เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 96: สิ่งที่งดงามยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด (The Most Beautiful Something)

    “แหม ยูโตะ มีญาติลูกพี่ลูกน้องเป็นเพื่อนสมัยเรียนกับท่านผู้อำนวยการด้วย”เหล่าบรรดาเพื่อนนักข่าวคนอื่นๆ ต่างก็พากันพูดแซวเล่นกับยูโตะ จนทำให้เขารู้สึกเขินอายอยู่นิดๆ“ก็เรื่องบังเอิญหน่ะ ผมเองก็เพิ่งจะรู้เรื่องนี้อยู่เหมือนกัน”ทั้งยูโตะ โชกุยะ อายาเสะ และญาติลูกพี่ลูกน้องทั้งสองของพวกเขา รวมไปถึงยาเอมะ และเหล่าเพื่อนๆ กับรุ่นพี่รุ่นน้องนักข่าวคนอื่นๆ ต่างก็พูดคุยกันอย่างสนิทสนมอยู่ภายในไนต์คลับสุดหรูแห่งนี้ในระหว่างนั้นเอง ทางด้านโชกุยะก็ได้สังเกตเห็นหางของสุนัขจิ้งจอกสีทองเหลืองทั้ง 9 หางงอกออกมาจากตรงบริเวณด้านหลังของเคียวโกะ ผู้เป็นเจ้าของไนต์คลับแห่งนี้ ซึ่งตัวเขาเองนั้นก็ยังไม่รู้เลยว่า เขาได้ตาฝาดไปเองรึเปล่า เขาจึงรีบยกมือหนาอีกข้างขึ้นขยี้ที่ดวงตาเมล็ดซิ่งทั้งสองข้าง ก่อนที่เขาจะรีบหับกลับไปมองที่ด้านหลังของเคียวโกะอีกครั้ง และไม่เห็นหางของสุนัขจิ้งจอกทั้ง 9 หางนั่นเลย“มีอะไรรึเปล่าคะ พี่โชกุยะ”อายาเสะเอ่ยถามโชกุยะด้วยความเป็นห่วง“เปล่า พี่ตาฝาดไปเองหน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”โชกุยะรีบเอ่ยโกหกอายาเสะ เพื่อปิดบังเรื่องไม่คาดคิดที่เขาเพิ่งได้เห็นมันกับตา หลังจากที่รู้สึกโล่งใจเพียงแค่ไม่นาน อายาเสะก็เริ่มสังเกตเห็นใบหูของสุนัขจิ้งจอกที่งอกออกมาจากหัวทั้งสองข้างของเคียวโกะ พร้อมกับเขาปีศาจขนาดยาวที่งอกออกมาจากหน้าผากทั้งสองข้าง อายาเสะจึงรีบยกมือเรียวงามอีกข้างขึ้นขยี้ที่ดวงตาคู่งามทั้งสองข้าง ก่อนที่เธอจะรีบหับกลับไปมองที่ใบหน้างามของเคียวโกะอีกครั้ง และไม่เห็นใบหูของสุนัขจิ้งจอกกับเขาปีศาจขนาดยาวนั่นเลย“มีอะไรรึเปล่า อายาเสะ”โชกุยะรีบเอ่ยถามอายาเสะด้วยความเป็นห่วง“พี่โชกุยะ ได้เห็นเหมือนกับ...ที่ฉันได้เห็นรึเปล่า”อายาเสะรีบเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา“เหมือนจะเห็นอยู่นะ แต่เห็นคนละแบบ”ทางด้านโชกุยะก็รีบเอ่ยตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา“พวกคุณสองคนคุยอะไรกันอยู่เหรอครับ”ทันใดนั้น ก็ได้มีน้ำเสียงเอ่ยถามที่ดังแทรกขึ้นมา จนทำให้โชกุยะกับอายาเสะนั้นแทบจะไม่ทันได้ตั้งตัวกันเลยทีเดียว ทางด้านเอย์จิก็ได้เอ่ยถามพวกเขาทั้งสองขึ้นมาด้วยความสงสัย“เปล่าครับ/ค่ะ ไม่มีอะไรหรอก พวกผม/ดิฉันคงจะตาฝาดไปเองหน่ะครับ/ค่ะ”ทั้งโชกุยะและอายาเสะต่างก็รีบตอบบ่ายเบี่ยงออกมา เพื่อปิดบังเรื่องไม่คาดคิดที่พวกเขาทั้งสองเพิ่งจะได้เห็นกับตา หลังจากที่ดื่มฉลองมาได้สักระยะ ทั้งยูโตะและเหล่าบรรดาเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนพวกรุ่นพี่รุ่นน้องนักข่าวคนอื่นๆ ที่อยู่ภายในไนต์คลับนั้นต่างก็เริ่มมึนเมา และก็นั่งหลับอยู่บนเก้าอี้ภายในร้านทันที รวมไปถึงยาเอมะ และพี่ๆ ทั้งสองของยูโตะกับคานาเมะอย่างโชกุยะกับอายาเสะ แล้วก็ญาติลูกพี่ลูกน้องทั้งสองคนของยูโตะกับคานาเมะอย่างริคุโจวกับคาซามะด้วยทางด้านเคียวโกะนั้นก็พลางเหลือบไปมองที่โชกุยะกับอายาเสะด้วยสายตาที่ขุ่นเคืองนิดๆ“สิ่งที่พวกเจ้าทั้งสองได้เห็นไปนั้น ก็เพียงแค่เศษเสี้ยวความทรงจำ...ที่พวกเจ้ามีอยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น แต่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ เพราะเดี๋ยวอีกไม่นาน พวกเจ้าทั้งสองก็จะได้เห็นมันมากกว่านั้นแน่ ซามาโนะสุเกะ โชกุยะ กับซามาโนะสุเกะ อายาเสะ...ไม่สิ เจ้าหญิงคังชิน กับเจ้าชายฟุซาฮิโตะ หรือองค์จักรพรรดิสึชิมิคาโดะที่ 2” หลังจากที่กล่าวจบ เคียวโกะก็รีบเดินออกไปจากบริเวณตรงนั้นทันทีในท่ามกลางแสงตะวันอันเจิดจ้าที่ส่องสว่างไปทั่วสารทิศ เจ้าชายฮิโกโบชิกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะได้เดินทางมายังหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยความแห้งแล้งราวกับว่าอยู่ในท่ามกลางทะเลทรายอันเหือดแห้ง ในหมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีฝนตกลงมาติดต่อกันหลายปี ส่งผลทำให้ต้นไม้และพืชพรรณต่างๆ ที่อยู่ภายในหมู่บ้านนั้นเหี่ยวเฉาไปจนหมดสิ้น ผู้คนในหมู่บ้านไม่สามารถทำการเพาะปลูกพืชผลและทำการเกษตรได้ จึงต้องอยู่กันอย่างอดอยากแร้งแค้น“ท่านองค์ชายฮิโกโบชิ ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถิดขอรับ พวกเราอยู่อย่างอดอยากแร้งแค้นมาแบบนี้ตั้งหลายวันแล้ว พวกเรารู้สึกทุกข์ร้อนเหลือเกิน”หัวหน้าหมู่บ้านรีบตรงไปขอความช่วยเหลือกับเจ้าชายฮิโกโบชิทันทีที่พวกเขานั้นมาถึง เจ้าชายฮิโกโบชิกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะนั้นไม่รอช้า จึงรีบจัดลานประกอบพิธีที่กลางหมู่บ้านทันที เจ้าชายฮิโกโบชิได้ยื่นคฑาเวทย์คู่กายให้กับเจ้าหญิงโอริฮิเมะไว้ใช้ในการร่ายรำคางุระบนลานประกอบพิธีเพื่อปัดรังควานสิ่งชั่วร้ายที่กำลังปกคลุมไปทั่วหมู่บ้าน ซึ่งเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้เกิดความแห้งแล้งตลอดทั้งปีลักษณะการร่ายรำของเจ้าหญิงโอริฮิเมะนั้นช่างงดงามและชดช้อย ราวกับว่าเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ที่จุติลงมายังโลกมนุษย์ก็ไม่ปาน ความงดงามนั้นได้สะกดทุกสายตาของเหล่าผู้คนในหมู่บ้านที่เข้ามาชมการร่ายรำคางุระของเธอเจ้าหญิงโอริฮิเมะนั้นยังคงร่ายรำคางุระอยู่บนลานประกอบพิธีอยู่นาน จนกระทั่งการร่ายรำคางุระของเธอนั้นได้จบสิ้นลง หลังจากที่การร่ายรำนั้นเสร็จสิ้น ก็เริ่มมีกลุ่มเมฆฝนสีครึ้มค่อยๆ เข้ามาปกคลุมท้องฟ้าอย่างช้าๆ มีเม็ดฝนทยอยกันตกลงสู่พื้นจนเกิดเป็นสายฝนที่มีขนาดใหญ่สาดลงมายังทั่วทั้งหมู่บ้านอย่างไม่ขาดสาย“ฝนตกลงมาแล้ว”“ในที่สุด ก็เริ่มมีฝนตกลงมาสักที” เหล่าผู้คนในหมู่บ้านพากันโห่ร้องด้วยความดีอกดีใจกันยกใหญ่ ในท่ามกลางสายฝนอันเย็นฉ่ำที่สาดลงมายังหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง ต้นไม้และพืชพรรณต่างๆ จากเดิมที่แห้งแล้งก็เริ่มค่อยๆ ผลิบานออกมาอย่างงอกงาม หลังจากที่ฝนนั้นหยุดลง แสงตะวันก็ค่อยๆ สาดส่องมายังหมู่บ้านที่ได้กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้งอย่างช้าๆ ต้นไม้และพืชพรรณต่างๆ ภายในหมู่บ้านนั้นก็เริ่มกลับมาชุ่มชื้นและเขียวชอุ่มกันอีกครั้งเหล่าบรรดาผู้คนในหมู่บ้านเริ่มที่จะสามารถเพาะปลูกพืชผล และทำการเกษตรเพื่อหาเลี้ยงชีพอยู่ที่สวนในบ้านของตนเองได้แล้ว“ขอบพระคุณท่านองค์ชายฮิโกโบชิ กับท่านองค์หญิงโอริฮิเมะมากๆ เลยนะขอรับ ที่ได้ช่วยหมู่บ้านพวกเราเอาไว้ ไม่อย่างงั้นนะ หมู่บ้านของพวกเราต้องแย่แน่ๆ”ทั้งหัวหน้าและผู้คนในหมู่บ้านต่างก็พากันกล่าวขอบคุณเจ้าชายฮิโกโบชิ กับเจ้าหญิงโอริฮิเมะสำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้กันยกใหญ่ พวกเขาทั้งสองต่างก็โค้งคำนับให้กับอีกฝ่ายเพียงน้อยนิดเป็นการรับคำขอบคุณ ก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะรีบเดินไปจากหมู่บ้านแห่งนั้นทันทีเจ้าชายฮิโกโบชิกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะได้เดินทางผ่านทุ่งหญ้าหิมะอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งหนึ่ง ในท่ามกลางสายลมอ่อนๆ ที่โชยพัดเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย หลังจากเดินทางมาได้สักระยะ พวกเขาทั้งสองก็ได้เดินออกมาจากบริเวณทุ่งหญ้าหิมะ และมาพักแรมกันที่ใต้ต้นซากุระขนาดใหญ่“ดาวบนท้องฟ้า ช่างงดงามเหลือเกินนะเจ้าคะ”เจ้าหญิงโอริฮิเมะยืนกล่าวชมความงดงามของดวงดาวนับล้านกว่าดวงที่พากันฉายแสงจรัสไปทั่วท้องฟ้าในยามราตรีที่มืดมิด ดวงตาสีเขียวมรกตคู่งามนั้นก็พลางมองไปที่ดวงดาวนับล้านกว่าดวงที่เปล่งประกายอยู่บนท้องฟ้า“แม้ว่าสิ่งอื่นใดจะงดงามสักแค่ไหน แต่ก็มิอาจที่งดงามไปกว่าเจ้า...”ทางด้านเจ้าชายฮิโกโบชินั้นก็พลางค่อยๆ สวมกอดเข้าที่ลำตัวอันเพรียวงามของเจ้าหญิงโอริฮิเมะอย่างแนบชิด ทางด้านเจ้าหญิงโอริฮิเมะก็ค่อยๆ พิงหลังเข้าที่แผ่นอกของเจ้าชายฮิโกโบชิพลางหลับตาพริ้ม มือเรียวงามทั้งสองข้างของเธอนั้นก็พลางยกขึ้นมากุมเข้าที่มือหนาทั้งสองข้างที่กำลังโอบเอวของเธออยู่ตอนนี้อย่างแนบแน่น ใบหน้างามอันสะสวยของเธอนั้นก็พลางมีรอยยิ้มออกมานิดๆ อันเนื่องจากว่าเธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากชายผู้เป็นคนรักของเธอ“เจ้าคือสิ่งที่งดงามที่สุดสำหรับข้า เจ้าหญิงโอริฮิเมะ”หลังจากที่กล่าวจบ เจ้าชายฮิโกโบชิก็หลับตาพริ้ม พลางจูบเข้าที่กลางหน้าผากของเจ้าหญิงโอริฮิเมะอย่างแผ่วเบา ส่วนทางด้านเจ้าหญิงโอริฮิเมะนั้นก็หลับตาพริ้มพลางรับการจูบจากชายผู้เป็นคนรักอยู่ที่หน้าต้นซากุระขนาดใหญ่ที่อยู่ในท่ามกลางทุ่งหญ้าหิมะอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ถูกปกคลุมไปด้วยท้องฟ้าอันมืดมิดที่มีแสงดาวส่องประกายระยิบระยับไปทั่วฟ้า

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน