ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    บทที่ 92 เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ

    น่าขายหน้าสิ้นดี ให้บัตรธนาคารไปแต่ดันไม่บอกรหัสผ่านเหมือนเราไม่อยากให้เขาเอาเงินไปใช้อย่างไรอย่างงั้น บ้าเอ๊ย...

            ฉินลู่กระแอมออกมาหนึ่งทีจากนั้นก็บอกรหัสผ่านให้สองพ่อลูกได้รับรู้ เขาสะกิดเมิ่งเวยเบาๆ และพูดว่า“ไปกดเงินออกมาเดี๋ยวนี้เลย แล้วก็ไปหาทีมตกแต่งมาด้วยจะได้ให้พวกเขาซ่อมแซ่มตกแต่งร้านให้ดี”

            “ได้เลย!” เมิ่งเวยพยักหน้า จากนั้นก็วิ่งฝุ่นตลบออกไป

            “ลุงเมิ่ง ขอโทษด้วยจริงๆ นะครับเป็นความผิดของผมเอง ไม่คิดเลยว่าจะลืมให้รหัสผ่านกับลุง”ฉินลู่หันไปพูดกับลุงเมิ่งอย่างรู้สึกผิด

            “ไม่เห็นต้องขอโทษเลย เสี่ยวฉินเกรงใจเกินไปแล้ว ถ้าไม่ได้นายช่วยไว้มากถึงขนาดนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำอย่างไรต่อดี”

            ทั้งคู่คุยกันอยู่ครู่หนึ่ง เมิ่งเวยก็วิ่งกลับมาในมือถือก้อนเงินสดประมาณ 10,000หยวนกลับมาด้วย เธอพูดอย่างดีใจว่า “พี่ฉิน ฉันกดมา 10,000 หยวน เราเอาเงินนี่ไปหาทีมตกแต่งกัน”

            ฉินลู่มองเงินในมือของเมิ่งเวยแล้วอยากจะร้องไห้“10,000 หยวนมันจะไปพอทำอะไรได้ อย่างน้อยก็ต้อง 3-4หมื่นถึงจะพอ”

            “เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ!” เมิ่งเวยเป่าปากคล้ายเสียงผายลม และถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง“แค่จะซ่อมแซมตกแต่งร้านอาหารเล็กๆ ต้องใช้เงินมากมายขนาดนั้นเลยเหรอ”

            “นั่นน่ะสิ เสี่ยวฉินซ่อมแซมร้านใช้เงินแค่หมื่นเดียวก็พอแล้วล่ะ ฉันจำได้ว่าตอนที่ตกแต่งร้านนี้ฉันก็ทำเองหมดเลยนะ พวกวัสดุที่ใช้ก็ไม่มีอันไหนที่แพงกว่า 5,000 หยวนเลยด้วย”

            ฉินลู่ส่ายหน้าไปมาและพูดว่า “พวกลุงตกแต่งร้านเรียบง่ายเกินไป ในเมื่อผมเป็นผู้ร่วมลงทุนแล้วงั้นก็ต้องตกแต่งให้ดีหน่อย ลูกค้าจะได้เพิ่มขึ้นด้วย พวกลุงว่าผมพูดถูกไหม การตกแต่งร้านแบบเก่ามันดูเรียบเกินไปดูไม่มีระดับเท่าไร”

            “ตะ…แต่ว่าแบบนั้นมันจะสิ้นเปลืองไปหน่อยนะ...”เมิ่งเวยยังคงรู้สึกลังเลอยู่บ้าง

            “สิ้นเปลืองก็สิ้นเปลืองสินี่เป็นเงินของฉัน ฉันอยากจะใช้จ่ายแบบนี้ เธอไปกดมาเพิ่มอีก 30,000 นะ ให้มันครบ 40,000 แล้วเก็บไว้ที่พ่อเธอจากนั้นก็ไปหาทีมตกแต่ง หาให้ค่าจ้างรวมค่าตกแต่งอยู่ในงบนี้” ฉินลู่พูดรัวจนไม่มีช่องว่างให้แทรก

            “งะ…งั้นก็ได้”เมิ่งเวยพยักหน้า วางเงิน 10,000หยวนไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็วิ่งออกไปอีกครั้ง

            “เสี่ยวฉินใช้เงินตกแต่งร้านเยอะขนาดนี้ค่อนข้างสิ้นเปลืองอยู่นะ” ลุงเมิ่งจับเงิน10,000 หยวนบนโต๊ะ แล้วพูดพลางถอนหายใจ

            “นี่คือการลงทุนไม่ต้องสนใจเงินเล็กน้อยพวกนี้หรอกครับ ขอแค่ตกแต่งร้านให้ดีก็จะเพิ่มยอดลูกค้าได้พอถึงเวลานั้น เงินที่ใช้ตกแต่งไป ก็จะค่อยๆ คืนกลับมา” ฉินลู่พูดปลอบใจลุงเมิ่งและทั้งคู่ก็เริ่มคุยกันอีกครั้ง

            “กริ๊งๆๆ !”

            มือถือของฉินลู่ดังขึ้นอีกครั้ง

            ฉินลู่ยิ้มอย่างรู้สึกผิดให้ลุงเมิ่งจากนั้นก็ล้วงมือถือออกมาดูว่าเป็นสายจากใคร พบว่าเป็นสายจากยัยชุยฮุ่ยฮุ่ย

            “สงสัยว่าจะมีคนในกลุ่มนักเลงตายอีกแล้วล่ะสิเลยโทร.มาถามเอาความผิดจากฉันอีก”

            ฉินลู่ยิ้มเจื่อน จากนั้นก็กดรับสาย

            แต่กลับไม่มีเสียงโหวกเหวกโวยวายอย่างที่คิดเอาไว้เสียงจากปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า “ฉินลู่เกิดเรื่องใหญ่แล้วล่ะ”

            ฉินลู่อึ้งงัน ถามอย่างแปลกใจว่า “เกิดเรื่องใหญ่อะไรเหรอ”

            “มีเศรษฐี 7 คนตายไล่เลี่ยกัน...” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้ว่า“เรื่องเกิดเมื่อวานนี้เอง”

            “คดีใหญ่ขนาดนี้เชียวเหรอ”ฉินลู่นิ่งอึ้ง จากนั้นก็พูดอย่างแปลกใจว่า “แม้ว่านี่จะไม่ใช่คดีเล็กๆแต่ว่า มันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะ เธอโทรมาหาฉันทำไมกัน”

            “ทั้ง 7 คนนี้ต่างก็เสียชีวิต…ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน!”ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดเหมือนอยากจะจับให้ได้ไล่ให้ทัน

            ฉินลู่หรี่ตาลงเล็กน้อยเขาเอามือปิดไมค์โทรศัพท์ ก่อนหันไปมองลุงเมิ่งและพูดว่า “ลุงเมิ่ง ผมขอไปคุยโทรศัพท์สักครู่นะครับ แล้วผมอาจจะต้องออกไปจัดการธุระนิดหน่อยด้วยคงไม่กลับเข้ามาแล้วนะ”

            “ได้ นายมีธุระก็ไปทำเถอะ!”ลุงเมิ่งพยักหน้า

            ฉินลู่เดินออกจากร้านอาหารไปยืนที่มุมมุมหนึ่งก่อนเริ่มคุยสายอีกครั้ง “เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลันทั้ง7 คนเลยงั้นเหรอ”

            “ถูกต้อง” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของฉินลู่อย่างจริงจังว่า “หัวใจวายทุกคนเหมือนชายหน้าบากเลยฉันคิดว่าการตายของชายหน้าบากมีความเกี่ยวข้องกับนาย ก็เลยโทรมาถามนายดู”

            ฉินลู่ขมวดคิ้วและพูดว่า “เธอคงไม่ได้คิดว่าฉันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของ 7คนนั้นหรอกใช่ไหม”

            “เปล่าหรอกเพราะนายไม่ได้มีความขัดแย้งหรือเสียผลประโยชน์อะไรให้พวกนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะฆ่าพวกเขา” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูด

            ฉินลู่พยักหน้าและพูดต่อว่า “แล้วเหตุผลที่เธอโทรมาหาฉันคือ”

            “เพราะว่าชายหน้าบากก็ตายด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลันเหมือนกันฉันจึงอยากถามนายว่า สาเหตุการตายของทั้ง 7คนนี้มีอะไรเป็นพิเศษไหม อย่างเช่นพลังหรือวิธีพิเศษที่ทำให้เกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันจนเสียชีวิตได้น่ะ”

            ฉินลู่พยักหน้าและเข้าใจสิ่งที่ชุยฮุ่ยฮุ่ยจะสื่อ แต่เขาก็เงียบอยู่นานกว่าจะพูดขึ้นว่า “ฉันขอถามหน่อยว่าเศรษฐี 7 คนนี้มีอะไรที่คล้ายกันบ้างไหม”

            “สิ่งที่คล้ายกันเหรอ”ชุยฮุ่ยฮุ่ยทำหน้าอึ้ง จากนั้นก็พูดว่า “มีเงินมีเงินทุกคนเลย”

            “มีอย่างอื่นที่คล้ายกันอีกไหม”ฉินลู่ถามต่อ

            “อย่างอื่นเหรอ...” ฉินลู่ได้ยินเสียงถอนหายใจจากปลายสายอย่างชัดเจนก่อนที่ชุยฮุ่ยฮุ่ยจะพูดต่ออีกว่า “อีกอย่างที่คล้ายกันก็คือวันก่อน พวกเขาทุกคนไปที่ตลาดกลางคืนเมืองจิงเฉิงด้วย”

            ฉินลู่หรี่ตาลง “ไปที่ตลาดกลางคืนเมืองจิงเฉิงทุกคนเลยเหรอ”

            “ใช่แล้วไปที่นั่นกันทุกคนเลย แถมซื้อของกันทุกคนด้วยต่างก็ซื้อพวกเครื่องหยกที่ราคาสูงไม่เบา”

            “เครื่องหยก...”

            ฉินลู่สีหน้าตึงเครียดนึกถึงชายหัวโล้นคนนั้นทันที

            “ฉันคิดว่าฉันน่าจะพอรู้อะไรบ้างแล้วล่ะ”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยทำตาลุกวาวทันทีจากนั้นก็พูดอย่างเซอร์ไพรส์ว่า “นายรู้อะไรเหรอ”

    คล้ายกับเรื่องซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน