ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่296 ประชุมผู้ถือหุ้น

เจมส์ไม่คิดแช่อยู่ที่ภาคใต้นาน เพราะยังมีธุระทางเรือให้จัดการ หลังจากหมดวันพักผ่อนจึงเดินทางกลับไปพัทยาด้วยเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว

สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านอาหารชมจันทร์ เขาบอกทางเอมอรว่าหากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นให้ติดต่อเขามาทันที เพราะถึงอย่างไรปฏิเสธไม่ได้ว่าต้นเหตุเกิดจากเขา

เรื่องนี้เอมอรบอกไม่เป็นไร เธอมีแผนที่จะจัดการกับป๋องแล้ว ไม่ต้องให้คุณเจมส์ลำบากใจหรอก

วันนี้วุฒ หนึ่งในผู้ถือหุ้นแบรนด์'ฮั่วชิว'รังนกแท้ที่ส่งออกทั่วประเทศได้จัดตั้งประชุมเร่งด่วน โดยเนื้อหาถูกปิดไว้ เกรงว่าต้องไปถึงที่ประชุมจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

เก้า เดินทางมาถึงบริษัท'ฮั่วชิว'เพื่อประชุมพร้อมกับลูกชายและลูกสาว เวลาราวสิบโมงเช้า เป็นเวลาที่ข้าราชการเข้าทำงาน ไปแคะขี้เล็บนั่งเกาไข่ จากนั้นเที่ยงก็ออกมากินข้าว บ่าย 2 กลับบ้านไปนอนตีพุง

เดินเข้ามาในบริษัทไม่ทันไรเก้าถูกทักทายโดยผู้ถือหุ้น ชื่อว่าบีม

“คุณเก้า พอจะทราบหรือเปล่าครับว่าคุณวุฒเรียกประชุมด้วยเรื่องอะไร”

บีมมีร่างสูงโปร่ง อายุ 38 ปี ใบหน้าค่อนข้างอ่อนเยาว์ ผิวขาวอมชมพู คงหมดเงินไปกับโบท็อกซ์เยอะสิท่า ถึงได้ดูเด็กขนาดนี้

ข้างกายของบีมมีดาราสาวจากเมืองกรุงเทพฯ คนหนึ่ง

ถ้าถามเก้าก็คงจะบอกว่าไม่รู้จักดาราสาวคนนี้ แต่เมื่อหันไปถามลูกสาวล่ะก็ คงนึกชื่อได้ไม่ยาก เพราะเธอค่อนข้างชอบดูละครยามว่าง

เก้าส่ายหน้า ตามด้วยกล่าว “ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนน่ะ”

“งั้นเหรอครับ มันคงเป็นเรื่องเร่งด่วนจริงๆ นั่นแหละ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องปิดบังข้อมูล ทั้งที่พวกเราเองก็เป็นถึงผู้ถือหุ้นหลัก'ฮั่วชิว'” บีมมีน้ำเสียงเชิงตำหนิ เจือความไม่พอใจหลายส่วน

เก้าครุ่นคิดบางอย่าง ก่อนจะเปรยๆ ว่า “จริงๆ แล้วผมก็พอรู้มาบ้างนะครับ แต่ไม่รู้ว่าคุณบีมจะคิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี่”

“คุณรู้...งั้นบอกให้ผมฟังหน่อยสิครับ เชื่อว่าทุกคนเองก็อยากรู้”

เก้าปรายตามองลูกสาวคนสวย เอมอรพยักหน้ารู้งาน ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเข้าห้องประชุม เดินไปคุยไปสักหน่อยจะเป็นไรไป

เธอเล่าเรื่องราวของป๋องในร้านอาหาร ตอนแรกบีมไม่คิดว่ามันเป็นปัญหาตรงไหนกระทั่งได้ยินชื่อของชายผู้นั้น ร่างของเขาถึงกับสั่นเทา รวมถึงแฟนสาวที่เป็นดารา

“คุณบีมคะ ผู้ถือหุ้นที่ชื่อวุฒนั่นกำลังทำตัวเป็นปัญหา หากวันนี้เขาเรียกทุกคนมาประชุมเพราะต้องการกดดันคุณเก้า คุณต้องช่วยเขานะคะ!” ดาราสาวที่อยู่ข้างกายเขาแนะนำ

บีมสัมผัสมือเนียนนุ่มของเธอ ก่อนจะพยักหน้า “ผมเข้าใจเรื่องละเอียดอ่อนพวกนี้ดี คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอก จัดการได้ง่ายๆ น่า”

.....

ไม่นานเดินมาถึงห้องประชุม

เปิดประตูเข้าไปพบว่าพวกเขาเป็นกลุ่มสุดท้ายที่เข้ามาถึง

เก้าและลูกสองคนเลือกที่นั่งตามอำเภอใจ ใกล้กันเป็นบีมและแฟนสาวนั่ง

สำหรับการนำคนนอกเข้ามาในที่ประชุม หัวเรือใหญ่อย่างคุณหยางไม่ได้ให้ความสำคัญนัก มองว่ายังไงพวกเขาก็ต้องคุยกันภายหลัง ยังไงเสียก็ต้องรู้เรื่องภายในที่ประชุมกันอยู่ดี ดังนั้นจึงให้เข้ามา

“เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนมากันครบแล้ว คุณวุฒคุณอยากจะพูดอะไร ก็พูดมันออกมาได้เลย” คุณหยางกล่าวเปิดงาน ดังนั้นวุฒจึงรีบลุกขึ้นยืน ท่าทีแข็งกร้าว ประดุจขุนเขาสูงใหญ่

แต่ต่อหน้าคุณหยาง นักธุรกิจลูกครึ่งจีนไทยแล้ววุฒถือว่าเป็นตัวตนเล็กๆ ไม่มีค่าให้กล่าวถึง

ป๋องตื่นเต้นเป็นพิเศษ หันไปมองหน้าของเอมอร วันนี้แหละคือวันที่เขาจะชำระบัญชีแค้น!

ไม่รู้ว่าพ่อของเธอจะแก้ตัวแทนลูกสาวยังไง แต่ถ้าหากให้เขาเลือก ก็จะขอเอมอรมาเป็นภรรยา ให้คลอดลูกอ้วนกลมสัก 5 คน งานการไม่ต้องทำ มีหน้าที่เพียงปฏิบัติต่อเขาดังสตรีในห้องหอ

วุฒเริ่มต้นด้วยการหันไปมองเก้าและครอบครัว “ต้องขอบคุณที่ทุกคนมาร่วมประชุมวันนี้ ความจริงแล้วเรื่องนี้จะว่าใหญ่ก็ใหญ่ จะว่าเรื่องเล็กก็เล็ก ในฐานะพ่อผมไม่สามารถเห็นคนดูถูกลูกชายที่เกิดมาจากน้ำเชื้ออันแข็งแกร่งของผมได้!”

“น้ำเชื้ออันอ่อนแอสิไม่ว่า...” เอมอรเกือบจะหลุดโพล่งออกไป เมื่อเห็นใบหน้าของป๋อง นี่เหรอคือผลผลิตแห่งความสำเร็จ ดูยังไงมันก็เป็นความล้มเหลวชัดๆ

วุฒไม่ปล่อยให้เสียเวลา กล่าวต่อ

“ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของผม ถูกตบโดยเอมอร ลูกสาวของคุณเก้า! เธอถือหางคนนอก จากคำพูดจากปากลูกชายผม ชายหนุ่มนั่นก็คงเป็นนักธุรกิจต่างจังหวัดที่กำลังจะมาทำธุรกิจที่ภาคใต้เป็นแน่ ในฐานะผู้มีอิทธิพลภาคใต้ ใครเห็นเป็นต้องหวาดกลัวผมแต่…กับถูกชายคนนั้นลูบคม ตบหน้าลูกชายผมโดยมีเอมอรและคุณเก้าคอยสนับสนุน แล้วพวกคุณจะให้ผมทำยังไง นิ่งดูดายงั้นเหรอ ดังนั้นวันนี้ผมจึงเรียกประชุม ตัดสินความเป็นธรรมให้กับผมและลูกชาย!”

นี่คือความชอบธรรมอย่างไม่ต้องสงสัย ฟังยังไงฝ่ายคุณเก้าก็เป็นฝ่ายผิด ในฐานะหนึ่งในผู้ถือหุ้นรังนก ทำไมเขาถึงกล้าไปเข้าข้างคนนอก หรือว่าไม่อยากมีตัวตนใน'ฮั่วชิว'แล้ว?

“คุณเก้า มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถึงผมจะมองว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวแต่การเข้าข้างคนนอกโดยไม่เห็นหัวผู้ถือหุ้นในองค์กรเดียวกัน ผมว่าการกระทำแบบนี้ออกจะไม่สมควรนะครับ” คุณหยางพูดเนิบนาบ แต่แค่นี้ก็ทำให้วุฒพอใจ กลับไปนั่งบนเก้าอี้ตัวเองด้วยความลำพอง

เก้าไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิดเมื่อเผชิญกับสายตาเหล่านั้น “คุณวุฒ เรื่องนี้เป็นเรื่องของเด็กๆ คุณทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ แต่เอาเถอะเมื่อมันมาถึงขนาดนี้แล้ว ผมก็ขอเล่นใหญ่หน่อยแล้วกัน เอมอร เล่าไปสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

“ได้ค่ะ คุณพ่อ” เอมอรพูดเข้มขึง หันไปมองหน้าป๋องด้วยความรังเกียจ เสริมว่า “วันนั้นเราไปทานข้าวที่ร้านอาหาร โดยคุณพ่อให้ฉันและพี่ดูแลแขกผู้ทรงเกียรติ”

แขกผู้ทรงเกียรติ...แค่คำคำนี้ ก็ทำให้ในที่ประชุมคุกรุ่นด้วยความอยากรู้อยากเห็น

หรือว่าชายหนุ่มที่กำลังถูกพูดถึง คือคนใหญ่คนโตที่จะเข้ามาทำธุรกิจในใต้ และป๋องก็เข้าไปมีเรื่อง ถึงได้ผิดใจกับวุฒ?

พวกเขาไม่กล้าคาดเดามาก จึงรับฟังเงียบๆ

“ป๋องพูดจาดูถูกครอบครัวเขา และต้องการแย่งห้องเบอร์'9'ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าเป็นห้องประจำของเขา ขอถามทุกคน ถ้าหากห้องนั้นเป็นห้องประจำแต่คุณกับไปทีหลัง มีคนใช้บริการอยู่ด้านใน ยังจะกล้าหน้าด้านเข้าไปในห้องของคนที่กำลังรับประทานอาหารอยู่เหรอคะ?”

แน่นอนว่าไม่กล้า การกระทำนี้ไร้ยางอายเกินไป แต่ป๋องเหรอจะทนได้ รีบลุกขึ้นจากที่นั่ง สวนกลับไปว่า

“คุณหนูเอมอร คุณพูดมาได้ยังไง เห็นอยู่ชัดๆ ว่านั่นเป็นห้องของผม ทุกคนเองก็รู้เรื่องนี้ ทำไมคุณถึงพูดเหมือนใส่ร้ายผมล่ะ!”

เอมอรเลิกคิ้วสูง มองอีกฝ่ายไม่ต่างจากตัวตลกในอุ้งมือ “คุณป๋องคะ ร้านอาหารร้านนั้นไม่ใช่ของคุณ และหน้าห้องก็ไม่ได้สลักชื่อของคุณไว้ คุณจะมาบอกว่าเป็นห้องส่วนตัวของคุณ? ไหนล่ะคะหลักฐาน หรือว่าห้องประชุมนี้ก็เป็นของคุณ คุณถึงได้ไร้มารยาท ขนาดฉันยังพูดไม่จบคุณกลับมาพูดแทรกแบบนี้?”

“คุณเอม!” ป๋องชักจะเหลืออด โชคดีที่พ่อเขาสะกิดแขนเบาๆ ไม่งั้นเหตุการณ์คงเลวร้ายลงกว่านี้

คุณหยางมองสองพ่อลูกขี้ฟ้อง ก่อนจะบอกให้เอมอรเล่าต่อ

เอมอรไม่รอช้า เล่าต่อทันที “ฉันไม่อยากผิดใจกับแขกผู้ทรงเกียรติ เดี๋ยวจะถูกมองว่าเป็นพวกเดียวกับคนไร้การศึกษาอย่างคุณป๋อง จึงตบปากเน่าๆ นั่นทีนึง แต่ไม่นึกเลยว่าคุณป๋องที่มีอายุ...30 ปี จะเป็นลูกแหง่ยังไม่หย่านมเข้าไปฟ้องพ่อ ถึงได้เรียกผู้ถือหุ้นประชุมซะใหญ่โตขนาดนี้ ในฐานผู้บริหาร ขอถามทุกคนหน่อยนะคะ ว่าเขามีคุณสมบัติมานั่งตรงนี้เหรอ แค่เรื่องของลูกชายถึงกับต้องเรียกประชุม นี่ถ้าหากลูกชายไปทำเรื่องไม่ดีขึ้นมา ทุกคนคงถูกเขาเรียกมาปิดปาก...”

“เอมอร พอถูกคนให้ท้าย แล้วคิดว่าจะพูดอะไรก็ไดงั้นเหรอ?” สุดท้ายวุฒทนไม่ไหว เป็นฝ่ายสวนกลับ “ทุกคนคงเห็นแล้วใช่ไหมครับ ว่าเอมอรและคุณเก้ามีนิสัยยังไง คนนิสัยแบบนี้นี่แหละทำร้ายลูกของผม ผมถึงต้องทวงความยุติธรรมกลับมาให้ลูกของผม!”

พริบตาเอมอรดูกลายเป็นตัวร้าย เรียกได้ว่าคำพูดของวุฒเต็มไปด้วยหลักเหตุผล แต่อย่างใดก็ดีเธอกลับไม่สะทกสะท้าน ราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในการคำนวณ

“เอาล่ะหนูเอม พอจะบอกพวกเราได้หรือยัง ว่าแขกผู้ทรงเกียรติที่หนูพูดถึงคือใคร” คุณหยางถามในสิ่งที่ใครหลายคนอยากรู้ และนี่แหละคือกุญแจสำคัญที่จะนำเรื่องราวไปทิศทางใด

หากตัวตนนั้นไม่ใหญ่พอ เกรงว่าหลังจากนี้เก้าคงตกที่นั่งลำบาก

แม้เขาจะมีธุรกิจโรงแรมเป็นเอกเทศไม่ข้องเกี่ยวกับใคร แต่ต้องไม่ลืมว่าที่นั่งอยู่ในห้องมีแต่คนมีชื่อเสียง ทรงอิทธิพลจนไม่อาจมองข้ามได้

เอมอรเผยอยิ้มนิดหน่อย สำหรับคำตอบนั้นได้เตรียมไว้แล้ว “ทุกท่านในที่นี้เป็นผู้ถือหุ้นคนสำคัญ'ฮั่วชิว'เป็นนักธุรกิจมากความสามารถ และจากที่ฉันรู้แม้แต่คุณหยางเองก็เดินทางไปขึ้นเรือลำหนึ่งที่พัทยาเมื่อเร็วๆ นี้ รวมถึงผู้ถือหุ้นอีกหลายท่าน ฉันขอถามทุกท่านว่า ตัวตนของคนบนเรือมากพอที่จะให้ฉันตบหน้าคุณป๋องหรือเปล่าคะ”

ตัวตนของคนบนเรือ...

หลายคนเริ่มมองหน้ากันและกัน ก่อนที่คุณหยางจะโพล่งขึ้นมาว่า “หรือว่าจะเป็น!”