"กุบกับ กุบกับ กุบกับ" เสียงควบม้าอย่างเต็มกำลัง รถม้าลากจูงเกี้ยวกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ และเพื่อความคล่องตัวรถม้าที่เตรียมมานั้นจึงวิ่งออกจากตำหนักใหญ่แม่ทัพพร้อมกันเกือบร้อยกว่าคัน สร้างความประหลาดใจให้ผู้คนในหมู่เมืองยิ่งก่อนที่ในไม่ช้าจะวิ่งแยกทางกันออกไปยังทิศทางต่างๆ เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยการหนีภัยร้ายของตระกูลซุนในครั้งนี้ และภายในเมืองนั้นในตอนนี้ก็มีเสียงสัญญาณแปลกดังต่อเนื่องเป็ระยะๆ พร้อมมีเส้นแสงสว่างวาบไปมา คาดว่านั่นคงเป็การส่งสัญญาณของเหล่าตระกูลใหญ่ทั้งหลาย ถึงการหลบหนีของตระกูลซุน
.
.
.
ผ่านมันสองชั่วยาม
บัดนี้รถม้าหลายขบวนต่างแยกย้ายกัน ตอนนี้กลุ่มขบวนสุดท้าย ได้แยกออกเป็อีกสามเส้นทางอย่างรวดเร็ว
ปล่อยให้เพียงรถม้าของฮูหยินใหญ่และสตรีทั้งหลายของซุนก่างนั้น ได้ฉีกตัววิ่งเข้าสู่ทิศทางเข้าไปในดงอสูรแล้ว ซึ่งมีรถม้าเหลือเพียงแค่สามขบวน
หากแต่แม้แม่ใหญ่ซุนลี่หรูจะทำถึงขนาดนี้ หากแต่ว่าในไม่ช้าก็ดูเหมือนจะมีคนตามมาทัน
.
.
.
"ย๊ะ ย๊ะ ตามไปอย่าปล่อยให้คนตระกูลซุนหนึไปได้แม้แต่คนเดียว บุรุษสังหารให้สิ้น สตรีจับเป็ไปเป็ทาสบำเรอ" บุรุษผู้หนึ่งที่สวมเกาะทหารพูดขึ้น พร้อมกับมองไปทิศทางด้านหน้าของตัวมันพร้อมกัดฟันสบถด่าไปด้วย "!!!บ้าเอ้ยรถม้าพวกนี้วิ่งเข้าดงอสูร"
ไม่ช้าก็มีเสียงไม่สู้ดีจากนายทหารผู้หนึ่งด้านหลังเพราะตัวมันรู้ดีในดงอสูรยามค่ำมืดนั้นน่ากลัวและอันตรายเพียงใด "นายท่านพวกเราจะเข้าไปด้านในจริงๆ รึ ตอนนี้ก็ใกล้มืดแล้ว หากเราตามรถม้าลากเกี้ยวสามคันนั้นไม่ทัน หากแต่สายอื่นๆ ก็น่าจะจับอะไรได้บ้างพวกเราจำเป็ต้องเข้าไปเสี่ยงตายรึขอรับ"
"!!!เ้าโง่ เ้าจะไปรู้อะไร" นายทหารที่เป็ผู้นำรีบสบถด่า "ครั้งนี้ผู้สั่งการมาจากตระกูลราชวงศ์ หากพวกเราจับคนสำคัญของตระกูลซุนไม่ได้ พวกมันก็สามารถหาข้ออ้างเล่นงานพวกเราได้แล้วสิ แม้พวกมันจะไม่ถึงขั้นฆ่าล้างตระกูลของพวกเรา แต่อย่างน้อยๆ พวกมันต้องหาวิธีรีดไถศิลาธาตุพลังจากพวกเราจำนวนมากอีกแน่ ตอนนี้พวกเราก็ส่งให้มัน 5 ถึง 6 ส่วนแล้ว หากพวกมันข้อเพิ่มอีกตระกูลของพวกเรายังจะเติบโตได้อีกรึ เ้าคิดว่าพวกราชวงศ์มันเป็คนมีเมตตารึ หึๆ เมื่อพวกเ้าอยู่ในระดับเดียวกับข้า พวกเ้าก็จะรู้ว่าอะไรเป็อะไร ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้วรีบตามขบวนรถม้านั้นไปเร็ว หากพวกมันมีแยกขบวนอีกก็แยกคนของเราและส่งสัญญาณให้คนอื่นๆ ติดตามพวกมันไป"
.
.
.
"พี่หญิงใหญ่มีคนตามแล้วเ้าคะ" แม่สองซุนอีเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
"อีเหยียนอดทนไว้อย่างพึงทำอะไร เมื่อเข้าถึงดงอสูรแล้วพวกมันคงไม่กล้าตามมาอีก" ฮูหยินใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงรีบร้อน พร้อมส่งสัญญาณให้รถม้าด้านข้างทั้งสองอย่างพึงทำอะไรเช่นกัน
ในรถม้าแต่ละคันนั้นจะมีเฉพาะคนสนิทที่ไว้ใจรถม้าคันหน้าสุดมีเพียงฮูหยินใหญ่ซุนลี่หรู แม่สองซุนอีเหยียน แม่เจ็ดซุนจิ้งหร่าน และตัวของซุนนานและทารกน้อยซุนผู โดยที่คนควบขี่รถม้าคือแม่สองซุนอีเหยียน
ส่วนรถม้าคันอื่นๆ มารดาทั้งหลายต่างกระจายกันอยู่ พร้อมมียอดฝีมือสตรีในตำหนักท่านแม่ทัพที่เลี้ยงดูเอาไว้เป็คนบังคับม้า
หากแต่เมื่อถึงครึ่งชั่วยามต่อม้ารถม้าก็ไม่อาจหนีได้อีกต่อไป ณ ตอนนี้คนทั้งหลายต่างเข้าถึงเขตของดงอสูรแล้ว
.
.
.
"ตูมมมมมมมมม" เสียงะเิพลังปราณที่เกิดจากนายทหารผู้หนึ่งที่ะโสูงเกือบๆ สิบจั้งก่อนจะใช้ง้าวฟาดใส่เกี้ยวรถม้าคันหนึ่งแตกกระเจิง ไม่ช้าก็มีนายทหารอีกหลายสิบนายะโมาตามๆ กัน ด้วยระดับฝีมือระดับนี้เกรงว่าแต่ละคนจะไม่ต่ำกว่าระดับเปิดชีพจรทวารขั้นต้น [ผู้ฝึกปราณระดับ 3 ขั้น 1 ถึง 2] เป็อย่างน้อย
เมื่อเกี้ยวรถม้าถูกทำลาย ก็มีหนึ่งกระบี่และหนึ่งร่างพุ่งแทงออกมาทันที มันแทงสวนไปที่นายทหารผู้นั้นอย่างรวดเร็ว
หากแต่นายทหารก็ไหวตัวทันเบี่ยงหลบพร้อมกับส่งเสียง "นับว่าพอมีฝีมือ" มือซ้ายของต่อยเข้าไปที่ช่องท้องของมือกระบี่ทันที
ซุนนานที่มองอยู่ไกลๆ ะโร้องเสียงดังทันที "!!!ท่านแม่หก"
เมื่อนายทหารได้ยินเสียงเด็กเล็กร้องะโมันก็รอบดีใจ "รู้สึกข้าจะมาถูกทางแล้วสินะ"
เหล่านายทหารกล้าหลักหลายสิบที่ต่างมีวรยุทธ์และระดับฝึกปราณสูงต่างยิ้มร่าทันที ดูเหมือนงานของพวกมันใกล้เสร็จแล้ว นายทหารผู้หนึ่งรอบดีใจจึงร้องะโ "พวกเ้ายอมจำนนและมอบตัวเสียเถอะ อย่างให้พวกข้าต้องลงมือเลย อย่างน้อยๆ วันข้างหน้าพวกเ้าก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ วันนี้ดวงจันทร์งดงาม ราตรีนี้อย่าให้พวกข้าต้องมือเปื้อนโลหิตสตรีเลย ซุนก่างไม่ช้าก็ต้องตาย พวกเ้าเป็คนตระกูลซุนนับว่าจบสิ้นแล้ว หากแต่พวกเ้าก็ไม่จำเป็ต้องตายตามซุนก่างมัน จงตัดสินใจกันเสียเถอะ"
หากแต่เมื่อมันกล่าวคำนี้จบ "ฟิ้ว" ศีรษะนายทหารผู้หนึ่งก็หลุดจากบ่าอย่างรวดเร็ว
พวกมันก็พร้อมกันกัดปากกัดฟันบดเสียงขบดังเมื่อพบว่าในเกี้ยวรถม้ามียอดฝีมือระดับก่อปราณ [ผู้ฝึกปราณระดับ 4] อยู่ "บัดซบยอดฝีมือระดับก่อปราณ พวกเราจัดขบวนตั้งรับ ใช้ค่ายยุทธ์ล้อมจับเร็ว คนถือพลุสัญญาณยิ่งพลุ ตั้งวงล้อมพวกมันถ่วงเวลารอกำลังเสริม"
แม่ใหญ่ซุนลี่หรูประคองร่างแม่หกซุนอิงน่าขึ้น พร้อมใช้กระบี่ฟาดฟันคลี่คล้ายดาบและง้าวมากมายที่ถาโถมเข้ามา พร้ะโกนเสียงดัง "คุ้มกันขบวนรถของคุณชายน้อยทั้งสอง สายเืของนายท่านต้องมีชีวิตรอด เฟิ่งย่าเ้าวรยุทธ์ต่ำต้อยที่สุดจงรีบไปคุมบังเหียนม้าแทนอีเหยียน" แม่แปดได้ยินดังนั้นก็รีบะโลงจากเกี้ยวรถม้าของตนและไปบังคับรถม้าที่ซุนนานและซุนผูทารกน้อยอยู่ในทันที
ส่วนแม่สองซุนอีเหยียน และแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านต่างะโลงจากเกี้ยวรถม้า มือข้างหนึ่งจับกระบี่เข้าช่วยเหลือคนอื่นๆ พร้อมกับพยายามเปิดทางให้รถม้าวิ่งต่อไปได้
นอกจากนั้นบรรดาสตรีทั้งหลายต่างเริ่มตีเป็วงกลมล้อมรอบรถม้าไว้ขบวนที่ซุนนานอยู่
การสัประยุทธ์นี้เป็ไปอย่างวุ่นวาย คาดว่าส่วนหนึ่งเป็เพราะไร้แสงไฟ มีเพียงแสงจันทราและหมู่ดาวเท่านั้นที่มอบแสงสว่างในยามนี้ หากแต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็เพราะการต่อสู้ในครั้งนี้ แม้ฝ่ายนักรบนายทหารทั้งหลายจะได้เปรียบด้านจำนวนคนอยู่บ้าง หากแต่มันถูกสั่งให้จับเป็สตรี
เพราะสตรีผู้งดงามและสูงศักดิ์และยังฝึกปราณในระดับสูงนั้นมีราคาค่าชีวิตกว่าพวกมันหลายสิบหรืออาจจะหลายร้อยร่วมกันเสียอีก ทำให้พวกมันไม่อาจจะฝ่าฝืนคำสั่งนี้ได้ ไม่งั้นต่อให้พวกมันสามารถสังหารเอาศพพวกนางทั้งหลายกลับไปได้ ศีรษะพวกมันก็จำต้องหลุดจากบ่ากลายเป็ศพต่อจากพวกนางในทันทีเป็แน่แท้
สิ่งเหล่านี้ทำให้กลยุทธ์การต่อสู้ของเหล่านักรบนับว่าเสียเปรียบ อยู่บ้าง
.
.
.
หลังจากต่อสู้รักษาแนวกันอยู่ครู่หนึ่งไม่ช้าก็มี "ตูมมมม ตูม ตูม" เสียงการะเิพลังะโพุ่งตัวอย่างรวดเร็วดังปรากฏมาแต่ไกล ก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังออกมา "น้องลี่หรู น้องอีเหยียนพวกเ้าจำข้าได้หรือไม่"
หนึ่งบุรุษยืนอยู่บนต้นไม้ใหญ่สูง ร่างของมันสวมชุดเกราะรบสีทอง ไม่ช้าก็มีคนะโตามมันมาอีก 4 คน ทุกคนต่างเป็ยอดฝีมือระดับก่อปราณ [ผู้ฝึกปราณระดับ 4] ทั้งสิ้น
.
.
.
แม่ใหญ่ซุนลี่หรู และ แม่สองซุนอีเหยียน ต่างคล้อยสายตามองไปตามต้นเสียงที่มีพลังไม่ธรรมดา ก่อนที่พวกนางทั้งสองจะพบว่าบุรุษผู้นี้เป็คนคุ้นเคยจริงๆ
"เป็เ้าโจวจี้ไหล" แม่ใหญ่พร้อมแม่สองต่างะโพร้อมกัน
ส่วนตัวมันโจวจี้ไหล กับแย้มยิ้มเป็อย่างยิ้มพร้อมกล่าวตอบเป็เชิงดูถูก "เป็อย่างไรน้องลี่หรู น้องอีเหยียนผิดจากที่ข้าเคยกล่าวไว้หรือไม่ ตระกูลซุนไม่ช้าก็ต้องตกต่ำ พวกเ้าอยู่ในตระกูลซุนวันหนึ่งก็ต้องพบจุดจบ หากวันนั้นพวกเ้าตัดสินใจตบแต่งมาเป็อนุของข้าคงได้ตั้งครรภ์เลี้ยงดูบุตรอยู่ในตำหนักมีบริวาณดูแลห้อมล้อมสบายกันไปแล้ว หากแต่ดูวันนี้สิต้องมาคลุกดิน คลุกฝุ่นสมเป็สตรีที่ไหน มิสู่พวกเ้าอ้าขาให้ข้ายามนี้ พร้อมร้องขอให้ข้าเมตตา วันนี้ข้าก็จะลืมเื่เก่าๆ ลืมว่าพวกเ้าเป็ของมือสองของเก่าของไอ้จัญไรซุนก่าง ข้าพร้อมรับพวกเ้าสองเป็สตรีบำเรอของข้าเ้าคิดเห็นเช่นไร เร็วเข้าร้องขอข้าสิ ฮะฮาฮา"
"พี่โจวจี้ไหลจากกันไปนานปี ศิษย์พี่ก็มีนิสัยเช่นเดิมมิมีเปลี่ยน จากที่ข้ามองดูบัดนี้ท่านคงเป็ผู้ฝึกปราณระดับก่อปราณขั้นที่สองสินะ [ผู้ฝึกปราณระดับ 4 ขั้น 1] ทั้งๆ ที่จากกันนานปี ทรัพยากรของตระกูลโจวนับว่าเป็ที่หนึ่งในแผ่นดินนี้ลูกหลานก็ได้รับศิลาธาตุพลังสำหรับฝึกปราณไม่ขาด เหตุใดท่านยามนี้จึงเป็ได้แค่ผู้ฝึกปราณระดับก่อปราณขั้นที่หนึ่ง แม้แต่น้องอีเหยียนก็ยังเป็ผู้ฝึกปราณระดับก่อปราณขั้นที่หนึ่งได้แล้ว ตัวท่านมิใช่โง่งมหรือล้าหลังไปหน่อยรึ" แม่ใหญ่สบถเสียงด่าด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ พร้อมมือข้างหนึ่งที่สะบัดกระบี่ไปมาไม่หยุดต้านรับเหล่านักรบนับสิบ ทำพวกมันาเ็เสียโลหิตกันไปไม่น้อย หากแต่มิอาจจะรุกคืบถึงตายได้ นับว่านักรบนายทหารกล้าเหล่านี้มีระเบียบวินัยในการจัดขบวนรบยิ่ง
พวกมันรู้ว่าเสียเปรียบระดับพลังจึงพลัดรุกรับไม่หมดไม่สิ้นเสียที
โจวจี้ไหลหัวเราะเบาสบายราวกับว่าไม่ไยดีในคำพูดของสตรี หากแต่ในใจมันกรดด่าซุนลี่หรูไม่น้อย หากมันจับเป็นางได้ มันจะทรมานคืนทั้งต้นทั้งดอกแก่นาง การถูกดูิ่เกียรติครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้มันฝังใจต่อซุนก่างยิ่ง ครั้งหนึ่งมันโดนแย่งชิงลี่หรูไปมันยังนับว่าพอทน หากแต่อีกครั้งที่ซุนก่างได้รับอีกหนึ่งสตรีที่มันหมายปองอีเหยียน ในครั้งนั้นมันเจ็บช้ำเกินทนยิ่ง ในใจลึกๆ มันผูกแค้นกับตระกูลซุนเรียบร้อยแล้ว
หลายสิบปีก่อนมันไม่กล้าทำอะไรเพราะตระกูลซุนมีผู้เฒ่าชราที่น่ากลัว ที่แม้แต่ผู้นำตระกูลมันหลายคนยังไม่กล้ามีเื่ หากแต่สิบปีที่พึงผ่านมานี้ผู้เฒ่าผู้นั้นตายจากไปเพราะกับรบกับต่างอาณาจักรตัวมันจึงมองเห็นโอกาส
หากแต่่แรกมันมิอาจจะก่อการได้ โดยราชันย์เ้าตระกูลโจวนั้นเห็นความดีของผู้เฒ่าตระกูลซุนที่รบจนตัวตายพร้อมบุตรหลายสิบชีวิต และตัวมันโจวจี้ไหลก็หาใช่คนโง่ที่จะยุแหย่เวลานั้น หากแต่ตอนนี้ผ่านมาหลายปีแล้ว
ไม่ช้ามันก็มองเห็นช่อง เพราะซุนก่างมันนั้นมีความัักับผู้เหลือรอดชีวิตของตระกูลเฉินผู้หนึ่งที่ว่ากันว่าสมบัติฟ้าดินชิ้นหนึ่งไว้ สิ่งนี้แม้แต่องค์ราชันย์ตระกูลโจวก็ปรารถนา ส่วนอาณาจักรข้างเคียงที่เคยเป็ที่อาศัยของตระกูลเฉินก็สนใจเช่นกัน จนได้เริ่มกันสืบเบื้องลึกเื้ัมานานปี จนสุดท้ายได้ความว่า สมบัตินั้นน่าจะอยู่ในของตระกูลซุนเวลานี้
จากสายสืบซุนก่างมันมีผู้นับถือผู้หนึ่งเป็คนตระกูลเฉินจริงๆ โจวจี้ไหลมันจึงใช้โอกาสนี้ยุแหย่ แน่นอนตัวมันไม่ได้หวังสมบัติอะไรนั้น เพราะตัวมันก็รู้ตัวเองดีมิอาจจะมันได้อยู่แล้ว หากแต่มันเพียง้าทำลายตระกูลซุน ทำลายซุนก่างที่มันเจ็บแค้นในใจแต่เพียงเท่านั้น
ในยามนี้มันนับว่าสมใจแล้ว ส่วนใครจะได้สมบัติฟ้าดินไปครอง หรือจะมีสมบัติฟ้าดินจริงหรือไม่ มันไม่สนใจไยดี แม้จะไม่พบเจออะไร หากแต่ยามนี้กองทัพทั้งหลาย และเบื้องบนต่างตัดแบ่งเนื้อกันเรียบร้อยแล้วว่าใครจะได้เนื้อได้กระดูกส่วนไหน
ส่วนตัวมันมาทำหน้าที่เพียงตามล่าคนหลบนี้ อ้างว่าเคยรู้จักพวกนาง หากพบเจอย่อมจับไม่ผิดตัว ข้ออ้างนี้ดีและทำให้มันสมปรารถนาในหลายเื่พร้อมกัน
ความรู้สึกถูกิ่เกียรติในอดีตวันนี้ได้ชำระแล้ว
"ฮะฮ่าฮา" โจวจี้ไหลหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะะโไปร่วมเป็ผู้จับกุมในห้วงชุลมุนวุ่นวาย หากแต่มันมิได้เข้าหาซุนลี่หรูและซุนอีเหยียนก่อน หากแต่เป็สตรีนางอื่นๆ ต่างหาก พร้อมส่งคนติดตามของมันที่มิได้มีระดับพอๆ กับมันเข้าพัวพันซุนลี่หรูและซุนอีเหยียน
"ต่ำช้า" แม่ใหญ่ซุนลี่หรูะโด่า
หากแต่โจวจี้ไหลหาได้สนใจ มันได้เข้าโจมตีสยบสตรีผู้อ่อนแอกว่ามันทั้งหลายอย่างรวดเร็ว
ซุนนานบุรุษข้ามมิติเห็นดังนั้นก็ได้แต่โกรธแค้นในใจ ร้องเรียกบรรดาแม่ๆ ของตัวมันที่ทยอยล้มหมดสติคนแล้วคนเล่า "!!!แม่หก แม่สี่ แม่ห้า"
เมื่อโจวจี้ไหลได้ยินเสียงเด็กน้อยมันก็เหลียวมองในทันที "เ้าคือบุตรชายของเดรัจฉานซุนก่างสินะ ฮะฮาฮะ ตายยยยยยยยยยยยย" โจวจี้ไหละโพุ่งตัวราวกับโบยบินพุ่งเข้าหาซุนนานทันที
ตัวซุนนานบุรุษข้ามมิติ ตัวมันก็หาใช่กลัวตายมันอุ้มร่างซุนผูทารกน้อยที่ตอนนี้หลับสนิทเอา พร้ะโกนสาบานด้วยความโกรธแค้น "หากวันนี้ฆ่าไม่ตาย วันหน้าจะไม่มีตระกูลโจวอีกต่อ"
"!!!พูดได้ดีไอ้เด็กน้อย!!!แต่จงตายไปซะ ฮะฮาฮา" โจวจี้ไหละโพร้อมเสียงหัวเราะ
"ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" ซุนลี่หรูะโเสียงดัง ณ ตอนนี้นางอยู่ห่างจากซุนนานมาก พร้อมกันนี้ ตอนนี้นางเริ่มเสียสมาธิแล้ว
หากแต่ในวินาทีนั้น ไม่คาดคิด แม่สามะโเอาร่างของนางบังเกี้ยวรถม้าในทิศทางที่โจวจี้ไหลพุ่งมา นางพร้อมแทงกระบี่สวนกับโจวจี้ไหล กระบี่นี้เป็กระบี่แลกชีวิต หากแต่ตัวโจวจี้ไหลรึจะคิดแลกชีวิตกับนาง มันหยั่งกายทำให้เสียจังหวะ ก่อนโดนกระบี่แทงทากร่างแม้จะบาดลึกไม่น้อยหากแต่ก็ห่างจุดอันตรายไปมาก ตัวมันโจวจี้ไหลตวัดดาบดีดกระบี่ของซุนจางหงขึ้นไปหนึ่งที พร้อมซัดหนึ่งหมัดกระแสปราณพุ่งแรงเข้าร่างของแม่สามซุนจางหง จนนางร่างกระเด็นไปชนกับเกี้ยวทันที
ซุนนานมองร่างแม่สามของมันไอออกมามีโลหิตไหลซึมที่มุมปาก หมัดกระแสปราณนี้ของโจวจี้ไหลรุนแรงนักร่างของแม่สามยามนี้าเ็ภายในอย่างแสนสาหัส
"!!!แม่สามมมมมมมมมมมม" ซุนนานตัวมันกรีดร้องเ็ป
.
.
.
ซุนจางหงที่ตอนนี้ยังพอมีสติอยู่บ้าง มองไปยังเด็กน้อยอันเป็ที่รักของตัวนาง นางยิ้มจางๆ แก่ซุนนาน "ซุนน้อยไม่ต้องกลัวเดียวแม่สามจะเปิดทางให้เ้าเอง"
นางแย้มยิ้มอีกครั้งก่อนที่จะค่อยๆ พยุงร่างอันสั่นเครือยืนขึ้นอีกครั้ง
ซุนนานตัวมันเห็นแม่สามทำเช่นนี้มันเ็ป... เ็ปมากเหลือเกิน