ตอนที่ 2 สู่โลกใหม่
ปรากฏการณ์วงเวทมิติเกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกทั้ง12 แห่ง และดูดมนุษย์เข้าไปในนั้น
ฟรานซ์เซโร่ หญิงสาวผมขาวั์ตาสีฟ้า ผิวขาวราวกับไข่มุกยามราตรีเธอเป็ลูกสาวของผู้มีอิทธิพลอันดับต้น ๆ ของโลก และเป็อัจฉริยะด้านการต่อสู้และสร้างโปรแกรมระดับสูงโปรแกรมและเทคโนโลยีแต่ละอย่างที่เธอสร้างขึ้นนั้นล้วนเป็ที่้าของประเทศมหาอำนาจเพราะมันจะสร้างข้อได้เปรียบให้กับผู้ที่มีมันไว้ ความสามารถของเธอทำให้การขยายอิทธิพลของพ่อกลายเป็เื่ที่ง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากจนติดอันดับต้นของโลกเพียงเวลาไม่กี่ปีทั้งนี้เธอยังสร้างผลงานสุดอันตรายไว้กับประเทศมหาอำนาจประเทศหนึ่งซึ่งผู้นำประเทศนี้ได้ขู่พ่อเธอเื่ของาว่าหากไม่ยกเธอให้ไปอยู่ภายใต้อำนาจของประเทศเขาฟรานซ์และพ่อของเธอจะไม่มีจุดยืนบนโลกนี้ และนี่เองที่จุดปะทุความโกรธของฟรานซ์โปรแกรมไวรัสที่ไม่สามารถวัดระดับความอันตรายได้ถูกเธอสร้างขึ้นมาและส่งเข้าไปยังระบบของประเทศนั้นไวรัสที่เธอสร้างทำการกัดกินและทำลายระบบป้องกันระดับสูงของประเทศเป้าหมายจนสิ้น ทำให้อาวุธมหาประลัยระดับสูงถูกจุดชนวนจนะเิประเทศมหาอำนาจหายไปในแผนที่โลกทันทีแต่ไวรัสไม่ได้หยุดแค่นั้นมันทำการแฮกระบบป้องกันตามประเทศต่าง ๆ ของโลก จนเกิดความวุ่นวายทั่วโลกประเทศยิบย่อยถูกทำลายไปรัวๆ ติด ๆ กัน และที่น่ากลัวที่สุดคือ ฟรานซ์ไม่สามารถหยุดไวรัสที่เธอสร้างนี้ได้เพราะเธอสร้างด้วยความโกรธจึงไม่รู้ว่าลงข้อมูลอะไรไปบ้าง รวมถึงรหัสของมัน
ประเทศหลายประเทศถูกไวรัสทำลายกัดกินระบบป้องกัน และรวนข้อมูลคำสั่งจนทำให้อาวุธมหาประลัยะเิ หลายๆประเทศหายสาบสูญไปจากแผนที่โลกตามกันติด ๆ เธอเสียใจกับการกระทำโดยไม่คิดของเธออย่างมากจนถึงขั้นฆ่าตัวตายแต่พ่อของเธอรู้ทันก่อนจึงจับขังไว้เพื่อไม่ให้เธอมีโอกาสทำร้ายตัวเองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้รอยยิ้มของฟรานซ์หายไปั้แ่ตอนนั้น
แต่แล้วก็มีคนๆ หนึ่งมาหยุดไวรัสที่เธอสร้างไว้ได้ แม้เธอจะไม่รู้ว่าเป็ใครก็ตามแต่ความรู้สึกที่เหมือนกับอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยนั้นเป็ความรู้สึกที่ฝังแน่นอยู่ในหัวใจสายข่าวของพ่อเธอรายงานมาว่าคนที่หยุดเป็ผู้ชายและทำเพียงคนเดียวทำให้เธอเกิดความรู้สึกดี ๆ ขึ้นภายในใจ
นับแต่นั้นมาฟรานซ์ไม่ยอมสร้างโปรแกรมใดๆ อีก เธอเอาแต่ฝึกศิลปะการต่อสู้แขนงต่าง ๆ ออกทำภารกิจเสี่ยงตายมากมายร่วมกับหน่วยงานต่างๆ รวมไปถึงร่วมงานกับเหล่านักฆ่า จนกระทั่งถึงวันที่เกิดวงกลมมีแสงประหลาดขึ้นใต้เท้าของเธอและดูดเข้าไปพอตื่นมาอีกทีก็อยู่บนเตียง ๆ หนึ่ง เป็เตียงอย่างดีและรูปแบบของมันไม่เคยเห็นในโลกมาก่อนมันออกโบราณแต่สวยงาม ใช่ว่าจะมีเธอเพียงคนเดียว ยังมีเตียงข้าง ๆ เธออีกหลายเตียงแต่ไม่ทันได้สังเกตอะไรมากก็มีผู้หญิงสองคนแต่งตัวแปลก ๆ เดินเข้ามาหา
“ยินดีต้อนรับท่านผู้กล้าท่านถูกอัญเชิญมายังโลกนี้โดยเทพเ้าทั้งสี่องค์ของเมืองเราเพื่อกำจัดสิ่งชั่วร้ายให้สิ้นไปจากโลกนี้ท่านอย่าพึ่งถามอะไรโปรดตามข้ามาก่อนเดี๋ยวท่านอัศวินจะอธิบายเื่ราวทุกอย่างให้ฟังท่านไม่ต้องใว่าทำไมถึงฟังภาษาของเราได้ทุกคนที่ถูกอัญเชิญโดยเวทข้ามมิติของเทพเ้าล้วนได้รับพรทางภาษาทั้งสิ้น โปรดตามข้ามาก่อนเถิด” หญิงแต่งตัวแปลกๆ นั้นพูดขึ้นแล้วเดินนำไป
เหล่าผู้กล้าที่ถูกอัญเชิญมาจากต่างโลกมารวมกันที่ลานกว้างแห่งหนึ่งอัศวินผู้สวมชุดเกราะสีทองสูงสง่าถือดาบขนาดใหญ่มายืนอยู่ตรงหน้าพวกเข้าแล้วคุกเข่า
“ข้าขอคำนับเหล่าผู้กล้าที่องค์เทพอัญเชิญมาจากต่างโลกผู้กล้าที่จะเป็ความหวังของพวกเราในการนำแสงสว่างกลับมาสู่โลกนี้อีกครั้งข้าอลันต์เป็อัศวินของอาณาจักรนี้”เขาคุกเข่าทำเอาผู้มาจากต่างโลกทำตัวไม่ถูกกัน
อัศวินยืนขึ้น
“ก่อนอื่นข้าขอชี้แจงในเื่ที่พวกท่านต่างสงสัยก่อนเื่แรก คือพวกท่านถูกอัญเชิญมาด้วยพลังของเทพเ้าสี่พระองค์เพื่อมาทำหน้าที่ในการนำแสงสว่างกลับมาสู่โลกนี้อีกครั้งท่านเทพเ้าได้อัญเชิญมาทั้งหมด 12 คน เพียงแต่ตอนนี้ทางเราค้นพบได้เพียง 8คนก็คือพวกท่านที่ยืนอยู่ตรงนี้ ส่วนอีก 4 คนยังไม่มีวี่แววว่าจะหาเจอแต่ข้าคาดว่าจะเจอในอีกไม่นาน เอาล่ะหากท่านสังเกตตรงหน้าอกข้างขวาของพวกท่านจะเห็นสัญลักษณ์ซึ่งเป็ตราประทับของเทพเ้าทั้งสี่ตอนส่งพวกท่านข้ามมิติมาตราประทับนี้เป็สิ่งวิเศษที่จะเปิดความสามารถที่ทำให้ท่านเหนือกว่าบุคคลทั่วไปอีกทั้งยังสามารถยืมพลังจากเทพเ้าโดยตรงได้ อย่างที่สองคือตราประทับด้านหลังของพวกท่านมันเป็อีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้พวกท่านพัฒนาไม่มีที่สิ้นสุดมันคือสัญลักษณ์บอกถึงระดับดาว และระดับเลเวลของพวกท่านทั้งยังบอกถึงความสามารถแต่ละอย่างของท่านได้อีกด้วยอีกอย่างตอนนี้หากพวกท่านสังหารมอนสเตอร์ท่านก็จะได้อณูิญญาของพวกมันมาโดยจะซึมซับผ่านตราสัญลักษณ์ตรงอกขวาของพวกท่านแล้วเมื่อสะสมอณูิญญาได้ในระดับหนึ่ง เลเวลของท่านก็จะเพิ่มขึ้นนั่นรวมถึงพลังและทักษะพิเศษของผู้กล้าอีกด้วย วันนี้ข้าก็ขอบอกพวกท่านแค่นี้ก่อนต่อไปนี้ทางเราจะให้ท่านวัดระดับมานา และธาตุหลักของพวกท่านว่ามีธาตุไหนสูงจะได้ส่งเสริมและพัฒนาได้ถูกจุด” อัศวินพูดอธิบายและเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
การอธิบายครั้งนี้ทำเอาผู้กล้าหน้าเหวอกันเลยทีเดียวบางคนยังจับต้นชนปลายไม่ถูกนึกว่าเป็ความฝันก็ทำการหยิกแก้มตนเองแต่ก็ไม่พ้นความเ็ป
“ไม่ มันต้องไม่ใช่เื่จริงพวกแกส่งฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้ฉันนัดกับแฟนไว้ขืนถ้าไม่ได้อธิบายเหตุผลให้เธอฟังมีหวังโกรธเป็ฟืนเป็ไฟจนไม่ให้ฉันนอนด้วยเป็อาทิตย์แน่ๆ มัวมาทำสีหน้าอย่างนั้นทำไม ส่งฉันกลับสิวะ”ชายคนหนึ่งโวยวายในหัวคิดแต่เื่แฟนจวนจะร้องไห้
“ตราบใดที่ปฏิบัติภารกิจไม่สำเร็จก็ไม่มีวันกลับได้” อัศวินพูดเหมือนกับเตรียมคำตอบไว้แล้ว
“มันจะเป็แบบนั้นได้ยังไงก็ในเมื่อฉันไม่ได้เต็มใจมาที่นี่สักหน่อย พวกบัดซบทำอะไรตามอำเภอใจทำไมไม่เลือกคนที่สมัครใจมาวะ โว้ย!ได้พวกเชี่ยส่งกูกลับเดี๋ยวนี้!” ชายคนนั้นยังไม่ละความพยายาม
“คงทำเช่นนั้นไม่ได้นี่ไม่ใช่หน้าที่ของข้าแล้วท่านเทพเ้าก็ไม่มีทางจะส่งพวกท่านกลับไปหากทำภารกิจไม่สำเร็จ อีกประการหนึ่งพวกท่านคือคนที่เทพเ้าเลือก ต่อให้สมัครใจหรือไม่ก็ตามจงภาคภูมิใจในความเมตตาของพระองค์เสียเถิด”อัศวินคนเดิมพูดเสียงนิ่ง
“เมตตาบ้านพ่องเทพเ้าสิ เทพเ้าหัวกรวยไอเทพบัดซบ พวกแกก็ด้วย ไอ้พวกเชี่ย!” ชายคนนั้นพุ่งเข้าไปต่อยหน้าอัศวินที่ตัวสูงกว่าส่วนฝ่ายอัศวินก็ยืนให้ต่อยเฉย ๆ ไม่ขยับไปไหน และเหมือนว่าจะไม่สะทกสะท้านอะไรจนชายคนนั้นต่อยจนมือมีแต่เืก็หยุดแล้วร้องไห้โวยวายพร้อมกับกุมมือที่เ็ปไปด้วย
“อะไรกันนักกันหนาวะแข็งอย่างกับหินแบบนี้ทำไมไม่ไปทำภารกิจบัดซบเอง จะเอาพวกกูมาเพื่อไรวะ” ชายคนนั้นกุมมือร้องไห้พลันสบถด่าไปด้วยไม่ในใจใครที่อยู่ในห้องโถง ไม่แม้แต่จะเกรงกลัวต่อเทพเ้า
“พวกท่านเป็ผู้กล้า แต่ตอนนี้ระดับดาวและเลเวลของพวกท่านยังน้อยอยู่จึงอ่อนแออย่างที่เห็น แต่หากเลเวลมากขึ้นแม้แต่ข้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกท่าน”อัศวินพูดด้วยความสัตย์จริงเขาไม่ได้โกรธเคืองกับการกระทำนั้นเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังพูดจาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
“ส่งเรากลับบ้าน” ฟรานซ์สีหน้าดูสงบนิ่งสายตาฉายแววชัดเจนว่าไม่้ายุ่งเื่พวกนี้ เธอไม่ได้พูดอะไรมาก
“เกรงว่าคงไม่ได้ท่านต้องทำภารกิจก่อนถึงจะถูกส่งกลับ” อัศวินเอ่ยย้ำอีกครั้ง
“อืม ฉันว่าโลกใบนี้มันน่าสนุกนะได้เป็ผู้กล้าเพื่อไปปราบจอมปีศาจแล้วคืนความสงบสุขให้แก่โลกอะไรยังงี้ ถ้ามีพลังและพัฒนาการที่ก้าวหน้ามากกว่าคนทั่วไปยิ่งเลเวลมากก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น ฉันว่ามันน่าจะคล้ายเกมออนไลน์ที่เคยเล่นอยู่ล่ะนะเพียงแต่ได้ััถึงบรรยากาศจริง ๆ มันน่าสนุกใช่ไหมล่ะ” ชายอีกคนออกมาคัดค้านและพูดตามความเห็นตัวเองที่ได้มาจากการเล่นเกมออนไลน์
“ขอบคุณที่ท่านเข้าใจพวกเรา” อิศวินเกราะทองกล่าว
“ฮือๆๆ ฉันอยากกลับบ้านน้องชายขอฉัน้าอาหารและคนดูแล ถ้าฉันไม่กลับไปแล้วใครจะดูแลเขาล่ะเขาจะเอาเงินที่ไหนไปเรียนกัน” หญิงสาวอายุ 20คนหนึ่งนั่งกุมเข้าร้องไห้ไม่เกรงใจใคร
“เราอยากได้คำอธิบายช่วยอธิบายให้มากกว่านี้หน่อย ข้อมูลเยอะๆ ก็ยิ่งดี”ชายสวมแว่นคนหนึ่งพูด
“สำหรับฉันยังไงก็ได้แค่ตกลงกันให้ได้เป็พอ” ชายอีกคนพูด
..............................................
ในป่าต่างโลก
“นี่มันตัวบ้าอะไรวะเนี่ย นี่ตูพึ่งฟื้นฟูจากการไล่ฆ่าขององค์กรมาหมาดๆ นะเว้ย บ้าเอ้ย!!ขามนุษย์มันอร่อยนักหรือไงฟร๊ะ เตรียมโดนฆ่าล้างโคตรเลยพวกแก!!” ชายคนหนึ่งที่จู่ๆ ก็ตื่นขึ้นมาที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วก็พลันโดนมอนสเตอร์ไล่ต้อนจนมุมสุดท้ายก็จบชีวิตอีกครั้งโดยไม่รู้อะไรเลย
ผู้กล้าได้ตายไป 1 คนแล้ว ทีนี้ก็เหลือ11 คนที่ยังคงมีชีวิตอยู่ หรือว่ายังคงเหลือ 12 คนกันแน่
...............................................
อีกด้านหนึ่ง
ในป่าลึกที่ยังไม่มีใครเข้าถึงอันเป็เขตอันตรายที่เมื่อเข้ามาแล้วไม่เคยมีผู้ใดรอดออกไปได้เลยหินผาที่แตกระแหงเพราะถูกกระแทกด้วยวัตถุน้ำหนักมหาศาล บุรุษผู้หนึ่งค่อยๆไอออกมาแล้วยกมือขยี้ตาช้า ๆ พลันก็เจอกับแสงสว่างจ้าจึงหลับตาปี๋ ค่อย ๆเปิดเปลือกตาทีละน้อยพอสายตาเริ่มคุ้นกับสภาพแวดล้อมแล้วก็กะพริบตาปริบ ๆเหมือนกำลัง งง งวยกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าสภาพโดยรอบแตกต่างจากคำว่าป่าที่เคยเจอสิ้นเชิง ต้นไม้ขนาดใหญ่นับสิบคนโอบแถมมีหลากชนิดเสียงร้องของสัตว์ที่ไม่เคยรู้จักและได้ยินมาก่อนที่ทำให้รู้สึกถึงอันตรายที่ไม่ควรเข้ามาย่างกราย
“ที่นี่ที่ไหนจากประสบการณ์แล้วในโลกไม่เคยมีป่าที่มีลักษณะแบบนี้ รวมถึงเสียงสัตว์แปลก ๆที่ได้ยินด้วย” ชายหนุ่มลุกนั่งสังเกตสิ่งรอบข้างแล้วสูดกลิ่นก็รู้ว่ามันไม่เคยมีกลิ่นแบบนี้ในโลกแต่ทำไมตัวเขาถึงรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยจากพันธะอันวุ่นวายต่าง ๆ
ร่างกายค่อยๆลุกออกจากหินที่แตกจากการตกลงมาตกตรงนั้น เสื้อผ้าฉีกขาดเล็กน้อยกระเป๋าสะพายหลังและอาวุธก็ยังอยู่ แต่มันกระจัดกระจายกันไปหน่อยแค่เหนื่อยเดินไปเก็บเท่านั้น
“โอย หัวจะปวดแล้วจะหาไอ้ลูกของผู้มีอิทธิพลเจอได้ยังไงล่ะทีนี้ อืม เหมือนจะเจอเื่สนุก ๆเเฮะ” ไผ่เดินไปบ่นไปด้วยอารมณ์ที่ขึ้นๆ ลง ๆแล้วก็สำรวจร่างกายตนเองไปมาก็เจอสัญลักษณ์รูปปีกที่อกขวา
“หือ ตราประทับ เราไม่เคยมีตราแบบนี้....แต่ยังไงต้องรีบตามหาลูกผู้มีอิทธิพลก่อนเดี๋ยวพ่อรู้เข้าว่าทำงานพลาดมีหวังโดนจับฝึกยาวแน่”ไผ่บ่นกับตัวเองแล้วเดินมุ่งเข้าไปยังป่าลึกเรื่อยๆ
........................................
โลกหลังจากเหตุการณ์คนหาย
ในมหาลัยชนบทแห่งหนึ่งมี 2 ชาย 1 หญิงกำลังนั่งเท้าคางตรงโต๊ะกระจกหน้าหอพักชายของมหาลัยชายคนหนึ่งนั่งกระดิกเท้าไปมา ชายอีกคนฟุบหลับ ส่วนผู้หญิงก็นั่งเล่นโทรศัพท์
“เฮ้อ เมื่อไหร่ไอ้ไผ่จะกลับมาวะจะได้ให้มันช่วยทำงานกลุ่มให้เสร็จ ๆ ไปเสียทีเพราะอาจารย์แต่ละคนที่สั่งงานมันใช่เล่นที่ไหนสั่งงานก็ยากและสั่งเยอะยังกับพวกเรามีเวลาว่างมานั่งทำเป็เดือน ๆ งั้นแหละ” คมชายร่างสูงผิวคมเข้มผมยาวประบ่านั่งเท้าคางบ่นอุบ
“เอ็งก็อย่าบ่นเลยน่าไอ้คม เราก็รู้ ๆอยู่ว่าไอ้ไผ่มันเป็เ้าพ่อแห่งการขาดเรียนที่ขาดเยอะและบ่อยที่สุดในประวัติศาสตร์ขาดทีหนึ่งก็นานเป็อาทิตย์ขนาดอาจารย์ยังรู้เลยแต่มันดันเก่งจนสามารถสร้างชื่อเสียงโด่งดังให้กับทางมหาลัยอธิบดีเองก็ไม่กล้าไล่มันออกอีกต่างหาก คนอะไรี้เีแต่ดันเก่งนอกจากนี้ยังหล่ออีกต่างหาก เพ้ย” บอยชายผมน้ำตาล ั์ตาก็สีน้ำตาลผิวออกสีแทนแววตาคมเข้มพูดในน้ำเสียงที่พึ่งตื่นปนรำคาญเพื่อนที่ชื่อคมที่บ่นไม่ยอมหยุด
“นี่ จะบ่นอะไรนักหนาล่ะพวกนายนี่มารอทุกวันก็บ่นทุกวันเป็คนแก่ไปได้ นั่งรอไผ่กลับมาเฉย ๆ ไม่ได้เหรอไงนี่ถ้าไม่ใช่ส่งงานรอบที่สามแล้วยังไม่ผ่านนะ ก็คงไม่ต้องมานั่งรอไผ่แบบนี้หรอก” ส้มหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มพูด
“เอาน่าถ้าวันนี้ไม่กลับมาพรุ่งนี้ก็มารอต่อ แต่อาจารย์ที่สั่งงานเรานี่ก็จริง ๆ เลยงานแต่ละอย่างไม่ตรงกับที่สอน แล้วพวกกูจะเอาสมองที่ไหนมาคิดวะ” บอยพูดประชด
“ก็ว่างั้นฉันไปก่อนล่ะเดี๋ยวน้องแนนแฟนฉันจะบ่นว่าไปไม่ตรงนัด” คมพูดโพล่งขึ้นมาแล้วชิ่งหนีก่อนทันที
“ไอ้คมนี่ใจคอเอ็งจะไม่รอเพื่อฝูงหน่อยเหรอไงวะ รอด้วยสิเว้ย” บอยรีบสะพายกระเป๋าแล้ววิ่งตามเพื่อนไป
ส่วนส้มก็ทำหน้าหน่ายๆ แล้วเดินกลับ เกรงว่าพวกเขาคงจะต้องรออีกนาน
....................................