ใน่สายของวันรุ่งขึ้นงามพิศกับวิทวัสก็กลับมาถึงบ้าน อนงค์ที่ออกมาเปิดประตูรั้วรีบเข้าไปช่วยพิกุลกับตาปั่นขนของท้ายรถเข้าบ้าน
“นังเพชรมันไปไหนทำไมไม่ออกมาช่วยกันขนของ” งามพิศถามอนงค์เสียงห้วน
“เพชรไปเอารถให้คุณหนูน้ำหวานค่ะคุณผู้หญิง”
“นี่น้ำหวานเอารถไปจอดที่บ้านเพื่อนอีกแล้วเหรอเมาจนขับรถไม่ไหวอีกล่ะสิเนี่ย” วิทวัสอดบ่นไม่ได้เขาไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไรที่ลูกสาวสุดที่รักดื่มเหล้าถึงขนาดเมามายจนขับรถกลับบ้านไม่ไหวแบบนี้เขาเคยบอกเคยเตือนอยู่หลายหนแล้ว แต่ก็ดูเหมือนมธุรินจะไม่เชื่อฟังเลยเพราะมีมารดาให้ท้ายอยู่ตลอด
“เอ๊ะ! คุณจะตำหนิลูกทำไมคะลูกก็ทำถูกแล้วนี่ที่เมาแล้วไม่ขับรถน่ะ”
“ผมก็แค่อยาก...”
“หยุดฉันไม่อยากเถียงกับคุณให้อารมณ์เสีย อนงค์ คุณหนูตื่นนอนหรือยัง”
“ยังค่ะคุณผู้หญิง”
“ฉันไปหาลูกดีกว่า คิดถึงจะแย่แล้ว” งามพิศเดินขึ้นบันไดไป โดยมีวิทวัสส่ายหน้าอย่างระอาใจ ก่อนจะสั่งพิกุลให้ไปเอาน้ำเย็นๆมาให้แก้วหนึ่ง
ก๊อกๆๆ
“น้ำหวานจ๋า ตื่นได้แล้วลูกคุณแม่กลับมาแล้วนะคะ น้ำหวานๆๆ” งามพิศยืนเคาะประตูห้องนอนของลูกสาวรออยู่พักหนึ่งเ้าของห้องนอนก็เปิดประตูห้องรับด้วยใบหน้ายู่ยี่เพราะยังนอนไม่เต็มอิ่ม
“กลับมาแล้วเหรอคะคุณแม่”
“จ้ะ แม่คิดถึงลูกมากเลย”
สองแม่ลูกสวมกอดกันแล้วชวนกันเข้าไปในห้องมธุรินทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยความง่วงงุน ขณะที่งามพิศทรุดตัวลงนั่งบนเตียง มองลูกสาวสุดที่รักอย่างรักใคร่เอ็นดู
“เมื่อคืนกลับดึกเหรอลูก”
“ค่ะ ตีสามได้มั้งคะ” ลูกสาวงึมงำตอบทั้งยังหลับตาอยู่
“ดื่มหนักเลยล่ะสิถึงได้จอดรถไว้ที่บ้านเพื่อนน่ะลูกให้นังเพชรมันไปเอารถให้ใช่ไหม”งามพิศถามให้แน่ใจเพราะกลัวอวิกาจะโกหกเพื่อออกไปเที่ยว
“ค่ะ มันออกไปหรือยังคะตอนบ่ายหนูต้องใช้รถซะด้วย”
“มันออกไปก่อนแม่จะมาถึงอีกเออ...นี่ลูกเื่ดื่มเหล้าน่ะ แม่อยากให้หนูดื่มเพลาๆ ลงบ้างนะเมื่อเช้าคุณพ่อบ่นอีกแล้วนะลูก”
“คราวนี้หนูไม่ได้ดื่มจนเมาไม่รู้เื่หรอกค่ะแม่” มธุรินลืมตาขึ้นสบตากับมารดารอยยิ้มแบบมีเลศนัยของลูกสาวทำให้งามพิศเอะใจ
“แล้วทำไมลูกไม่ขับรถกลับมาเองล่ะ”
“ก็มีคนอาสามาส่งให้นี่คะจะขับรถกลับเองให้เมื่อยทำไมกัน”
มธุรินอมยิ้มพลางลุกขึ้นนั่งตอบคำถามของมารดาหญิงสาวตอบไม่ตรงกับความเป็จริงเล็กน้อย เพราะความจริงแล้วอิมรานไม่ได้เป็ฝ่ายอาสาพาเธอมาส่งบ้านเองหรอกหากเป็นางแบบสาวเองต่างหากที่เป็ฝ่ายขอให้ชายหนุ่มมาส่งที่บ้านแต่ความจริงมันจะเป็ยังไงก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ
“เอ...ใครกันนะที่อาสามาส่งลูกสาวแสนสวยของแม่” งามพิศชักเริ่มเข้าใจจึงเริ่มทำหน้าที่ของแม่ที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก
“คนนี้เพอร์เฟกต์ทุกอย่างเลยค่ะคุณแม่” มธุรินบอกมารดาอย่างไม่ปิดบัง เื่ผู้ชายทุกคนที่เข้ามาในชีวิตของเธอนั้นมารดารับรู้หมดแถมยังช่วยสกรีนคนที่หวังมาปอกลอกให้อีกด้วย สำหรับเธอแล้วนั้น งามพิศเป็ทั้งแม่และทั้งเพื่อนรวมถึงเป็ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอเลยทีเดียว
หญิงสาวเล่ารายละเอียดต่างๆทั้งรูปร่างหน้าตา หน้าที่การงาน และที่สำคัญฐานะทางการเงินของอิมรานให้ผู้เป็มารดาฟังอย่างละเอียดเท่าที่ได้รู้มาจากยุวดีและเมื่อเล่าจบแล้วหญิงสาวก็ถามถึงความคิดเห็นของงามพิศที่มีต่ออิมราน
“คุณแม่เห็นเป็ยังไงบ้างคะคุณอิมรานน่าสนใจไหม”
“อืม...ก็น่าสนใจนะแต่แม่ก็ยังไม่อยากฟันธงหรอกนะลูก ถ้ายังไงลูกลองชวนเขามาทานข้าวที่บ้านเราดูสิแม่จะได้ช่วยดูให้”
“ได้เลยค่ะแต่ขอเวลาสักสองสามวันก่อนนะคะ ให้หนูกับเขาสนิทกันมากกว่านี้ก่อน”
“ตกลงจ้ะ ว่าแต่ว่า...” เธอจ้องหน้าลูกสาวนิ่ง “ลูกกับเขามีอะไรกันแล้วหรือยัง”งามพิศถามตรงๆ เื่พวกนี้เธอกับลูกสาวไม่มีการปิดบังกันแถมเธอยังสอนให้ลูกสาวรู้จักระวังตัวและป้องกันอีกด้วย
“ยังหรอกค่ะคุณแม่หนูรู้หรอกน่าว่าจะต้องเล่นตัวไว้ก่อน หนูจำคำสั่งสอนของคุณแม่ได้ดีค่ะ”
“ดีมากจ้ะ”
สองแม่ลูกหัวเราะร่วนก่อนจะปรึกษากันถึงเื่ความสวยความงามและแฟชั่นต่างๆอย่างสนุกสนาน
อวิกามาถึงหน้าบ้านยุวดีก็กดออดเรียกให้คนในบ้านมาเปิดประตูให้เด็กรับใช้ในบ้านวิ่งออกมาดู พอเห็นหน้าคนกดออดก็เปิดประตูให้ทันทีเพราะจำหน้าอวิกาได้เนื่องจากหญิงสาวเคยมาเอารถมธุรินที่บ้านนี้หลายครั้งแล้ว
“มาเอารถอีกแล้วหรือเพชร”
“จ้ะพี่”
“รอเดี๋ยวนะเดี๋ยวพี่ไปเอากุญแจรถจากคุณผู้หญิงให้”
อวิกาพยักหน้ารับก่อนเดินไปนั่งรอที่โต๊ะหินอ่อนที่ตั้งอยู่ตรงสนามหญ้าหน้าบ้านรอพักใหญ่เด็กรับใช้ก็เดินออกมาพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเธอจำได้ว่าเป็แฟนของยุวดี หญิงสาวลุกเดินไปหาก่อนจะยกมือไหว้ชายหนุ่มตรงหน้ารอยยิ้มกรุ้มกริ่มของเขาทำให้เธอไม่ชอบใจและต้องใเมื่ออีกฝ่ายกุมมือที่เธอยกขึ้นพนมไหว้นั้นเอาไว้
“ฉันมาเอารถของคุณมธุรินค่ะ” บอกพร้อมกับชักมือหนี
“เป็อะไรกับคุณน้ำหวานเหรอจ๊ะ”
“เป็...สาวใช้ค่ะ” อวิการู้สึกอับอายขึ้นมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายกวาดสายตามองร่างของเธอั้แ่เท้าจรดศีรษะเธอไม่อยากถูกจาบจ้วงอีก จึงร้องขอกุญแจรถจากชายหนุ่มตรงหน้า
“ขอกุญแจรถด้วยค่ะ”
“หน้าตาน่ารักแบบนี้” แถมหุ่นยังน่ากินอีกด้วย ประโยคนี้เขานึกในใจ “ไม่น่ามาเป็คนรับใช้เลยนะหนู”
“ฉันอายุยี่สิบสามแล้วค่ะ” เธอกัดฟันตอบ ชักเริ่มจะหมดความอดทนกับคนตรงหน้าเต็มทีแล้ว
“ยี่สิบสามแล้วเหรอฉันนึกว่าอายุสิบเจ็ดสิบแปดซะอีก นี่...เธออยากเปลี่ยนงานบ้างไหม ฉันมีงานดีๆให้ทำนะ งานสบายเงินดีและมีความสุขกว่าเป็คนรับใช้มากด้วย สนใจไหม”
หน้าตากรุ้มกริ่มแววตาวาววับแบบนี้ ไม่ต้องบอกเธอก็รู้ว่างานที่ชายหนุ่มตรงหน้าเสนอนั้นเป็งานอะไร
‘ไอ้บ้าเอ๊ย! มันเห็นเธอเป็ผู้หญิงแบบไหนกันถึงได้มาดูถูกกันแบบนี้มันน่าอัดให้สูญพันธุ์นักเชียว’ อวิกาโกรธจนหน้าดำหน้าแดงสองมือกำแน่น กัดฟันกรอด เค้นเสียงพูดออกมาทีละคำ
“ขอ! กุญ!แจ! รถ! ด้วย! ค่ะ!”
“ไม่สนใจเหรอ เก็บไปคิดดูก่อนก็ได้นะ”
“ไอ้บ้าเอ๊ย! มันจะดูถูกกันมากไปแล้วนะ ไอ้ชีกอ ไอ้ลามก ไอ้บ้ากาม ไอ้...”
ชายหนุ่มใรีบเข้ามาประชิดร่างอวิกาแล้วเอามืออุดปากเธอไว้ทันที หญิงสาวสะบัดตัวออกแล้วทำท่าจะชกหน้าอีกฝ่าย
“อย่าๆๆ พอแล้ว” เขารีบห้ามไว้แล้วโยนกุญแจรถให้อวิกาอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าเื่จะใหญ่โตไปมากกว่านี้ขืนแฟนสาวเขารู้เข้าว่าเกิดอะไรขึ้นมีหวังถูกเล่นงานอ่วมแน่
“เอ้า เอาไปนังหมาบ้า”
“แกสิหมาบ้า ไอ้หมาชีกอ” อวิกาด่ากลับแล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถของมธุรินที่จอดอยู่ในโรงเก็บรถ ก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็วจนเกือบจะชนเ้าของบ้านที่ยืนมองอย่างหัวเสียหญิงสาวหัวเราะอย่างสะใจเมื่อมองกระจกหลังรถแล้วเห็นอีตาชีกอที่ถอยหลังหนีรัศมีตัวรถที่เธอจงใจขับเฉี่ยวจนล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้น
อวิกาขับรถกลับบ้านฤทธิ์ติกรกุลด้วยอารมณ์ที่ยังขุ่นเคืองไม่หายเธอเกลียดนักผู้ชายเ้าชู้ ไอ้พวกนี้มักง่าย ใจดำ ไร้ศีลธรรมและเมตตายิ่งด่าผู้ชายประเภทนี้เท่าไร หญิงสาวก็ยิ่งเ็ปเพราะผู้ให้กำเนิดเธอก็เป็คนประเภทนี้เช่นเดียวกันดูเหมือนชีวิตของเธอจะเจอแต่ผู้ชายเ้าชู้อยู่เสมอ ทำไม์ไม่เมตตาส่งผู้ชายดีๆที่รักจริงและมั่นคงดั่งหินผามาให้เธอสักคนนะ ชาตินี้เธอจะได้เจอไหมหนอหรือว่าจะต้องอยู่ขึ้นคานเสียก็ไม่รู้ เพราะเธอตั้งมั่นเอาไว้แล้วว่า ถ้าชาตินี้ไม่เจอผู้ชายที่ดีที่รักเดียวใจเดียวละก็เธอจะขออยู่เป็โสดไปจนวันตาย
ยามคิดถึงเื่พวกนี้ทีไร อวิกาก็อดน้ำตาซึมไม่ได้หญิงสาวละสายตาจากท้องถนนแวบหนึ่งเพื่อมองหากระดาษทิชชู่เธอเอื้อมมือไปหยิบพร้อมกับที่สายตาก็หันกลับมามองถนนเบื้องหน้าแล้วเธอก็ต้องใแทบสิ้นสติเมื่อเห็นว่ามีรถคันหนึ่งแล่นออกมาจากซอยข้างหน้า โชคดีที่เธอยังพอมีสติหลงเหลืออยู่บ้างจึงเหยียบเบรกรถอย่างแรง
อวิกาเป่าลมออกจากปากอย่างโล่งอกที่เบรกรถได้ทันหญิงสาวมองรถยนต์คันหน้าก่อนจะยกมือให้เป็เชิงขอโทษทั้งที่ไม่แน่ใจว่าเ้าของรถคันหน้าจะมองมาหรือเปล่าเพราะกระจกรถติดฟิล์มดำทั้งคันจนเธอไม่สามารถมองเห็นตัวคนขับรถได้เลยและดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ติดใจเอาความอะไรกับเธอจึงได้ขับรถจากไปอวิกาเริ่มออกรถบ้าง หัวใจยังคงเต้นแรงอยู่ไม่หาย นี่ถ้าเธอขับรถชนรถคันหน้าเข้าจริงๆละก็ เธอต้องถูกงามพิศกับมธุรินเล่นงานอย่างหนักเป็แน่
เมื่อกลับมาถึงบ้านฤทธิ์ติกรกุลแม้อวิกาจะไม่ได้ขับรถไปชนใครแต่หญิงสาวก็ยังถูกสองแม่ลูกเล่นงานอยู่ดีในข้อหามาช้านั่นเองวิทวัสที่นั่งอยู่ด้วยพยายามพูดช่วยอวิกาจึงโดนหางเลขไปด้วยเขาจึงเงียบแล้วเดินหนีออกไปจากห้องเพราะไม่อยากมีเื่กับภรรยาและลูกสาวทิ้งให้อวิกานั่งมองตามหลังไปด้วยความน้อยใจ
เพียงแค่คบหากันได้สามวันมธุรินกับอิมรานก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันจนได้โดยเกมนี้หญิงสาวเป็ฝ่ายพ่ายแพ้เพราะทนมนต์เสน่ห์อันเย้ายวนของฝ่ายชายไม่ไหวในค่ำคืนที่ไปเที่ยวผับด้วยกันมธุรินจึงเป็ฝ่ายรุกเร้าอย่างไร้ยางอายก่อนจะลงเอยกันที่คอนโดสุดหรูของอิมรานซึ่งใช้เป็ที่พักอาศัยยามมาเมืองไทย
มธุรินหลงใหลอิมรานมาก แถมยังติดใจในเกมรักอันแสนเร่าร้อนระคนเร้าใจของเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้นจนถึงขั้นคิดจะจริงจังกับชายหนุ่มขึ้นมา นางแบบสาว้าผูกมัดเขาไว้จึงเริ่มคิดหาหนทางที่จะพาอิมรานไปที่บ้านของเธอเพื่อให้บิดากับมารดาได้ดูตัว
“อิมรานคะเย็นนี้คุณช่วยไปส่งน้ำหวานที่บ้านหน่อยสิคะ พอดีน้ำหวานไม่ได้เอารถมาน่ะค่ะ”
“อ้าว แล้วคุณมายังไงล่ะครับ” อิมรานถามอย่างแปลกใจ วันนี้มธุรินมาขลุกอยู่กับเขาที่คอนโดเกือบทั้งวันหลังจากที่เธอโทรมาหาเขาเมื่อตอนสายๆ ของวันเพื่อชวนไปดูหนังกันแต่เขาปฏิเสธเนื่องจากวันนี้อยากอยู่พักผ่อนที่ห้องมากกว่าหญิงสาวกระเง้ากระงอดเขาพักหนึ่งแล้ววางสายไป พอหนึ่งชั่วโมงให้หลังเธอก็มาปรากฏกายอยู่หน้าห้องของเขาแล้ว
อิมรานรู้สึกเซ็งเล็กน้อยที่เธอมาหาเขาที่นี่เพราะวันนี้เขาอยากพักผ่อนจริงๆ หลังจากออกเที่ยวมาหลายวันแล้วเขาอยากอยู่คนเดียวเพื่อดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือเช็กงานบ้างมธุรินเริ่มทำตัวให้เขาเบื่อทั้งที่เพิ่งคบหากันได้เพียงอาทิตย์เดียวหลังจากมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งแล้ว ดูเหมือนเธอจะเริ่มตามติดเขาเป็เงาบางครั้งก็ทำตัวเป็เ้าข้าวเ้าของเขาจนน่ารำคาญเพราะเขาไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับเขามากนักโดยเฉพาะคนที่เขาคิดว่าเป็เพียงเพื่อนนอนเท่านั้น
“น้ำหวานนั่งรถแท็กซี่มาค่ะ”
“ทำไมคุณไม่เอารถมาล่ะ”
“เผอิญรถน้ำหวานเสียน่ะค่ะเมื่อเช้าเพิ่งจะเรียกให้ช่างมาเอารถไปซ่อม นะคะๆเย็นนี้คุณไปส่งน้ำหวานที่บ้านหน่อยนะคะที่รัก” เธอออดอ้อนเข้ามาคลอเคลียกับเขาเหมือนลูกแมวตัวน้อยก่อนจะกลายร่างเป็นางแมวยั่วสวาทเมื่อมือบางเริ่มลูบไล้เรือนกายแกร่งเธอตั้งใจปลุกอารมณ์เขา แต่ดูเหมือนอิมรานจะไม่อยากเล่นด้วยสักเท่าไรเพราะสีหน้าเขาติดจะรำคาญ แถมยังปลดมือเธอออกจากตัวเขาอีกด้วย
“ทำไมล่ะคะ” มธุรินถามอย่างฉงน
“วันนี้ผมไม่มีอารมณ์” เขาตอบพลางเดินไปนั่งอ่านหนังสือที่โซฟาอีกตัว หญิงสาวหน้าบึ้ง เม้มริมฝีปากแน่นอย่างไม่พอใจก่อนจะลุกเดินตามไปนั่งข้างๆ เขาแล้วถามเสียงอ่อนหวาน
“คุณโกรธอะไรน้ำหวานเหรอคะที่รัก”
“เปล่าผมไม่ได้โกรธอะไรคุณเลย”
“แล้วทำไม...”
“ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่มีอารมณ์” อิมรานบอกเสียงเข้มเพราะไม่ชอบพูดจาอะไรซ้ำซาก
“ค่ะๆ แต่เย็นนี้คุณต้องไปส่งน้ำหวานที่บ้านนะคะ”
“ได้”
ชายหนุ่มตอบแค่นั้นแล้วก็ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือที่อยู่ในมือต่อไปมธุรินนั่งมองเขาอย่างเงียบๆ จนนึกโมโหที่เขาทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนอยู่ในห้องนี้ หญิงสาวจึงลุกขึ้นเดินกระแทกเท้าปึงๆไปยังบาร์เครื่องดื่ม เพื่อหาเครื่องดื่มมาดับโมโหอิมรานไม่ละสายตาจากหนังสือแต่เขาก็รับรู้ได้ถึงกิริยาไม่งามของเธอจึงส่ายหัวอย่างไม่ชอบใจ
ตกเย็นอิมรานขับรถไปส่งมธุรินที่บ้านตอนแรกชายหนุ่มจะไม่ลงจากรถเพราะตั้งใจจะมาส่งเธอแค่นั้นแล้วจะกลับเลยทว่าสุดท้ายเขาก็ต้องลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในบ้านกับเธอจนได้เมื่อบิดามารดาของเธอเดินออกมาที่หน้าบ้านพอดี มันช่างน่าบังเอิญเหลือเกิน
“ได้ยินยัยน้ำหวานพูดถึงคุณอิมรานให้ฟังอยู่บ่อยๆเพิ่งจะได้เจอตัวจริงก็วันนี้เอง”วิทวัสกล่าวด้วยใบหน้าแจ่มใส เห็นแฟนหนุ่มของลูกสาวคนนี้แล้วถูกใจยิ่งนักหน้าตาหล่อเหลา กิริยาท่าทางก็องอาจภูมิฐาน แถมฐานะทางการเงินที่เขาได้รู้จากภรรยานั้นก็เข้าขั้นมหาเศรษฐีอีกด้วยผู้ชายแบบนี้แหละถึงจะเหมาะสมคู่ควรกับลูกสาวแสนสวยของเขา
วิทวัสรักมธุรินมากเพราะลูกสาวคนนี้เกิดจากความตั้งใจของเขา มธุรินงดงามทั้งรูปร่างหน้าตา เก่งกาจเฉลียวฉลาด จนเขารู้สึกภาคภูมิใจ ั้แ่มธุรินเริ่มโตเป็สาวสวย วิทวัสก็เริ่มเพลาๆเื่ผู้หญิงลงมากแล้ว หากจะว่าไปเขาก็เริ่มเพลาๆ ในเื่นี้ลงนับั้แ่เกิดเื่ของปานวาดคราวนั้นและถูกงามพิศคาดโทษเอาไว้ทว่านิสัยนั้นเปลี่ยนง่ายแต่สันดานกลับเปลี่ยนยาก แม้จะกลัวว่าภรรยาจะจับได้ แต่วิทวัสก็ยังแอบมีกิ๊กอยู่ดีเพียงแต่เริ่มเลือกมากขึ้นเท่านั้น เขาจะเลือกคนที่หัวอ่อนว่านอนสอนง่ายไม่สร้างปัญหาในภายหลังให้กับเขา
ภายหลังแก่ตัวลงมากแล้ว เขาก็เริ่มเบื่อหน่ายกับเื่พวกนี้อีกทั้งเริ่มกลัวว่าเวรกรรมที่ได้ทำกับผู้หญิงคนอื่นๆ ไว้จะมาตกอยู่ที่ลูกสาวคนสวยของเขาวิทวัสจึงพยายามปล่อยวางกิเลสในด้านนี้มากขึ้น
“ใช่ค่ะยัยน้ำหวานพูดถึงคุณให้พวกเราฟังทุกวัน จนพวกเราอยากจะเห็นหน้าคุณฉันขอให้พาคุณมาให้รู้จักหน่อย แกก็อิดออดไม่ยอมพามาเสียที”งามพิศร่วมผสมโรงไปกับสามี
“แหม คุณแม่ก็...อิมรานเขาไม่ค่อยว่างน่ะค่ะ”
อิมรานไม่พูดอะไร เอาแต่ยิ้มอย่างเดียว
“วันนี้อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันนะคะ” งามพิศเอ่ยชวน อิมรานทำท่าจะปฏิเสธ มธุรินจึงส่งซิกให้บิดาช่วยอีกแรง
“ใช่ครับอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันสักมื้อนะเห็นยัยหนูเล่าให้ผมฟังว่าคุณทำธุรกิจนำเที่ยวด้วยไม่ใช่เหรอคือผมเองก็สนใจธุรกิจนี้เหมือนกัน ถ้าคุณไม่รังเกียจ ผมจะขอคำแนะนำจากคุณบ้างได้ไหม”
“ด้วยความยินดีครับ” อิมรานจำใจตอบรับเพราะไม่มีทางหลีกเลี่ยง
“พิกุลๆ” งามพิศะโเรียกสาวใช้คนสนิท
“ขา...คุณผู้หญิง” พิกุลปรากฏกายได้ทันใจผู้เรียก เพราะคอยแอบดูแอบฟังอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนี้นัก
“ไปบอกป้าแหวนให้ทำกับข้าวเพิ่มอีกสองสามอย่างสั่งป้าแหวนด้วยว่าให้ทำสุดฝีมือเพราะเย็นนี้เรามีแขกพิเศษมาทานข้าวด้วย”
“ค่ะคุณผู้หญิง”
พิกุลรับคำหน้าระรื่นแล้วเดินจากไปเมื่อมาถึงห้องครัว แทนที่พิกุลจะทำตามคำสั่งของงามพิศ กลับมายืนนิ่งเฉยแล้วทำท่าเหมือนคนตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน
“เป็บ้าอะไรนังพิกุลถ้าไม่มีอะไรทำก็มาช่วยกันทำงานในครัวซะ”ยายแหวนหันมาเอ็ดใส่ ก่อนจะหันไปปรุงอาหารต่อ
“โอ๊ยๆ หัวใจจะวายแฟนคุณหนูน้ำหวานช่างหล่อเหลาราวกับเทพบุตรเหลือเกิน”
“แกเห็นจนชินแล้วยังจะเพ้ออีกเหรอ”อนงค์ว่าอย่างหมั่นไส้
“ว้าย! ตกข่าวนะยะนังอนงค์ คนนี้แฟนใหม่ย่ะไม่ใช่อาตี๋แฟนเก่า นี่ๆฉันจะบอกให้นะว่าแฟนใหม่ของคุณหนูคนนี้น่ะ หล่อมากกก และรวยมากกก” พิกุลลากเสียงคำว่ามากยาวๆ “เป็คนต่างประเทศด้วยนะยะแต่พูดไทยชัดมากเชียวล่ะ คนนี้น่ะเพอร์เฟกต์ไปทุกอย่างเลย”
“คุณหนูนี่เปลี่ยนแฟนเหมือนเปลี่ยนรองเท้าเลยนะ” อนงค์วิจารณ์
“ก็สวยเลือกได้นี่ยะ คนสวยๆอย่างคุณหนูของฉัน ผู้ชายดีๆ รวยๆทั้งหลายก็อยากมาเสนอตัวให้คุณหนูเลือกทั้งนั้นแหละ ไม่เหมือนคนบางคนหรอกขี้เหร่ก็ขี้เหร่ แถมยังจ๊นจนอีกต่างหาก ผู้ชายดีๆ ที่ไหนเขาจะมาเอาทำเมียล่ะจริงไหม” พิกุลมองอวิกาที่กำลังล้างผักอยู่ด้วยสายตาเยาะหยัน
“คนอะไรด่าตัวเองก็ได้ด้วย” ยายแหวนพูดขึ้นลอยๆ
“ฉันไม่ได้ด่าตัวเองนะป้าแหวน”
“อ้าวเหรอฉันก็นึกว่าแกด่าตัวเองอยู่เพราะที่แกพูดมาทั้งหมดน่ะมันเข้าตัวแกเองทั้งนั้นเลยว่ะนังพิกุล”
“ป้าแหวน!” พิกุลเต้นเร่าๆ มองแหวนกับอนงค์ที่หัวเราะคิกคักกันอย่างไม่พอใจ “เข้าข้างกันจริงนะ ทำไมเหรอ รับความจริงที่ฉันพูดไม่ได้ล่ะสิ ฮึ! ยังไงก็หนีความจริงไม่พ้นหรอกไม่มีผู้ชายสติดีคนไหนเลือกนังเพชรแทนคุณหนูน้ำหวานของฉันแน่ฉันเอาหัวเป็ประกันเลย”
“เออดี งั้นยื่นหัวแกมาให้ฉันตีๆเลยมา” ยายแหวนเงื้อทัพพีขึ้นสูงเตรียมพร้อมจะฟาดพิกุลร้องว้าย! แล้วก็รีบหลบฉากไปอยู่ที่ประตูทางเข้าห้องครัว
“ป้านี่ยิ่งแก่ยิ่งป่าเถื่อนนะฉันไม่คุยด้วยแล้ว เออ...ลืมไป คุณผู้หญิงสั่งให้ทำอาหารเพิ่มอีกสักสองสามอย่างนะ เพราะเย็นนี้แฟนคุณหนูจะอยู่ทานข้าวด้วยคุณผู้หญิงสั่งให้ทำสุดฝีมือด้วยนะป้า”
กล่าวจบพิกุลก็วิ่งจากไปเพื่อไปนั่งเสนอหน้าคอยรับใช้คุณผู้หญิงต่อ ยายแหวนลดมือที่ถือทัพพีลง ก่อนหันไปพูดปลอบอวิกา
“อย่าไปสนใจคำพูดของนังพิกุลมันเลยนะเพชร”
“จ้ะยาย” อวิการับคำเสียงแ่ พยายามฝืนยิ้มให้ ทำเหมือนไม่ใส่ใจอะไรแต่ดวงตางามที่มีน้ำใสเอ่อคลออยู่นั้นก็ฟ้องให้ทุกคนเห็นได้ดีว่าเธอใส่ใจ!