
เครดิตภาพจาก https://wallpapercave.com
แม้ถูกชมซึ่งหน้าทว่าเทพศาสตราไม่ยินดีเลยซักนิด เพราะเมื่อครู่ เขาฟาดไม้ไปสุดแรงแต่มารร้ายกลับเซถอยหลังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงเริ่มขบคิดตามประสานักสู้เจนศึกเพื่อหาทางแก้ไข
“ นอกจากมารร้ายตนนี้จะมีพลังเวทที่ร้ายกาจยังมีพลังกายและความเร็วที่ยอดเยี่ยม เราจะเอาชนะมันด้วยวิธีใด ”ระหว่างที่เทพศาสตราคิดหาแผนการ จิตส่วนหนึ่งก็สำรวมเพื่ออำพรางไม่ให้มารร้ายล้วงลึกถึงจิตใจ
มารร้ายยืนมองหน้านิ่งๆดูเหมือนว่ามันจะรู้ตัวว่าเทพศาสตราหันมาสำรวมจิต เพื่อซ่อนความคิดของตนเองจึงลองกล่าวหยั่งเชิง
“ เก็บงำประกายเอาไว้ซะลึกเชียวนะเจ้ามนุษย์เฒ่า คิดแผนอะไรอยู่เหรอ ”
ทว่าปากของเทพศาสตรากลับเงียบสนิทชวนให้มารร้ายรู้สึกอึดอัดจนเหงื่อตกเพราะมันเป็นนักสู้ที่ชำนาญการอ่านใจของอีกฝ่าย ก่อนวางแผนมาดักทาง แต่พอสิ้นไม้เด็ดไปการสัประยุทธ์ก็ยากยิ่งขึ้น ถึงกระนั้น อมนุษย์ยังมีทางเลือก
“ หึ หึ หึ จะว่าไปต่อให้มีแผนเลิศล้ำเพียงใด ก็ไม่อาจต้านทานมนตร์ดำ ขอแค่ข้ายิงเวทใส่เรื่อยๆไม่เข้าไปปะทะตรงๆ ก็ชนะได้ง่ายๆเพราะเจ้าเป็นเพียงผู้ใช้อาวุธที่มีระยะจู่โจมเพียงไม่กี่เมตร ”
สิ่งที่มารร้ายวิเคราะห์ไม่ผิดไปจากความจริงถ้ามันใช้วิธีนี้ รับประกันว่าผู้อาวุโสต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ดังนั้นเทพศาสตราจึงวางเดิมพันชิ้นสุดท้ายด้วยการท้าทาย
“ ที่พูดมาไม่ผิดหรอกแต่การเอาชนะคู่ต่อสู้ด้วยวิธียิงเวทใส่ จะรู้สึกภาคภูมิใจได้ยังไงตัวเจ้าเองก็นับว่าเป็นมารร้ายที่มีชื่อ ใครได้ยินเรื่องนี้เข้าจะไม่เสื่อมเกียรติสิ้นลายหรือ ”
มารร้ายชะงักงันไปอึดใจดูเหมือนมันจะลังเลไม่ใช่น้อย และนั่นก็เป็นช่องให้เทพศาสตราโจมตีด้วยวาจา
“แต่ถ้าเจ้าเอาชนะด้วยการต่อสู้ระยะประชิดที่ข้าชำนาญ เกียรติยศก็จะเป็นของเจ้าเพราะได้ชื่อว่ากำราบยอดยุทธ์ของโลกมนุษย์ทางด้านเพลงอาวุธ ”
มารร้ายดูครุ่นคิดมากขึ้นมันยืนกอดอก และเอียงคอไปมา ไม่นาน อมนุษย์ก็ให้คำตอบ พร้อมตั้งกระบวนท่าต่อสู้
“ ตกลง ข้าเล่นกับเจ้าซักยกก็ได้เพราะข้าเองก็ชื่นชอบการต่อสู้ระยะประชิดเหมือนกัน ”
“ หึ หึ หึ มีโอกาสชนะบ้างแล้ว ”เทพศาสตรายิ้มเล็กน้อยภายในนึกลิงโลดที่สามารถเจรจาจนอริร้ายยอมลงมาเล่นในเวทีที่เขาถนัด
มารร้ายย่อตัวลงต่ำ พร้อมยกการ์ดสูงสองเท้าขยับออกจากกัน พอเทพศาสตราเห็นท่วงท่าดังกล่าวเขาก็รู้ทันทีว่าศัตรูรายนี้มีชั้นเชิงในการต่อสู้มือเปล่าที่สูงส่งจึงยกไม้ท่อนยาวขึ้นมาตั้งระดับศีรษะ เพื่อรับมือการจู่โจม
“ อืม….ดูเชิงข้าก่อนเหรอใจเย็นสมกับเป็นยอดยุทธ์ของโลกมนุษย์ ” มารร้ายประเมินสถานการณ์ก่อนพุ่งเข้าไปทางขวาด้วยความเร็วสูง เพื่อต่อยใบหน้าแต่เทพศาสตราโต้กลับด้วยการยกไม้ท่อนยาวขึ้นปัด ก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นราวลูกระเบิด
“ เปรี้ยง…”
“ อึก ” มารร้ายถอยหลังเล็กน้อยก่อนจะตามมาปล่อยหมัดซ้ายขวาใส่อีกหลายชุดทว่าเทพศาสตราก็ยกไม้ท่อนยาวขึ้นปัดทุกครั้งไป ทำให้อมนุษย์รู้สึกหนักใจ
“ ทำไมเจ้าแก่คนนี้ป้องกันได้ทุกหมัดมนุษย์ธรรมดาจับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วขนาดนี้ได้ยังไง ”
การเคลื่อนไหวของอมนุษย์นั้นรวดเร็วเกินกว่าสายตาของคนธรรมดาจะมองทันมิหนำซ้ำยังหนักหน่วงไม่ต่างจากจรวดต่อสู้รถถังดังนั้นจึงบังเกิดเสียงปะทะที่รุนแรงถึงหลายสิบครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้พอมารร้ายเริ่มตัน เขาก็หันไปใช้เพลงเท้า
“ รับนี่ไป ย่ะ ย่ะ ย่ะ ”
ลูกถีบนับร้อยวิ่งเข้าใส่เทพศาสตราแต่ก็พลาดเกือบหมด เพราะเทพศาสตราสามารถยกไม้ดาบยาวขึ้นปัดป้องสลับหลบเลี่ยงมีเพียงไม่กี่บาทาที่ต้องกาย แต่ก็ทำได้แค่ถากเสื้อจนเนื้อผ้าขาดไปบางส่วนและเมื่อทุกกระบวนท่าไม่ได้ผล มารร้ายก็เล่นแผนสูงด้วยการก้มลงเตะตัดขา
“ ฟุบ……” บังเกิดเสียงแหวกอากาศที่หนักหน่วงเสมือนมีลมพายุสลาตันพุ่งเข้าใส่ แต่เทพศาสตราก็แก้ลำด้วยการกระโดดหลบทำให้พ้นเพลงเท้าได้อย่างหวุดหวิด ทว่ามารร้ายก็คาดคิดเอาไว้แล้ว
“ เสร็จแน่ เพราะแกลอยตัวอยู่กลางอากาศจึงหลบไม่ถนัด ”
ในเสี้ยววินาทีที่เท้าของเทพศาสตราไม่ติดพื้นมารร้ายก็รวบรวมออร่ามารทั้งหมดไว้ที่มือขวา จากนั้นก็ปล่อยหมัดตรงสุดกำลัง
“ ตาย…..”
“ ตูม…….” หมัดขวาของมารร้ายถูกเป้าเข้าอย่างจังเกิดประกายแสงแลบออกมาแวบนึง พร้อมเสียงระเบิดกัมปนาทที่ดังกว่าครั้งไหนๆพื้นดินสะเทือนจนเหมือนจะยุบตัวลงจากนั้นก็มีร่างสูงเพรียวลอยละลิ่วไปยังหมู่แมกไม้ที่ยืนตระหง่านนับร้อยต้น
“ โครม……”
อากิเนะถึงกับเอียงหน้าหลบเพราะรู้ชัดว่าร่างที่ลอยไกลน่าจะเป็นท่านปู่ของตน และเมื่อควันจางลงก็พบว่าสิ่งที่คาดนั้นเป็นจริง ด้วยบุคคลเดียวที่ยืนอยู่กลางลานก็คือมารร้ายผมขาว
“ แก…..แกฆ่าท่านปู่ ”เด็กสาวกัดฟันกรอดใหญ่ ดวงตากลมโตฉายแววโกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรง แต่พอมารร้ายหันมาเธอก็เปลี่ยนความรู้สึกเป็นสงสัย เพราะใบหน้าของมันอุดมไปด้วยความตึงเครียดซึ่งไม่ใกล้เคียงกับภาพลักษณ์ของผู้ชนะ
“ ทำไมเจ้ามารร้ายถึงทำหน้าแบบนั้นมันชนะท่านปู่แล้วไม่ใช่เหรอ ”
แต่พอสิ้นความคิดของอากิเนะมารร้ายก็หันกลับมาตอบทันควันเพราะเด็กสาวยังไม่ได้ใช้คาถาปิดบังมโนทวารเหมือนที่ผ่านมา
“ สาเหตุที่ข้าไม่ดีใจเพราะเจ้าแก่นั่นดันยกท่อนไม้ขึ้นมากันหมัดเด็ดไว้ได้ อีกซักเดี๋ยวมันคงออกมาสู้อีก ”
อากิเนะรู้สึกดีใจที่รู้ว่าท่านปู่ยังไม่ตาย แต่เธอก็ยังไม่แน่ใจเต็มร้อยเพราะข้อมูลนี้มาจากปากของมารร้ายจอมเจ้าเล่ห์ ทว่าในวินาทีถัดมาเด็กสาวก็พบว่าน้ำคำนี้คือความจริง ด้วยมีใครบางคนเดินออกมาจากป่าไผ่เขาคนนั้นคือ….เทพศาสตรา ผู้ยิ่งยง
“ ท่านปู่ปลอดภัยดีหรือคะ ดีจังเลย ”อากิเนะร้องถามสุดเสียง ใบหน้าสวยใสยิ้มกว้างจนสุดหล้าส่วนเทพศาสตราก็พยักหน้าช้าๆ เป็นเชิงรับคำ ดวงตาจับจ้องมารผมขาวผู้เป็นอริร้ายอยู่ตลอด
“ หึ หึ หึ ก็ยังรอดมาได้อีกเนอะหนังเหนียวไม่ใช่เล่นนี่ ตาแก่ ” มารร้ายยิ้มเหยียดๆ ก่อนกล่าวถากถางด้วยคำเจ็บๆแต่เทพศาสตรากลับโต้ตอบด้วยการตั้งกระบวนท่ารัดกุม พร้อมประกาศเสียงเข้ม
“ข้าจับทิศทางการจู่โจมของเจ้าออกหมดแล้ว ต่อไปเป็นทีข้าบุกบ้าง ”
มารร้ายแทบไม่เชื่อหูของตัวเองเพราะเท่าที่สู้ศึกมานับพันปีไม่เคยพบใครที่จะจับจังหวะของคู่ต่อสู้ได้ทั้งหมดด้วยการประมือเพียงไม่กี่กระบวนจึงแยกเขี้ยวใส่อย่างดุดัน เป็นการตอบแทน
“ อย่ามาโกหกกันดีกว่าเจ้าจะทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง มันดูเกินมนุษย์ไปหน่อย ”
“ ถ้าไม่เชื่อ ก็เข้ามาสิ ”เทพศาสตรากวักมือเรียก ดวงตาคมดูแน่วนิ่งส่วนมารร้ายก็เริ่มตัวสั่นเทาด้วยความโกรธเคือง ดวงตาแดงจัดเปล่งประกายสังหารออกมาไม่หยุดหย่อนก่อนจะตะโกนใส่จนสุดหลอด
“ ฮึ่ม…..มันจะเหิมเกริมเกินไปแล้วไอ้มนุษย์ จงตายไปซะ ”
พอสิ้นคำอมนุษย์ก็พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงอีกครั้ง เพียงพริบตา มันก็ปรากฏตัวตรงหน้า พร้อมหมัดขวาที่ยิงตรงเข้ามาหวังต่อยศีรษะให้แหลกในทีเดียว แต่ก่อนกำปั้นจะถึงเป้าหมาย มารผมขาวก็เลือนหายจากนั้นก็โผล่มาที่ด้านหลังของเทพศาสตรา
“ เสร็จข้าล่ะ ” มารร้ายสบถลั่นก่อนจะทิ่มฝ่ามือขวาใส่กลางแผ่นหลัง เพื่อเสียบให้ทะลุถึงหน้าอกแต่เทพศาสตราแก้ลำด้วยการเบี่ยงตัวหลบเพียงนิดเดียว ทำให้อมนุษย์จั่วลม
“ เอ๊ะ! ” อมนุษย์ถลำไปข้างหน้าเพราะทิ้งตัวเข้ามาจู่โจมเต็มแรง แต่พอตั้งหลักได้ มันก็พบกับ……กระบวนท่าเด็ด
“ พันเข็มทิ่มแทง ”
ปลายท่อนไม้ยาวพุ่งเข้าใส่มารร้ายนับร้อยครั้ง แต่ละดอกล้วนแฝงไปด้วยออร่าที่แข็งแกร่งแต่อมนุษย์ก็สมกับเป็นยอดนักสู้ที่ผ่านศึกมามากมาย จึงยกสองแขนขึ้นปัดป้องทันกระนั้น ก็ต้องออกแรงเป็นพัลวัน เนื่องอีกฝ่ายได้ปล่อยกระบวนท่าเด็ดอย่างต่อเนื่อง
“ หน็อย….ไอ้แก่ ” มารร้ายกัดฟันกรอดใหญ่เพราะการถูกเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแออย่างมนุษย์กดดัน เป็นอะไรที่เสื่อมเกียรติเอามากๆมันจึงกระโดดถอยหลัง เพื่อให้มีเวลาโต้กลับด้วยหมัดลุ่นๆทว่านั่นกลับเป็นการเปิดโอกาสให้เทพศาสตราได้ปล่อยอีกท่าเด็ด
“ ดาบผ่าพสุธา ”
“ เฮ้ย! ” มารร้ายตะโกนดังด้วยเห็นเทพศาสตราพุ่งเข้าเหวี่ยงท่อนไม้ยาวใส่อย่างดุดัน จึงยกสองแขนขึ้นมากันหวังให้ตนรอดพ้นจากแรงปะทะ
“ ตูม…….”
เสียงระเบิดดังสนั่นอีกครั้ง กระแสของมันกังวานไกลไม่ต่างจากกระสุนปืนใหญ่พร้อมบังเกิดประกายไฟสีทองแลบออกมาแวบนึงพลังปะทะของกระบวนท่ามากพอจะส่งให้มารร้ายลอยละลิ่วไปข้างหลังหลายสิบเมตรก่อนจะทิ้งสองขาลงมาเหยียบพื้น
“ แก……” มารร้ายพ่นคำอาฆาต พร้อมก้มลงไปมองสองแขนที่เริ่มห้อเลือดแต่ไม่ทันไร ก็มีคลื่นแสงสีทองรูปจันทร์เสี้ยววิ่งตรงเข้ามา
“ ฮึ่ม…..” มารร้ายรีบเอี้ยวตัวหลบเพราะรู้ชัดว่าคลื่นแสงนั้นร้ายกาจแค่ไหน แต่ก็ยังแอบถากแก้มเล็กน้อยจนโลหิตสีดำไหลออกมาเป็นทางราวกับถูกกรีดด้วยมีดคมๆ
มารร้ายรีบหันไปมองเทพศาสตราเพื่อเช็คดูว่าคู่ประลองจะจู่โจมด้วยวิธีใด และก็ไม่ผิดหวังด้วยเห็นผู้อาวุโสง้างไม้ท่อนยาวไปข้างหลัง แล้วเหวี่ยงอาวุธจำเป็นออกมาสุดแรงส่งผลให้บังเกิดเกลียวคลื่นแสงสีทองรูปจันทร์เสี้ยววิ่งตรงเข้ามาปากก็ประกาศชื่อกระบวนท่า
“เพลงดาบผ่าวารี ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
