บทที่ 35
อาภรณ์เทพโทสะ
อาภรณ์สีแดงขับเคลื่อนจากร่างกายพลังวิญญาณอันมากมายที่ปลดปล่อยออกมาจากกระดูกและผิวหนัง
ลู่หมิงระเบิดพลังโทสะภายในร่างกายของตนเองในตอนนี้รูขุมขนเปิดกว้างขึ้นดวงตาแดงกล่ำ ลมหายใจที่หายใจเข้าออกร้อนราวกับว่าเป็นเพลิงในตอนนี้กระดูกภายในร่างกายเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงกล้ามเนื้อเองก็ก็มีสีเข้มขึ้นตามระดับความเดือดของพลังวิญญาณ
ความรู้สึกของลู่หมิงราวกับว่าภายในใจนั้นมีภูเขาไฟขนาดใหญ่กำลังปะทุไม่สามารถควบคุมมันได้แล้วสตินั้นยังคงอยู่แต่ว่ากลับมีความโกรธมากมายแทรกแซงเข้ามาภายในจิตใจ
ลู่หมิงสัมผัสได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นมากมายแต่ว่าตนเองนั้นก็ไม่รู้ว่าตนเองจะสามารถควบคุมสภาพร่างกายแบบนี้ไปได้นานขนาดไหน
“ ต้องรีบปิดฉากการต่อสู้ให้เร็วที่สุดสภาพที่ไม่คงที่แบบนี้ถึงไม่รู้ว่ามันเกิดมาได้เพราะอะไรแต่ว่าอย่างไรเสียก็คงจะอยู่ได้ไม่นาน”
“ เพราะแบบนั้นในตอนนี้ควรจะทำให้การต่อสู้นั้นจบลง”
“ พลังที่เพิ่มพูนขึ้นมาคงจะแข็งแกร่งเท่ากับผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าถ้าเป็นสภาพร่างกายนี้มั่นใจว่าไม่แพ้หวังอู๋แน่นอน ”
ลู่หมิงหลังจากที่ปลดปล่อยพลังที่ตนเองไม่คาดคิดออกมาร่างกายพุ่งทะยานไปบริเวณด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
ร่างกายที่พุ่งตรงเข้าไปหาผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าหวังอู๋ที่กำลังยืนอยู่ตั้งรับการโจมตี ในตอนนี้แขนใช้งานได้เพียงแค่ข้างเดียวเท่านั้นเพราะว่าแขนอีกข้างหนึ่งนั้นหักจากการโจมตีก่อนหน้านี้
มันทำการยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาเตรียมป้องกันการโจมตีนั้นคราวนี้มันไม่ได้ประมาทเหมือนก่อนหน้านี้ตัวของมันใช้ฝ่ามือของตนเองสร้างสิ่งที่เรียกว่ากำแพงวิญญาณขึ้นมา
ใช้พลังวิญญาณภายในร่างกายของตนเองแปรเปลี่ยนกลายเป็นกำแพงที่มองไม่เห็น
มันมีคุณสมบัติในการรับการโจมตีสำหรับผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธ์แล้วกำแพงวิญญาณนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมันเป็นสิ่งที่สามารถปกป้องร่างกายของพวกผู้ฝึกตนจากการโจมตีมากมายได้
กำแพงวิญญาณถือว่าเป็นหนึ่งทักษะที่เป็นทักษะพื้นฐานสำหรับคนที่อยากจะเป็นผู้ฝึกฝนวรยุทธ์อันเก่งกาจ
มันเป็นหนึ่งในทักษะพื้นฐานที่จำเป็นจะต้องใช้งานมันทำการสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะรับการโจมตีที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาหาตัวของมัน
หมัดของลู่หมิงเปี่ยมล้นไปด้วยพลังอันมากมายซัดตรงไปบริเวณด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
กำแพงวิญญาณที่สร้างขึ้นมาสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันการโจมตีแต่เมื่อหมัดที่ถูกห่อหุ้มด้วยพลังแห่งความโกรธที่เป็นพลังวิญญาณสีแดงก็แทบเข่าไปกับกำแพงลมปราณที่มองไม่เห็น
แรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นการโจมตีนั้นทำให้กำแพงวิญญาณที่ปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้าแตกออกในครั้งเดียว
ปั้ง!!! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวกำแพงวิญญาณแตกออกกำแพงที่มองไม่เห็นที่ขวางกั้นอยู่บริเวณด้านหน้าหายไปในพริบตา
หวังอู๋ต์ดวงตาเบิกกว้างขึ้นมันไม่เคยพบเจอแบบนี้มาก่อน กำแพงวิญญาณที่ตัวของมันสร้างขึ้นมาแต่ออกไม่เหลือชิ้นดี
แถมหมัดที่พุ่งทะยานทะลวงกำแพงวิญญาณมันเองก็พุ่งตรงเข้ามาอย่างต่อเนื่องความเร็วอันมากมายของหมัดนั้นกระแทกเข้าใส่บริเวณกลางหน้าอก
ผัวะ!!! แรงอัดกระแทกของการโจมตีกระแทกเข้ามาบริเวณกลางหน้าอกหวังอู๋โดนการโจมตีของหมัดเทพโทสะคลั่งเข้าไปกระเด็นถอยไปบริเวณด้านหลังหลายเมตร
ร่างกายของมันกระเด็นไปติดกับต้นไม้ใหญ่กระอักโลหิตออกมาเป็นจำนวนมากมันยกมือของตนเองขึ้นมาจับกุมบริเวณหน้าอกที่โดนการโจมตีนั้นก็ไปอย่างเต็มๆ
ลมหายใจภายในร่างกายในตอนนี้กำลังระส่ำระสายหลังจากที่โดนการโจมตีเข้าไปทำให้พลังวิญญาณที่ไหลเวียนอยู่มันปั่นป่วน
ลู่หมิงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจในตอนนี้ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ายังไม่ตายนั่นเป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ว่าคุณสมบัติร่างกายของชายผู้นี้ไม่ธรรมดา
หมัดเทพโทสะคลั่งความรุนแรงของมันน่าจะทำให้ผู้ที่อยู่ด้านหน้านั้นบาดเจ็บเจียนตายได้
ถ้าเป็นพวกผู้ฝึกฝนวรยุทธ์ระดับสีเขียวหรือระดับสีม่วงโดนการโจมตีนี้เข้าไปคงจะบาดเจ็บขณะที่ถึงแก่ชีวิต
แต่คนผู้นี้กลับสามารถรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้ได้หวังอู๋ลุกขึ้นมาทำการเปิดเสื้อของตนเองบริเวณหน้าอกของมันยุบเข้าไปกลายเป็นหลุมหลังจากโดนหมัดนั้นเข้าไป
เป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นได้ว่ากระดูกบริเวณหน้าอกของมันบาดเจ็บถึงขั้นหัก
ลู่หมิงคงสติของตนเองได้เล็กน้อยในสภาวะที่ปลดปล่อยความสามารถภายในร่างกายเห็นกระดูกที่ยุบเข้าไปภายในใจนั้นเต็มไปด้วยคำถามชายผู้นี้เป็นสัตว์ประหลาดหรืออย่างไร
โดนเข้าไปขนาดนี้แล้วตัวของมันยังสามารถลุกขึ้นยืนได้หวังอู๋ร่างกายยืนสงบนิ่งอยู่บริเวณด้านหน้า
มันบาดเจ็บขนาดนั้นแต่มันเองก็ยังแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉยความสงบนิ่งของคนพวกนี้ลู่หมิงสู้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
หวังอู๋หายใจเข้าออกพลังวิญญาณภายในร่างกายของมันปลดปล่อยออกมากลายเป็นม่านหมอกคุมร่างกาย“ข้าไม่เคยคิดว่าการต่อสู้กับลูกศิษย์ในรุ่นเดียวกันจะมีผู้ใดสามารถทำให้ข้านั้นใช้ทักษะนี้ได้” มันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก
หลังจากที่พูดออกมาจนจบลู่หมิงทันทีว่าจะต้องมีบางอย่างแน่นอนแล้วมันก็เป็นจริงหมอกที่ปกคลุมอยู่บริเวณรอบๆร่างกายของมันหมอกเหล่านั้นแปรเปลี่ยนกลายเป็นก้อนพลัง
ก้อนพลังวิญญาณห่อหุ้มเข้าที่ฝ่ามือข้างซ้ายของมันที่สามารถใช้งานได้เพียงข้างเดียว
หวังอู๋พุ่งทะยานไปบริเวณด้านหน้าอย่างรวดเร็วฝ่ามือของมันที่ห่อหุ้มด้วยพลังวิญญาณที่เป็นหมอกอันเบาบางเคลื่อนที่เป็นเส้นสีขาวตรงใส่ร่างกายลู่หมิง
ลู่หมิงที่กำลังยืนอยู่พุ่งทะยานเข้าไปเช่นเดียวกันมัดห่อหุ้มด้วยพลังวิญญาณสีแดงโลหิตพุ่งทะยานหวังเข้าไปปะทะการโจมตีอย่างรุนแรง
การโจมตีอันทรงพลังทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงยามที่ฝ่ามือและหมัดกระทบเข้าหากันเกิดกลายเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งผืนฟ้า
ตรึง!!! แรงระเบิดสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบริเวณมือข้างขวาของลู่หมิงกระดูกหัก แม้ว่าพลังวิญญาณสีแดงจะปกคลุมอยู่แต่มันเองก็ไม่สามารถต้านทานการโจมตีอันรุนแรงของฝ่ามือของหวังอู๋ได้
แต่ในขณะเดียวกันมือข้างซ้ายของหวังอู๋หลังจากปะทะเข้ากับหมัดลู่หมิงมือข้างนั้นเองก็หัก
ลู่หมิงดึงสติของตนเองกลับมากัดฟันแน่นกับความเจ็บปวดที่ตนเองนั้นสามารถสัมผัสได้มันได้ทำการใช้หมัดข้างซ้ายของตนเองที่ยังสามารถใช้งานได้พุ่งทะยานไปด้านหน้ากระแทกใส่ร่างกายหวังอู๋ในขณะที่มันนั้นไร้การป้องกัน
“ หมัดเทพโทสะคลั่ง!!! ”
ตูม!!! ร่างกายของหวังอู๋โดนการโจมตีสวนกลับหวังอู่ล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นลู่หมิงที่แขนข้างขวาหักจนไม่สามารถยกขึ้นมาได้ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน
พลังวิญญาณสีแดงที่ปกคลุมอยู่รอบร่างกายมันค่อยๆมีปริมาณพลังที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆลู่หมิงแม้ว่าจะสามารถชนะการต่อสู้ในครั้งนี้ได้แต่ภายในร่างกายกลับรู้สึกว่าตนเองนั้นกำลังเสียการควบคุม
“ อะไรกัน… ”
“ ความรู้สึกแบบนี้พลังภายในร่างกายมันกำลังเพิ่มขึ้น”
“ ความรู้สึกมากมายพวกนั้นไม่สามารถควบคุมได้แล้ว” ลู่หมิงรู้สึกแบบนั้นจริงๆในตอนนี้ความรู้สึกภายในร่างกายไม่สามารถควบคุมได้
ทันใดนั้นเองคลื่นออร่าสีแดงปลดปล่อยพุ่งทะยานออกมาจากผิวหนังกระจายปกคลุมพื้นที่บริเวณ
ลู่หมิงกำลังโดนพลังภายในจิตใจของตนเองเข้าควบคุมแต่ในขณะที่กำลังจะคุ้มคลั่งเสียงฝีเท้าหนึ่งปรากฏขึ้นจากด้านหลัง
ร่างของหลี่ฉีหงปรากฏกายอยู่บริเวณด้านหลังเจ้าสำนักที่เป็นชายชรารูปลักษณ์สง่างามปรากฏกายขึ้น
ลู่หมิงคงสติเฮือกสุดท้ายของตนเองได้ก็คือเห็นภาพของชายชราปริศนาเบื้องหน้าหลังจากนั้นลู่หมิงในสภาพอาภรณ์เทพโทสะพุ่งทะยานเข้าหาชายชราปริศนาที่ปรากฏกายขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
หลี่ฉีหงแสยะยิ้มที่มุมปากเจ้าสำนักผู้นี้ใช้เพียงแค่นิ้วเดียวแต่เข้าไปบริเวณหน้าผากสยบการคุ้มคลั่งนั้นได้อย่างง่ายดาย
ตรึง!!! ลู่หมิงสงบลงร่างกายค่อยๆร่วงลงอย่างช้าช้าหลี่ฉีหงกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่พึงพอใจ “ การทดสอบครั้งนี้ได้ผู้ชนะแล้ว ”
จบบท