ตอนที่ 9
เมืองครอเดียร์
“แน่ใจแล้วเหรอครับว่าจะออกเดินทางเลย”จอมเวทหนุ่มถามขณะพาลูเซียสขึ้นไปยังรถม้าของพวกเขางานของจอมเวททั้ง 7เสร็จสิ้นไปตั่งแต่เช้าแล้วเพราะการสร้างถนนในคราวนี้สิ้นสุดแค่หมู่บ้านรีฟเท่านั้นการสร้างถนนที่เหลือแค่กิโลเมตรกว่าๆก็ใช้เวลาเพียงครึ่งวัน
“เช้าไปงั้นเหรอ”ลูเซียสถามพลางมองทองฟ้าตอนนี้เป็เวลาตี 5 ของเช้าวันถัดมาแล้ว
“เปล่าครับผมหมายถึงเื่คนในหมู่บ้าน...”จอมเวทหนุ่มพูดเสียงเบาพลางมองไปยังหมู่บ้านของลูเซียสเมื่อวานลูเซียสเพียงบอกเื่การไปเข้าเรียนกับแม่ของเขาเท่านั้นไม่ได้บอกกับคนในหมู่บ้านคนอื่นเลยปกคิการจะจากบ้านไปไกลๆมันต้องมีการบอกลาด้วยไม่ใช่หรือไง
“ไม่เป็ไรหรอก”ลูเซียสตอบเสียงเรียบพลางขึ้นรถม้าของจอมเวททั้ง7 คน หากจะพูดให้ดูดีละก็ลูเซียสคงบอกว่าเขาชินชากับการบอกลาแล้วแต่ในความจริงเขาไม่เคยชินชากับมันเขาเพียงแค่หลบหนีจากมันเท่านั้นลึกๆในจิตใจของเขายังคงหวาดกลัวมันอยู่หวาดกลัวการจะจากลากับคนที่ตนรู้จัก
ตั่งแต่ที่รู้ว่าเขาคือคนของตระกูลโฟรเซนฮาร์ทจอมเวททั้ง 7 คนก็มีท่าทีราวกับเป็คนรับใช้ของลูเซียส ทั้งเกรงใจและให้เกียติลูเซียสอย่างมากจนแม้แต่ลูเซียสเองยังรู้สึกแปลกๆขนาดรถม้าออกเดินทางมาได้ 10 นาทีแล้วคนทั้ง 7 ยังไม่กล้าพูดอะไรกันสักคำ
“คาร์ลทำไมคุณถึงเลือกที่จะทำงานเป็คนสร้างถนนละ”เห็นทั้ง 7คนมีท่าทีเกร็งกันหมดลูเซียสจึงเริ่มเื่คุยขึ้น ส่วนคาร์ลนั้นคือชื่อของจอมเวทหนุ่มที่มักจะเป็คนตอบคำถามลูเซียสนั่นเอง
“เพราะผมมีพลังเวทน้อยก็เลยเลือกงานได้ไม่มาก งานสร้างถนนถึงจะต้องเดินทางตลอดแต่งานก็ไม่หนักมากแถมรายได้ก็ดีด้วย”คาร์ลตอบพลางยิ้มเขิลๆ
“แต่มันก็เป็งานที่ดีนะครับ”ชายหนุ่มที่ชื่อวิลล์พูดพลางยิ้มกว้าง
“ใช่ ตอนแรกก็รู้สึกไม่ดีเพราะงานมันเหมือนกรรมกรยังไงไม่รู้แต่พอทำถนนไปถึงหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านพวกเขาก็ดีใจกันมากเลย”คาร์ลว่ายิ้มๆพลางเร่งความเร็วรถม้าขึ้นเพราะทางเริ่มสว่างแล้วรถม้าของพวกคาร์ลนั้นถึงจะบอกว่าเป็รถม้าแต่สัตว์ที่ใช้เทียมรถกลับเป็สัตว์แปลกๆรูปร่างคล้ายกิ้งก่าแต่มันกลับยืนด้วยขาหลังเท่านั้นส่วนเื่ความเร็วของขาทั้งสองข้างนั้นลูเซียสกล้าบอกได้เลยว่ามันมีความเร็วมากกว่าม้าทุกตัวในโลกเก่าของเขาเสียอีก(สัตว์ลากรถของกลุ่มจอมเวทเป็ัดินสายพันธุ์หนึ่งที่คนมักจะนำมาใช้ลากรถมีรูปร่างคล้ายๆไดโนเสาร์พันธุ์แร็พเตอร์)
“ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะเดินทางถึงครอเดียร์เหรอ”ลูเซียสมองรถม้าที่ลากด้วยัดินอย่างสนใจความเร็วของมันมากกว่าม้าหลายเท่าทำให้แรงลมแทบจะกลบเสียงของเขาจนหมด
“ราวๆ 7วันครับ”คาร์ลตอบเสียงดังขึ้นเพราะ้าให้เสียงของตนเองดังกว่าเสียงของลม
“เวียร์ช่วยใช้เวทลมหน่อยพี่จะเร่งความเร็วแล้ว”ตอบคำถามของลูเซียสจบคาร์ลก็หันไปสั่งจอมเวทสาวให้ใช้เวทลม
“ได้เลย”เวียร์พูดเสียงใสพลางพึมพำคาถาออกมาเมื่อเธอร่ายคาถาจบแสงสีเขียวก็สว่างจ้าไปทั่วทั้งรถม้าก่อนจะจางลงไปในชั่วอึดใจเดียว
“นี่มันอะไรกัน?”ลูเซียสถามพลางมองไปรอบๆลมที่ควรจะพัดผ่านพวกเขาอย่างรุนแรงกลับลดความแรงลงราวกับรถม้ากำลังเดินหน้าด้วยความเร็วเท่าๆกับคนเดินเสียอย่างนั้น
“นี่เป็ยเวทควบคุมลมครับเราทำให้ลมภายนอกไม่สามารถเข้ามาภายในเขตได้ทั้งหมด พูดง่ายๆก็คือเราสร้างเกราะลมเพื่อป้องกันแรงลมจากภายนอก”พูดจบคาร์ลก็เร่งความเร็วของัดินเข้าไปอีกตอนแรกลูเซียสคิดว่าพวกมันเร็วกว่าม้ามากอยู่แล้วแต่พอคาร์ลเริ่มเร่งความเร็วเข้าไปอีกความเร็วของพวกมันก็ทะยานราวออกไปไวจนลูเซียสยังต้องอึ้งขณะมองทิวทัศรอบที่ผ่านตาเขาไปอย่างรวดเร็วก็ครุ่นคิดขึ้นว่า ด้วยความเร็วขนาดนี้พวกเขายังต้องเดินทางถึง7 วันครอเดียร์นี่ไกลเอาเื่เลยทีเดียว
ตลอดการเดินทาง 7 วันลูเซียสได้เข้าเมืองทั้งสิ้น3 ครั้งโดยเมืองของโลกนี้มีวัฒนธรรมคล้ายๆโลกฝั่งตะวันตกโดยบ้านเรือนของพวกเขาจะทำได้หินนำมาก่อผสมกับสารยึดติดเพื่อทำเป็บ้าน บ้างก็เป็บ้านไม้ที่มีสไตร์การออกแบบคล้ายๆกันแต่เพราะการเดินทางของคณะจอมเวทค่อนข้างรีบร้อนลูเซียสจึงไม่มีโอกาสได้เที่ยวรอบๆเมืองสักเท่าไหร่เพราะพวกเขาจะเข้าเมืองในตอนค่ำ เข้านอนแล้วเดินทางต่อในตอนเช้าจนกระทั่งเวลาล่วงเลยมา 7 วันลูเซียสก็มาถึงเมืองครอเดียร์จนได้
สิ่งแรกที่ลูเซียสเห็นและรู้สึกประทับใจกับการมาเมืองครอเดียร์ครั้งแรกคือกำแพง มันเป็กำแพงหินเนื้อเดียวหรือก็คือเป็กำแพงที่สร้างจากเวทมนตร์คล้ายๆกับถนน มันสูงราวๆ 10 เมตรยาวจนสุดลูกหูลูกตา ส่วนบ้านเมืองของเมืองครอเดียร์นั้นก็เป็สไตร์เดียวกับเมืองอื่นๆนั่นคือบ้านเมืองแบบทางฝั่งตะวันตกเพียงแต่บ้านที่มีขนาดใหญ่หน่อยจะใช้หินที่สร้างจากเวทมนตร์กันทั้งสิ้น
“ยอๆ”คาร์ละโพลางดึงสายบังคับัของเขาให้ชะลอฝีเท้าลงขณะรถม้ากำลังเดินลอดผ่านประตูกำแพงคาร์ลก็แสดงตราสัญลักษณ์หนึ่งให้ทหารยามดูพอเห็นตราสัญลักษณ์ทหารก็พยักหน้าแล้วปล่อยให้พวกเขาเข้าไป
“ที่นี่เป็เมืองหลวงของเผ่ามนุษย์สินะ”ลูเซียสมองไปรอบๆด้วยความตื่นเต้นนี่เป็ครั้งแรกที่เขามาถึงเมืองตอนกลางวันทำให้สามารถมองเห็นความมีชีวิตชีวาและการใช้ชีวิตของคนที่นี่ได้เป็ครั้งแรก
“ครับ แต่ก็มีเผ่าอื่นเดินทางมาเสมอๆ”คาร์ลพูดพลางมองไปยังร้านค้าที่มีคนหลากหลายเผ่ากำลังเลือกซื้อของอยู่พอเห็นดังนั้นลูเซียสก็จ้องมองพวกเขาอย่างสนอกสนใจเพราะนอกจากคนเล่านิทานที่มาหมู่บ้านของเขาเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วเขาก็ไม่เคยเห็นคนจากเผ่าอื่นอีกเลย
“ในเมืองนี่ มีร้านขายอาวุธ กับชุดเกราะเยอะเหมือนกันนะ”ลูเซียสพูดเมื่อมองไล่สายตาตามทางที่พวกเขานั่งรถผ่านมาทุกๆ 500 เมตรจะเจอร้านอาวุธ 1 ร้านเสมอ
“เพราะอาชีพนักผจญภัยเป็อาชีพที่ได้เงินดีไงครับอาวุธเลยเป็สิ่งจำเป็”คาร์ลว่าพลางหัวเราะเบาๆ ความจริงจอมเวทก็เป็หนึ่งในอาชีพที่สามารถทำงานเป็นักผจญภัยได้แต่พวกเขาไม่มีใครอยากเป็นักผจญภัยนักเพราะงานค่อนข้างอันตรายถ้าหากตายขึ้นมาเงินจะดีขนาดไหนมันก็ไม่คุ้ม
“นักผจญภัยงั้นเหรอจริงสิพวกนั้นเคยมาตรวจสอบเื่สัตว์อสูรโจมตีหมู่บ้านเมื่อ 7 ปีก่อนนี่นา”ลูเซียสว่าพลางหันไปมองคาร์ล
“ครับส่วนใหญ่นักผจญภัยจะเป็คนที่ล่าสัตว์อสูรเพื่อหาเงินและคอยทำตามคำขอร้องจากบุคคลหรือหมู่บ้านเพื่อหาค่าตอบแทนเป็เงินแต่เพราะงานส่วนใหญ่ของนักผจญภัยต้องเจอกับอันตราย คนที่จะเป็นักผจญภัยเลยต้องเป็คนที่รู้ทักษะการต่อสู้นะครับ”พอคาร์ลพูดจบลูเซียสก็ยิ้มออกมาทันที
“งั้นทำยังไงถึงจะเป็นักผจญภัยละ” พอได้ยินคำถามของลูเซียสคาร์ลก็ชี้ไปที่ตึกแห่งหนึ่งที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลทันที
“เห็นรูปปั้นัตรงนั้นไหมครับที่นั่นคือสมาคมนักผจญภัยไม่ว่าใครก็สามารถสมัครเป็นักผจญภัยและรับทำภารกิจได้ครับ”คาร์ลพูดจบลุเซียสก็ะโลงจากรถม้าทันที
“เดี๋ยวคุณจะไปไหนนะ”คาร์ลถามเสียงเหวอก่อนจะดึงสายบังคับเพื่อให้รถม้าหยุด
“ว่าจะไปสมัคเป็นักผจญภัยนะ”ลูเซียสยิ้มพลางหันหลังให้คาร์ล
“แต่ว่ายังไม่ถึงที่พักของพวกเราเลยนะครับ”คาร์ลพยายามห้ามเอาไว้เพราะตอนแรกเขากะจะให้ลูเซียสมาพักที่บ้านของเขาจนกว่าจะจัดการเื่เข้าเรียนได้เสียก่อน
“ไม่ละ แบบนั้นรบกวนพวกนายเปล่าๆเอาไว้จะไปเยี่ยมนานๆทีนะ”ลูเซียสยิ้มพลางเดินจากพวกคาร์ลมาเสียดื้อๆเล่นเอาเหล่าจอมเวททั้ง7 ได้แต่มองตามตาค้าง
“ไม่เป็ไรเหรอพี่ปล่อยเขาไปแบบนั้น”เวียร์ถามพลางมองตามแผ่นหลังของลูเซียสไป
“ไม่รู้สิแต่พี่รู้สึกว่าเขาไม่เป็ไรนะ”คาร์ลถอนหายใจพลางบังคับให้รถม้าเดินหน้าอีกครั้งปกติเจอเหตุการณ์แบบนี้คนธรรมดาต้องรู้สึกห่วงอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่ห่วงลูเซียสเลย
ทางด้านลูเซียสหลังจากเดินเข้ามาในสมาคมนักผจญภัย สิ่งแรกที่สะดุดตาเลยก็คือเคาเตอร์จำนวน 20ตัวที่ตั้งเรียงเป็แถวแนวนอนเบื้องหน้าและเหล่านักผจญภัยที่นั่งกันอยู่ในตัวอาคาร
“สวัสดีค่ะ้าให้ช่วยอะไรจะ”หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาทักลูเซียสเพราะเห็นว่าเป็เด็กหนุ่มอายุไม่มากเธอจึงเข้ามาให้คำแนะนำ
“ผม้าหาเงินครับ”ลูเซียสตอบตรงๆเพราะเขารู้ค่าเล่าเรียนมาจากคาร์ลแล้วเรียบร้อย
“ค่ะถ้าอย่างนั้นก็ต้องรับภารกิจหรือล่าสัตว์อสูรเพื่อนำคริสตัลเวทมนตร์มาแลกเป็เงินค่ะ”หญิงสาวพูดพลางยิ้มหวานเด็กอายุรุ่นลูเซียสเป็เื่ปกติที่เริ่มจะอยากเป็นักผจญภัยจึงมีเด็กหนุ่มเด็กสาวจำนวนมากมาเพื่อสมัครเป็นักผจญภัยแถมเด็กหนุ่มรอบนี้ก็หน้าตาน่ารักน่าชังดีเสียด้วยเธอจึงตั้งใจบริการเป็พิเศษ
“จริงสิ ผมมีคริสตัลเวทมนตร์อยู่ไม่ทราบว่าจะแลกเป็เงินได้ที่ไหนครับ”ลูเซียสถามพลางมองไปที่เคาเตอร์ด้านหลัง
“สามารถแลกได้ที่เคาเตอร์ไดก็ได้ค่ะแต่ผู้แลกจะต้องเป็สมาชิกของสมาคมนักผจญภัยเสียก่อน”หญิงสาวตอบพลางโยงกลับมาเข้าประเด็นเดิมเพราะสมาคมนักผจญภัยถูกตั้งขึ้นเพื่อนักผจญภัยทำให้คนที่จะนำคริสตัลเวทมนตร์มาขายที่นี่ต้องเป็นักผจญภัยเท่านั้นแน่นอนว่าถ้าหากไม่ใช่นักผจญภัยสามารถนำคริสตัลเวทมนตร์ไปขายที่ร้านเกี่ยวกับอุปกรเวทมนตร์ได้โดนตรงซึ่งลูเซียสยังไม่รู้เื่ในข้อนี้
“งั้นผมขอสมัครเป็นักผจญภัยได้ไหมครับ”ลูเซียสถามพลางยิ้มให้หญิงสาว
“ได้ค่ะ เชิญทางนี้”หญิงสาวพูดจบก็พาลูเซียสไปที่เคาเตอร์หนึ่งในเคาเตอร์ทั้ง20 ตัวพนักงานที่นั่งอยู่หลังเคาเตอร์เองก็เป็หญิงสาวท่าทางสุภาพเรียบร้อยเช่นเดียวกับหญิงสาวที่เข้ามาต้อนรับลูเซียสดูท่าทางที่นี่จะคัดคนมาทำงานดีเหมือนกัน
“้าติดต่ออะไรคะ”พนักงานสาวหลังเคาเตอร์ถามพลางยิ้มให้เด็กชาย
“ผมอยากสมัครเป็นักผจญภัยครับ”ลูเซียสตอบ
“ค่ะรบกวนกรอกข้อมูลในเอกสารด้วยค่ะ”พนักงานสาวพูดจบก็ยื่นปากกาและกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้ในกระดาษมีข้อมูลให้ลูเซียสกรอกไม่มาก แค่ชื่อ นามสกุล อายุที่อยู่อาศัยที่สามารถติดต่อได้ และความสามารถพิเศษ ซึ่งลูเซียสเลือกกรอกแค่ช่องชื่อ อายุ และความสามารถพิเศาเท่านั้นเพราะหากเขาเขียนนามสกุลลงไปมันต้องกลายเป็เื่ใหญ่แน่ๆหากดูจากอาการตอบสนองของเหล่าจอมเวทที่ได้รู้ว่าเขาคือคนของตระกูลโฟรเซนฮาร์ทแถมโลกนี้คนที่ไม่มีนามสกุลเองก็ถือเป็เื่ปกติทำให้ลูเซียสเว้นว่างช่องนามสกุลเอาไว้ได้อย่างสายใจส่วนที่อยู่เนื่องจากเขาพึ่งมาถึงจึงยังไม่มีที่อยู่ที่แน่นอนบางทีเขาคงต้องหาดูก่อนว่าคริสตัลที่ได้จากหมีั์ท้องขาวขายได้เท่าไหร่เขาถึงจะสามารถหาที่พักได้ ส่วนความสามารถพิเศษเขาใส่เอาไว้ว่า ต่อสู้ และ ภาษา เท่านั้น
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”พนักงานสาวเก็บข้อมูลของลูเซียสกลับมาก่อนจะประทับตราลงไปหนึ่งทีหลังจากนั้นเธอก็ลอกข้อมูลในกระดาษใส่กระดาษอีกแผ่นที่มีขนาดเท่าฝ่ามือ
“นี่เป็บัตรของเธอนะลูเซียส”พนักงานสาวอ่านชื่อในบัตรพลางยิ้มมาให้เขา
“ครับ”ลูเซียสตอบพลางรับบัตรมา
“บัตรของเธอเป็บัตรระดับ F ซึ่งเป็บัตรระดับต่ำสุดนะถ้าเอรับงานทำเรื่อยๆเธอก็จะสามารถเลื่อนระดับได้”พนักงานสาวชี้ไปที่ตัวอักษรบนบัตรของลูเซียส
“แล้วระดับสูงมีความสำคัญยังไงเหรอครับ”ลูเซียสถามพลางพลิกบัตรไปมา
“เพื่อความปรอดภัยของนักผจญภัยเราจึงมีระบบจัดระดับของภารกิจค่ะโดยภารกิจของเราจะแบ่งเป็ระดับ S A B C D E และ Fซึ่งระดับภารกิจที่รับได้ก็จะแยกตามระดับของบัตรค่ะ”พนักงานตอบพลางผายมือไปทางกระดานขนาดใหญ่ที่ติดแผ่นกระดาษจำนวนมากเอาไว้
“พูดง่ายๆก็คือถ้าอยากรับภารกิจที่ได้ค่าตอบแทนสูงๆก็ต้องมีระดับสูงตามไปด้วยจ่ะ”พนักงานคนแรกที่พาลูเซียสมายังเคาเตอร์ตอบเพราะตอนแรกลูเซียสบอกเธออย่างชัดเจนว่า้าหาเงิน
“ครับ ขอบคุณมาก”