เ้าจอมตัวแสบตื่นเต้นหนักเมื่อเขากล่าวว่าจะพานั่งรถยนต์ส่วนตัวไปเที่ยวงานวัด เปรมบดินทร์ขับรถยนต์ได้ รถคันนี้เป็รถยนต์ส่วนตัวที่คุณพ่อมีไว้เนื่องจากต้องใช้ไปราชการในบางคราว อีกอย่างรถยนต์คันนี้จดทะเบียนถือกรรมสิทธ์ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศไว้ ในครานั้นคุณพ่อได้เสียค่าใช้จ่ายเปนค่าธรรมเนียมอีกด้วย และเหตุที่ต้องนำรถไปขึ้นทะเบียฬนั้นเปนเพราะว่า สยามคราวนั้นบนถนนมีทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถโดยสารทั้งประจำทางและไม่ประจำทางวิ่งกันขวักไขว่ไปมาบนท้องถนนในพระนคร เปนเหตุให้เกิดการจราจรที่เริ่มติดขัดเนื่องจากรถเ่าั้วิ่งกันไม่เปนระเบียบและเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง ประกอบกับในสมัยนั้นยังไม่มีทะเบียฬรถเป็หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ จึงเกิดปัญหาการลักขโมย เมื่อเปนเช่นนี้แล้วจึ่งมีการออกกฎหมายตราพระราชบัญญัติรถยนต์ฉบับแรกในประเทศสยามขึ้น ในปีพ.ศ. ๒๔๕๒ ภายใต้พระบรมราชโองการ ดังนี้
“ทุกวันนี้มีผู้ใช้รถยนต์ที่เรียกกันว่า ออโตโมบิล ขับไปมาอยู่ตามถนนหลวงมากขึ้น สมควรที่จะมีพระราชบัญญัติสำหรับการเดินรถและขับรถขึ้นไว้เพื่อป้องกันเหตุการณ์อันตรายต่าง ๆ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตราพระราชบัญญัติสืบไป”
ด้วยเหตุนี้ครอบครัวของเปรมบดินทร์จึ่งมีรถยนต์ส่วนตัวจอดไว้หลังเรือนใหญ่ และเขาก็เพิ่งทราบว่าครอบครัวของเ้าจอมแสบเองก็มีรถยนต์ส่วนตัวเช่นเดียวกัน
“ไกลมากไหมขอรับ”
“ไม่มากนักหรอก ตื่นเต้นหรือ”
“ขอรับ น่าจะชวนคุณแม่ปรางมาด้วยนะขอรับ”
“นาน ๆ คุณพ่อจะกลับเรือนสักหนให้ท่านได้อยู่กับคุณพ่อเถิด”
เปรมบดินทร์ว่าเช่นนั้นเพราะเดี๋ยวคืนนี้เขากับน้องเองก็จะมานอนกันที่เรือนเล็กของเขาเช่นกัน ทุกวันนี้เปรมบดินทร์ก็แทบจะแยกมานอนเรือนเล็กของตนมากกว่าขึ้นไปอยู่เรือนใหญ่กับคุณแม่
“อ๊ะ พี่เปรมขอรับ” เ้าเด็กส่งเสียงร้องขึ้น เปรมบดินทร์ที่กำลังมีสมาธิกับการขับรถจึ่งขมวดคิ้วฉับ
“เปนอะไร”
“ลืมอัฐขอรับ จอมลืมขออัฐเฟื้องจากคุณยายจันทร์มาขอรับ”
เช่นนั้นเขาจะซื้อขนมในงานวัดได้อย่างไร เด็กชายจอมหน้าม่อยลงเพราะทึกทักไปเองเสียแล้วว่าคงจะไม่ได้ซื้อขนมหรือของเล่นในงาน
“ก็ใช้อัฐใช้เฟื้องของพี่ไปก่อน”
เปรมบดินทร์ว่าเขาไม่ได้ทุกข์ร้อนอันใดกับการที่น้องลืมอัฐเลยสักนิด เขาเองก็มีอัฐไม่น้อยใช้จ่ายให้เ้าจอมแสบนี่สักคนคงไม่ถึงขั้นหมดถุงหมดถังหรอก
“แต่ว่า...”
“น้อง ผู้ใหญ่เอ่ยจะให้ของต้องทำเช่นไร”
เปรมบดินทร์ใช้น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามแม้ไม่มีวี่แววของความดุเข้มผ่านน้ำเสียงแต่เด็กชายจอมก็รู้สึกกริ่งเกรง
“ขอบพระคุณขอรับพี่เปรม”
เอี้ยวตัวไปหาคนพี่พร้อมพนมมือไหว้อย่างน่ารัก พลอยให้คุณชายเปรมบดินทร์เผยรอยยิ้มออกมากับความว่าง่ายของคนน้อง
รถยนต์จอดนิ่งสนิทแล้ว หนึ่งเด็กหนุ่มหนึ่งเด็กชายก้าวลงจากรถ ภายในงานคราคร่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา เปรมบดินทร์จึ่งคว้าเอาข้อมือน้องมาจับจูง
“ห้ามปล่อยมือพี่เข้าใจหรือไม่ ประเดี๋ยวจะหลงกันในงาน”
“เข้าใจขอรับ”
เด็กชายตอบรับพร้อมรอยยิ้มกว้าง ในแววตามีประกายของความตื่นเต้นซ่อนเร้นอยู่ แม้จะเคยเที่ยวงานวัดจากฝั่งพระนครมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังคงตื่นเต้นอยู่ดี อีกอย่างเวลาเที่ยวกับพี่ชายนั้นก็แทบไม่ได้เดินดูอันใดเลย เพราะต้องตามติดพี่ชายกับหญิงสาวของเขา
“เอ่อ แล้วพี่เปรมได้นัดใครไว้หรือไม่ขอรับ”
“หืม ว่าอย่างไรนะเ้าจอม”
“ก็....แบบว่า นัดผู้หญิงมาเที่ยวงานวัดนะซีขอรับ”
“เปนเด็กเปนเล็ก ทำไมถึงถามอะไรเช่นนี้”
คราวนี้เอ่ยเสียงดุก้มมองหน้าเด็กเล็กที่ตนจับจูงอยู่
“ก็เกอเก้อ เอ้อ พี่ชายของน้องน่ะซี เมื่อครั้งเคยไปงานวัดสามปลื้มหลายหนก็เปนได้นัดผู้อื่นมาเดินด้วยตลอดเลยนะซีขอรับ”
“พี่ไม่ได้นัดใครไว้ หากนัดจะพาเ้าจอมแสบมาด้วยหรือ”
เขาส่ายหัวให้ความช่างสงสัยของเด็กเล็ก
“โถ่พี่เปรมก็”
เมื่อกระจ่างในคำตอบแล้วดวงตากลมโตชั้นเดียวก็สอดส่ายไปมาทั่วบริเวณ ผู้คนที่วัดเพลงพลุกพล่านก็จริง แต่ร้านค้ามีไม่มากเท่าวัดอื่น ส่วนมากจะเปนพวกขนมกินเล่นเสียมากกว่า และตอนนี้เด็กเล็กที่เดินผ่านแผงร้านขายน้ำตาลปั้นก็เหลียวมองคอแทบเคล็ดยามเดินผ่าน จนเปรมบดินทร์ลอบถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อเ้าตัวเล็กไม่มีทีท่าว่าจะอ้อนขออัฐจากเขาเพื่อซื้อขนม เปนเช่นนั้นก็เดือดร้อนถึงคนที่ขันอาสาพามาเที่ยวชมงานวัดต้องจับจูงไปยังหน้าร้านที่ขายน้ำตาลปั้นเปนรูปสัตว์ชนิดต่าง ๆ
“เลือกซี พี่ซื้อให้”
ย่อตัวลงเสมอตัวกับเด็กน้อยแล้วเอ่ยบอกให้น้องเลือก เ้าตัวเล็กทำตาโตก่อนจะกล่าวอย่างเกรงอกเกรงใจอีกหน
“ไม่เปนไรขอรับพี่เปรม น้องเสียดายอัฐ”
“อัฐเปนของพี่แล้วจะมาเสียดายอย่างไร หือ เลือกที่ชอบมาไม้หนึ่งเถิด พี่ซื้อให้”
เมื่อเห็นเด็กเล็กยังคงลังเลเช่นนั้นเปรมบดินทร์จึ่งอุ้มน้องขึ้นให้ใบหน้าน่ารักเทียบเคียงกับไม้เสียบน้ำตาลปั้นรูปต่าง ๆ มือเล็กคว้ากอดคอคนพี่แน่นเพราะกลัวตก
“จอมหนักนะขอรับ พี่เปรมวางน้องลงเถิด”
“ก็เลือกเร็ว ๆ ซี”
“งั้นเอาไม้นี้ขอรับ”
ในเมื่อทัดทานอะไรคนพี่ไม่ได้ นิ้วป้อม ๆ จึ่งเลือกน้ำตาลปั้นไม้หนึ่ง เปรมบดินทร์ใช้มือหนึ่งอุ้มน้อง อีกมือหยิบอัฐยื่นให้คนขายน้ำตาลปั้น รอจนน้องรับมาแล้วกล่าวขอบคุณก็เริ่มออกเดินอีกหน
“พี่เปรมขอรับ ไม่หนักหรือขอรับ”
“ตรงนี้คนเยอะ รอให้เดินพ้นไปเสียก่อน รีบกินเสียประเดี๋ยวก็ละลายหมดหรอก”
จอมจ้องมองน้ำตาลปั้นในมือก่อนจะค่อย ๆ เล็มเอาน้ำตาลเ่าั้เข้าปากเล็ก มันมีรสหวานและแทรกไปด้วยกลิ่นไหม้ของน้ำตาลเล็กน้อย รสชาติหวานล้ำอวลอยู่ในปาก รู้สึกดีเสียจนยิ้มจนตาหยี เปรมบดินทร์ที่อุ้มเ้าเด็กเสมอใบหน้าตนเองก็แลดูอากัปกิริยานั้นอย่างชอบใจ เห็นน้องกลับมาร่าเริมก็พลอยให้อารมณ์ดี
“น้ำตาลปั้นอร่อยไหม”
“อร่อยขอรับ พี่เปรมลองชิมดูไหมขอรับ”
“ไม่เอาหรอก คงหวานละซี”
“หวานมากขอรับ”
น้ำเสียงเจื้อยแจ้วของจอมเอ่ยชมเปราะถึงน้ำตาลปั้นในมือก่อนจะอ้าปากส่งน้ำตาลชิ้นสุดท้ายเข้าปาก ก็เปนเพลาเดียวกับที่คนพี่มาหยุดยืนหน้าร้านขนมเบื้อง
“อยากกินขนมเบื้องไหม” ร่างสูงเขย่าแขนเอ่ยถามเ้าเด็กในอ้อมอกน้ำเสียงระรื่น ส่วนเ้าจอมมองตาคนพี่ปริบ ๆ
ร่างเล็กในอ้อมแขนเสสายตามองขนมเบื้องตรงหน้า แป้งบางกรอบแล้วโปะด้วยฝอยทองช่างดูน่ากิน ดวงตากลมกะพริบปริบ ขบเม้มริมฝีปากเข้าหากันก่อนจะเบือนหน้าหนีร้านขนมหันหน้ากลับมามองคนที่อุ้มตนอยู่
“ไม่อยากขอรับพี่เปรม”
“อย่าพูดปดกับพี่นะเ้าจอม”
“จอมไม่อยากให้พี่เปรมเสียอัฐมากนี่ขอรับ”
“พี่มีอัฐตั้งมาก เต็มถุงนี่ไม่หมดง่าย ๆ เสียหรอก อีกอย่างพี่ก็จะซื้อไปฝากคุณแม่ปรางด้วย”
ว่าจบเปรมบดินทร์จึ่งสั่งขนมเบื้องสองกระทงใหญ่ให้คุณแม่ปรางหนึ่ง และเด็กในอ้อมแขนหนึ่ง
“ขอบคุณขอรับ”
ฟอด
เปรมบดินทร์ยืนนิ่งงันเมื่อเ้าเด็กในอ้อมแขนโน้มตัวมาหอมแก้มกัน เขาไม่มีน้องชายน้องสาวแล้วอีกอย่างก็เปนชายชาติชาตรี ไม่ใคร่ได้แสดงความรักเช่นนี้กับผู้ใด มีเพียงแค่คุณแม่เท่านั้นที่เขาจะทำเช่นนี้ด้วย การกระทำของน้องจึ่งเปนเื่แปลกใหม่ยิ่งนัก
“โตกว่านี้อย่าเที่ยวไปทำเช่นนี้กับผู้ใดเข้าล่ะเ้าจอม”
“น้องทำแค่กับพี่เปรมขอรับ พี่กล้าใจดีก็จริงแต่จอมไม่กล้าทำเช่นนี้ด้วยหรอกขอรับ”
เปรมบดินทร์ส่ายหน้ากับคำพูดเจื้อยแจ้วของน้องก่อนจะปล่อยน้องลงเดิน เขาถือขนมเบื้องในส่วนของคุณแม่ปรางและยื่นอีกส่วนให้เ้าเด็กพร้อมเอ่ยอนุญาตให้ทานได้เลย
“มองทางด้วยเ้าจอม”
เอ่ยบอกเมื่อเห็นคนน้องส่งขนมเบื้องเข้าปากแล้วเคี้ยวขนมจนแก้มตุ่ย เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากคนมองได้มากโข เปรมบดินทร์พาน้องเดินชมส่วนนั้นส่วนนี้ของงาน มีละครรำเล็ก ๆ ให้พวกเขาหยุดยืนดู ดูได้เพียงไม่นานร่างเล็ก ๆ ของเ้าจอมก็พิงเข้ากับขาของเขา เมื่อก้มมองจึ่งเข้าใจได้ว่าเด็กเล็กนั้นง่วงนอนเข้าเสียแล้ว
“กลับกันเถอะ เดินไหวหรือเปล่า”
“ไหวขอรับพี่เปรม”
ตอบพร้อมกับเอื้อมมือไปกุมมือคนพี่ เดินตาแทบปิดจนเปรมบดินทร์ต้องย่อตัวลงอุ้มขึ้นมา
“หนักนะขอรับ”
“พูดเปนแต่คำนี้หรือไง ปล่อยให้เดินเองประเดี๋ยวได้ชนผู้คนจนเจ็บเนื้อเจ็บตัวเข้าอีก”
“น้องทำตัวเปนภาระเช่นนี้ พี่เปรมยังจะพาไปเที่ยวอีกหรือไม่ขอรับ”
เพราะได้ยินคำกล่าวเช่นนี้บ่อย ๆ ่อยู่ที่เรือนกับครอบครัวจึ่งเอ่ยถามคนพี่ตามประสาเด็กเล็ก
“จอม อย่าเอ่ยเช่นนี้อีก พี่ไม่ชอบ”
คนพี่จ้องหน้าน้องทำสีหน้าจริงจัง เขาไม่ชอบในสิ่งที่น้องกำลังพูดสักนิด จึ่งเอ่ยเสียงดุ
“ขอโทษขอรับ”
“เพียงไม่ดื้อ พูดกระไรก็เชื่อฟัง หากว่าพี่ว่างก็จะพามาเที่ยวอีก”
“ขอรับ”
พอเห็นท่าทางของน้องหงอยลงก็พรูลมหายใจออกมา เ้าเด็กเห็นเปนเด็กซนเช่นนี้แต่กลับชอบคิดนั่นนี่ไปไกลให้เขาต้องคอยดุอยู่เรื่อย
“พี่เปรมขอรับ”
“กระไรอีก”
เปรมบดินทร์ที่วางเ้าเด็กลงกับเบาะรถแล้วปิดประตูกลับมาฝั่งคนขับก็หันมองเ้าเด็กที่เริ่มตั้งคำถามอีกหน
“มะรืนคุณยายจันทร์บอกว่าจะไปเยี่ยมคุณลุงแถวบางรักน่ะขอรับ จอมคงต้องกลับไปแปลงนามกับคุณยายท่านก่อน”
“อ้อ กลับแปลงนามแล้วค่อยไปเยี่ยมคุณลุงกันหรือ”
“เปล่าขอรับ คุณยายจันทร์จะไปกับคุณแม่และพี่โปขอรับ”
“พี่ชายชื่อโปหรือ”
“ขอรับ คุณยายจันทร์ท่านว่าจะแวะส่งจอมให้อยู่กับคุณพ่อเสียก่อน”
“เช่นนั้นก็อย่าลืมไปลาพ่อครูปลั่งกับพี่กล้าเสีย กลับมาแล้วค่อยไปต่อเพลงให้จบ”
“ขอรับพี่เปรม”
จอมรับคำคนพี่ และชวนคุยนั่นนี่ไปเรื่อยจนกระทั่งกลับถึงเรือน ซึ่งค่อยข้างดึกเอาเื่ ดีที่เขาขอคุณยายจันทร์ไว้ว่าให้น้องนอนด้วยกันกับเขาในค่ำคืนนี้ เพราะงั้นในตอนนี้เ้าจอมจึ่งนั่งตัวหอมฉุยอยู่บนเตียงรอคอยให้พี่เปรมของเขาเล่านิทานให้ฟัง
พี่เปรมนั้นใจดีเสียยิ่งกว่าพี่ชายของเขาอีก ดีไม่ดี อาจจะดูแลเขาดีกว่าพี่โปเสียด้วย
“ดึกแล้ว หากสงสัยกระไรให้จำเอาไว้ แล้ววันพรุ่งค่อยถาม”
เปรมบดินทร์ว่าหลังจากนั่งพิงกับฝาเรือนบนฟูกนอนข้าง ๆ น้อง
“หากลืมล่ะขอรับ”
“ก็จะไม่ได้คำตอบน่ะซี”
“โถ่ อย่างนั้นถามเลยไม่ได้หรือขอรับ”
“ได้ แต่หากคำตอบยาวจะตอบให้วันพรุ่ง ดึกมากแล้วเ้าจอมอย่าพิรี้พิไร หลับตาเสีย”
เ้าจอมเป็เด็กว่าง่าย ดวงตากลมที่มองคนพี่ปิดลงทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น หลับตาพริ้มส่วนใบหูก็คอยรับฟังนิทานจากคนพี่ จากที่คิดจะสงสัยใคร่ถามก็คล้ายกับถูกนิทานของเปรมบดินทร์ขับกล่อม เ้าจอมหลับพริ้มลงไปอย่างรวดเร็ว เปรมบดินทร์ยังไม่ทันได้เอ่ยถึงตัวละครที่เปนลูกของตัวเอกกับนางั์นั่นน้องก็มาชิงหลับเสีย
เด็กหนออเด็ก
เอาเถอะ นอนก็ดี พรุ่งนี้เขายังมีงานต้องทำอีกมาก หนึ่งในนั้นคงเปนการพาเ้าจอมไปส่งที่เรือนคุณยายจันทร์เพื่อให้เ้าเด็กเตรียมตัวกลับไปยังแปลงนาม
คิดสะระตะไปเรื่อยก็พบว่าตาตนเองนั้นก็ใกล้จะปิดเต็มทนจึ่งดับตะเกียงของตนแล้วหลับตานอนเข้าสู่ห้วงนิทราตามเ้าเด็กที่นอนอยู่ข้าง ๆ ไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน
.............................
Talk : เดินทางกันมาถึงตอนที่ ๔ แล้วนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจที่คอยเมนต์ คอยเอ็นดูน้องนะคะ ตอนหน้าก็จะเป็อีกตอนหนึ่งที่ตั้งใจเขียนมาก ๆ มีพูดถึงเื้ัน้องจอมด้วยนิดหน่อยยย รอติดตามนะคะ