ตอนที่59 เยือนประเทศ M
หลิวเย่ต้องเผชิญกับการฟาดฟันของสายฟ้าอย่างต่อเนื่อง!
จนกระทั่งแสงอาทิตย์แรกของรุ่งอรุณทอประกายสว่าง
พลันเมฆน้อยค่อยๆสลายหายไปไร้ร่องรอย
“แฮ๊ก! แฮ๊ก!”
“จะขาดใจอยู่แล้ว!”
“ไอ้เมฆบ้า! ไอ้สายฟ้าเฮงซวย! ฉันจะเอาคืนพวกแกคอยดูสิ!”
หลิวเย่ไร้เรี่ยวแรงเนื่องจากพลังปราณถูกใช้ไปจนหมด
พลันหมดสติทันใด
รุ่งเช้าวันต่อมา
หลิวเย่ค่อยๆลืมตาขึ้นและขยับตัวด้วยความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ถูกสายฟ้าฟาด
“โอ๊ย! เจ็บชะมัดเลย!”บ่นอุบอิบและหยิบน้ำอมฤตสีดำ(ฟื้นคืนชีพ) และสีเหลือง(รักษาโรค)ออกจากมิติพื้นที่
เขาดื่มอย่างรวดเร็วแล้วนั่งฟื้นฟูร่างกายและจิตวิญญาณ
สายฟ้านั้นทรงพลังนักมันไม่ได้ทำลายแค่ร่างกายและเลือดเนื้อเท่านั้น
แต่มันยังสามารถทำลายจิตวิญญาณภายในอีกด้วย!
แม้แต่โล่ต้านพลังเทพยังไม่สามารถต้านทานได้เลย!
เมื่อสำรวจตันเถียนและโล่ต้านพลังเทพ
ปรากฏว่าตันเถียนหดตัวลงหนึ่งในสามชุ่น(ราว0.8 เซนติเมตร)
และโล่ต้านพลังเทพหมุนวนช้าลงกึ่งหนึ่ง
“บ้าจริง! สายฟ้านั่นช่างรุนแรงเสียจริง”
รุ่งเช้าของวันต่อมา
ในตอนนี้หลิวเย่สามารถฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับคืนมาได้หกในสิบส่วน
จึงหยิบง้าวออกมาตรวจสอบ
“สมกับเป็นอาวุธของเทพอย่างแท้จริง!” เขาพยักหน้าอย่างพอใจกับออร่าอันทรงพลังจากง้าว
ดูเหมือนว่าง้าวจะผ่านการดื่มเลือดและการต่อสู้มาอย่างโชกโชน
หลิวเย่กวัดแกว่งง้าวและทดสอบพลังของมัน
“ตู้ม!!!”เสียงระเบิดดังสนั่นเมื่อง้าวกระแทกภูเขาขนาดใหญ่ กลายเป็นฝุ่นผงและที่ราบเรียบทันที!
“โอ้ นี่มันเจ๋ง! เยี่ยมยอด!”เขาตื่นตะลึงเมื่อเห็นอานุภาพการทำลายล้างที่ทรงพลัง
จากนั้นเหินตัวบินกลับไปยังพระราชวังเนื่องจากเขาหายตัวมาหลายวันแล้ว
“นายท่าน! นายท่าน!”เสียงร้องอย่างตื่นเต้นดีใจจากโยวจี้
“มีอะไร?”เขาสงสัยเมื่อเท้าแตะพื้นได้ครู่เดียว
“มีของบรรณาการมากมายจากจักรพรรดิของอาณาจักรเหออาณาจักรหยาง และอาณาจักรลู่”
“หืมเกิดอะไรขึ้น?” เขาขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ
“มีข้อความแนบมาพร้อมกับคณะราชทูตว่าเป็นของบรรณาการเพื่อแสดงความจงรักภักดี”
“อ่อเรียกหลินซ่งให้มาจัดการ!”
“เอ่อมีเหล้านมม้านมแพะเยอะเลย!”โยวจี้พูดถึงเหล้าด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
มันไม่ได้สนใจสมบัติอย่างอื่นมากไปกว่าเหล้ารสชาติสวรรค์ที่นานๆครั้งถึงจะได้กิน
“แบ่งไปกินแค่หนึ่งส่วนพอที่เหลือข้าจะจัดการเอง” เขาเหล่ตามองเห็นความคาดหวังจากมันจึงอนุญาต
“โอ้ขอรับนายท่าน ข้าจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มกำลัง!”น้ำเสียงตื่นเต้นยินดีทันใดจากโยวจี้
หลิวเย่ตรวจสอบของบรรณาการจากทั้งสามอาณาจักร
เขาเลือกเก็บบางรายการเข้ามิติพื้นที่
เมื่อสอบถามถึงพระสนมทั้งสี่คน
ปรากฏว่าพวกนางกำลังสนุกกับการทำงานที่ตนมีหน้าที่รับผิดชอบ
เขาจึงไม่ได้เรียกหาพวกนางแต่วาร์ปกลับโลกทันที
..........
ในห้องเรียนของมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีน
หลิวเย่ที่มานั่งเรียนในวันศุกร์ก่อนเวลาที่เพื่อนๆร่วมหอพักจะมาถึง
เมื่อซุนเอ้อเหลือบมองเห็นเขาซุนเอ้อรีบวิ่งมาหาเขาอย่างรวดเร็ว “น้องสี่ นายหายไปไหนมา?”
“มีอะไรเหรอ?”หลิวเย่ขมวดคิ้วมองเขาด้วยความแปลกใจ
“เมื่อวานนี้เทพธิดามาหานายน่ะ!” ซุนเอ้อพูดเสียงเบา
“แล้ว?”เขาสงสัยกับจุดประสงค์ของเจียงผิงผิง
“ก็พอไม่เจอนายเธอก็จากไปน่ะสิ!”ซุนเอ้อยักไหล่ตอบ
หลิวเย่ครุ่นคิดเรื่องราวของเจียงผิงผิงและคิดว่าจะพบกับเธอหลังกลับมาจากประเทศM
ตอนบ่ายหลิวเย่และต้าเป่าโจวพบกันที่สนามบินและเตรียมมุ่งหน้าไปเมืองนิวประเทศ M
..........
เวลา 10.00 น. ของวันต่อมาพวกเขาเดินทางถึงสนามบินเมืองนิว ประเทศ M
จากนั้นเข้าพักในโรงแรมเชอราตันระดับห้าดาว
“เจ้านายตัวแทนบริษัทเคทีจะมาพบกับเราที่ล๊อบบี้เวลา 13 นาฬิกา”
“เข้าใจแล้ว”หลิวเย่พยักหน้าเข้าใจ
เวลา 13.00 น.หลิวเย่ ต้าเป่าโจว และตัวแทนบริษัทเคที แพทริค ชายวัยกลางคนผมสีทองตาสีฟ้า
“สวัสดีคุณหลิวเย่” แพทริคทักทายเขาอย่างเป็นมิตร
“สวัสดีคุณแพทริค” หลิวเย่และต้าเป่าโจวทักทายอย่างเป็นมิตรเช่นกัน
“พวกคุณสนใจเครื่องจักรสำหรับผลิตยา?”แพทริคหรี่ตามองหลิวเย่อย่างสนใจและตรวจสอบเขาไปด้วย
“ใช่แต่เป็นรุ่นเฉพาะที่พวกคุณออกแบบใหม่!”หลิวเย่บอกจุดประสงค์ที่แท้จริง
เขารู้ดีว่าการเลือกสเปครุ่นนี้จะทำให้พวกเขาสงสัย!
เนื่องจากสเปคเครื่องจักรที่เขาเลือกนั้นเป็นแบบทันสมัยล่าสุดที่จำเป็นต้องทำงานภายใต้สมองกลอัจฉริยะ!
และมันมีขนาดเล็กมากกว่าเครื่องจักรทั่วไปสายพานมีไม่มากและไม่ซับซ้อน
พวกเขาออกแบบให้มันทำงานอย่างคล่องตัวโดยใช้หุ่นยนต์เป็นหลัก!
ดังนั้นพวกเขาจึงสงสัยและประหลาดใจที่พบว่าหลิวเย่ชายหนุ่มหล่อเหลาตรงหน้า
มาจากประเทศที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีล้าหลังกว่าพวกเขามากนัก!
ทำไมหลิวเย่ถึงได้เลือกเครื่องจักรสเปคนี้?
หลิวเย่มีเทคโนโลยีอันทันสมัยและล้ำหน้าแล้วเหรอ?
ทำให้พวกเขาสนใจและต้องการพบกับเจ้าของบริษัทยาซ่งหรานตัวจริง!
หลิวเย่ยิ้มเล็กน้อยอย่างเข้าใจกับความสงสัยของแพคริค
ต้าเป่าโจวกระวนกระวายเล็กน้อยในการเจรจาซื้อเครื่องจักรครั้งนี้!
“ตกลงพวกเราไปดูเครื่องจักรด้วยกัน” แพคริคตัดสินใจให้หลิวเย่ไปชมเครื่องจักรก่อน
เพราะบางทีถ้าหลิวเย่ไม่มีสมองกลอัจฉริยะ
หลิวเย่จะต้องจ่ายราคาแพงเพื่อซื้อสมองกลอัจฉริยะจากพวกเขาอย่างแน่นอน
มันไม่มีขาดทุนมีแต่กำไรสำหรับพวกเขา แพทริคจึงตอบตกลงโดยธรรมชาติ
“ดี ไปกัน”หลิวเย่พยักหน้าตอบตกลง
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
แพทริคหลิวเย่และต้าเป่าโจว เดินทางมาถึงโรงงานผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรโรงงานของบริษัทเคที
เวลานี้หลิวเย่ได้เปิดสัมผัสสวรรค์เพื่อสำรวจบริเวณโดยรอบโรงงาน
“นั่นอะไร?”หลิวเย่ประหลาดใจที่พบห้องปฏิบัติการลับใต้ดินของบริษัท!
มันถูกออกแบบให้มีความแข็งแกร่งซึ่งสามารถต้านการโจมตีของผู้มีขอบเขตแกนทองคำได้
และทางเข้ายังมีค่ายกลอันทรงพลังวางไว้!
เขาคิดในใจด้วยความสงสัย“ที่นี่มีผู้แข็งแกร่งระดับสูงเช่นนี้ด้วยเหรอนี่?”
จากนั้นเขาสแกนเครื่องจักรรุ่นล่าสุดKT19 ที่เห็นตรงหน้าเพื่อเก็บข้อมูลออกแบบให้แรงส์ทำงาน
“เครื่องจักรเหล่านี้จำเป็นต้องใช้สมองกลอัจฉริยะควบคุมการทำงานและมันจะทำงานกับหุ่นยนต์เป็นหลัก”
แพคริคพูดให้ข้อมูลกับหลิวเย่เขาเชื่อมั่นว่าหลิวเย่จะไม่สามารถนำเครื่องจักรนี้ไปใช้กับคนทั่วไปหรือสั่งการทำงานโดย
เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้
“อืมพวกคุณออกแบบได้ดีทีเดียว ราคา?”หลิวเย่พยักหน้าพอใจกับผลงานการออกแบบของพวกเขา
“10ล้านเหรียญเอ็ม” แพคริคบอกราคาเป็นหน่วยเงินของประเทศตน
หลิวเย่คิดในใจ“ราคาห้าสิบล้านหยวน ไม่แพง”
“ตกลงฉันซื้อสองชุด” หลิวเย่ตัดสินใจตกลงซื้อทันที
“แล้วไม่ซื้อสมองกลกับหุ่นยนต์?”แพคริคถามอย่างงุนงง
“โอ้ ไม่เป็นไร”หลิวเย่ปฏิเสธแพคริคโดยตรง
แพคริคหรี่ตาลงมองหลิวเย่อย่างสนใจมากขึ้น!
เขาไม่เชื่อว่าหลิวเย่จะมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามากกว่าพวกเขา!
นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขามีองค์กรลับที่คอยช่วยเหลือและพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำยุคมากที่สุดในโลก!
และไม่เคยมีข่าวลับใดๆจากประเทศC ที่จะมีการพัฒนาได้เทียบเท่ากับประเทศของเขา!
เขาจะต้องสืบประวัติของหลิวเย่ให้มากกว่านี้!
แต่เดิมประวัติที่พวกเขาได้มาหลิวเย่เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง เจ้าของบริษัทอัญมณีหรงเหยาเจ้าของบริษัทบะหมี่
เม่ยเว่ย และบริษัทผงปรุงรสสวรรค์ เย่หราน เท่านั้น
ไม่พบประวัติของหลิวเย่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านเทคโนโลยีแต่อย่างใด
พวกเขาทำธุรกรรมทางการเงินเรียบร้อยแล้ว
สินค้าจะถูกจัดส่งทางเรือบรรทุกและจะถึงประเทศC ในอีกหนึ่งสัปดาห์ถัดไป
ในเวลานี้หลิวเย่และต้าเป่าโจวกลับมาถึงโรงแรมเชอราตัน
หลิวเย่บอกให้ต้าเป่าโจวเดินทางกลับคนเดียวก่อน
เขามีเรื่องอื่นที่จะต้องตรวจสอบว่ามันคืออะไร?!
นั่นคือห้องปฏิบัติการลับใต้ดินของบริษัทเคที! และสมาคมนักศิลปะการต่อสู้นานาชาติ!
หลิวเย่ใช้สัมผัสสวรรค์สำรวจโรงแรมอย่างละเอียดเพื่อหาจุดที่เหมาะสมในการตั้งพิกัด
เขามีสัญชาตญาณว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้งหนึ่ง
“ที่ห้องนี้แหละปลอดภัยและไม่มีเครื่องดักฟังหรือกล้องวงจรปิด”หลิวเย่พยักหน้าอย่างพอใจกับห้องพักส่วนตัวเล็กๆห้อง
หนึ่งที่ชั้นบนสุดของโรงแรม
จากสภาพแวดล้อมในห้องดูเหมือนว่าไม่มีการใช้งานมานาน บางส่วนมีฝุ่นปกคลุมที่นอน เก้าอี้และโต๊ะ
จากนั้นเขาทำเรื่องออกจากโรงแรมแล้วเดินเข้าไปในตรอกที่มืดและเงียบ
สำรวจไม่พบกล้องวงจรปิดแถวนี้
เขาเหินตัวบินตรงไปยังบริษัทเคทีทันที
..........
แสงวูบดำปรากฏขึ้นบริเวณมุมมืดในบริษัทเคที
ในเวลานี้เขามองเห็นชายฉกรรจ์สามคนที่ถือปืนเดินตรงไปยังห้องปฏิบัติการลับใต้ดิน
พวกเขาเปิดค่ายกลนั้นโดยการยื่นมือสองข้างออกไปด้านหน้าแล้วสัมผัสกับประตูค่ายกลอย่างแผ่วเบา
ชั่วขณะนั้นหลิวเย่มองเห็นแหวนของชายตรงกลางส่องประกายวูบเดียว
จากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็หายเข้าไปอย่างไร้ร่องรอย
หลิวเย่ทะยานเป็นแสงวูบดำตรงไปยังห้องปฏิบัติการลับใต้ดินของบริษัทโดยตรง
แล้วหยุดยืนตรงหน้าค่ายกลที่สามารถเปิดได้โดยคนที่มีแหวนเฉพาะ
แต่หลิวเย่ไม่กังวลเนื่องจากค่ายกลนี้มีในความทรงจำของจักรพรรดิอมตะหลิวเย่
เขาเปิดมันออกได้เพียงชั่วอึดใจ
ตอนนี้เขามาปรากฏตัวที่นอกประตูห้องปฏิบัติการห้องหนึ่ง
เมื่อสแกนใช้สัมผัสสวรรค์แล้วทันใดนั้นเขามองเห็นหุ่นยนต์สามตัวยืนควบคุมหน้าเครื่องจักรเครื่องหนึ่ง
“ห๊ะพวกเขากำลังสร้างปืนเลเซอร์เหรอนี่?!”หลิวเย่ตกใจที่มองเห็นภาพในห้อง
มันเหมือนกับปืนเลเซอร์ที่เขาซื้อมาจากแกรี่7แต่ทรงพลังน้อยกว่า!
เขาจ้องมองภายในห้องด้วยความสนใจ
ทันใดนั้น“พรึ่บ!” ออร่าพลังของผู้แข็งแกร่งแกนทองคำระดับกลางโผล่เข้ามาในค่ายกล
“มีคนมาร่วมสนุกเพิ่ม?” หลิวเย่ยกยิ้มพลางประหลาดใจ
หลิวเย่ปล่อยออร่าพลังปราณขอบเขตแกนทองคำระดับสูงสุดทันที
“ห๊ะ นั่นใคร?” เสียงร้องตื่นตกใจมาจากฝั่งตรงข้าม
ฉับพลันร่างของชายวัยกลางคนผมบลอนด์โผล่ห่างจากหลิวเย่30 เมตร
เขาคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นเนื่องจากแรงกดดันพลังปราณที่เหนือกว่าจากหลิวเย่
“คุณเป็นใคร?” ชายผมบลอนด์เงยหน้าขึ้นและถามเขาเสียงเข้มถึงแม้ว่าเขาจะมีท่าทีหวาดกลัวหลิวเย่ก็ตาม
“เป็นใครไม่สำคัญแต่ตอบคำถามของฉัน” หลิวเย่ไม่ได้สนใจชายตรงหน้ามากกว่าข้อมูลที่ต้องการรู้
“คุณ.....คุณอยากรู้อะไร?” เคิร์ก ชายผมบลอนด์ถามอย่างตื่นตกใจ
เขาไม่คิดว่าจะมีผู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้ปรากฏตัวในประเทศของเขา!
และที่สำคัญที่สุดคือความแข็งแกร่งระดับนี้มันคือระดับตำนาน!
แกนทองคำระดับสูงสุด!
ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อน!
“ใครช่วยพวกคุณพัฒนาอาวุธเหล่านี้?” หลิวเย่ถามอย่างสงสัย
“มันเป็นผู้แข็งแกร่งจากนอกโลก”เคิร์กตอบตามตรง
“หือพวกเขาเป็นใคร? มาตั้งแต่เมื่อใด?” หลิวเย่ถามต่อด้วยความระทึกใจ
เขากำลังคิดถึงข้อความในบันทึกโบราณ
“ฉันไม่รู้ รู้เพียงแค่นั้น”เคิร์กส่ายหัวตอบตามจริง
หลิวเย่ไม่เห็นแววตาที่เจ้าเล่ห์หรือโกหาหลอกลวงเขาแต่อย่างใด!
นั่นทำให้เขามั่นใจว่าชายผมบลอนด์ไม่กล้าโกหกเขา!
เป็นเพราะว่าหากเขากล้าโกหกเขาจะไม่มีชีวิตรอดอย่างแน่นอน!
“มีคุณดูแลที่นี่เพียงคนเดียว?” หลิวเย่ต้องการรู้ข้อมูลของผู้มีความแข็งแกร่งระดับปลายอีกคนหนึ่ง
“ใช่”เคิร์กพยักหน้าตอบ
“บอกสิ่งที่คุณรู้เกี่ยวกับสมาคมนักศิลปะการต่อสู้นานาชาติ!”
“สิ่งนี้มีมานานกว่าสองร้อยปีแล้วผู้ก่อตั้งเป็นคนลึกลับไม่ทราบแหล่งที่มา จะมีการบันทึกและจัดลำดับความแข็งแกร่งทุก
สองปีโดยการต่อสู้แลกเปลี่ยนฝีมือระหว่างกัน และไม่มีกฎข้อห้ามในการใช้อาวุธหรือยุทธวิธีการต่อสู้”
เคิร์กอธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียด
“อืม เข้าใจแล้วสมาคมนักศิลปะการต่อสู้นานาชาติจะมีการต่อสู้อีกเมื่อใดและอยู่ที่ไหน?” หลิวเย่ถามประเด็นสำคัญ
“อีกหนึ่งเดือนจะครบรอบการจัดลำดับใหม่สถานที่คือเกาะฟันด์ทางตอนเหนือของประเทศ”
ในขณะที่เคิร์กตอบคำถามของหลิวเย่เขาตัดสินใจใช้การสะกดจิตวิญญาณของเคิร์กเพื่อเป็นตัวช่วยในอนาคต
แววตาต่อต้านปรากฏขึ้นในดวงตาของเคิร์ก!
ห้านาทีต่อมาแววตาของเขาว่างเปล่าและบุคลิกของเขาเปลี่ยนไป
“เจ้านาย”เขาทักทายหลิวเย่เสียงสุภาพ
“จะรู้ข้อมูลที่พวกคุณกำลังสร้างอาวุธเหล่านี้ได้จากใคร?” หลิวเย่ถามในสิ่งที่ยังสงสัยอยู่
“ฉันได้รับคำร้องขอมาจากปู่คุณอาจไปถามปู่ของฉันได้”
“เขาอยู่ที่ไหน?”
“ที่เกาะฟันด์!”
“แสดงว่าปู่ของคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับสมาคมนักศิลปะการต่อสู้นานาชาติ”หลิวเย่หรี่ตามองเคิร์กอย่างแปลกใจ
“เขาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสมาคมนักศิลปะการต่อสู้นานาชาติ”เคิร์กพยักหน้าตอบ
“แล้วอาวุธพวกนี้สร้างมาเพื่อ?”
“ปู่ของฉันบอกว่าเตรียมตัวไว้เพราะอีกไม่นานพวกเราจะต้องสู้รบกับผู้แข็งแกร่งที่จะมารุกรานโลก”
คำตอบของเคิร์กทำให้หลิวเย่ตกตะลึงตัวแข็งทื่อทันที!
เขากำลังเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับข้อความในบันทึกโบราณที่ได้มาจากดาวขยะ!
แต่เคิร์กไม่รู้ข้อมูลมากนัก
ทำให้เขาปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ครบถ้วน
เห็นทีเขาต้องหาเวลาไปเยือนเกาะฟันด์สักครั้ง
“พวกคุณพัฒนากันไปถึงไหนแล้ว?”
“เจ้านายเข้าไปดูสิ”เคิร์กเชื้อเชิญหลิวเย่ให้เข้าไปดูภายในห้องปฏิบัติการ
ภายในห้องปฏิบัติการที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกับหน้าที่ของตนเอง
ชายสามคนที่เข้ามาก่อนหน้านี้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบความก้าวหน้าของผลงาน
มีนักวิทยาศาสตร์ห้าคนที่สวมเสื้อคลุมยาวและกำลังทดลองอะไรบางอย่าง?
เคิร์กพาเขาเดินไปดูและบอกข้อมูลว่า“พวกเขากำลังค้นหาวิธีเพิ่มความเร็วและความรุนแรงของลำแสงเลเซอร์”
หลิวเย่ขมวดคิ้วกับวิธีการศึกษาของพวกเขา
และคิดไปถึงแร่ ASM หากมันสามารถเป็นส่วนประกอบสำคัญที่เพิ่มความเร็วและความรุนแรงได้
ปืนเลเซอร์จะทรงอานุภาพมากขึ้นใช่ไหม?
แต่ในตอนนี้เขาแค่สังเกตการณ์โดยรวมของพวกเขาก่อน
จนกว่าเขาจะรู้รายละเอียดทั้งหมด
และหากพวกเขามีเจตนาที่ดีต่อมวลมนุษยชาติ
เมื่อนั้นเขาถึงจะยื่นมือให้ความช่วยเหลือใดๆ
หลิวเย่พยักหน้าเข้าใจในสถานการณ์เบื้องต้นจากพวกเขาแล้ว
เขาเหินตัวบินลอยไปยังสนามบินเพื่อเดินทางกลับประเทศโดยตรง
อันที่จริงเขาสามารถบินกลับประเทศได้เลย
อย่างไรก็ตามหากเขาปฏิบัติตัวเหมือนกับคนอื่นๆ
ย่อมไม่นำปัญหาเล็กน้อยบางอย่างมาให้เขา
อย่างเช่นปัญหาจากความโด่งดังในโลกโซเชียล
ที่จนถึงตอนนี้กระแสความสนใจในบทเพลงแห่งสวรรค์
และความยิ่งใหญ่อลังการของพิธีเปิดบริษัทอัญมณีหรงเหยา
ประชาชนยังให้ความสนใจและถามหาคนที่บรรเลงหรือโพสต์บทเพลงนั้นอยู่
..........
เช้าวันจันทร์หลิวเย่ไปเรียนตามปกติ
จูเสี่ยวเฉาโทรมาแจ้งข่าวการก่อสร้างวิลล่าและสำนักงานของบริษัทซ่งเจียงรักษาความปลอดภัย
ซึ่งจะแล้วเสร็จในอีกหนึ่งสัปดาห์
“บอสหลิว อีกหนึ่งสัปดาห์วิลล่าและสำนักงานของบริษัทซ่งเจียงและเสร็จเรียบร้อย”
“ฉันจะแวะไปดูความเรียบร้อยอีกที”หลิวเย่ต้องการตรวจสอบรายละเอียดและจัดวางค่ายกลมังกรบินผนวกกับค่ายกลเจ็ด
ดาวเพื่อนำเสือโคร่งทมิฬออกมา
“รับทราบ!”
ในช่วงพักเบรกของภาคเช้ามีวีแชทมาจากเจียงผิงผิง
“หลังทานข้าวกลางวันถ้าคุณว่างให้มาพบฉันที่ศาลาริมน้ำ”
หลิวเย่ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจที่เธอเลือกที่จะส่งข้อความมาหาเขาแทนการโทรหาโดยตรง
“ตกลง!” เขาตอบกลับทันทีโดยไม่ได้คิดอะไรมาก
“น้องสี่ บ่ายนี้ไปไหนไหม?” จางไค่ถามหลิวเย่ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“มีอะไร?” เขาสงสัยกับคำถามของจางไค่ที่ไม่ค่อยจะได้ยิน
“เป็นอย่างนี้บ่ายนี้พวกเรามีนัดแข่งบาสเก็ตบอลระหว่างวิชาเอกศิลายา”
หลิวเย่คิดในใจ “วิชาเอกศิลายาที่เล่อคังเรียนอยู่”
“ทำไมถึงได้แข่งกัน?”
“ก็อาจงไปชอบลูกไก่น้อยของวิชาเอกศิลายาน่ะสิ”เสียงของซุนเอ้อตอบแทนจางไค่
อาจง หรือ เหอหยานจงเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของพวกเขา
“อ้อ พวกศิลายาเลยไม่ชอบใจ?” หลิวเย่ถามย้ำถึงความหมายของซุนเอ้อ
“แน่นอนพวกเขาเลยตัดสินด้วยการนัดแข่งบาสเก็ตบอล หากชนะก็สามารถไปเดทกับลูกไก่ได้หากแพ้ก็ไม่มีสิทธิไป
เสนอหน้าที่วิชาเอกนั่นอีกและต้องเดินหลบพวกเขาทุกครั้งที่เห็นหน้ากัน”ซุนเอ้อพูดพลางชูกำปั้นอย่างไม่พอใจ
“ถ้าเสร็จธุระแล้วจะตามไปสนามกีฬา”หลิวเย่ตัดสินใจช่วยเพื่อนของเขา
“เยี่ยม! อาจงมีหวังแล้ว!” จางไค่ร้องเสียงดังอย่างดีใจแล้วหันหน้าไปตะโกนบอกอาจง
“เฮ้ อาจงหลิวเย่จะไปร่วมแข่งด้วย พวกเราชนะแน่!”
ในความรู้สึกของทุกคน
เกมการแข่งขันนี้เปรียบเสมือนหน้าตาและศักดิ์ศรีของวิชาเอกพวกเขา
พวกเขาจะไม่ยอมแพ้วิชาเอกอื่นๆอย่างแน่นอน