ฉันมีเทเลพอร์ตสุดเจ๋ง(ทั้งเรื่องติดหัวใจแค่4ตอน)

    ตอนที่ 59 เยือนประเทศ M

    ตอนที่59 เยือนประเทศ M


    หลิวเย่ต้องเผชิญกับการฟาดฟันของสายฟ้าอย่างต่อเนื่อง!


    จนกระทั่งแสงอาทิตย์แรกของรุ่งอรุณทอประกายสว่าง


    พลันเมฆน้อยค่อยๆสลายหายไปไร้ร่องรอย


    “แฮ๊ก! แฮ๊ก!”


    “จะขาดใจอยู่แล้ว!”


    “ไอ้เมฆบ้า! ไอ้สายฟ้าเฮงซวย! ฉันจะเอาคืนพวกแกคอยดูสิ!”


    หลิวเย่ไร้เรี่ยวแรงเนื่องจากพลังปราณถูกใช้ไปจนหมด


    พลันหมดสติทันใด


    รุ่งเช้าวันต่อมา


    หลิวเย่ค่อยๆลืมตาขึ้นและขยับตัวด้วยความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ถูกสายฟ้าฟาด


    “โอ๊ย! เจ็บชะมัดเลย!”บ่นอุบอิบและหยิบน้ำอมฤตสีดำ(ฟื้นคืนชีพ) และสีเหลือง(รักษาโรค)ออกจากมิติพื้นที่


    เขาดื่มอย่างรวดเร็วแล้วนั่งฟื้นฟูร่างกายและจิตวิญญาณ


    สายฟ้านั้นทรงพลังนักมันไม่ได้ทำลายแค่ร่างกายและเลือดเนื้อเท่านั้น


    แต่มันยังสามารถทำลายจิตวิญญาณภายในอีกด้วย!


    แม้แต่โล่ต้านพลังเทพยังไม่สามารถต้านทานได้เลย!


    เมื่อสำรวจตันเถียนและโล่ต้านพลังเทพ


    ปรากฏว่าตันเถียนหดตัวลงหนึ่งในสามชุ่น(ราว0.8 เซนติเมตร)


    และโล่ต้านพลังเทพหมุนวนช้าลงกึ่งหนึ่ง


    “บ้าจริง! สายฟ้านั่นช่างรุนแรงเสียจริง”


    รุ่งเช้าของวันต่อมา


    ในตอนนี้หลิวเย่สามารถฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับคืนมาได้หกในสิบส่วน


    จึงหยิบง้าวออกมาตรวจสอบ


    “สมกับเป็นอาวุธของเทพอย่างแท้จริง!” เขาพยักหน้าอย่างพอใจกับออร่าอันทรงพลังจากง้าว


    ดูเหมือนว่าง้าวจะผ่านการดื่มเลือดและการต่อสู้มาอย่างโชกโชน


    หลิวเย่กวัดแกว่งง้าวและทดสอบพลังของมัน


    “ตู้ม!!!”เสียงระเบิดดังสนั่นเมื่อง้าวกระแทกภูเขาขนาดใหญ่ กลายเป็นฝุ่นผงและที่ราบเรียบทันที!


    “โอ้ นี่มันเจ๋ง! เยี่ยมยอด!”เขาตื่นตะลึงเมื่อเห็นอานุภาพการทำลายล้างที่ทรงพลัง


    จากนั้นเหินตัวบินกลับไปยังพระราชวังเนื่องจากเขาหายตัวมาหลายวันแล้ว


    “นายท่าน! นายท่าน!”เสียงร้องอย่างตื่นเต้นดีใจจากโยวจี้


    “มีอะไร?”เขาสงสัยเมื่อเท้าแตะพื้นได้ครู่เดียว


    “มีของบรรณาการมากมายจากจักรพรรดิของอาณาจักรเหออาณาจักรหยาง และอาณาจักรลู่”


    “หืมเกิดอะไรขึ้น?” เขาขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ


    “มีข้อความแนบมาพร้อมกับคณะราชทูตว่าเป็นของบรรณาการเพื่อแสดงความจงรักภักดี”


    “อ่อเรียกหลินซ่งให้มาจัดการ!”


    “เอ่อมีเหล้านมม้านมแพะเยอะเลย!”โยวจี้พูดถึงเหล้าด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์


    มันไม่ได้สนใจสมบัติอย่างอื่นมากไปกว่าเหล้ารสชาติสวรรค์ที่นานๆครั้งถึงจะได้กิน


    “แบ่งไปกินแค่หนึ่งส่วนพอที่เหลือข้าจะจัดการเอง” เขาเหล่ตามองเห็นความคาดหวังจากมันจึงอนุญาต


    “โอ้ขอรับนายท่าน ข้าจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มกำลัง!”น้ำเสียงตื่นเต้นยินดีทันใดจากโยวจี้


    หลิวเย่ตรวจสอบของบรรณาการจากทั้งสามอาณาจักร


    เขาเลือกเก็บบางรายการเข้ามิติพื้นที่


    เมื่อสอบถามถึงพระสนมทั้งสี่คน


    ปรากฏว่าพวกนางกำลังสนุกกับการทำงานที่ตนมีหน้าที่รับผิดชอบ


    เขาจึงไม่ได้เรียกหาพวกนางแต่วาร์ปกลับโลกทันที


    ..........


    ในห้องเรียนของมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีน


    หลิวเย่ที่มานั่งเรียนในวันศุกร์ก่อนเวลาที่เพื่อนๆร่วมหอพักจะมาถึง


    เมื่อซุนเอ้อเหลือบมองเห็นเขาซุนเอ้อรีบวิ่งมาหาเขาอย่างรวดเร็ว “น้องสี่ นายหายไปไหนมา?”


    “มีอะไรเหรอ?”หลิวเย่ขมวดคิ้วมองเขาด้วยความแปลกใจ


    “เมื่อวานนี้เทพธิดามาหานายน่ะ!” ซุนเอ้อพูดเสียงเบา


    “แล้ว?”เขาสงสัยกับจุดประสงค์ของเจียงผิงผิง


    “ก็พอไม่เจอนายเธอก็จากไปน่ะสิ!”ซุนเอ้อยักไหล่ตอบ


    หลิวเย่ครุ่นคิดเรื่องราวของเจียงผิงผิงและคิดว่าจะพบกับเธอหลังกลับมาจากประเทศM


    ตอนบ่ายหลิวเย่และต้าเป่าโจวพบกันที่สนามบินและเตรียมมุ่งหน้าไปเมืองนิวประเทศ M


    ..........


    เวลา 10.00 น. ของวันต่อมาพวกเขาเดินทางถึงสนามบินเมืองนิว ประเทศ M


    จากนั้นเข้าพักในโรงแรมเชอราตันระดับห้าดาว


    “เจ้านายตัวแทนบริษัทเคทีจะมาพบกับเราที่ล๊อบบี้เวลา 13 นาฬิกา”


    “เข้าใจแล้ว”หลิวเย่พยักหน้าเข้าใจ


    เวลา 13.00 น.หลิวเย่ ต้าเป่าโจว และตัวแทนบริษัทเคที แพทริค ชายวัยกลางคนผมสีทองตาสีฟ้า


    “สวัสดีคุณหลิวเย่” แพทริคทักทายเขาอย่างเป็นมิตร


    “สวัสดีคุณแพทริค” หลิวเย่และต้าเป่าโจวทักทายอย่างเป็นมิตรเช่นกัน


    “พวกคุณสนใจเครื่องจักรสำหรับผลิตยา?”แพทริคหรี่ตามองหลิวเย่อย่างสนใจและตรวจสอบเขาไปด้วย


    “ใช่แต่เป็นรุ่นเฉพาะที่พวกคุณออกแบบใหม่!”หลิวเย่บอกจุดประสงค์ที่แท้จริง


    เขารู้ดีว่าการเลือกสเปครุ่นนี้จะทำให้พวกเขาสงสัย!


    เนื่องจากสเปคเครื่องจักรที่เขาเลือกนั้นเป็นแบบทันสมัยล่าสุดที่จำเป็นต้องทำงานภายใต้สมองกลอัจฉริยะ!


    และมันมีขนาดเล็กมากกว่าเครื่องจักรทั่วไปสายพานมีไม่มากและไม่ซับซ้อน


    พวกเขาออกแบบให้มันทำงานอย่างคล่องตัวโดยใช้หุ่นยนต์เป็นหลัก!


    ดังนั้นพวกเขาจึงสงสัยและประหลาดใจที่พบว่าหลิวเย่ชายหนุ่มหล่อเหลาตรงหน้า


    มาจากประเทศที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีล้าหลังกว่าพวกเขามากนัก!


    ทำไมหลิวเย่ถึงได้เลือกเครื่องจักรสเปคนี้?


    หลิวเย่มีเทคโนโลยีอันทันสมัยและล้ำหน้าแล้วเหรอ?


    ทำให้พวกเขาสนใจและต้องการพบกับเจ้าของบริษัทยาซ่งหรานตัวจริง!


    หลิวเย่ยิ้มเล็กน้อยอย่างเข้าใจกับความสงสัยของแพคริค


    ต้าเป่าโจวกระวนกระวายเล็กน้อยในการเจรจาซื้อเครื่องจักรครั้งนี้!


    “ตกลงพวกเราไปดูเครื่องจักรด้วยกัน” แพคริคตัดสินใจให้หลิวเย่ไปชมเครื่องจักรก่อน


    เพราะบางทีถ้าหลิวเย่ไม่มีสมองกลอัจฉริยะ


    หลิวเย่จะต้องจ่ายราคาแพงเพื่อซื้อสมองกลอัจฉริยะจากพวกเขาอย่างแน่นอน


    มันไม่มีขาดทุนมีแต่กำไรสำหรับพวกเขา แพทริคจึงตอบตกลงโดยธรรมชาติ


    “ดี ไปกัน”หลิวเย่พยักหน้าตอบตกลง


    หนึ่งชั่วโมงต่อมา


    แพทริคหลิวเย่และต้าเป่าโจว เดินทางมาถึงโรงงานผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรโรงงานของบริษัทเคที


    เวลานี้หลิวเย่ได้เปิดสัมผัสสวรรค์เพื่อสำรวจบริเวณโดยรอบโรงงาน


    “นั่นอะไร?”หลิวเย่ประหลาดใจที่พบห้องปฏิบัติการลับใต้ดินของบริษัท!


    มันถูกออกแบบให้มีความแข็งแกร่งซึ่งสามารถต้านการโจมตีของผู้มีขอบเขตแกนทองคำได้


    และทางเข้ายังมีค่ายกลอันทรงพลังวางไว้!


    เขาคิดในใจด้วยความสงสัย“ที่นี่มีผู้แข็งแกร่งระดับสูงเช่นนี้ด้วยเหรอนี่?”


    จากนั้นเขาสแกนเครื่องจักรรุ่นล่าสุดKT19 ที่เห็นตรงหน้าเพื่อเก็บข้อมูลออกแบบให้แรงส์ทำงาน


    “เครื่องจักรเหล่านี้จำเป็นต้องใช้สมองกลอัจฉริยะควบคุมการทำงานและมันจะทำงานกับหุ่นยนต์เป็นหลัก”


    แพคริคพูดให้ข้อมูลกับหลิวเย่เขาเชื่อมั่นว่าหลิวเย่จะไม่สามารถนำเครื่องจักรนี้ไปใช้กับคนทั่วไปหรือสั่งการทำงานโดย

    เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้


    “อืมพวกคุณออกแบบได้ดีทีเดียว ราคา?”หลิวเย่พยักหน้าพอใจกับผลงานการออกแบบของพวกเขา


    “10ล้านเหรียญเอ็ม” แพคริคบอกราคาเป็นหน่วยเงินของประเทศตน


    หลิวเย่คิดในใจ“ราคาห้าสิบล้านหยวน ไม่แพง”


    “ตกลงฉันซื้อสองชุด” หลิวเย่ตัดสินใจตกลงซื้อทันที


    “แล้วไม่ซื้อสมองกลกับหุ่นยนต์?”แพคริคถามอย่างงุนงง


    “โอ้ ไม่เป็นไร”หลิวเย่ปฏิเสธแพคริคโดยตรง


    แพคริคหรี่ตาลงมองหลิวเย่อย่างสนใจมากขึ้น!


    เขาไม่เชื่อว่าหลิวเย่จะมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามากกว่าพวกเขา!


    นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขามีองค์กรลับที่คอยช่วยเหลือและพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำยุคมากที่สุดในโลก!


    และไม่เคยมีข่าวลับใดๆจากประเทศC ที่จะมีการพัฒนาได้เทียบเท่ากับประเทศของเขา!


    เขาจะต้องสืบประวัติของหลิวเย่ให้มากกว่านี้!


    แต่เดิมประวัติที่พวกเขาได้มาหลิวเย่เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง เจ้าของบริษัทอัญมณีหรงเหยาเจ้าของบริษัทบะหมี่

    เม่ยเว่ย และบริษัทผงปรุงรสสวรรค์ เย่หราน เท่านั้น


    ไม่พบประวัติของหลิวเย่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านเทคโนโลยีแต่อย่างใด


    พวกเขาทำธุรกรรมทางการเงินเรียบร้อยแล้ว


    สินค้าจะถูกจัดส่งทางเรือบรรทุกและจะถึงประเทศC ในอีกหนึ่งสัปดาห์ถัดไป


    ในเวลานี้หลิวเย่และต้าเป่าโจวกลับมาถึงโรงแรมเชอราตัน


    หลิวเย่บอกให้ต้าเป่าโจวเดินทางกลับคนเดียวก่อน


    เขามีเรื่องอื่นที่จะต้องตรวจสอบว่ามันคืออะไร?!


    นั่นคือห้องปฏิบัติการลับใต้ดินของบริษัทเคที! และสมาคมนักศิลปะการต่อสู้นานาชาติ!


    หลิวเย่ใช้สัมผัสสวรรค์สำรวจโรงแรมอย่างละเอียดเพื่อหาจุดที่เหมาะสมในการตั้งพิกัด


    เขามีสัญชาตญาณว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้งหนึ่ง


    “ที่ห้องนี้แหละปลอดภัยและไม่มีเครื่องดักฟังหรือกล้องวงจรปิด”หลิวเย่พยักหน้าอย่างพอใจกับห้องพักส่วนตัวเล็กๆห้อง

    หนึ่งที่ชั้นบนสุดของโรงแรม


    จากสภาพแวดล้อมในห้องดูเหมือนว่าไม่มีการใช้งานมานาน บางส่วนมีฝุ่นปกคลุมที่นอน เก้าอี้และโต๊ะ


    จากนั้นเขาทำเรื่องออกจากโรงแรมแล้วเดินเข้าไปในตรอกที่มืดและเงียบ


    สำรวจไม่พบกล้องวงจรปิดแถวนี้


    เขาเหินตัวบินตรงไปยังบริษัทเคทีทันที


    ..........


    แสงวูบดำปรากฏขึ้นบริเวณมุมมืดในบริษัทเคที


    ในเวลานี้เขามองเห็นชายฉกรรจ์สามคนที่ถือปืนเดินตรงไปยังห้องปฏิบัติการลับใต้ดิน


    พวกเขาเปิดค่ายกลนั้นโดยการยื่นมือสองข้างออกไปด้านหน้าแล้วสัมผัสกับประตูค่ายกลอย่างแผ่วเบา


    ชั่วขณะนั้นหลิวเย่มองเห็นแหวนของชายตรงกลางส่องประกายวูบเดียว


    จากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็หายเข้าไปอย่างไร้ร่องรอย


    หลิวเย่ทะยานเป็นแสงวูบดำตรงไปยังห้องปฏิบัติการลับใต้ดินของบริษัทโดยตรง


    แล้วหยุดยืนตรงหน้าค่ายกลที่สามารถเปิดได้โดยคนที่มีแหวนเฉพาะ


    แต่หลิวเย่ไม่กังวลเนื่องจากค่ายกลนี้มีในความทรงจำของจักรพรรดิอมตะหลิวเย่


    เขาเปิดมันออกได้เพียงชั่วอึดใจ


    ตอนนี้เขามาปรากฏตัวที่นอกประตูห้องปฏิบัติการห้องหนึ่ง


    เมื่อสแกนใช้สัมผัสสวรรค์แล้วทันใดนั้นเขามองเห็นหุ่นยนต์สามตัวยืนควบคุมหน้าเครื่องจักรเครื่องหนึ่ง


    “ห๊ะพวกเขากำลังสร้างปืนเลเซอร์เหรอนี่?!”หลิวเย่ตกใจที่มองเห็นภาพในห้อง


    มันเหมือนกับปืนเลเซอร์ที่เขาซื้อมาจากแกรี่7แต่ทรงพลังน้อยกว่า!


    เขาจ้องมองภายในห้องด้วยความสนใจ


    ทันใดนั้น“พรึ่บ!” ออร่าพลังของผู้แข็งแกร่งแกนทองคำระดับกลางโผล่เข้ามาในค่ายกล


    “มีคนมาร่วมสนุกเพิ่ม?” หลิวเย่ยกยิ้มพลางประหลาดใจ


    หลิวเย่ปล่อยออร่าพลังปราณขอบเขตแกนทองคำระดับสูงสุดทันที


    “ห๊ะ นั่นใคร?” เสียงร้องตื่นตกใจมาจากฝั่งตรงข้าม


    ฉับพลันร่างของชายวัยกลางคนผมบลอนด์โผล่ห่างจากหลิวเย่30 เมตร


    เขาคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นเนื่องจากแรงกดดันพลังปราณที่เหนือกว่าจากหลิวเย่


    “คุณเป็นใคร?” ชายผมบลอนด์เงยหน้าขึ้นและถามเขาเสียงเข้มถึงแม้ว่าเขาจะมีท่าทีหวาดกลัวหลิวเย่ก็ตาม


    “เป็นใครไม่สำคัญแต่ตอบคำถามของฉัน” หลิวเย่ไม่ได้สนใจชายตรงหน้ามากกว่าข้อมูลที่ต้องการรู้


    “คุณ.....คุณอยากรู้อะไร?” เคิร์ก ชายผมบลอนด์ถามอย่างตื่นตกใจ


    เขาไม่คิดว่าจะมีผู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้ปรากฏตัวในประเทศของเขา!


    และที่สำคัญที่สุดคือความแข็งแกร่งระดับนี้มันคือระดับตำนาน!


    แกนทองคำระดับสูงสุด!


    ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อน!


    “ใครช่วยพวกคุณพัฒนาอาวุธเหล่านี้?” หลิวเย่ถามอย่างสงสัย


    “มันเป็นผู้แข็งแกร่งจากนอกโลก”เคิร์กตอบตามตรง


    “หือพวกเขาเป็นใคร? มาตั้งแต่เมื่อใด?” หลิวเย่ถามต่อด้วยความระทึกใจ


    เขากำลังคิดถึงข้อความในบันทึกโบราณ


    “ฉันไม่รู้ รู้เพียงแค่นั้น”เคิร์กส่ายหัวตอบตามจริง


    หลิวเย่ไม่เห็นแววตาที่เจ้าเล่ห์หรือโกหาหลอกลวงเขาแต่อย่างใด!


    นั่นทำให้เขามั่นใจว่าชายผมบลอนด์ไม่กล้าโกหกเขา!


    เป็นเพราะว่าหากเขากล้าโกหกเขาจะไม่มีชีวิตรอดอย่างแน่นอน!


    “มีคุณดูแลที่นี่เพียงคนเดียว?” หลิวเย่ต้องการรู้ข้อมูลของผู้มีความแข็งแกร่งระดับปลายอีกคนหนึ่ง


    “ใช่”เคิร์กพยักหน้าตอบ


    “บอกสิ่งที่คุณรู้เกี่ยวกับสมาคมนักศิลปะการต่อสู้นานาชาติ!”


    “สิ่งนี้มีมานานกว่าสองร้อยปีแล้วผู้ก่อตั้งเป็นคนลึกลับไม่ทราบแหล่งที่มา จะมีการบันทึกและจัดลำดับความแข็งแกร่งทุก

    สองปีโดยการต่อสู้แลกเปลี่ยนฝีมือระหว่างกัน และไม่มีกฎข้อห้ามในการใช้อาวุธหรือยุทธวิธีการต่อสู้”


    เคิร์กอธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียด


    “อืม เข้าใจแล้วสมาคมนักศิลปะการต่อสู้นานาชาติจะมีการต่อสู้อีกเมื่อใดและอยู่ที่ไหน?” หลิวเย่ถามประเด็นสำคัญ


    “อีกหนึ่งเดือนจะครบรอบการจัดลำดับใหม่สถานที่คือเกาะฟันด์ทางตอนเหนือของประเทศ”


    ในขณะที่เคิร์กตอบคำถามของหลิวเย่เขาตัดสินใจใช้การสะกดจิตวิญญาณของเคิร์กเพื่อเป็นตัวช่วยในอนาคต


    แววตาต่อต้านปรากฏขึ้นในดวงตาของเคิร์ก!


    ห้านาทีต่อมาแววตาของเขาว่างเปล่าและบุคลิกของเขาเปลี่ยนไป


    “เจ้านาย”เขาทักทายหลิวเย่เสียงสุภาพ


    “จะรู้ข้อมูลที่พวกคุณกำลังสร้างอาวุธเหล่านี้ได้จากใคร?” หลิวเย่ถามในสิ่งที่ยังสงสัยอยู่


    “ฉันได้รับคำร้องขอมาจากปู่คุณอาจไปถามปู่ของฉันได้”


    “เขาอยู่ที่ไหน?”


    “ที่เกาะฟันด์!”


    “แสดงว่าปู่ของคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับสมาคมนักศิลปะการต่อสู้นานาชาติ”หลิวเย่หรี่ตามองเคิร์กอย่างแปลกใจ


    “เขาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสมาคมนักศิลปะการต่อสู้นานาชาติ”เคิร์กพยักหน้าตอบ


    “แล้วอาวุธพวกนี้สร้างมาเพื่อ?”


    “ปู่ของฉันบอกว่าเตรียมตัวไว้เพราะอีกไม่นานพวกเราจะต้องสู้รบกับผู้แข็งแกร่งที่จะมารุกรานโลก”


    คำตอบของเคิร์กทำให้หลิวเย่ตกตะลึงตัวแข็งทื่อทันที!


    เขากำลังเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับข้อความในบันทึกโบราณที่ได้มาจากดาวขยะ!


    แต่เคิร์กไม่รู้ข้อมูลมากนัก


    ทำให้เขาปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ครบถ้วน


    เห็นทีเขาต้องหาเวลาไปเยือนเกาะฟันด์สักครั้ง


    “พวกคุณพัฒนากันไปถึงไหนแล้ว?”


    “เจ้านายเข้าไปดูสิ”เคิร์กเชื้อเชิญหลิวเย่ให้เข้าไปดูภายในห้องปฏิบัติการ


    ภายในห้องปฏิบัติการที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกับหน้าที่ของตนเอง


    ชายสามคนที่เข้ามาก่อนหน้านี้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบความก้าวหน้าของผลงาน


    มีนักวิทยาศาสตร์ห้าคนที่สวมเสื้อคลุมยาวและกำลังทดลองอะไรบางอย่าง?


    เคิร์กพาเขาเดินไปดูและบอกข้อมูลว่า“พวกเขากำลังค้นหาวิธีเพิ่มความเร็วและความรุนแรงของลำแสงเลเซอร์”


    หลิวเย่ขมวดคิ้วกับวิธีการศึกษาของพวกเขา


    และคิดไปถึงแร่ ASM หากมันสามารถเป็นส่วนประกอบสำคัญที่เพิ่มความเร็วและความรุนแรงได้


    ปืนเลเซอร์จะทรงอานุภาพมากขึ้นใช่ไหม?


    แต่ในตอนนี้เขาแค่สังเกตการณ์โดยรวมของพวกเขาก่อน


    จนกว่าเขาจะรู้รายละเอียดทั้งหมด


    และหากพวกเขามีเจตนาที่ดีต่อมวลมนุษยชาติ


    เมื่อนั้นเขาถึงจะยื่นมือให้ความช่วยเหลือใดๆ


    หลิวเย่พยักหน้าเข้าใจในสถานการณ์เบื้องต้นจากพวกเขาแล้ว


    เขาเหินตัวบินลอยไปยังสนามบินเพื่อเดินทางกลับประเทศโดยตรง


    อันที่จริงเขาสามารถบินกลับประเทศได้เลย


    อย่างไรก็ตามหากเขาปฏิบัติตัวเหมือนกับคนอื่นๆ


    ย่อมไม่นำปัญหาเล็กน้อยบางอย่างมาให้เขา


    อย่างเช่นปัญหาจากความโด่งดังในโลกโซเชียล


    ที่จนถึงตอนนี้กระแสความสนใจในบทเพลงแห่งสวรรค์


    และความยิ่งใหญ่อลังการของพิธีเปิดบริษัทอัญมณีหรงเหยา


    ประชาชนยังให้ความสนใจและถามหาคนที่บรรเลงหรือโพสต์บทเพลงนั้นอยู่


    ..........


    เช้าวันจันทร์หลิวเย่ไปเรียนตามปกติ


    จูเสี่ยวเฉาโทรมาแจ้งข่าวการก่อสร้างวิลล่าและสำนักงานของบริษัทซ่งเจียงรักษาความปลอดภัย


    ซึ่งจะแล้วเสร็จในอีกหนึ่งสัปดาห์


    “บอสหลิว อีกหนึ่งสัปดาห์วิลล่าและสำนักงานของบริษัทซ่งเจียงและเสร็จเรียบร้อย”


    “ฉันจะแวะไปดูความเรียบร้อยอีกที”หลิวเย่ต้องการตรวจสอบรายละเอียดและจัดวางค่ายกลมังกรบินผนวกกับค่ายกลเจ็ด

    ดาวเพื่อนำเสือโคร่งทมิฬออกมา


    “รับทราบ!”


    ในช่วงพักเบรกของภาคเช้ามีวีแชทมาจากเจียงผิงผิง


    “หลังทานข้าวกลางวันถ้าคุณว่างให้มาพบฉันที่ศาลาริมน้ำ”


    หลิวเย่ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจที่เธอเลือกที่จะส่งข้อความมาหาเขาแทนการโทรหาโดยตรง


    “ตกลง!” เขาตอบกลับทันทีโดยไม่ได้คิดอะไรมาก


    “น้องสี่ บ่ายนี้ไปไหนไหม?” จางไค่ถามหลิวเย่ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์


    “มีอะไร?” เขาสงสัยกับคำถามของจางไค่ที่ไม่ค่อยจะได้ยิน


    “เป็นอย่างนี้บ่ายนี้พวกเรามีนัดแข่งบาสเก็ตบอลระหว่างวิชาเอกศิลายา”


    หลิวเย่คิดในใจ “วิชาเอกศิลายาที่เล่อคังเรียนอยู่”


    “ทำไมถึงได้แข่งกัน?”


    “ก็อาจงไปชอบลูกไก่น้อยของวิชาเอกศิลายาน่ะสิ”เสียงของซุนเอ้อตอบแทนจางไค่


    อาจง หรือ เหอหยานจงเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของพวกเขา


    “อ้อ พวกศิลายาเลยไม่ชอบใจ?” หลิวเย่ถามย้ำถึงความหมายของซุนเอ้อ


    “แน่นอนพวกเขาเลยตัดสินด้วยการนัดแข่งบาสเก็ตบอล หากชนะก็สามารถไปเดทกับลูกไก่ได้หากแพ้ก็ไม่มีสิทธิไป

    เสนอหน้าที่วิชาเอกนั่นอีกและต้องเดินหลบพวกเขาทุกครั้งที่เห็นหน้ากัน”ซุนเอ้อพูดพลางชูกำปั้นอย่างไม่พอใจ


    “ถ้าเสร็จธุระแล้วจะตามไปสนามกีฬา”หลิวเย่ตัดสินใจช่วยเพื่อนของเขา


    “เยี่ยม! อาจงมีหวังแล้ว!” จางไค่ร้องเสียงดังอย่างดีใจแล้วหันหน้าไปตะโกนบอกอาจง


    “เฮ้ อาจงหลิวเย่จะไปร่วมแข่งด้วย พวกเราชนะแน่!”


    ในความรู้สึกของทุกคน


    เกมการแข่งขันนี้เปรียบเสมือนหน้าตาและศักดิ์ศรีของวิชาเอกพวกเขา


    พวกเขาจะไม่ยอมแพ้วิชาเอกอื่นๆอย่างแน่นอน


    คล้ายกับเรื่องฉันมีเทเลพอร์ตสุดเจ๋ง(ทั้งเรื่องติดหัวใจแค่4ตอน) ที่คุณอ่าน