หม่าตงเซิงคำนวณทิศทางจากลายเส้นสีเขียวเหมือนแตงโมบนผิวของหินพักใหญ่ถึงตัดสินใจวางตำแหน่งลงมีด ใช้ปากกาไวต์บอร์ดชนิดหนาลากเส้นจากนั้นก็จัดตำแหน่งหินอีกครั้งตามแนวเส้นที่วาดไว้
ใบมีดทรงกลมที่ส่วนปลายทำจากเพชรยังใหม่เอี่ยมสะท้อนแสงแวววาวยามต้องแสงไฟหม่าตงเซิงเล็งคมมีดไปยังตำแหน่งเส้นที่เขาวาด จากนั้นค่อยกดสวิตช์เปิดเครื่องตัด
เสียง ‘หวือ’ ดังก้อง
หม่าตงเซิงมือนิ่งมาก เครื่องตัดในมือเขาไม่สั่นไหวเลยแม้แต่น้อยเขาตัดหินตามเส้นที่วาดไว้อย่างแม่นยำยามที่ใบมีดตัดเข้าไปในหินมันก็ส่งเสียงดังบาดหูเป็นพิเศษ
เศษหิน ฝุ่นควัน เสียงอึกทึก ทุกคนโดยรอบจับตาดูอย่างใกล้ชิดหลังจากนั้นประมาณหนึ่งนาทีเสียงเครื่องตัดหินก็เบาลงหม่าตงเซิงกดปิดสวิตช์เครื่องจักร เสียงหวีดแหลมของเครื่องจักรจึงเบาลงทันทีจนกระทั่งเงียบสนิท
ไม่มีใครส่งเสียงดังหม่าเชาที่อยู่ด้านข้างรีบส่งผ้าขนหนูชุบน้ำผืนใหม่เอี่ยมให้หม่าตงเซิงรับไปเช็ดรอยตัดบนหินซ้ำๆ เพื่อเช็ดเศษหินและฝุ่นออกไป
“โอ้…”หม่าตงเซิงหลุดพึมพำเสียงเบา!
หลังจากฝุ่นควันในอากาศกระจายตัวลงทุกคนก็จับจ้องไปยังหินบนเครื่องตัด เห็นเพียงสีเขียวๆตรงรอยตัดขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือ สีเขียวนั้นมันวาวราวกับชุบน้ำมันจนแทบจะไหลออกมาดูบนผิวรอยตัดเหมือนกับเห็นทุ่งผักกวางตุ้งที่ยังไม่แบ่งบานช่วงกลางเดือนมีนาคมสีเขียวแวววาวมีชีวิตชีวาทำให้คนมองรู้สึกสบายตาเป็นพิเศษ!
“ฮ่าๆ …มือขึ้นแล้วๆ …ฉันมือขึ้นแล้ว!”
ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน เหอปู้ฝานก็กระโดดตัวลอยพร้อมหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง!
ในบรรดาคนที่ห้อมล้อมรอชมอยู่นั้นเถี่ยเฉิงจินและพวกเหล่าหวงเหล่าเจิ้งนับว่ามีความรู้เรื่องหยกสีเขียวบนพื้นผิวหินของเหอปู้ฝานนับว่าไม่ได้แย่ ราคาที่ฉินฟางกำหนดไว้ที่ ‘หกแสนแปดหมื่นหยวน’ สูงเกินจริงไปมากคาดว่าเงินทุนที่ใช้ซื้อมันมาจากเมืองเถิงชงคงแค่แสนหรือสองแสนหยวนราคาหกแสนแปดหมื่นหยวนมี ‘ค่าเล่น’ เป็นส่วนประกอบด้วยและเพราะว่าที่นี่คือเมืองถงเฉิงซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กระจายหินหยกอย่างเมืองเถิงชงของหายากย่อมแพงขึ้น หากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล แม้แต่เต้าหู้ก็ราคาเท่าเนื้อได้!
สุดท้ายเหอปู้ฝานก็ ‘บ้า’ เพิ่มราคาหินถึงสองล้านซึ่งเกินราคาที่ทุกคนคาดไว้มากถึงจะเป็นการพนันก็ไม่มีใครยินดีโยนเงินไปมั่วซั่ว สองล้านไม่ใช่จำนวนน้อยๆคนธรรมดาทั่วไปเกรงว่าทั้งชีวิตก็หาได้ไม่ถึงสองล้าน!
เงินสองล้านนี้แม้แต่เหอปู้ฝานเองก็ยังคิดว่าเป็นการเสียเปรียบครั้งใหญ่เขายังรู้สึกเกลียดชังตาแก่สมควรตายอย่างเถี่ยเฉิงเจินไม่คลายทว่าเขากลับคาดไม่ถึง หม่าตงเซิงลงมีดครั้งแรกก็ผ่าเจอสีเขียวสดใสขนาดนี้แล้ว!
สีหน้าของเถี่ยเฉิงจินก็ฉายแววตกตะลึงเช่นกันตอนแรกเขาแค่จะก่อกวนให้เหอปู้ฝานยุ่งยากใจ ปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบรออีกเดี๋ยวเขาลงมือจริงๆ เมื่อไร เหอปู้ฝานก็จะได้ไม่กล้าสู้ตายกับเขาอีกในการแข่งขันก็มีเพียงเหอปู้ฝานที่โจมตีเขา ดังนั้น เขาจึงต้องบดขยี้ความจองหองของเหอปู้ฝานเสียก่อน!
ใครจะคิดว่าเขาทำให้เหอปู้ฝานติดกับได้แล้ว แต่สวรรค์กลับทำให้เหอปู้ฝานเป็นคนโชคดีในความโชคร้ายขนมเปี๊ยะหล่นใส่หัวไปเต็มๆ !
แม้บนผิวหินจะมีสีเขียว ‘ซึม’ ออกมา แต่ไม่ว่ามันจะมาจากความมันหรือเป็นสีเขียวบริสุทธิ์ล้วนๆ ก็ทำเอาผู้คนตื่นตาตื่นใจไม่รู้ว่าข้างในหินก้อนนี้ซ่อนหยกชั้นดีไว้ขนาดใหญ่แค่ไหน!
ดูจากการตัดหินครั้งนี้เถี่ยเฉิงจินคิดว่าเหอปู้ฝานจ่ายน้อยไปเท่าหนึ่ง!
“สีเขียวชิ้นใหญ่ขนาดนี้ช่างเป็นสีเขียวที่สวยจริงๆ !” เหอปู้ฝานอดชื่นชมไม่ได้เขาเอื้อมมือไปสัมผัสมันพลางพูดว่า “อย่างน้อยข้างในนี้ก็ต้องมีหยกชั้นดีใหญ่ๆสักก้อน!”
แน่นอนว่าประโยคนี้เป็นการตั้งใจกล่าวเกินจริง ทว่าพูดกันตรงๆเหล่าหวงเหล่าเจิ้ง รวมถึงเถี่ยเฉิงจินและฉินฟางด้วยมีใครในกลุ่มนี้ไม่ทำหน้าอิจฉาบ้าง
หม่าตงเซิงดึงสวิตช์เปิดปิดด้านข้างเพื่อป้องกันไม่ให้เหอปู้ฝานสัมผัสโดนปุ่มเครื่องตัดตัดครั้งแรกก็เผยให้เห็นสีเขียวสวยขนาดนี้จะตัดครั้งที่สองหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเหอปู้ฝาน หากเขาโลภอยากได้ค่าตอบแทนสูงกว่านี้ก็ผ่าต่อได้หากเขาคิดว่าเห็นดีแล้วต้องการหยุดก็จะไม่ผ่าต่อ แค่รอคนเสนอราคาสูงๆเพื่อเปลี่ยนมือ จากนั้นความเสี่ยงก็จะถูกส่งต่อให้อีกคน
เถี่ยเฉิงจินจ้องมองรอยตัดพลางครุ่นคิดเมื่อเห็นเหอปู้ฝานไม่มีท่าทีจะถอยให้หม่าตงเซิงเข้าไปผ่าต่อจึงเอ่ยถาม “เสี่ยวเหอ วัตถุดิบก้อนนี้ คุณจะเปลี่ยนมือไหม”
เหอปู้ฝานหัวเราะหึๆ จ้องตากับเถี่ยเฉิงจิน “ก็ต้องดูว่ามีใครเสนอราคาที่ถูกใจผมไหม ถ้าราคาไม่ถึง หึๆผมผ่าต่อแล้วเอาหยกข้างในมาขายให้ราคาสูงขึ้นดีกว่า!”
เถี่ยเฉิงจินจะไม่เข้าใจความนัยในการขึ้นราคาของเหอปู้ฝานได้อย่างไรเขาครุ่นคิดก่อนจะตอบว่า “เสี่ยวเหอ คุณกับผมก็โตๆ กันแล้วไม่ต้องพูดไร้สาระให้มากความ ผมไม่รู้สึกอะไรหรอก เอาแบบนี้แล้วกัน ผมให้คุณสี่ล้านคุณจ่ายไปสองล้าน พริบตาเดียวก็ทำกำไรได้เท่าหนึ่งแล้ว ตกลงไหม”
“เฮอะ!”
เหอปู้ฝานแค่นเสียงแทบจะขึ้นไปที่จมูก ก่อนจะตอบเสียงเรียบ “ช่างเถอะ ผมผ่าต่อดีกว่า!”
นั่นหมายความว่าเขาไม่พอใจกับข้อเสนอของเถี่ยเฉิงจิน
เถี่ยเฉิงจินหน้าดำคร่ำเครียด คิดว่าเหอปู้ฝานโลภเกินไปแล้วสี่ล้านที่เขาเสนอให้ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ หากลองคิดดู ตอนที่เหอปู้ฝานซื้อมาในราคาสองล้านก็เป็นเพราะตกหลุมพรางล้วนๆอิงตามความจริงเจ้าวัตถุดิบก้อนนี้ไม่มีทางราคาเกินหนึ่งล้านแน่นอน!
แต่ตอนนี้ขึ้นราคาแล้ว ของก็เป็นของเหอปู้ฝาน ต่อให้เถี่ยเฉิงจินไม่พอใจก็ทำอะไรเหอปู้ฝานไม่ได้!
ท่ามกลางคนเหล่านี้มีเพียงสวี่ตงกับโหมวซือฉิงแค่สองคนที่กำลังจ้องมองความคึกคักด้วยความรู้สึกแปลกๆ!
โหมวซือฉิงไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้จึงได้แต่ยืนดูคนเสนอกันราคาเป็นแสนเป็นล้านอยู่ด้านข้างและของที่ซื้อก็ไม่ใช่สมบัติหายากอะไร แค่ก้อนหินลายเขียวๆ ไม่กี่ก้อน!
นี่มันเพิ่งจะผ่านไปครู่เดียว ผู้เฒ่าหม่าผ่าหินแค่ครั้งเดียวเจ้าหินนี่ก็ถูกเถี่ยเฉิงจินเสนอราคาสูงถึง ‘สี่ล้าน’ นี่มันเรื่องอะไรกัน มีเงินเยอะเลยเป็นบ้ากันเหรอ
ความคิดของสวี่ตงย่อมต่างจากโหมวซือฉิง เขาทั้งแปลกใจทั้งไม่เข้าใจตอนที่ดูหินพวกนี้ หินของเหอปู้ฝานไม่มีออร่าสมบัติเลยสักนิดจากการคาดคะเนของเขาหินก้อนนี้ต้องเป็นแค่เศษหิน ไม่มีราคา
แต่เหนือความคาดหมาย หลังจากหม่าตงเซิงผ่ามันครั้งแรกกลับเผยสีเขียวน้ำดีขนาดนี้หรือว่าพลังมองเห็นออร่าสมบัติของเขาจะผิดปกติหรือบางทีเขาอาจจะสามารถเห็นได้แค่สมบัติเก่าๆ และหินพวกนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นของเก่า
สิ่งนี้ทำให้สวี่ตงสับสน ตอนแรกยัง ‘มั่นใจ’ ในความสามารถของตนอยู่มาก แต่ตอนนี้ความรู้สึกนั้นหายไปหมดแล้วบางทีอาจมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาต้องทำความเข้าใจพลังนี่ไม่ได้วิเศษอย่างที่เขาคิด!
เหอปู้ฝานปากก็บอกว่าจะผ่าหินต่อแต่กลับไม่ยอมเรียกหม่าตงเฉิงมาทำต่อเขาเพียงกำลังรอให้ใครสักคนเสนอราคาที่สูงกว่านี้ หากไม่มีใครเสนอราคามากกว่านี้แล้วจริงๆเขาก็จะส่งต่อให้เถี่ยเฉิงจินทำเงินได้ถึงสองล้านในการเปลี่ยนมือเพียงครั้งเดียวไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆแล้วเขาก็ยิ่งกังวลว่าผลจะออกมาไม่ดีเขารับความเจ็บปวดที่ต้องเสียสองล้านไปอย่างเปล่าประโยชน์ไม่ได้!
เถี่ยเฉิงจินเป็นนักเก็งกำไร ก่อนที่จะลงมีดราคาก้อนหินล้วนเกิดจากการคาดคะเน หากลงมีดแล้วปรากฏเป็นสีเขียวราคาจะดีดตัวสูงขึ้นจริงๆ
คาดคะเนจากรอยตัดที่ปรากฏอยู่บนผิวหินตอนนี้ ข้างในมีโอกาสเป็นหยกชั้นดีเนื้อบริสุทธิ์มากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์และคาดคะเนจากสีเขียวที่ปรากฏอยู่ในตอนนี้หยกข้างในไม่มีทางเป็นก้อนเล็กอย่างแน่นอนหากเป็นหยกชั้นดีจริงๆ ราคาไม่ต่ำกว่าแปดล้านแน่!
ราคาที่เขากำหนดไว้สำหรับหินก้อนนี้มากสุดไม่เกินหกล้านหากโชคดีเอามาทำเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อหยกก็สามารถทำเงินได้ที่แปดถึงสิบห้าล้านแต่ยังไม่เห็นขนาดที่แท้จริงของชิ้นหยก เขาก็ยังไม่แน่ใจว่าจะผลิตได้กี่ชิ้นทุกอย่างยังเป็นเรื่องของการคาดเดา
เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเหอปู้ฝานกำลังโก่งราคาเถี่ยเฉิงจินก็รู้ว่าเขายังโกรธกับคำพูดไม่ดีที่ตนพูดใส่เขาก่อนหน้านี้จึงเงียบไปพักหนึ่งแล้วจึงพยักหน้าพูดอย่างจริงจังอีกครั้ง “เสี่ยวเหอมากสุดได้หกล้าน ถ้าคุณจะเปลี่ยนมือก็ให้ผม ถ้ายังไม่ถึงที่ใจคุณต้องการคุณก็ผ่าต่อเถอะ!”
“แม่เจ้า!”
โหมวซือฉิงหลุดอุทาน “ก็แค่หินก้อนเดียวไหมไม่ได้ทำจากทองด้วย มันราคาถึงหกล้านเลยเหรอ ฉันตรากตรำทำงานงกๆทั้งชีวิตยังหาไม่ได้เลยนะหกล้านเนี่ย!”
ถึงแม้โหมวซือฉิงจะมาจากตระกูลเศรษฐี แต่นั่นคือครอบครัวของเธอตัวเธอยังไม่เคยเจอเรื่องบ้าบอเช่นนี้มาก่อน ในเวลาสั้นๆ หินก้อนเดียวถูก ‘โก่ง’ ราคาสูงถึงหกล้านอย่างไม่น่าเชื่อ!
คนพวกนี้บ้าไปแล้ว!
กลับไปดูเหอปู้ฝานอีกครั้ง เขากำลังครุ่นคิดเถี่ยเฉิงจินต้องการหินก้อนนี้จริงๆ ราคาหกล้านก็ถึงราคาที่เขาตั้งไว้ในใจอย่างแน่นอนทว่าเขาก็เป็น ‘พ่อค้าหน้าเลือด’ ด้วย สามารถรีดน้ำมันจนไม่เหลือสักหยดได้แต่เขาก็กลัวว่าหากขึ้นราคาอีกจะทำให้เถี่ยเฉิงจินไม่พอใจจนกัดฟันว่าเท่าไรก็ไม่เอาแล้วตนไม่เป็นฝ่ายขาดทุนเอาเหรอ
เหล่าหวงเหล่าเจิ้งไม่มีกำลังทรัพย์แน่นอนจึงไม่ต้องพูดถึง
“นี่…” เหอปู้ฝานคิดๆดูแล้วก็กำลังจะเอ่ยปากตกลง
“ผมให้สิบล้าน!”
ตอนนั้นเองฉินฟางที่เงียบมาตลอดก็โพล่งออกมา
ทุกคนถูกข้อเสนอของฉินฟางกระแทกหน้าจนตะลึงตาค้างกันหมด!
โดยเฉพาะโหมวซือฉิงที่หลุดร้องเสียงหลง “ฉินฟางนายบ้าไปแล้วเหรอ”
ฉินฟางหัวเราะ “ฉันไม่ได้บ้าฉันคิดว่าหินก้อนนี้มีมูลค่าถึงสิบล้าน เหล่าเหอ คุณยินดีเปลี่ยนมือมาให้ผมไหม”
“ยินดีๆ ผมยินดีอยู่แล้ว!” เหอปู้ฝานพยักหน้าตอบโดยไม่คิดด้วยซ้ำราคานี้อย่าว่าแต่ฉินฟางเลย ให้เป็นเถี่ยเฉิงจินที่เขา ‘เกลียด’เขาก็ตกลง ต่อให้ผ่าออกมาได้หยกจริงหรือขายได้สิบล้านจริงก็ต้องเสียเวลากับกระบวนการทำงานไปอีกมากจะดีเท่าขายได้สิบล้านโดยไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลยได้อย่างไร
และพวกเขาไม่มีทางคิดถึงแน่ว่าที่ฉินฟางเสนอราคานี้ก็เพื่อโหมวซือฉิงเพียงคนเดียว!
ครอบครัวของโหมวซือฉิงไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง ฉินฟางรู้ดีว่าใช้เงินทำให้เธอประทับใจไม่ได้วิธีเดียวคือทำให้โหมวซือฉิงหลงรัก ‘ออร่า’ ของเขา หินของเหอปู้ฝานสีสวยดี หากผ่าออกมาเป็นหยกด้วยความสามารถและเส้นสายของเขา ปั่นไปปั่นมาก็ขายได้หลายสิบล้านอยู่แล้วดังนั้นจึงไม่ถือว่าขาดทุนอะไร
และเถี่ยเฉิงจินก็เสนอราคาไปถึงหกล้านแล้ว ฉินฟางคิดว่าหากเขาจะสู้ราคาก็เอาให้ตกตะลึงไปสี่ทิศเลยดีกว่าสิบล้านเป็นตัวเลขที่ ‘น่าตกใจ’ มากอย่างไม่ต้องสงสัย
สุดท้ายผลการเสนอราคาก็ไม่หลุดไปจากที่ฉินฟางคาดการณ์ไว้ โหมวซือฉิง ‘ตกตะลึง’ สุดขีด กระทั่งเตือนว่าเขา ‘บ้า’ ไปแล้ว
แต่ผู้ชายน่ะ หากจะทำให้ผู้หญิงใจเต้นก็ต้องมีออร่าที่ไม่มีใครเทียบได้และไม่กล้าเลียนแบบใช่ไหมล่ะ