้นำพาแห่งความมืด ทำให้สีหน้าของแต่ละคนดูดีขึ้นมากเพราะค่าหัวของผู้นำพาแห่งความมืดเยอะมาก ๆ
สมาคมนักผจญภัยได้ตั้งค่าหัวเอาผู้นำพาแห่งความมืดคือดันเจี้ยน 1 แห่ง สำหรับวัสดุเวทมนตร์บางอย่างต้องมาจากดันเจี้ยนเท่านั้น เช่นหัวใจของมอนสเตอร์บางตัว น้ำตาหรือเลือด
ทำให้จอมเวทผู้แข็งแกร่งก็ไม่ได้มีเงินเยอะมากนักเพราะวัสดุเวทมนตร์สำหรับงานวิจัยนั้นมีราคาสูงมาก ๆ จึงจำเป็นต้องจ่ายเงินสำหรับวัสดุหรือวัตถุดิบบางอย่างกับอาณาจักรซาราโน
ส่วนจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 4 คนนั้นไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินเพราะเป็นผู้รับเงินจากเหล่าจอมเวทที่ต้องการวัตถุดิบหรือวัสดุเหล่านั้น ทำให้ตำแหน่งจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่เป็นที่หวาดกลัวและอิจฉาเป็นอย่างมาก จึงทำให้จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ไม่ค่อยสนใจเรื่องเงินมากนัก
ตอนแรกเหล่าจอมเวทรู้สึกแปลกใจที่จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่เชิญตนไปร่วมกำจัดผู้นำพาแห่งความมืด ทำให้ตอนแรกแต่ละคนรู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะพลังระดับจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่นั้นสูงกว่าพวกเขาเป็นอย่างมาก
ต่อให้พวกเขาเหล่าจอมเวทลุ่มโจมตีจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ก็อาจจะถูกฆ่าเองก็ได้และจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ให้เหตุผลที่ว่า ผู้นำพาแห่งความมืดทำร้ายลูกของตน
เธอต้องการแก้แค้นเท่านั้นและแบ่งส่วนเงินรางวัลให้คนละ 50 เปอร์เซ็นต์ก่อนจะทำสัญญากัน
ตรงหน้าของพวกเขาคือเมืองขนาดเล็ก เมืองเอยีนที่มีผู้คนเดินจับจ่ายอยู่เป็นจำนวนมากและมีโจรขโมยบางแห่งในซอยมืด เมื่อเหล่าจอมเวทและการียะโซมาถึง
พวกเขาได้ใช้เวทมนตร์อำพรางร่างกายเพื่อไม่ให้ผู้คนแตกตื่นไม่งั้นผู้นำพาแห่งความมืดจะรู้และหลบหนีไปก่อน การไล่ล่าตัวผู้นำพาแห่งความมืดเป็นเรื่องยากมาก ๆ
แม่ของการียะโซได้หันไปหาการียะโซก่อนจะถามขึ้นมาว่า
“การียะโซลูก ผู้นำพาแห่งความมืดอยู่ตรงไหน”
การียะโซหลับตาเล็กน้อย นกอสูรใต้เท้าของการียะโซคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่เสียงคำรามนั้นไม่สามารถเข้าไปในเมืองเอยีนได้เพราะแม่ของการียะโซได้หยุดคลื่นเสียงเอาไว้
ทันใดนั้นการียะโซได้ลืมตาขึ้นพร้อมกับชี้ไปทางร้านอาหารเล็กแห่งหนึ่งในเมืองเอยีน ร้านอาหารแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับเขตสลัมเป็นอย่างมากทำให้ผู้คนไม่ค่อยเดินเข้าไป
พวกคนที่เดินเข้าไปกินร้านนี้เพราะว่ามีราคาถูกเท่านั้น แถมร้านอาหารนี้แค่เปิดบังหน้าเท่านั้น
ธุรกิจจริง ๆ คือการหาเหยื่อนักเวทที่มีเงินเยอะหรือขายข้อมูลเท่านั้น เป็นเรื่องที่โชคร้ายมากที่ร้านอาหารแห่งนี้ต้องมาเจอกับแจ๊ค
เมื่อรู้เป้าหมาย เหล่าจอมเวทได้บินไปทางร้านอาหารทันที การียะโซมองเข้าไปในร้านอาหารก่อนจะยกมือขึ้นมาบังสายตาของตนเอง
“ผู้นำพาแห่งความมืดทำอะไรบางอย่างทำให้ไม่สามารถดูเข้าไปในร้านอาหารได้”
เหล่าจอมเวทที่มองเข้าไปในร้านอาหารและมีอาการเหมือนกับการียะโซเพราะถึงแม้พวกเขาจะอยู่ในจุดสูงสุดแต่พวกเขาไม่สามารถชนะธรรมชาติได้ในตอนนี้
แสงอาทิตย์ที่สว่างจ้าได้ทิ่มเข้าตาพวกเขาทำให้ต้องนำมือมาปิดตากันทั้งหมด เหล่าจอมเวทรู้สึกอารมณ์เสียจึงใช้สัมผัสวิญญาณแทน
แต่การียะโซได้ห้ามเอาไว้ก่อน
“หยุด การใช้สัมผัสวิญญาณทำให้ผู้นำพาแห่งความมืดรู้ตัว”
เหล่าจอมเวทมองการียะโซอย่างไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะยิ้มขึ้นมาเพราะพวกเขาเห็นสายตาอำมหิตของจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ข้าง ๆ การียะโซ
ไม่มีทางเลือกเหล่าจอมเวทได้ทำตามวิธีที่การียะโซแนะนำ แม่ของการียะโซพยักหน้าพอใจเล็กน้อยเพราะถ้าใครทำให้ผู้นำพาแห่งความแตกตื่น
เธอจะฆ่ามันทิ้งอย่างไม่ไยดีเหล่าจอมเวทพวกนี้ถึงจะเป็นกองกำลังหลักของอาณาจักรซาราโน แต่ถ้าใครจะมาขัดขว้างหรือทำร้ายลูกของเธอ ต่อให้เป็นศัตรูกับอาณาจักรซาราโนเธอก็จะทำ
การียะโซไม่สนใจกริยาของเหล่าจอมเวทราวกับมองไม่เห็นมากกว่าเพราะการียะโซนั้นมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่าเหล่าจอมเวทพวกนี้มาก
การียะโซไม่ต้องการหยุดแค่จอมเวทเท่านั้น เป้าหมายสูงสุดในตอนนี้ของการียะโซคือเทพ
“ท่านแม่ พวกเราต้องวางค่ายกลเมื่อกักขังผู้นำพาแห่งความมืดเอาไว้ในเมืองแห่งนี้และเพื่อไม่ให้หลบหนี”
แม่ของการียะโซเห็นด้วยกับความคิดของการียะโซทันที จึงหันไปหาเหล่าจอมเวทพร้อมกับพูดว่า
“ได้ยินแล้วใช่ไหม ไปทำงาน----------!!!!!”
เธอตะโกนเสียงดังและโกรธเคืองเป็นอย่างมาก เหล่าจอมเวทได้แต่ยิ้มก่อนจะแยกย้ายไปติดตั้งค่ายกลล้อมรอบเมืองเอยีน
แม้แต่ตัวแทนเจ้าเมืองเอยีนในตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ามีเหล่าจอมเวทกำลังติดตั้งค่ายกลที่เมืองของเขาเพราะระดับจอมเวทในตอนนี้ถูกเรียกกลับไปในเมืองหลวงซาราโน
เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสงครามในตอนนี้ ทำให้เมืองระดับเล็ก-กลางหลายเมืองมีแค่ตัวแทนเจ้าเมืองเท่านั้นที่อาศัยอยู่ในเมืองตอนนี้
เหล่าจอมเวทใช้เวลาในการติดตั้งค่ายกล แค่ 15 นาทีเท่านั้นก่อนจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่ง
การียะโซได้พูดขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่เห็นเหล่าจอมเวทติดตั้งค่ายกลเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“เดียวผมจะลงไปต่อสู้กับผู้นาแห่งความมืด ให้เหล่าจอมเวทและท่านแม่รอฉันให้สัญญาณเข้าโจมตีผู้นำพาแห่งความมืด”
เมื่อเห็นนักเวทที่แสนจะอ่อนแอพูดออกคำสั่งกับพวกตน ทำให้เหล่าจอมเวทไม่พอใจเป็นอย่างมากจึงพูดกลับมา
“ทำไมพวกเราต้องเชื่อฟังนายด้วย”
“ใช่”
“หยุด ถ้าพวกเจ้าไม่ทำก็ตายไป”
จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่เห็นเหล่าจอมเวทด่าลูกของตนจึงโมโหเป็นอย่างมากและตวัดมือขึ้นฟ้า พลังเวทมนตร์ภายในร่างกายของเธอพุ่งขึ้นจนทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนสี
ผู้คนด้านล่างเห็นท้องฟ้าเปลี่ยนสีจึงชี้ขึ้นมาบนท้องฟ้าพร้อมกับแสดงอาการหวาดกลัว ส่วนตัวแทนเจ้าเมืองเอยีนรู้สึกตกใจก่อนจะออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
เหล่าจอมเวทรับรู้สึกพลังเวทมนตร์ของแม่การียะโซจึงมีเหงื่อปรากฏขึ้นที่หน้าผากเพราะพลังของเธอพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว
แม้แต่ตัวเธอยังตกใจกับพลังในตอนนี้ ก่อนจะได้ยินเสียงการียะโซพูดขึ้นมา
“ท่านแม่ เดียวผู้นำพาแห่งความมืดจะสัมผัสได้ถึงพลังของท่านแม่ โปรดรอตรงนี้”
การียะโซไม่รอให้แม่ของตนเองตอบกลับมาได้กระตุ้นให้นกอสูรบินไปทางร้านอาหารพร้อมกับตะโกนขึ้นมา
“ผู้นำพาแห่งความมืด ออกมา------------------------------!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
........................
ทางด้านแจ๊คที่กำลังมองดูดวงวิญญาณของคนธรรมดาที่แสนจะสิ้นหวังได้ยินเสียงตะโกนดังขึ้นมาจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย
เพราะกำแพง 5 สีของเขาไม่ใช้แค่สะท้อนแสงกลับไปยังคนที่มอง แต่ยังปิดกันสัมผัสวิญญาณ เสียง พลังและอื่นอีกมากมาย ทำให้แจ๊คไม่รู้ว่าด้านนอกเกิดอะไรขึ้น
และด้านนอกก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นภายในร้านอาหารแห่งนี้ พอได้ยินเสียงตะโกนจากด้านนอกทำให้แจ๊ครู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
เสียงด้านนอกนั้นรู้สึกคุ้นเคย แจ๊คใช้เวลานึกสักพักหนึ่งก่อนจะกำหมัดแน่นและจิตสังหารของตนเองพุ่งสูงขึ้นทำให้คนธรรมดา 3 คนที่รอดชีวิตรู้สึกเยือกเย็น
“ไม่คิดว่าเราจะเจอสหายเก่าได้เร็วขนาดนี้”
พนักงานตัวสั่นไปด้วยความหวาดกลัวก่อนจะพูดขึ้นว่า
“พว....พวกฉันไปได้แล้วใช่ไหม”
ดวงตาสีม่วงของแจ๊คส่องประกายก่อนจะหัวเราะขึ้นและพูดขึ้นมา
“ไป ไปเผยแพร่ความหวาดกลัวของฉันให้โลกเห็น”
ราวกับได้ยินเสียงของสวรรค์ คนธรรมดาทั้ง 3 คนได้ร้องไห้ออกมาก่อนจะวิ่งหนีออกจากร้านอาหารอย่างว่องไว แจ๊คได้เก็บพลังกลับคืนมาทำให้ร้านอาหารไม่มีกำแพง 5 สีมาขว้างกันประตูและหน้าต่างอีกต่างไป ทำให้คนธรรมดาสามารถออกนอกร้านอาหารได้
การียะโซเห็นพลังที่ครอบคลุมร้านอาหารได้หายไปและมีคนธรรมดา 3 คนที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดจำนวนมากหนีตายออกมาจากร้านอาหาร การียะโซรู้สึกแปลกใจ
ก่อนที่จะได้ถามไป การียะโซเห็นร่างหนึ่งเดินออกมาจากร้านอาหารอย่างสง่างาม นกอสูรใต้เท้าของการียะโซได้กรีดร้องคำรามด้วยความเคียดแค้น
แจ๊คเงยหน้ามองการียะโซพร้อมกับหัวเราะขึ้นมา
“ระบบหัวใจแฝงม่วงทำงานได้ดีจริง ๆ”
เมื่อแจ๊คพูดขึ้นระบบหัวใจแฝงม่วงทำให้การียะโซหัวใจเต้นอย่างรุนแรงก่อนจะรู้ว่าคงไม่แปลกใจที่ผู้นำพาแห่งความมืดรู้ข้อมูลเกี่ยวกับนักเดินทาง
“ผู้นำพาแห่งความมืด คราวนี้จะไม่เหมือนกับครั้งก่อน----------------!!!!!!”
การียะโซตะโกนขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามเสียงสูงอันแสบแก้วหูของนกอสูรใต้เท้า ดวงตาสีม่วงของแจ๊คส่องประกายขึ้นทำให้ออร่าความชั่วร้ายรอบตัวเขาทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ก่อนจะหัวเราะและพูดกลับไปว่า
“ใช่ รอบนี้จะไม่เหมือนครั้งที่แล้ว”
.........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................