เทพสงครามหวนจุติ

    วิกฤตหุบเขาจิ้งจอก (3)

    ตอนที่ 35


    วิกฤตหุบเขาจิ้งจอก (3)




    เสียงหวีดร้องของซวงเอ๋อร์พลันให้หานเฟิงที่กำลังเดินจากไปต้องหยุดเท้า หากยังมิทันได้เหลียวหน้าชมมอง สัมผัสวิญญาณก็ตรวจพบการเคลื่อนไหวจู่โจม


    “ วืดดดด...”


    หานเฟิงกระโดดตัวลอย ก่อนมองเห็นรากไม้เส้นหนาใหญ่สีน้ำตาลหวดวาดผ่านใต้ฝ่าเท้าไป


    ครั้งเมื่อลงถึงพื้น หมุนตัวกลับจึงพบว่า ปรากฏเห็นรากไม้ดุจเดียวกันนับสิบเส้น ผุดโผล่ออกมาจากทะเลสาบ หากขนาด กลับมีเล็กใหญ่ต่างกันไป หานเฟิงจึงเข้าใจได้โดยพลันว่า รอยเลื้อยที่ปรากฏให้เห็นอยู่ทั่ว ที่แท้กลับเป็นร่องรอยที่เกิดจากรากไม้เหล่านี้ 


    “ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด….”


    เสียงจิ้งจอกน้อยซวงเอ๋อร์หวีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง หานเฟิงจึงค่อยสังเกตเห็นว่า นาง ถูกรัดพันไว้ด้วยรากไม้เส้นหนึ่ง ก่อนจะฉุดกระชากลากนางลงทะเลสาบไป


    หานเฟิง ที่เห็นเช่นนั้นก็มิรีรอรังเล


    ช่วยเหลือ?... ย่อมไม่


    หลีกหนีจึงใช่ เพราะจิ้งจอกน้อยซวงเอ๋อร์ก็เพียงแค่คนรู้จัก ทั้งรู้จักได้เพียงไม่นาน หาได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอันใดต่อมัน นางจะอยู่หรือตาย ยังไม่สลักสำคัญเท่าชีวิตของตัวเอง ทว่า รากไม้เหล่านี้กลับไม่คิดจะเลิกราต่อมัน ทุกเส้นล้วนมุ่งจู่โจมใส่มันราวกับมองเห็น


    “ วืดดดด...”


    “ วืดดดด...”


    “ วืดดดด...”


    หานเฟิงจึงใช้ความคล่องแคล่วเลี่ยงหลบทุกการจู่โจมเหล่านั้นมาได้อย่างไม่ลำบาก หากยิ่งมา รากไม้ยิ่งโหมกระหน่ำอย่างคลุ่มคลั่ง มันฟาดหวดจนพื้นดินพื้นศิลาแตกกระจาย ฝุ่นดินฟุ้งตลบ เศษหญ้าใบไม้ ปลิวว่อน แต่ก็ยังไม่อาจสัมผัสถูกหานเฟิงที่คล่องแคล่วว่องไว


    แต่แล้ว หานเฟิงก็พลันรู้สึกได้ว่า ใต้ฝ่าเท้า เกิดแรงสั่นสะเทือนก่อนที่เสียง “ ตูมมม...” จะดังขึ้น พร้อมกับเศษดินเศษหินที่กระจัดกระจาย


    ที่พุ่งแทงขึ้นมาจากใต้พื้นดินครานี้มิใช่รากไม้ หากเป็นเถาไม้สีน้ำตาลเส้นหนาใหญ่ที่ปรากฏหนามแหลมคมกริบ แต่ก็ยังไม่อาจจับตัวหานเฟิงที่สามารถร่ายใช้ดาราวาบวับหลบลี้หนีไปได้อย่างทันท่วงที


    หานเฟิง ที่หยั่งเท้ามองดูอยู่ไกลห่างพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ขบคิดไม่เข้าใจว่า ไฉนตนต้องพาตัวเข้าพบกับเรื่องราวอันวุ่นวายไปเสียทุกที หากเพียงแค่คิด ยังมิทันได้กระทำสิ่งใดต่อ ใต้ฝ่าเท้าก็พลันสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอีกครั้ง 


    “ ตูมมม…”


    ดินหินกระจัดกระจาย เป็นเถาหนามเส้นหนาใหญ่ที่ผุดแทงขึ้นมา


    “ บัดซบ ไฉนจึงวุ่นวายนัก…”


    หานเฟิงที่สืบเท้าถอยหนี สบถคำอย่างขุ่นข้อง มันรึอุตส่าห์หลีกหนี ไม่พยายามยุ่มย่ามข้องเกี่ยว หากไม่วายที่เจ้าต้นไม้นี่จะตามราวีมันไม่เลิกลา…


    “ ตูมมม…”


    เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้งจากด้านหลังไม่ไกลห่าง หานเฟิงพลันสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวจู่โจม จึงรีบบิดตัวเอี้ยวหลบ แล้วค่อยเห็นหนามแหลมคมกริบเฉียดผ่านข้างกายไปอย่างรวเร็ว


    “ ตูมมม…”


    “ ตูมมม..”


    “ ตูมมม…”


    เสียงระเบิดดังขึ้นต่อเนื่อง ที่หานเฟิงมองเห็นเป็นเถาหนามเส้นอวบหนาเส้นแล้วเส้นเล่า ที่พากันผุดแทงขึ้นจากพื้นดิน ก่อนตรงปรี่เข้าใส่มัน ซึ่งมันก็อาศัยสัมผัสอันเฉียบคมและความคล่องแคล่วเลี่ยงหลบมาได้ แต่ยิ่งมา การจู่โจมของเถาหนามปริศนาที่ผุดแทงขึ้นมาจากพื้นดินก็ยิ่งหนักขึ้น


    “ ตูมมม…”


    “ ตูมมม…”


    “ ตูมมม…”


    “ บัดซบ...”


    หานเฟิงสบถคำอย่างเหลืออด ทว่าทางออกอยู่ไม่ไกลแล้ว มันไม่คิดต่อสู้พัวพัน หากออกจากหุบเขานี้ไปได้ ย่อมกลับไปอย่างมีชีวิตรอดปลอดภัย


    แต่แล้ว... ทางออกที่เห็นอยู่ไม่ไกลกลับเถาหนามและรากไม้ดุจเดียวกัน พากันเลื้อยลอดออกมา


    หานเฟิงเห็นเช่นนั้นนถึงกับเหงื่อตก ในใจอดขบคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า ‘ ใช่เป็นทั้งเทือกถูกเจ้าเถาไม้ปริศนานี้ปกครองไปแล้วหรือไม่…’


    ดาบสีเงินถูกเรียกขึ้นมากระชับแล้ว เดิมมันคิดเพียงต้องการออกจากหุบเขาโดยไม่จำต้องเปลืองแรงสู้ ทว่า ทางหนีถูกปิดตายแล้ว หนทางเดียวที่จะอยู่รอดคือต้องสู้สถานเดียว


    วงเสี้ยวอัคคี… 


    เปลวอัคคีสีทองรูปจันทร์เสี้ยวแหวกฝ่าความว่างเปล่าปะทะเข้าเถาหนามจนบังเกิดเสียงระเบิด “ ตูมมม…” พร้อมกับเปลวอัคคีสีทองที่ลุกท่วมลามเลียจนเถาหนามมอดไหม้ในพริบตา


    ไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อหานเฟิงเริ่มลงมือก็ลงมืออย่างต่อเนื่อง กระบวนทักษะต่างๆนานาถูกเรียกใช้ ไม่ว่าจะเถาหนามหรือรากไม้ที่มุดลอดผืนดินขึ้นมาจู่โจม เป็นต้องถูกเปลวอัคคีสีทองของหานเฟิงมอดไหม้ทำลาย


    “ ตูมมม…”


    “ ตูมมม…”


    “ ตูมมม…”


    การต่อสู้ยิ่งมายิ่งรุนแรง เถาหนามและรากไม้ที่มุดลอดออกมาจากพื้นดินมีมากมายคล้ายไม่สิ้นสุด แต่กระนั้น ก็ไม่อาจแตะสัมผัสแม้แต่ชายผ้าของหานเฟิง เพาะเป็นต้องถูกกระบวนทักษะของมันเผาทำลายเป็นธุลี ซึ่งอาจเพราะพวกมันเป็นไม้ ที่แต่เดิมก็ไม่ถูกโรคกับไฟ จึงทำให้การต่อสู้ของหานเฟิงมิได้รู้สึกยากลำบากตรึงมือนัก 


    แต่แล้ว… หานเฟิงพลันสัมผัสได้ถึงผืนดินใต้ฝ่าเท้าที่สั่นไหวรุนแรง ทั้งรุนแรงกว่าทุกที ความรู้สึกวิกฤตบังเกิดขึ้น มันร่ายใช้ดาราวาบวับหลบลี้อย่างเร็วรี่ ก่อนที่เสียง “ ตูมมมม...” จะดังขึ้นพร้อมกับเศษดินเศษหินที่ปลิวว่อน ก่อนจะเห็นว่า ที่ผุดแทงออกมาครานี้มิใช่เถาหนามหรือรากไม้ แต่เป็นกุหลาบดอกตูมสีน้ำตาลเข้ม ขนาดดอก ที่ใหญ่พอๆกับร่างของทารกแรกเกิด ทั้งยังโผล่ขึ้นมาคราเดียวถึงสิบเอ็ดดอก กลายเป็นช่อกุหลาบที่ยังไม่เบ่งบาน


    “ กุหลาบ?...” 


    หานเฟิงกล่าวอย่างแปลกใจ ในหัวพยายามขบคิดเชื่อมโยงไปถึงสัตว์อสูรหรือปีศาจอะไรประเภทนี้ แต่แล้ว มันกลับเห็นว่า กุหลาบทั้งสิบเอ็ดดอกกำลังคลี่กลีบเบ่งบาน


    กลีบดอกสีน้ำตาลเข้ม เปิดอ้าแย้มบานอย่างช้าๆ ทีละชั้น ทีละชั้น กระทั่งบานออกจนสุด ละอองเกสรเล็กละเอียดที่ยากจะสังเกตเห็นฟุ้งกระจายลอยล่อง ต้องสะท้อนกับแสงจันทราที่เป็นสีฟ้า จนเป็นภาพบรรยากาศที่ชวนให้ชมมอง 


    ก็เพียงแค่ภาพของไม้ดอกที่เบ่งบานใต้แสงจันทร์ แลดูงดงาม ไร้พิษภัย หากหานเฟิงกลับรู้สึกได้ถึงวิกฤต ห้วงความคิดนึกไปถึงคำกล่าวของจิ้งจอกน้อยซวงเอ๋อร์…


    “ ทุกคนต่างพากันล้มป่วยอ่อนเพลีย...”


    ...ล้มป่วย


    ...อ่อนเพลีย


    “ ละอองเกสร… พิษ!!!...” 


    หานเฟิงโพลงขึ้น มันสังหรห์ใจว่า การเบ่งบานของช่อกุหลาบจะนำมาซึ่งพิษ ที่อาจมีผลคล้ายคลึงกับที่จิ้งจอกน้อยซวงเอ๋อร์ได้เคยกล่าวต่อมัน


    คิดได้ดังนั้นก็มิรีรอลังเล ดาราวาบวับถูกร่ายใช้เข้าในระยะประชิด คมดาบแดงฉาน คลื่นความร้อนแผ่พุ่งจนบรรยากาศบิดเบือน เป็นคัคคีกัมปนาท


    “ ตูมมมมม…”


    เสียงระเบิดดังเลือนลั่น เปลวอัคคีสีทองลุกโหมกลืนช่อกุหลาบจนจมหาย เพียงชั่วครู่เปลวอัคคีก็มอดดับ คงเหลือไว้เพียงหานเฟิงที่ยืนอยู่อย่างสงบ ช่อกุหลาบมอดไหม้เป็นธุลีจนไม่เหลือเค้าร่างให้แลเห็น ละอองเกสรในอากาศก็เช่นกัน ถูกคลื่นความร้อนจากเปลวอัคคีม้วนกวาดเผาทำลาย หากหานเฟิงยังคงตีสีหน้าเคร่งเครียด เพราะมันแลเห็นแล้วว่าที่ตนพึ่งกำจัดทิ้งไป ยังมิใช่ทั้งหมดของเรื่องราว


    หานเฟิงเหลียวหน้าชมดู หุบเขากว้างใหญ่ แนวผาสูงชันรอบทิศ ไร้หนทางให้หลบเลี่ยงหลีกหนี หากมองเห็นได้ว่า ทั่วทั้งหุบเขา เริ่มปรากฏมีเถาหนามรากไม้ผุดโผล่ขึ้นมา มันโค่นทำลายต้นไม้ใบหญ้า คล้ายต้องการที่จะเปลี่ยนทั้งหุบเขาที่เขียวสด ให้กลับกลายเป็นดงไม้เถาหนามสีน้ำตาล


    “ กลับมีมากถึงเพียงนี้…”


    หานเฟิงกล่าวคำ รู้สึกอยากจะร้องไห้แต่ไร้น้ำตา แม้อัคคีของมันจะสามารถเผาทำลายเถาหนามรากไม้เหล่านี้ได้ แต่ถ้ามีตั้งมากมายถึงปานนี้ ลมปราณของมันก็คล้ายจะมีให้ใช้ไม่พอเช่นกัน


    “ ต้องค้นหาร่างหลักที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน…”


    หานเฟิงกล่าวขึ้น สำหรับอสูรปีศาจจำพวกพืช แม้จะแตกกิ่งก้านสาขาได้เหลือคณานับ หากยังมีร่างหลักเพียงหนึ่งเดียว ถ้ากำจัดมันทิ้งได้ก็นับว่าจบเรื่องราว


    “ หากไม่รู้ว่า แท้จริงแล้วมันมีกี่ตัว...”


    หานเฟิงย่อมไม่คาดเดาว่า สิ่งที่ตนกำลังเผชิญด้วยมีเพียงลำพัง เพราะหุบเขากว้างใหญ่ การจะแผ่ขยายครอบคลุมกิ่งก้านสาขาออกไปได้กว้างไกลถึงเพียงนี้ ไม่สมควรมีตัวการเพียงหนึ่งเดียว


    ทว่า ความคิดนั้นต้องพลันตัดทิ้งไป เมื่อหานเฟิงเริ่มสังเกตเห็นว่า ทั่วทั้งหุบเขากำลังปรากฏช่อกุหลาบสีน้ำตาลผุดพลาย


    “ บัดซบ…”


    หานเฟิงสบถคำอย่างสิ้นหวัง มันรู้สึกว่าแผ่นหลังเย็นเหยียบ หากละอองเกสรจากดอกกุหลาบเป็นพิษเช่นที่มันคิดจริง วันนี้ มันก็คงไม่แคล้วต้องกลายเป็นปุ๋ยให้กุหลาบได้เติบโต


    แต่ยังมิทันที่มันจะได้ขบคิดหาทางออก ผืนแผ่นดินก็สั่นไหว ไม่ใช่เพียงแค่ใต้ฝ่าเท้า หากเป็นทั่วทั้งหุบเขา


    “ ครืนนนนน…”


    ผืนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น หานเฟิงมองดูแนวผาโดยรอบที่ปรากฏรอยแยกปริแตก มองเห็นเศษก้อนหินก้อนศิลาที่กระเทาะร่วงหล่น ฝุ่นผงฟุ้งตลบอบอวล 


    “ ครืนนนนนน…”


    ยิ่งมา ผืนแผ่นดินยิ่งสั่นไหวรุนแรง ก่อนที่หานเฟิงจะสังเกตเห็นต่อว่า ทะเลสาบใจกลางหุบเขาที่อยู่ออกไปไกลห่าง น้ำ ที่อยู่ด้านในกำลังเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวก็แห้งขอดมองเห็นก้น ที่แท้กลับปรากฏรอยแยกขึ้นที่ก้นทะเลสาบเอง 


    รอยแยก ที่ยิ่งมาก็ยิ่งขยายออก ผืนดินจึงคล้ายปรากฏรอยแตกร้าวดุจใยแมงมุม ทันใดนั้น ก็ปรากฏเสียงกรีดร้องดังลอดขึ้นมา


    “ กรี๊ซซซซซซซซซซซซซ…”


    เสียงกรีดร้องแหลมดังแสบหู ก้องกังวานไปทั่วทั้งหุบเขา จนหานเฟิงต้องยมสองมือขึ้นป้องปิด หากไม่ต้องรอให้มันขบคิดว่าเป็นสิ่งใด เพราะทันใดนั้น บางสิ่งบางอย่างก็ผุดขึ้นมา


    “ น นี่…. ใหญ่เกินไปแล้ว...” 


    หานเฟิงกล่าวขึ้น กลืนน้ำลายลงลำคอที่แห้งผาก ที่ผุดขึ้นมาจากรอยแยกคือกุหลาบดอกตูมสีน้ำตาลเข้ม แม้เพียงแค่ดอกเดียว หากขนาดของมันกลับใหญ่โตมโหฬาร ทันทีที่มันเผยตัวออกมา แรงสั่นสะเทือนก็หยุดลง จากนั้น หานเฟิงจึงค่อยสังเกตุเห็นต่อว่า กลีบดอกใหญ่ยักษ์ของมัน กำลังเบ่งบานออกอย่างช้าๆ ทีละกลีบ ทีละชั้น กระทั่งกลีบชั้นสุดท้ายอ้าเปิด จึงค่อยมองเห็นเป็นสตีร่างเปลือยที่ยืนเด่นเป็นสง่า เรือนผมดำขลับยาวสยาย ผิวคล้ำเข้ม ดวงหน้างดงามคมคาย คิ้วโก่ง ตาคม กระทั่งทรวดทรงโค้งเว้าก็เย้ายวนยั่วใจ


    ร่างแบบบางยืนตระหง่านท้าสายตาอยู่บนดอกไม้ใหญ่ยักษ์ สายตาคมกล้าคู่นั้นจับจ้องมองเพียงหานเฟิงที่อยู่ไปไกลห่าง หานเฟิงก็จับจ้องมองนางเช่น หากพร้อมกันนั้นคือมันต้องกล่ำกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะถูกยั่วเย้าโดยร่างที่เปล่าเปลือย หากเป็นเพราะความรู้สึกกดดันที่ออกมาจากสตรีผู้นั้น


    จากนั้นหานเฟิงจึงค่อยสังเกตเห็นต่อว่า แทบเท้าเปล่าเปลือยของนาง นอนสลบไสลไว้ด้วยสองเงาร่าง หนึ่งเป็นจิ้งจอกน้อยซวงเอ๋อร์ อีกหนึ่งเป็นจิ้งจอกสาวในชุดขนสัตว์สีขาวที่มีหางสีขาวถึงสี่พู่ฟูฟ่อง


    หานเฟิงย่อมไม่สนใจสาวน้อยสาวใหญ่ปีศาจจิ้งจอก ยามนี้มันสนใจเพียงว่า ตน จะหนีไปได้อย่างไร แต่ทันใดนั้น สำเนียงเสียงอันไพเราะสดใส ก็ดังกังวานออกมาจากกุหลาบดอกยักษ์ เป็นเสียงจากสตรีร่างเปล่าเปลือยผู้นั้น


    “ มนุษย์ที่น่าตาย...”


    “ เจ้ากลับทำให้ข้าต้องเผยกายขึ้นมาก่อนเวลาอันสมควร...”

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามหวนจุติ ที่คุณอ่าน

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422