ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    เถ้าฝุ่นลอยไกล

    ตอนที่198 เถ้าฝุ่นลอยไกล

               ชิงเถาเดินเข้ามาในห้องที่มี่หนิงหยางยกให้นางได้ใช้ผนังทุกด้านเป็นหินหนาทนทานดี ขนาดห้องไม่ได้ใหญ่นักพอๆกับห้องของนางที่จวนจวนของนางมีหลายห้องที่นางใช้อักขระเพิ่มพื้นที่ แต่ห้องนอนของนางยังมีขนาดเท่าเดิมอยู่ห้องนอนนางจะให้ใหญ่ไปทำไมนัก อย่างไรก็อยู่ได้ไม่เป็นอันใดห้องกว้างไปสิลำบากมันยิ่งดูอ้างว้างและไหนจะใช้เวลาทำความสะอาดนานขึ้นอีก

    “ห้องน่าอยู่เหมือนกันนะเนี่ย”  ชิงเถาเดินสำรวจห้องอย่างสนใจในห้องมีของใช้เบื้องต้นอยู่ครบครัน มีเตียงอยู่กลางห้อง โต๊ะเล็กๆอยู่หัวเตียงตู้เก็บของอีกหลังอยู่ไม่ไกลกัน และยังมีโต๊ะนั่งพร้อมชุดน้ำชาอยู่ด้วยอีกชุดถือว่ามี่หนิงหยางเขาจัดการได้ดีทีเดียวอาจจะเป็นเพราะว่าเขามาที่นี่บ่อยหรือว่ามีคนมาดูแลกันนะมันถึงได้ดูสะอาดสะอ้านอยู่

    ‘หิวแล้วๆ’ ชิงเถาเก็บรายละเอียดรอบห้องได้ไม่นานเจ้านกหลันเฟยก็เอ่ยขัดนางขึ้น

    “ยืนเกาะข้าอยู่เฉยๆก็ช่างหิวเสียเหลือเกิน” ชิงเถาบ่นออกมาเล็กน้อยนางนำธัญพืชใส่จานและน้ำอีกหนึ่งถ้วยวางไว้บนโต๊ะสำหรับเป็นอาหารให้เจ้าหลันเฟยได้กิน

    ‘ขอบคุณๆ’ เสียงร้องบอกของหลันเฟยก่อนจะเงียบลงเพราะเจ้าตัวกำลังให้ความสนใจอาหารตรงหน้า

    “เฮ้อข้างนอกจะเป็นเช่นไรบ้างนะ” ชิงเถาอยากรู้ว่าสถานการณ์ด้านนอกเป็นเช่นไรบ้างแล้วนอกจากเถ้าฝุ่นคุ้งไปทั่วยังมีอย่างอื่นที่น่าเป็นห่วงอีกหรือไม่

    ‘ไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกน่า เจ้าอยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกันปลอดภัยกว่าที่หมู่บ้านผู้หลบภัยเสียอีก แถมยังมี’เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยขึ้นบอกแก่ชิงเถาน้ำเสียงนางดูเจ้าเล่ห์ไม่น้อย

    “มีมีอะไร” ชิงเถารีบถามออกมาอย่างสงสัย

    ‘จะมีอะไรได้ล่ะ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้า’

    “ข้าดูแลตัวเองได้น่าไม่ต้องให้ใครมาดูแลหรอก” ชิงเถาเอ่ยบอกจะเป็นนายทหารหรือว่ามี่หนิงหยางที่ดูจะเก่งกว่าก็ช่างนางสามารถดูแลตัวเองเอาตัวรอดได้

    ‘ไม่ได้เกี่ยวกับใครเสียหน่อย พูดแปลกๆ’เชี่ยนเชี่ยนบอกชิงเถาอย่างงงๆ

    “แล้วอะไรล่ะเรื่องที่เจ้าว่า” ชิงเถาถามกลับเมื่อดูเหมือนว่านางกับอีกคนจะเข้าใจคนละเรื่อง

    ‘ก็ต้นหญ้าไผ่หยกขาวอย่างไรล่ะ เจ้าควรสะสมพลังจากมันไปให้มากๆ’ เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยสั่งชิงเถา

    “ต้นไม้นั่นมันมีเจ้าของเราจะแอบใช้มันได้อย่างไร” ชิงเถาไม่เห็นด้วย ทำอย่างนี้มันก็ไม่ต่างจากการลักขโมยเลยนะราคาที่นางจะได้รับสูงมากทีเดียวถึงแม้จะมองหรือประเมินด้วยตาไม่ได้ก็เถอะ

    ‘ทำเป็นคนดีไปได้’เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยประชดก่อนจะบินหนีหายไปอีกคน

    “ใครจะกล้าทำอย่างเจ้าว่าล่ะถ้าโดนจับได้ขึ้นมาแย่เลย” ชิงเถาเอ่ยไล่หลังไป

     

               ด้านนอกตอนนี้เถ้าจากภูเขาไฟเริ่มแพร่พื้นที่เป็นวงกว้างแม้แต่เมืองหลวงที่อยู่ห่างออกไปหลายพันลี้ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลยไม่เพียงแค่นนั้น ตอนนี้ปากปล่องภูเขาไฟสูงได้มีหินหนืดสีแดงส้มสุดร้อนระอุหลั่งไหลออกมาอย่างต่อเนื่องแต่ดีที่การเคลื่อนที่ของหินเหลวร้อนครั้งนี้มันมีความหนืดสูงจึงไม่ได้มีการเคลื่อนที่เร็วนักมันค่อยๆเคลื่อนไปอย่างช้าๆหินหนืดร้อนมีลักษณะเป็นลูกกลมๆพุ่งออกมาจากปากปล่องและทับถมันบริเวณรอบๆซึ่งลักษณะภูเขาไฟเช่นนี้ถือได้ว่าไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียชีวิตมากนัก

     

    “ใต้เท้าขอรับคือว่าคุณหนู”เอ้อฉงที่เร่งเดินทางกลับมายังที่หลบภัยเอ่ยกับเจียงลู่เฉินอย่างรู้สึกผิดเขาปล่อยให้ชิงเถาไปกับใครก็ไม่รู้ต่อหน้าต่อตาแต่พวกเขากลับมายืนอยู่ในหลุมหลบภัยที่ทำไว้ได้อย่างปลอดภัยดี

    “พวกเจ้ากลับมาได้ทันเวลาก็ดีแล้วเรื่องชิงเถาข้ารู้แล้ว นางอยู่ในที่ปลอดภัยเราไม่ต้องเป็นกังวลไป”แต่เจียงลู่เฉินกลับเป็นคนเอ่ยสวนขึ้นมาก่อน

    “เอ่อหมายความว่าอย่างไรขอรับ” เอ้อฉงงงไปหมดแล้ว ชิงเถานางกลับมาแล้วเช่นนั้นหรือหรือว่าเรื่องราวเป็นเช่นไรกันแน่

    “เอาเป็นว่าชิงเถานางอยู่กับคนที่ไว้ใจได้ในที่ที่ปลอดภัยแล้ว แล้วนี่คือ”เจียงลู่เฉินตอบให้ลูกน้องเข้าใจมากขึ้นก่อนจะก้มลงสนใจเจ้าลูกม้าที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้น

    “นี่เป็นลูกม้าที่คุณหนูช่วยชีวิตมันไว้ขอรับเราไม่มีทางเลือกเลยต้องนำมันกลับมาด้วย” เอ้อฉงบอกผู้เป็นนาย

    “อืมเช่นนั้นเจ้าก็ดูแลมันให้ดีก็แล้วกัน รอให้ชิงเถากลับมาค่อยว่ากันอีกที” เอ่ยสั่งก่อนจะเดินหนีไปจัดการงานส่วนอื่นต่อส่วนเอ้อฉงก็รับหน้าที่จากดูแลคุณหนูมาดูแลลูกม้าแทน

               เมืองหลวงตอนนี้มีเถ้าฝุ่นปริศนาลอยมาเพียงชั่วค้ามคืนชาวบ้านพากันวิตกเพราะคาดการณ์กันไปต่างๆนานาว่าเหตุการนี้จะมีภัยร้ายแรงตามมาหรือไม่ในชั่วอายุของใครหลายคนก็ไม่เคยเจอการประทุของภูเขาไฟด้วยซ้ำจึงพากันวิตกนึกคิดไปไกลแต่รอไม่นานทางการจึงได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นผลมาจากภูเขาไฟที่อยู่ห่างออกไปหลายพันลี้และการที่มีเถ้าฝุ่นลอยมาถึงที่ห่างไกลเพียงนี้ก็เพราะแรงลมดังนั้นชาวบ้านจึงต้องหลบอยู่ในบ้านเรือนกันเป็นส่วนใหญ่

    “แล้วเช่นนี้เถาเอ๋อร์จะเป็นเช่นไรบ้าง”นางลี่จูวิตกกังวลกว่าคนผู้ใดในเมืองหลวงนี้เนื่องด้วยบุตรสาวของนางเดินทางไปกับขบวนของทางการเพื่อไปช่วยเหลือชาวบ้านจากภัยร้ายนี้นั่นเอง

    “เจ้าใจเย็นลงก่อนเถอะลูกเราต้องไม่เป็นอะไรแน่” จิ้นสิงเอ่ยปลอบผู้เป็นภรรยาไม่ใช่ว่าเขาไม่เป็นห่วงบุตรสาวของเขาห่างบ้านไปสองสามเดือนแล้วข่าวคราวก็เพียงรับรู้ว่านางยังคงสบายดีเท่านั้น

    “ข้าน่าจะห้ามนางไม่น่าปล่อยให้นางไปเลย” นางลี่จูไม่อาจใจเย็นลงได้แล้ว แม้เพียงในเมืองหลวงยังได้รับผลกระทบจากเถ้าฝุ่นขนาดนี้แล้วชิงเถาหละนางจะเผชิญพบเจอกับสิ่งใดบ้าง

    “ท่านแม่น้องรองต้องปลอดภัยแน่เจ้าค่ะ ทางการเชิญนางเพื่อไปช่วยเหลือผู้เสี่ยงภัยพวกเขาต้องดูแลนางอย่างดีแน่นอน” ลี่ถิงเอ่ยบอกช่วยจิ้นสิงอีกแรง

    “พี่รองฉลาดมากขอรับต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว” หมิงเลี่ยนบอกผู้เป็นมารดา

    “ใช่ขอรับพี่รองเก่งขนาดนั้น อะไรก็ทำอะไรพี่รองไม่ได้หรอก” หมิงลู่เอยเสริมด้วยอีกคน

    “แต่ว่า”นางลี่จูยังคงไม่คลายความกังวล อย่างไรเสียนางก็อยากจะเห็นด้วยตาตัวเองอยู่ดีว่าบุตรสาวของนางอยู่อย่างปลอดภัยดี

    “เรามาเขียนจดหมายส่งไปหาชิงเถาดีหรือไม่ขอรับ”เยว่สือเอ่ยเสนอออกมา อย่างน้อยก็น่าจะทำให้นางลี่จูสบายขึ้นสักเล้กน้อย

    “ดีๆรีบไปเตรียมกระดาษกับเครื่องเขียนมาเร็ว” จิ้นสิงเห็นด้วยจึงเอ่ยเสียงดังสั่งให้สองแฝดรีบไปเตรียมของมาให้นางลี่จูได้เขียนข้อความถึงบุตรสาว

    “ข้าอยากให้ลูกรีบกลับบ้านแล้ว”คำพูดของนางลี่จูคนอื่นได้ยินทำได้เพียงมองหน้ากันเท่านั้นอย่างไรเสียความรักของผู้เป็นแม่ก็ยิ่งใหญ่เสมอล่ะนะพวกเขาไม่เคยเป็นแม่ไม่เข้าใจหรอก

    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน