หลังจากที่ชายชราได้บินไปหาองค์ชายน้อยของเขานั้น อยู่ ๆ พุ่มไม้ข้าง ๆ รถม้าอันสง่างามได้ขยับก่อนจะมีชายคนหนึ่งปรากฏขึ้น
ร่างกายของชายคนที่กำลังเดินออกมาจากพุ่มไม้เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกจากดินและใบไม้ราวกับว่าเขานอนอยู่ในดินมานอนมาแล้ว
แต่ชุดที่ชายคนนั้นสวมใส่กับมีความสง่างามราวกับราชวงศ์ วงแหวนจำนวนมากเผยให้เห็นในเสื้อผ้า สวมถุงมือที่มีวงแหวนเวทมนตร์ราวกับวงแหวนเล่นแร่แปรธาตุ
สิ่งที่น่าตกใจคือหน้าตาของชายคนนั้นดูเด็กมากราวกับอายุแค่ 15-16 ปีเท่านั้น ดวงตามี 2 สี มีสีฟ้ากับสีทอง ถ้ามีผู้หญิงจ้องมองจะหลงรักกับเด็กหนุ่มคนนี้
เด็กหนุ่มหลังจากเดินออกจากพุ่มไม้สิ่งแรกที่ทำคือการหันซ้ายหันขวาราวกับกำลังหาอะไรอยู่ พอเด็กหนุ่มคนนั้นไม่เห็นชายชราที่บังคับรถม้าจึงถอนหายใจ
ม้ากลายพันธุ์นั้นมีสติปัญญาเล็กน้อยเพื่อมันเห็นเจ้านายของมันจึงร้องกันดีใจใหญ่ เด็กหนุ่มเดินไปหาม้ากลายพันธุ์ก่อนจะลูบหัวมันอย่างอ่อนโยนพร้อมกับพูดขึ้น
“เด็กดี ๆ เงียบเอาไว้และอยู่นิ่ง ๆ นะ”
ม้ากลายพันธุ์ 2 ตัวได้เงียบลงก่อนเด็กหนุ่มจะถอนหายใจเพื่อชายชราได้ออกไปตามหาเขา
เด็กหนุ่มคนนี้คือองค์ชายน้อยที่ชายชราคนบังคับรถม้ากำลังตามหาอย่างเร่งด่วน
เด็กหนุ่มได้ยินเสียงของชายชราบอกว่าหัวใจจะวายจึงพูดขึ้น
“หัวใจของเจ้ามีแต่พลังเวทมนตร์อันมากมาย จะหัวใจวายได้ยังไง”
หลังพูดจบชายหนุ่มได้ปัดเศษดินและเศษใบไม้ที่ติดตามร่างกาย เขาใช้ความพยายามอย่างมากที่จะหลบซ่อนจากสายตาชายชราได้
ในมือของเด็กหนุ่มกำลังถือสิ่งหนึ่งเอาไว้ เด็กหนุ่มมองสิ่งของนี้อย่างไม่ค่อยจะเชื่อสายตาของตนเองเท่าไร
ของในมือมีรูปร่างสี่เหลี่ยม สูง 10 เซนติเมตร กว้าง 5 เซนติเมตร รูปร่างโดยรวมเหมือนกับหีบขนาดเล็กสีชมพู ในตอนนี้หีบขนาดเล็กในมือเด็กหนุ่มกำลังเปิดอยู่
ในหีบสีชมพูหลังจากเปิดได้มีหมอกควันสีชมพูลอยออกมาจากหีบใบนี้และล้อมรอบตัวเด็กหนุ่มเอาไว้
แม้แต่ในขณะนี้หมอกสีชมพูยังล้อมรอบตัวเด็กหนุ่มเอาไว้ เด็กหนุ่มกำหีบสีชมพูเอาไว้จนแน่น
“ไม่คิดว่าหีบใบนี้จะหลบหนีจากสัมผัสวิญญาณและพลังจิตของจอมเวทได้”
เด็กหนุ่มยังไม่เก็บหีบสีชมพูนั้นและร่ายวงแหวนเวทมนตร์ทันที
วงแหวนเวทมนตร์ขนาดเล็กเท่ากับกำมือหนึ่งปรากฏขึ้นด้านหน้าของเด็กหนุ่ม สีหน้าของเด็กหนุ่มซีดเล็กน้อยหลังจากร่ายเวทอันนี้
ทันใดนั้นเด็กหนุ่มได้ยกมือขึ้น วงแหวนเวทมนตร์ที่เด็กหนุ่มวาดเอาไว้ตรงหน้าได้พุ่งมาอย่างรวดเร็วจนประทับร่างกายของเขาทันที
หลังจากที่วงแหวนมาประทับที่ร่างกายของเด็กหนุ่มทำให้มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น
เงาของเด็กหนุ่มกำลังจะหายไปอย่างช้า ๆ และหลังจากที่เงาหายไปทั้งหมด ร่างกายส่วนล่างเริ่มจะหายไปอย่างรวดเร็วจนบริเวณนั้นไม่หลงเหลืออะไร
หลังจากที่เด็กหนุ่มได้หายไป ได้มีเสียงพูดขึ้นของเด็กหนุ่มทว่าเสียงนั้นยังบ่งบอกว่าเด็กหนุ่มยังไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน
แค่อยู่เฉย ๆ เท่านั้นถ้าใครได้พบเห็นคงจะหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ด้วยสมบัติที่ปิดสัมผัสวิญญาณและพลังจิตบวกกับวิชาอันแปลกประหลาดและเวทมนตร์ที่ร่ายเมื่อสักครู่
อาจทำให้นักฆ่าทั้งหลายหวาดกลัวต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
“จริงหรือเปล่าที่ผู้นำพาแห่งความมืดปรากฏตัวในอาณาจักรซาราโน”
“……”
“คงต้องไปดูหน่อยว่าผู้นำพาแห่งความมืดแข็งแกร่งอย่างที่ทุกคนหวาดกลัวหรือไม่”
“........”
ราวกับเด็กหนุ่มกำลังพูดอยู่กับใคร แต่มันไม่มีใครอยู่ในบริเวณนั้นนอกจากม้ากลายพันธุ์ ถ้าคนกลัวผีจะขนลุกกันทีเดียว
สิ้นสุดเสียงของเด็กหนุ่มมีสายลมหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นไปด้านฟ้าอย่างราวรวดเร็วหลงเหลือเอาไว้แค่เสียงม้ากลายพันธุ์ร้องเท่านั้น
...........
ป่าอันกว้างใหญ่แห่งหนึ่งในอาณาจักซาราโน ต้นไม้สูงใหญ่ เสียงแมลงร้องดังขึ้น สัตว์อสูรจำนวนมากกำลังออกหากิน ในป่านี้มีชายคนหนึ่งกำลังเดินอยู่ ในมือของชายคนนั้นกำลังถือเชือกเส้นเล็ก ๆ อยู่
ปลายเชือกเส้นเล็ก ๆ นั้นคือลูกนกกำลังพยายามจะบินหนีด้วยความหวาดกลัว
และด้านบนชายคนนั้นมีนกอสูร 2 ตัวกำลังส่งเสียงร้องและบางครั้งจะลงมาช่วยลูกของพวกมัน แต่มันมีบาเรียอันหนึ่งได้ขัดขว้างการช่วยเหลือของนกอสูร 2 ตัวนี้
ในมืออีกข้างหนึ่งของชายคนนี้ถือลูกนกที่ตายไปแล้วจากการถูกบีบ นกอสูร 2 ตัวเห็นดังนั้นจึงพยายามจะฆ่าชายคนนี้
แต่ว่าพลังมันต่างกันเกินไป นกอสูร 2 ตัวนี้เป็นแค่นกอสูรสายพันธุ์ที่อ่อนแอเท่านั้น ในตอนแรกพวกนกอสูร 2 ผัวเมียได้ไปหาอาหารให้กับลูกน้อยของพวกมัน
หลังจากที่พวกนกอสูรผัวเมียได้กลับมาจากการหาอาหารพวกนกอสูรได้พบกับศัตรูโดยธรรมชาติของพวกมันคืองูอสูร
งูอสูรตัวนี้กำลังกินลูกนกอสูรของพวกมันอย่างอร่อย มันให้นกอสูร 2 ผัวเมียโกรธแค้นเป็นอย่างมาก จึงสู้ตายกับงูอสูร
แน่นอนว่างูอสูรไม่สามารถสู้กับนกอสูรที่อยู่กับ 2 ผัวเมียได้จึงตายในที่สุด
ในรังนกอสูรหลงเหลือลูกนกอสูรอยู่ 2 ตัวเท่านั้น ก่อนที่นกอสูร 2 ผัวเมียจะได้ไปหาลูกของพวกมัน
รังนกได้ตกลงใต้ต้นไม้ ในตอนแรกนกอสูร 2 ผัวเมียไม่ได้คิดอะไรหรอกจนพวกนกอสูรเห็นชายสวมหน้ากากครึ่งหนึ่งร้องไห้อีกครึ่งหนึ่งหัวเราะและสวมใส่ชุดสีดำทั้งหมด
มาหยุดตรงหน้ารังนกที่ร่วงตกลงไป นกอสูร 2 ผัวเมียรีบลงไปช่วยลูกนกอสูรของพวกมันอย่างเร่งรีบ
แต่เหมือนกับมีอะไรบางอย่างได้ดีดพวกนกอสูรให้กระเด็นถอยไป ชายคนนั้นได้หยิบลูกนกที่เหลือรอดขึ้นมา
ตัวหนึ่งมีสภาพดีทว่าอีกตัวหนึ่งกระดูกร่างกายหักทั้งหมด ปีกทั้ง 2 ข้างหักงออย่างน่ารังเกียจ ชายคนนั้นเมื่อเห็นสภาพนกตัวที่ 2 จึงหยุดคิดสักพักหนึ่ง
ก่อนจะหันขึ้นมามองนกอสูร 2 ผัวเมีย ไม่รู้ทำไมนกอสูร 2 ผัวเมียรู้สึกไม่ดีราวกับสัญชาตญาณในตัวกำลังกรีดร้องให้หลบหนีไป
ทว่าลูกนกอสูรของพวกมันกำลังอยู่ในมือของชายคนนั้น มันต้องแย่งกลับมาให้ได้ไม่ว่าจะทำยังไง
สิ่งต่อมาที่ชายคนนั้นทำ ทำให้นกอสูรทั้ง 2 ตัวบ้าคลั่งเพราะชายคนนั้นได้บดขยี้ลูกนกตัวที่สองจนแหลกกลายเป็นของเหลว
เลือดอวัยวะภายใน ลูกตา สมองได้ทะลักออกมาทั้งหมด เสียงกรีดร้องของนกตัวที่สองได้ฟังไปถึงหูของนกอสูรทั้ง 2 ตัวและลูกนกอสูรอีกตัวหนึ่ง
ราวกับความบ้าคลั่งกัดกินหัวใจนกอสูร 2 ผัวเมียได้พุ่งตรงมาหาชายคนนั้นอย่างรุนแรง เสียงระเบิดดังไปทั่วบริเวณก่อนจะที่นกอสูรใช้ปากงอกอันแหลมคม
จิกลงอย่างบ้าคลั่ง เสียงปากงอกอันแหลมคมชนกับโล่ที่มองไม่เห็น
ปัง ปัง ปัง
ทว่าไม่ว่านกอสูร 2ผัวเมียจะพยายามยังไงโล่ที่มองไม่เห็นดูเหมือนไม่มีทางจะแตกได้ง่าย ๆ ชายคนนั้นหยิบเชือกเส้นเล็กออกจากชุดของเขา
ก่อนจะพันขาลูกนกอสูรและพูดว่า
“บินไปให้ได้ ถ้าบินไม่ได้เจ้าจะเหมือนกับพี่น้องของเจ้า”
พูดจบชายคนนั้นยกอีกมือขึ้นเพื่อให้ลูกนกอสูรเห็นพี่น้องของมันตายคามือเขา ชายคนนั้นบีบอีกรอบหนึ่งไส้และหัวใจได้ทะลักออกจากช่องว่างนิ้วมือเล็ก ๆ ของชายคนนั้น
ลูกนกอสูรเห็นดังนั้นจึงพยายามจะบินอย่างบ้าคลั่ง แต่ทว่าร่างกายของมันยังไม่มีขนขึ้น ร่างกายลูกนกอสูรยังมีสีแดงของผิวหนังและเนื้อโผล่ออกมาเพราะฉะนั้นการที่ลูกนกอสูรตัวนี้จะบินได้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยากมาก
ชายคนนั้นคือแจ๊คเอง
ระหว่างที่เดิน ๆ อยู่ได้ยินเสียงการต่อสู้ของสัตว์อสูรทั้ง 2 ตัว ตอนแรกแจ๊คไม่ได้ให้ความสนใจกับเพราะยังไงสัตว์อสูร 2 ตัวนี้อ่อนแอมาก
ไม่รู้เพราะเหตุผลอะไรทำให้รังนกตกลงมาตรงหน้าเขา แจ๊คก้มหัวหยิบลูกนกอสูรทั้ง 2 ตัวขึ้น เสียงร้องของลูกนกอสูรมันน่ารำคาญมาก
ลูกนกอสูรตัวแรกไม่เป็นอะไรเพราะลูกนกอสูรตัวที่สองได้ใช่ร่างกายของมันบังลูกนกอสูรตัวแรก ทำให้ลูกนกอสูรตัวแรกไม่ได้รับบาดเจ็บ
ส่วนตัวที่สองได้รับบาดเจ็บสาหัส แจ๊คดูอาการของนกอสูรตัวที่สองถ้าเป็นคนอื่นอาจจะไม่มีช่วยให้ลูกนกอสูรตัวที่สองมีทางรอด แต่แจ๊คมีวิชาฝังเข็มฟื้นฟู การรักษาลูกนกอสูรตัวที่ 2 มันง่ายมาก ๆ
ระหว่างที่คิดว่าจะรักษาหรือไม่ อยู่ ๆ ได้ยินเสียงนกอสูรร้องจากทางด้านบน แจ๊คจึงคิดอะไรสนุก ๆ ขึ้นก่อนจะฆ่านกอสูรตัวที่สองไป
เพื่อให้นกอสูรที่ดูเหมือนกับเป็นคู่สามีภรรยากันบ้าคลั่ง และให้ลูกอสูรอีกตัวสิ้นหวัง การเดินทางไปทางที่ริเทาพีชี้มันคือในทางทิศตะวันออกของดวงดาวเคอเซอร์
อยู่ในเขตแดนของอาณาจักรซาราโน การเดินทางกินเวลาหลายเดือนมากกว่าจะมาถึงที่นี่ แจ๊คพยายามจะหาเพื่อนคุยคือหู่เสวีย
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการแค่นเสียงอย่างเย็นชา ทำให้การเดินทางของแจ๊คน่าเบื่อจนพยายามฆ่าสัตว์อสูรตลอดทาง บางครั้งแจ๊คเจอคนธรรมดาจนจับให้มันฆ่าฟันกันเอง เหลือคนสุดท้ายจะรอด
ส่วนผู้ฝึกฝนเจอบางเป็นบางครั้ง แต่ถ้าสู้ไม่ไหวจะหลีกเลี่ยงไปทางนั้นเพราะหลังจากที่ถูกฟ้าผ่าประสาทและดวงวิญญาณของแจ๊คดีกว่าเก่ามาก
แจ๊คกำลังดูนกอสูร 2 ตัวจิกโล่อัดอากาศของเขา ดวงตาของพวกมันแดงก่ำและบ้าคลั่ง พวกมันส่งสายตามันโกรธแค้นมาทางแจ๊คไม่หยุด
แจ๊คหัวเราะขึ้นเพื่อเห็นดังนั้นก่อนจะหยุดลงและสร้างหอกอัดอากาศเล็ก 2 อัน พุ่งทะยานขึ้นไปเจาะหัวนกอสูร 2 ตัวอย่างรวดเร็ว
ตูม ตูม
นกอสูร 2 ตัวยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหัวของพวกมันจะระเบิดออกเป็นชิ้น ๆ ร่างกายไร้หัวและวิญญาณและร่วงตกลงมาใต้เท้าของแจ๊ค
ลูกนกอสูรตัวสุดท้ายได้เห็นดังนั้นจึงส่งเสียงร้องออกมาอย่างโศกเศร้า แจ๊คไม่สนใจเสียงร้องของลูกนกอสูรก่อนจะเก็บซากศพลูกนกและนกอสูรเข้าไปในชุดแห่งความว่างเปล่า
หลังเก็บซากศพและเลือดของนกอสูรทั้งหมด แจ๊คได้ลุกขึ้นพร้อมกับพูดว่า
“เสียงกรีดร้องอย่างโศกเศร้าที่เห็นคนรักตายต่อหน้าต่อหน้ามันรู้สึกยังไง ฉันขอความคิดเห็นจากเจ้าได้ไหมว่ารู้สึกยังไง”
ลูกนกอสูรไม่ได้สนใจแจ๊ค ดวงตาของมันเต็มไปด้วยน้ำตาจำนวนมากกำลังไหลลงมา สายลมอันโศกเศร้าได้พัดมาทางแจ๊ค
แม้แจ๊คจะพูดไปแบบนั้นแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมาทำให้แจ๊คพูดอีกครั้งหนึ่ง
“ถ้าเป็นต้นไม้ เวลาสายลมผ่านจะต้องขยับถ้าไม่ขยับ มันก็ไม่ใช้ต้นไม้แล้ว”
สิ้นสุดเสียงของแจ๊ค แจ๊คได้ขว้างลูกนกอสูรในมือไปด้านหลังอย่างรุนแรง จนอากาศแยกออกจากกันและเกิดเสียงดังขึ้น
............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................