จวินมู่ซีกำลังจะพูดอะไรบางอย่างทว่าไป๋จื่อจินกลับขัดจังหวะขึ้น "ขอบพระคุณสำหรับความช่วยเหลือจากองค์ชายสาม จื่อจินขอพาน้องสาวออกไปก่อนพ่ะย่ะค่ะ"
ไป๋จื่อจินมีความพะว้าพะวังกับเหยียนอี้เลี่ย และไม่ต้องการให้น้องสาวติดต่อกับเขามากเกินไปโดยไม่รู้ตัว
ทว่าตนเห็นมันจริงๆดวงตาขององค์ชายสามที่มองน้องสาวของตนนั้นมีประกายไฟลุกโชน
นี่ไม่ใช่สายตาธรรมดาๆพอนึกถึงความดีความชอบที่ตนกับน้าชายสร้าง บางที...
ไม่ได้การ แม้ว่าจวินมู่ซีจะดูไม่น่าเชื่อถืออยู่บ้างทว่าเขาเป็นสหายรักของตน ตนเองย่อมรู้จักดีกว่าอีกทั้งแม้ปากของเขาจะบอกว่าการที่น้องหญิงของตนแต่งงานกับจวินมู่ซีจะเป็นการเสียเปรียบทว่าก็ไม่ได้หมายความว่าการแต่งงานกับคนอื่นดีกว่าจวินมู่ซี
สตรีที่มีความสัมพันธ์กับราชวงศ์ มีผู้ใดบ้างที่มีความสุข?
ดังนั้นไป๋จื่อจินจึงไม่อยากให้น้องสาวของเขาอภิเษกกับองค์ชายผู้สูงศักดิ์เหล่านี้และต้องการให้น้องสาวใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสะดวกสบาย
เมื่อเห็นความระแวดระวังป้องกันตัวในสายตาของไป๋จื่อจินแล้วเหยียนอี้เลี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย ยามที่เขาอยู่ที่ชายแดนเขาให้เกียรติคนผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าคุณูปการทั้งหลายจะเป็นไป๋ฉางอวิ๋นที่สร้างขึ้น ทว่าคนคนนี้ย่อมมีอนาคตที่ไม่เลว ฉลาดเฉลียว มีทั้งสติปัญญาและแผนการ
เขามีความตั้งใจที่จะเอาชนะ นอกจากนี้เขายังเป็นพี่ชายของไป๋เซียงจู๋ด้วยหากตนอภิเษกกับไป๋เซียงจู๋ เช่นนั้นก็ย่อมต้อง...
ความคิดที่จะอภิเษกกับไป๋เซียงจู๋มีมาตั้งแต่งานเลี้ยงชมบุปผาเมื่อคราก่อนทว่าหลังจากที่ถูกไป๋เซียงจู๋ปฏิเสธอย่างเย็นชา เขาคิดว่านางคงไม่รู้จักวิธีประจบประแจงทว่าเขาก็คิดว่านางฉลาดและกล้าหาญอย่างถึงที่สุดดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการที่จะยอมแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นางเป็นสตรีที่เฟิ่งเจาเกอให้ความสนใจเขาย่อมต้องการที่จะเข้าไปแทรกแซง ยิ่งยามนี้นางมีความดีความชอบของไป๋จื่อจินพี่ชายของนางและท่านน้า หากเขาได้นางมาเป็นชายารองเขาเชื่อว่าเสด็จพ่อจะออกพระราชโองการอภิเษกให้
ทว่ายามนี้ จวินมู่ซีผู้นี้? มีความสัมพันธ์เช่นไร?
เหยียนอี้เลี่ยตัดสินใจที่จะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ดีหลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ไป
เหยียนอี้เลี่ยพยักหน้าเล็กน้อยไป๋จื่อจินมิได้กระทำการหยุดใดๆ เขาเตรียมจากไปพร้อมกับไป๋เซียงจู๋และคนอื่นๆ
ไป๋เซียงจู๋มิได้เอ่ยอันใด เมื่อมีพี่ชายที่คอยปกป้องนาง นางจะยังกังวลใจมากมายไปเพื่ออันใดนอกจากนี้เมื่อได้เห็นท่าทางที่กระตือรือร้นของมู่จื่อรั่วนั่นเป็นเพราะว่านางมีความประทับใจที่ดีต่อเหยียนอี้เลี่ยใช่หรือไม่
ไป๋เซียงจู๋เดินตามไป๋จื่อจินออกไป ชั่วขณะที่เดินผ่าน ดวงตาของไป๋เซียงจู๋ก็กวาดมองบุรุษเย็นชาและสตรีที่ดวงหน้าแฝงไปด้วยรอยยิ้มในอาภรณ์ขาวที่สะบัดพริ้วพวกเขาช่างเป็นคู่แท้สวรรค์สร้างเสียจริง!
เหยียนอี้เลี่ย ชีวิตนี้ข้าจะทำให้เจ้าได้ลิ้มรสชาติที่มิอาจหาจากที่ใดได้
การแก้แค้นของนางเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น เขาต้องรับมันเอาไว้ให้ดีอย่าทำให้นางต้องผิดหวัง
เมื่อเห็นไป๋เซียงจู๋และคนอื่นๆ จากไปเช่นนี้ สีหน้าของมู่จื่อรั่วก็กลับมาเป็นปกติแววตาที่มองไปทางเหยียนอี้เลี่ยก็ยิ่งเปล่งประกายงดงามขึ้นเรื่อยๆ
“องค์ชายสามทรงเสด็จกลับเมืองหลวงแล้วพระองค์ทรงได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ ช่างดีเหลือเกินเพคะทั้งตัวองค์ชายสามกับองค์ฮ่องเต้ทรงมิได้เป็นอะไรใช่ไหมเพคะ”
“อืม” เหยียนอี้เลี่ยพยักหน้าในที่สุดส่วนลึกของเขาก็ขยับออกจากร่างของไป๋เซียงจู๋
เมื่อเห็นมู่จื่อรั่ว ขบวนความคิดพลันหลั่งไหลอีกครั้งบุตรีภรรยาเอกแห่งจวนเหิงชินอ๋อง... คราวนี้เหิงชินอ๋องได้สร้างความดีความชอบที่ยิ่งใหญ่ให้กับแคว้นฮ่องเต้ต้องทรงประทานรางวัลตอบแทนอย่างแน่นอนทว่าเมื่อเทียบกับตระกูลไป๋ที่ช่วยเหลือในศึกจนชนะนั้น...
“คุณหนูที่มาจากตระกลูไป๋ไป๋เซียงจู๋ผู้นั้น...” เหยียนอี้เลี่ยถามโดยนัย
แม้ว่าคำถามของเขาจะถามโดยนัย ทว่าอย่างไรเสียมู่จื่อรั่วก็หรี่สายตาลงแววตาล้ำลึกสาดประกายในดวงตานาง
ไป๋เซียงจู๋ได้รับความสนใจในงานเลี้ยงชมบุปผาครั้งล่าสุดนางสมควรได้รับคำชมจากเหยียนอี้เลี่ยทว่าคิดไม่ถึงว่าเขาจะบังเกิดความคิดเช่นนี้ขึ้นมาได้
อย่างไรก็ตาม มู่จื่อรั่วซ่อนความคิดของนางเอาไว้อย่างดี และนางต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อดูว่าเหยียนอี้เลี่ยห่วงใยไป๋เซียงจู๋มากเพียงใดนางแสร้งทำท่าทีเบิกบานใจในทันที
“ข้าได้ยินมาว่าพี่หญิงเซียงจู๋หมั้นหมายกับบุตรชายคนโตแห่งตระกูลจวิน—จวินมู่ซีไปเมื่อสามวันก่อนดังนั้นยามที่จวินมู่ซีผู้นั้นเห็นคู่หมั้นของตนไม่ได้รับความเป็นธรรมถึงได้ระเบิดโทสะออกมาเช่นนั้นทว่าวรยุทธ์ขององค์ชายสามนั้นแข็งแกร่งกว่า พระองค์ทรงเร็วกว่าเขาก้าวหนึ่งเพคะ”
มู่จื่อรั่วยิ้มอย่างไร้พิษภัยยามที่นางมองไปยังเหยียนอี้เลี่ย ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเคารพชื่นชม
เหยียนอี้เลี่ยเคยเห็นดวงตาแบบนี้มามากมายสำหรับมู่จื่อรั่วที่ปฏิบัติต่อเขาเช่นนี้ นับว่ามีประโยชน์ต่อตัวนางนัก
“ทั้งสองคนหมั้นกันแล้วหรือ” เหยียนอี้เลี่ยถามโดยแสร้งทำตัวเป็นธรรมชาติ
“ยังเลยเพคะว่ากันว่าพวกเขายังอยู่ในขั้นทำนายดวงชะตาจากแปดอักขระ” มู่จื่อรั่วส่ายหัวแสร้งทำทีอิจฉา “พี่หญิงเซียงจู๋โชคดีเหลือเกินที่มีการแต่งงานที่ดีเช่นนี้”
“ดีหรือ ถึงแม้ว่าตระกูลจวินจะดีแต่ก็ยังไม่เท่ากับการอภิเษกกับคนในราชวงศ์”
ไม่รู้ว่าเหยียนอี้เลี่ยนั้นจงใจหรือไม่ จู่ๆก็เอ่ยประโยคนั้นออกมา
มู่จื่อรั่วหุบปากอย่างชาญฉลาด ในใจของนางเกลียดไป๋เซียงจู๋เหลือเกินนางนั่นเป็นจิ้งจอกจริงๆ ทุกคนปฏิบัติต่อนางแตกต่างไปจากเดิม
รอก่อนเถิด ไม่นานจะมีงานเลี้ยงชมดอกบ๊วย เมื่อถึงเวลานั้นนางจะเหยียบย่ำไป๋เซียงจู๋ให้จมลงไปในโคลนด้วยตัวนางเองตลอดกาลแน่นอน
......
หลังจากที่มู่จื่อรั่วจากไปดวงตาที่เย็นชาของเหยียนอี้เลี่ยก็หรี่ลง รังสีสังหารพลันระเบิดออกมา
“หลินเฟิง”
"นายท่าน"
เงาดำคุกเข่าต่อหน้าเหยียนอี้เลี่ยอีกครั้ง
“ไปสืบมา ช่วงนี้คุณหนูใหญ่ไป๋กำลังทำการใด ตระกูลจวินสู่ขอตั้งแต่เมื่อใดและการแต่งงานครั้งนี้ได้กำหนดไว้หรือยัง”
"รับทราบขอรับ"
เหยียนอี้เลี่ยมองไปยังทิศทางที่ตั้งของจวนตระกูลไป๋บรรยากาศรอบกายของเขาเย็นลงเรื่อยๆ
ไป๋เซียงจู๋ ช่างน่าสนใจยิ่งนัก นางโอบแขนต้อนรับเฟิ่งเจาเกอ ยักคิ้วหลิ่วตาให้เขาทว่ายามนี้กลับหมั้นหมายอย่างโจ่งแจ้ง
ถ้าไป๋เซียงจู๋รู้ว่าเหยียนอี้เลี่ยเข้าใจผิดเกี่ยวกับรอยยิ้มของนางในครานั้นคงจะอยากเอาหัวกระแทกกำแพงตาย
......
ห้องชั้นหนึ่งหออี้ผิ่น
“พี่ชาย ท่านกลับมาเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อใดเจ้าคะ”ไป๋เซียงจู๋มองดูพี่ชายของนาง ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งหล่อรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาไม่เคยลดลงเลยแม้แต่นิด
สามปีแล้ว นางคิดถึงพี่ชายคนนี้เหลือเกินนี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นพี่ชายของนางหลังจากที่นางเกิดใหม่ ชาติที่แล้วเพราะความสัมพันธ์ของนางกับเหยียนอี้เลี่ยความเหินห่างระหว่างนางกับท่านพี่จึงยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆแม้ว่าท่านพี่จะไม่ดูแลนางเหมือนแต่ก่อน อีกทั้งยังทะเลาะกับเขาบ่อยๆแต่เขากลับช่วยนางแก้ปัญหาหลายอย่างเงียบๆ ทว่าต่อมาชายหนุ่มกลับเสียชีวิตในถิ่นทุรกันดาร...
เมื่อนึกถึงพี่ชายในชาติก่อน พี่ชายผู้รักและเอาอกเอาใจนางตั้งแต่ยังเป็นเด็กทว่ากลับต้องมีจุดจบที่อเนจอนาถอีกทั้งเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะนาง จมูกของไป๋เซียงจู๋แสบขึ้นมาเล็กน้อย นางโง่เกินไป
เมื่อเห็นน้ำตาในดวงตาสีดำของน้องสาวไป๋จื่อจินก็ยิ้มอย่างรักใคร่เอ็นดู เขาเอื้อมมือออกไปเกาปลายจมูกของนาง “เด็กโง่ข้าเพิ่งมาถึงเมื่อตอนเช้า คิดว่าเจ้าคงไม่อยู่ในจวน จึงออกมาพบเจ้าก่อนด้านนอกและจะกลับไปกับเจ้าในตอนเย็น”
ไป๋เซียงจู๋พยักหน้า จับแขนของไป๋จื่อจินอย่างออดอ้อนออเซาะ
จวินมู่ซีที่นั่งอยู่ข้างๆ ถูกละเลยมาตลอด ใบหน้าดำทะมึนรู้สึกว่าเขาไม่ควรจะอยู่ที่นี่ ตกลงแล้วผู้ใดคือคนที่เจ้าถนอมรักมากที่สุดกันเฮ้อ!
คู่หมั้นของตนเองถูกทิ้งไว้ข้างๆ ก็ช่างมันเถิดท่าทางออดอ้อนราวกับแมวตัวน้อยนี้ เมื่อวินาทีก่อนหน้ายังโหดร้ายทารุณ จากรังสีสังหารอำมหิตกลายเป็นแมวน้อยขี้อ้อนน่ารักไม่ว่าผู้ใดล้วนมิอาจรับได้
ไม่ รับได้ เขารับได้ แต่ที่สำคัญคือเดิมทีนางก็ไม่มีทางออดอ้อนออเซาะเขาอยู่แล้ว?
เขาอิจฉา อิจฉาจนจะตายแล้ว