ย้อนยุคสู่ปี 80 พร้อมระบบ: อย่าริอาจมาแหย่แม่ชาเขียว

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 44 เอาเงินมาคืนด้วย

            เสี่ยวฟางถูกคำพูดของอีกฝ่ายอุดปากจนเงียบสนิทด้วยความโกรธจัดอยู่ครู่ใหญ่ผ่านไปพักหนึ่งเธอจึงกลอกตาไปมาพลางเอ่ยยิ้มๆ “พี่คะได้ยินว่าพี่เขยหาจักรเย็บผ้ามาให้พี่เครื่องหนึ่งหรือ?”

            เรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งหมู่บ้านแล้วตอนที่ได้ยินครั้งแรกเธออิจฉาจนแทบจะหักเล็บตัวเองทิ้งแต่พอคิดได้ว่าตอนนี้เธอกับจางเจิ้นเหว่ยตกลงปลงใจคบหากันอย่างชัดเจนแล้วหัวใจที่เหี่ยวเฉาก็กลับมาพองโตอีกครั้ง

            จางเจิ้นเหว่ยเป็นหัวหน้าแผนกตัวเล็กๆในโรงงานทอผ้า แม้ตำแหน่งจะไม่สูงนักแต่ก็รับผิดชอบด้านการจัดซื้อจึงมีช่องทางหาผลประโยชน์ได้มากและเงินเดือนก็สูงแถมฐานะทางบ้านยังดีเยี่ยมอีกด้วย

            เจียงอิ๋งอิ๋งเลิกคิ้วขึ้นดวงตาหงส์โค้งหยักเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวเธอแสร้งทำเป็นเอียงอายพลางยกมือขึ้นป้องปาก “ตายจริงฉันบอกแล้วว่าอย่าให้ใครเอาไปพูดกันให้วุ่นวาย พี่เหยาของฉันเขารักสงบเป็นคนถ่อมตัวจะตายไป...”

            ถ่อมตัวกับผีน่ะสิ!รู้กันไปถึงหมู่บ้านข้างๆ แล้วยังจะมาบอกว่าถ่อมตัวอีก?

            เสี่ยวฟางแค่นยิ้มในใจแต่ใบหน้ายังคงปั้นยิ้มตาม “ประจวบเหมาะจริงๆ เลยเจิ้นเหว่ยของฉันก็บอกไว้ว่าตอนแต่งงานเขาจะเอาจักรเย็บผ้ามาเป็นสินสอดให้ฉันเครื่องหนึ่งเหมือนกัน”

            ความจริงตอนแรกคุยกันไว้ว่าจะซื้อจักรยานให้สักคันแต่เพราะเธอเป็นคนไม่ยอมคนและชอบเปรียบเทียบกับเจียงอิ๋งอิ๋งมาตั้งแต่เด็กย่อมไม่เต็มใจที่จะตกเป็นรองเธอจึงเปลี่ยนจากจักรยานให้กลายเป็นจักรเย็บผ้าเสียเอง

            แน่นอนว่าเธอคงคิดไม่ถึงว่าเจียงอิ๋งอิ๋งอยากได้จักรเย็บผ้าไปเพื่อทำธุรกิจส่วนเธอจะเอาจักรเย็บผ้าไปทำอะไรกัน?

            “โอ้! ผู้ชายของเธอนี่เก่งจริงๆ เลย!”

            เจียงอิ๋งอิ๋งเอ่ยชมอย่างไม่จริงใจนักก่อนจะแสร้งทำเป็นพูดผิด “อ้อ ไม่ใช่สิน้องเสี่ยวฟางยังไม่ได้แต่งงานนี่นา ดูปากฉันสิ พูดจาเลอะเทอะเสียจริง!”

            สีหน้าของเสี่ยวฟางเริ่มดูไม่ได้อีกครั้งเธอโต้ตอบกับเจียงอิ๋งอิ๋งมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยไม่เคยแพ้ไม่นึกเลยว่าพอผู้หญิงคนนี้แต่งงานไปแล้ว ฝีปากจะคมกริบเชือดเฉือนได้ถึงเพียงนี้

            หลี่เหม่ยเจวียนที่ยืนอยู่ข้างๆเป็นคนซื่อจึงได้แต่ยืนฟังตาปริบๆ แทรกบทสนทนาไม่ได้เธอรู้สึกเพียงว่าทั้งสองคนพูดจายิ้มแย้มใส่กันแท้ๆแต่กลับเหมือนมีคมมีดบินว่อนไปมากลางอากาศ

            “เอ่อ...เสี่ยวฟาง เข้าไปนั่งในบ้านก่อนไหม?” เธอเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนห่อลูกกวาดในมือนั้นจะรับไว้ก็กระอักกระอ่วน จะวางลงก็ลำบากใจ

            เสี่ยวฟางเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง“ไม่ดีกว่าค่ะพี่สะใภ้หลี่ ฉันต้องเข้าเมืองอีก! เจิ้นเหว่ยบอกว่าลูกสาวผู้อำนวยการโรงงานเขาเพิ่งซื้อชุดกระโปรงตัวใหม่มาเห็นว่าจะพาฉันไปดูเสียหน่อย แล้วก็จะซื้อให้ฉันสักตัวด้วย!”

            หลี่เหม่ยเจวียนทอดถอนใจจากส่วนลึก“แต่งงานเข้าเมืองนี่มันต่างกันจริงๆ นะเนี่ยในหมู่บ้านเรายังไม่เคยมีลูกสาวบ้านไหนได้จักรเย็บผ้าเป็นสินสอดที่เป็นของชิ้นใหญ่ขนาดนี้เลย!”

            พอเสี่ยวฟางได้ยินดังนั้นก็ปรายตามองเจียงอิ๋งอิ๋งอย่างผู้ชนะ พร้อมกับเชิดหน้าให้สูงขึ้นไปอีก...

            ทว่าเจียงอิ๋งอิ๋งกลับบิดเอวเดินเข้าบ้านไปเสียแล้วแถมยังเงยหน้ามองฟ้าพลางเปรยขึ้น “ว้า แดดเปรี้ยงเชียวฉันต้องรีบกลับไปพักผ่อนในห้องแล้วสิ ขืนตากแดดนานๆ หน้าจะดำเอาได้...”

            ในบรรดาสาวชาวบ้านด้วยกันต่อให้พลิกแผ่นดินทั้งตำบลก็หาใครที่ผิวพรรณดีไปกว่าเจียงอิ๋งอิ๋งไม่ได้ทั้งขาวละออและเนียนนุ่มจนดูราวกับจะมีหยดน้ำซึมออกมาได้เพียงแค่สะกิด

            เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วผิวของเด็กสาวส่วนใหญ่จะเหมือนกับเสี่ยวฟาง คือเป็นสีดำแดงดูสุขภาพดี...

            ใบหน้าของเสี่ยวฟางบิดเบี้ยวไปอีกคราเธอผ่อนลมหายใจหนักๆ ก่อนจะปั้นยิ้มส่งให้หลี่เหม่ยเจวียน“พี่สะใภ้ ฉันไปก่อนนะ ต้องรีบเข้าเมืองไม่รู้เหมือนกันว่าเจิ้นเหว่ยจะซื้อเสื้อผ้าแบบไหนให้เห็นว่าแบบนั้นข้างนอกไม่เคยเห็นมาก่อนเลยแถมเนื้อผ้ายังนำเข้าจากต่างประเทศด้วยนะ...”

            ประโยคสุดท้ายเธอจงใจเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้นเพื่อเจตนาให้เจียงอิ๋งอิ๋งที่อยู่ข้างในได้ยิน

            เจียงอิ๋งอิ๋งที่อยู่ในห้องชะงักไปครู่หนึ่งแบบที่ข้างนอกไม่มี เนื้อผ้านำเข้าจากต่างประเทศงั้นหรือ?ทำไมมันฟังดูคุ้นหูพิกล?

            หลังจากเจียงเสี่ยวฟางจากไปได้ไม่นานข้างนอกก็มีเสียงคนพูดขึ้นมาอีก

            “พี่สะใภ้ ได้ยินว่าวันนี้อิ๋งอิ๋งกลับมาหรือครับ?” ที่แท้ก็คือเฉิงเหวินเจี้ยนนั่นเอง!

            หลี่เหม่ยเจวียนย่อมรู้ดีว่าน้องสะใภ้ของตนกับผู้ชายคนนี้เคยมีเรื่องพัวพันกันมาก่อนแต่ตอนนี้เจียงอิ๋งอิ๋งแต่งงานไปแล้ว ไม่ใช่ว่าทั้งสองคนควรจะหลบหน้ากันหรอกหรือ?

            เธอได้แต่มองเข้าไปในห้องอย่างลำบากใจไม่รู้จะตอบออกไปอย่างไรดี

            เฉิงเหวินเจี้ยนเห็นท่าทางนั้นก็เข้าใจทันทีเขาจึงเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น “อิ๋งอิ๋งผมเหวินเจี้ยนเอง!”

            พอหลี่เหม่ยเจวียนได้ยินก็เริ่มลนลานเธอรีบยันพุงก้าวออกไปขวางเขาไว้ “ปัญญาชนเฉิงคุณทำอะไรน่ะ? น้องสะใภ้ฉันแต่งงานไปแล้วคุณมาตะโกนเรียกแบบนี้ ไม่กลัวคนเขาเอาไปนินทาหรือ?”

            เฉิงเหวินเจี้ยนปั้นหน้าจริงจังพลางยิ้มตอบ“พี่สะใภ้ ผมกับอิ๋งอิ๋งเป็นแค่เพื่อนกัน ทำอะไรเปิดเผยตรงไปตรงมาจะไปกลัวคำนินทาทำไมล่ะครับ?”

            เจียงอิ๋งอิ๋งเดินทอดน่องออกมาจากห้องอย่างช้าๆเธอหยุดยืนอยู่ที่ธรณีประตูโดยไม่ก้าวเข้าไปใกล้น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาก็เย็นชาเป็นอย่างยิ่ง “ปัญญาชนเฉิงมีธุระอะไรกับฉัน?”

            ใบหน้าของเฉิงเหวินเจี้ยนรีบฉาบด้วยรอยยิ้มแสนรัก“อิ๋งอิ๋ง...”

            เจียงอิ๋งอิ๋งยิ้มละไม“กรุณาเรียกว่าสหายเจียง!”

            เฉิงเหวินเจี้ยนหน้าตึงไปทันทีเขาฝืนยิ้มขื่น “เธอยังโกรธผมอยู่สินะ!”

            หลี่เหม่ยเจวียนมองคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยสีหน้ากังวลใจอยู่ในบ้านกันแค่สองคนแบบนี้คงไม่ได้จะมาฉุดกระชากลากถูอะไรกันอีกหรอกนะ?

            หากมีใครมาเห็นเข้าชื่อเสียงของตระกูลเจียงคงได้ป่นปี้หมดแน่! แต่ด้วยนิสัยของน้องสะใภ้คนนี้เธอก็ไม่กล้าจะเอ่ยเตือนอะไรออกไป

            เจียงอิ๋งอิ๋งปรายตามองเธอ“พี่สะใภ้ใหญ่ ในบ้านมีแค่เราสองคนผู้หญิงอ่อนแอพี่ช่วยปิดประตูให้แน่นหนาหน่อยเถอะค่ะ เผื่อมีใครที่เจตนาไม่ดีบุกเข้ามาเราจะพูดแก้ตัวยังไงก็คงไม่มีใครฟัง”

            เฉิงเหวินเจี้ยนได้ยินดังนั้นก็ร้อนรนเขาใช้มือข้างหนึ่งยันประตูไว้พลางละล่ำละลักพูด “อิ๋งอิ๋งผมมีเรื่องจะพูดกับเธอจริงๆ นะ!”

            เจียงอิ๋งอิ๋งปรายตามองด้วยหางตา“เรื่องอะไร?”

            “คือ...”

            เฉิงเหวินเจี้ยนเหลือบมองหลี่เหม่ยเจวียนครู่หนึ่งก่อนจะกัดฟันพูด“ผมกำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยและย้ายไปแล้ว ก่อนจะไป...เธอไม่มีอะไรจะพูดกับผมหน่อยหรือ?”

            เขาพูดพลางส่งนัยว่า“ผมเลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่ง ที่นั่นเป็นเมืองที่เจริญที่สุดต่อไปจะมีการจัดสรรงานให้โดยตรงเลยนะ!”

            เจียงอิ๋งอิ๋งเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มหวานหยด “ฉันรู้อยู่แล้วล่ะค่ะว่าปัญญาชนเฉิงเก่งมาก!”

            เธอยิ้มได้งดงามและเย้ายวนใจยิ่งนักดวงตาที่หยาดเยิ้มนั้นมีเสน่ห์เหลือร้ายจนเฉิงเหวินเจี้ยนรู้สึกร้อนวูบในใจจนเผลอก้าวเท้าเข้าหา “อิ๋งอิ๋ง...”

            “สหายเจียง”

            เจียงอิ๋งอิ๋งแก้ไขคำเรียกขานอย่างนุ่มนวลก่อนจะเม้มปากยิ้ม “ปัญญาชนเฉิงคงจะมาคืนเงินใช่ไหมคะ?”

            คืนเงิน?

            ความลุ่มหลงบนใบหน้าของเฉิงเหวินเจี้ยนค่อยๆจางหายไป เขาอึกอักพลางเอ่ย “การไปสอบครั้งนี้ระหว่างทางคงต้องใช้เงินไม่น้อยอิ๋งอิ๋ง... ไม่สิ สหายเจียง พอจะ...”

            เจียงอิ๋งอิ๋งทำเป็นหูทวนลมเธอเริ่มหักนิ้วมือนุ่มนิ่มของตัวเองเพื่อนับคำนวณ “ตอนปีใหม่ฉันให้คุณยืมไปห้าหยวนเดือนมกราคมยืมไปสองหยวน เดือนกุมภาพันธ์อีกสองหยวนเดือนมีนาคมอีกหนึ่งหยวนห้าเหมา...”

            “เมื่อเดือนก่อนยังให้ข้าวสารไปหนึ่งกระสอบ เนื้อหมูอีกหนึ่งชิ้นแล้วก็เงินอีกหนึ่งหยวน...”

            “เบ็ดเสร็จรวมๆ แล้วก็น่าจะเกือบยี่สิบหยวนได้มั้ง!”

            เจียงอิ๋งอิ๋งยื่นมือน้อยๆออกไป“ในเมื่อปัญญาชนเฉิงกำลังจะไปแล้ว ก็เอาเงินมาคืนให้ครบเถอะค่ะ!”

            ใบหน้าของเฉิงเหวินเจี้ยนแข็งค้างไปทันที...

            เขาตั้งใจจะมาขอเงินเพิ่มแล้วไหงกลายเป็นต้องมาคืนเงินไปได้ล่ะเนี่ย?

            ฝ่ายหลี่เหม่ยเจวียนที่ยืนอยู่ข้างๆถึงกับตาโตเท่าไข่ห่านนึกไม่ถึงเลยว่าภายในครึ่งปีน้องสะใภ้จะให้เงินปัญญาชนเฉิงไปมากมายขนาดนี้!ต้องรู้ก่อนนะว่าครอบครัวพวกเธอทั้งบ้านใช้เงินต่อเดือนแค่ไม่กี่หยวนเอง!

            คนซื่อที่เงียบมาตลอดจู่ๆก็เกิดโทสะขึ้นมา เธอแอ่นท้องก้าวไปข้างหน้าทันที “ปัญญาชนเฉิงคุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ ต่อไปถ้าคุณสอบติดมหาวิทยาลัยแล้วหนีไปเงินตั้งมากมายขนาดนี้พวกเราจะไปตามทวงที่ไหน?”

            “ดอกเบี้ยไม่ต้องพูดถึง แต่เงินต้นคุณต้องคืนนะ!”

            เฉิงเหวินเจี้ยนรีบถอยหลังไปสองก้าวปฏิเสธเรื่องยืมเงินเป็นพัลวัน “ผมไม่ได้ติดเงินบ้านคุณสักหน่อย!”

            เจียงอิ๋งอิ๋งกะพริบตาปริบๆก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเนิบนาบ “ตอนเข้ามหาวิทยาลัยเขาต้องมีการตรวจสอบประวัติฉันจะให้พ่อเขียนระบุลงไปให้ชัดเจนเองว่าคุณเอาเงินฉันไปหรือไม่คนทั้งหมู่บ้านเขาก็รู้กันทั่ว!”

            ใบหน้าของเฉิงเหวินเจี้ยนเขียวคล้ำไปในทันทีเขากัดฟันกรอดมองเจียงอิ๋งอิ๋ง “นี่เธอ...เพราะรักไม่ได้เลยกลายเป็นแค้นสินะ!นี่มันคือการแก้แค้นชัดๆ!”

             

    คล้ายกับเรื่องย้อนยุคสู่ปี 80 พร้อมระบบ: อย่าริอาจมาแหย่แม่ชาเขียว ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663