Magic X Knight REVERSE

    ตอนที่ 30 ชิลกันไปก่อน (5) จบ

      เอ๋~~~~ประสานกังเสียยิ่งกว่าตอนตะโกนด่าออร์เวล ทุกคนในบริเวณได้แต่หันมองมิเนอร์วาสลับกับเชสไปมา สถานการณ์ตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อ ระหว่างที่ทุกคนกำลังสนใจองค์หญิงกับชายตัวเล็กในโรงเตี๊ยม บัดนี้บารอนออร์เวลตัวแข็งค้างนิ่งเป็นหินไปเรียบร้อยแล้วเนื้อตัวซีดจนเผลอนึกว่าถูกรีดเลือดทั้งตัวออกไปหมด มั่นใจว่าแค่ลมพัดเบาๆก็สามารถพาคนๆนี้ปลิวไปได้ง่ายๆ ไม่ต่างจากนิกซ์ซึ่งหนีความจริงโดยการชัดดาวน์สมองตัวเองสงบเหมือดตัดมาอีกด้านฝั่งวิลเฟรด เด็กชายตัวน้อยมองเชสอย่างหลงไหล ดวงตาเป็นประกายแฝงความชื่นชมไว้เต็มเปี่ยม“อ...เอ่อ องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ ให้กระหม่อมทำอย่างไร”รัซเซลทำอะไรไม่ถูก ท่าทีกล้าๆกลัวเข้ามาถามมิเนอร์วาอย่างจนใจ ผู้ถูกถามปั้นหน้านิ่งก่อนถอนหายใจยาวและประกาศอีกครั้ง“ควบคุมตัวทุกคนที่เกี่ยวข้องไปสอบสวน ไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆทั้งนั้นใครขัดขืนอนุญาตให้ใช้ความรุนแรงได้!! เชสปล่อยอัศวินนั่นซะ”“ช่วยไม่ได้ องค์หญิงของฉันสั่งมานี่นา”จอมเวทในเสื้อยืดถีบเท้ายันอัศวินไร้นามจนล้มไปด้านหน้า เจ้าหน้าที่จากหน่วยทหารพิเศษปรี่เข้ามาขนาบข้างเด็กหนุ่มพลางผายมือให้เขาไปยังที่ทำการหน่อยย่อย พวกเขาไม่กล้าเสียมารยาทแม้จะได้รับคำสั่งโดยตรงแต่เชสเป็นพาร์ทเนอร์ของเชื้อพระวงศ์ ซึ่งตามหลักแล้วพาร์ทเนอร์แทบจะถึงเป็นคนๆเดียวกันเลยก็ว่าได้ทั้งหมดทั้งมวลตรงนั้นมีเพียงเอริก้าเท่านั้นที่งงเอียงคองงกับสถานการณ์ “นี่คือเรื่องทั้งหมด...อะไรอย่ามองงั้นสิ อุตส่าห์เป็นผู้ผดุงความยุติธรรมให้เลยนะ”เชสนั่งโยกเก้าอี้ไม้ไปมาในห้องพักหรูชั้นบนที่ทำการ เขาโดนมิเนอร์วา ‘ขอความร่วมมือ’ ให้เล่าเหตุการณ์ต่อหน้าผู้บันทึกคดีเพื่อเป็นเป็นพยาน ปกติแล้วการสอบปากคำไม่ได้ทำกันในห้องรับรองเช่นนี้แต่มิเนอร์วายืนยันจะฟังด้วยจึงจำเป็นต้องจัดห้องรับรองให้ตามจริงแล้วคดีปกติแบบนี้ควรถูกส่งเรื่องไปที่ศาลและผู้ควบคุมควรจะเป็นทหารทั่วไปทว่าทันทีที่มีผู้ใช้พรสวรรค์ข้องเกี่ยวคดีๆจะถูกโอนให้กับหน่วยทหารพิเศษทันทีก๊อกๆ“เชิญ”มิเนอร์วาเอ่ยไม่แม้จะหันไปมอง เจ้าของเสียงเคาะรีบกุลีกุจอเข้ามา สภาพเละเทะผมเผ้ากระเซิงแม้แต่ชุดหรูก็ไม่อาจช่วยทำให้ดูดีได้“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมวิสเคานต์จูเปไทน์ มอนเต เจ้าหน้าที่จากศาลขุนนางพ่ะย่ะค่ะ ได้รับคำสั่งด่วนให้มาสอบสวนคดีเกี่ยวกับขุนนางในครั้งนี้”วิสเคานต์ผู้มาใหม่แม้จะลุกลี้ลุกลนทว่ายังควบคุมสติพูดจาฉะฉานไม่ตกหล่นสมกับตำแหน่งศาลขุนนางนั้นแตกต่างจากศาลปกติ ศาลปกตินั้นก่อนจะตัดสินคดีอะไรจะต้องรอยื่นเรื่องเข้ามาก่อนจึงจะดำเนินการทว่าศาลขุนนางนั้นหากเกิดเหตุขึ้นกับขุนนางแม้เล็กน้องจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาสืบสวนหาสาเหตุในทันที...เพราะเป็นขุนนางไงล่ะ‘เหลื่อมล้ำโคตรๆให้ตายสิ’เชสแอบบ่นในใจ ตอนนี้เจ้าตัวแทบนอนยืดบนโซฟาไปแล้ว“ลุกขึ้นเถอะท่านวิสเคานต์ เราได้สอบปากคำคนของเราเรียบร้อยแล้ว...พนักงานบันทึกคดี นำเอกสารให้วิสเคานต์มอนเตดูซะ”เธอหันไปสั่งผู้บันทึกคดีที่ถูกตามตัวมาจากศาล ไม่กล้ารอช้ารีบยื่นเอกสารตามรับสั่ง“อืม...”“นอกจากคนของเรานอกนั้นอยู่ชั้นล่างกำลังสอบปากคำทีละคน แต่จากพยานและที่เกิดเหตุการณ์เห็นได้ชัดว่าบารอนออร์เวลเป็นคนผิด”มีน่าพูดชัดเจนจนวิสเคานต์ไปไม่ถูก เขาเป็นคนของศาลขุนนางที่เข้าข้างขุนนาง แต่คนตรงหน้าเขาก็ขัดไม่ได้เหมือนกัน“ยังจะให้เป็นขุนนางอีกหรอคนแบบนั้นน่ะ”จู่ๆเชสพลันยกตัวขึ้นมาจนท่ากึ่งนอนกล่าวน้ำเสียงเอ่ยๆพลางมองขุนนางในห้องหน้านิ่ง“ทั้งใส่ร้าย ทำร้าย ติดสินบน ทำตัวสวะแบบนั้นถามจริง ยังจะให้คนแบบนั้นอยู่ในตำแหน่งต่ออีกหรอ”วิสเคานต์มอนเตชะงัก อยากจะเถียงกลับไปว่า ‘เด็กอย่างแกมีสิทธ์อะไร’ แต่เพราะฐานะของเชสไม่ใช่คนปกติอีกต่อไป ก่อนรับคำสั่งด่วนให้มาทำงานนี้เขาได้เตรียมเอกสารข้อมูลของผู้เกี่ยวข้องทุกคนมาแล้ว และรู้ด้วยว่าเชสเป็นสามัญชนหาใช่ขุนนาง“แต่ยังไงมันก็การทำร้ายขุนนาง”วิสเคานต์แย้งเสียงค่อยไม่กล้าขึ้นเสียง“อาจไม่ใช่แล้วก็ได้”ทุกคนพากันหันขวับใส่ผู้มีฐานะสูงสุดในห้อง มิเนอร์วาจู่ๆกลับพูดสิ่งไม่น่าเชื่อออกมา“ขุนนางไม่ใช่พระเจ้า เมื่อทำผิดย่อมมีบทลงโทษเช่นกัน ถ้าเราขุดเรื่องบารอนออร์เวลและพบหลักฐานการทุตจริตมากพอโทษอาจไปถึงจำคุกไม่ก็ริบบรรดาศักดิ์กลับเป็นสามัญชนเช่นเดิม”ราวกับโดนฟ้าผ่า ใครจะรู้ว่าองค์หญิงจะพูดอะไรแบบนั้นออกมา ปลดขุนนางเป็นสามัญชนเนี่ยนะ นี่มันเรื่องใหญ่มากตั้งแต่สมัยก่อนหากขุนนางกระทำความผิดจะไม่มีการยึดบรรดาศักดิ์แต่จะให้จ่ายเงินชดใช้หรือกักบริเวณเป็นระยะเวลาสั้นๆแทนหรือมากสุดคือลดขั้นขุนนางปกติแล้วการลดขั้นขุนนางจะเกิดต่อเมื่อตระกูลนั้นๆไม่สร้างความความชอบเพิ่มเติม แต่การปลดขุนนางนั้นแทบไม่เคยเกิดขึ้นมิเนอร์วาไม่สนปฏิกิริยา ริมฝีปากขยับพูดต่อ“ถ้าทุจริตจริงจะถือว่าทำให้ผลประโยชน์ของราชวงศ์และอาณาจักรเสียหาย ยัดข้อหาทำให้ชื่อเสียงขุนนางเสื่อมเสีย ใช้อำนาจในทางที่ผิด...พอรึยังนะ”มิเนอร์วาร่ายยาวหลายข้อหาที่สามารถเอาผิดบารอนออร์เวลได้ วิสเคานต์หน้าซีดดูเหมือนองค์หญิงพระองค์นี้จะเอาจริงเรื่องปลดขุนนางยศบารอนคนนี้มอนเตยิ่งฟังยิ่งบานปลายพลันรีบโบกมือให้องค์หยิงใจเย็น“ถ ถ้ายังไงกระหม่อมขอไปฟังให้การก่อนนะ แล้วยังไงเราค่อยว่ากันอีกทีนะพ่ะย่ะค่ะ”วิสเคานต์กลางคนรีบถอยตัวออกจากห้องทันทีที่พูดจบราวกับตัวถูกกักตัว“หึ พวกเราเองก็ไปเถอะ”หญิงสาวหนึ่งเดียวแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเอ่ยแกมสั่งกับทุกคน ห้องสอบปากคำปกติแล้วจะอยู่บริเวณชั้น1ลึกเข้าไปเกือบจะในสุดของตัวอาคาร พวกเขาพากันเดินลงมาภายในอาคารขนาดค่อนไปทางเล็ก จังหวะที่ลงมาถึงชั้น1นั้น พลันได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย“มาเรีย!! ให้ผมเข้าไปเถอะคู่หมั้นผมอยู่ข้างใน”ไม่คาดว่าจะเจอคนคุ้นหน้า ไม่สิ จะเจอคนๆนี้อีกครั้งเร็วถึงเพียงนี้ ไม่ใช่ใครอื่นพ่อค้าอัญมณี เคแกน ฮอว์ค นั่นเอง เป็นเวลาเดียวกับที่เขาเงยขึ้นมา เคแกนเองก็เห็นพวกเขาเช่นกัน“องค์หญิงมิเนอร์วา ทำไมพระองค์ถึง...ได้โปรดช่วยคู่หมั้นของกระหม่อมด้วย นางมีเรื่องกับบารอนคนหนึ่งเข้า ตอนนี้ไม่รู้ว่า—”ผู้ถูกเรียกยกมือขึ้นให้เคแกนหยุดโวยวาย ทหารสองนายที่ขวางกั้นเขาเอาไว้พลันลดมือลงทำความเคารพมิเนอร์วา“คู่หมั้นของท่านคือสาวเสิร์ฟชื่อมาเรียหรอ”“พ่ะย่ะค่ะ นางทำงานในโรงเตี๊ยมที่เกิดเรื่อง”โลกกลมอะไรแบบนี้เชสระลึกได้ว่าอัญมณีสีแดงที่เธอสวมอยู่บอกว่าได้มาจากคู่หมั้น และคู่หมั้นคนนั้นก็เป็นพ่อค้าอัญมณี ไม่นึกว่าจะเป็นเคแกน“เพื่อนของกระหม่อมส่งข้อความมาบอกกระหม่อมจึงรีบมา ได้โปรดช่วยนางด้วย”รัซเซลหรี่ตามองผู้มาใหม่นี้ด้วยความสงสัยดูเหมือนว่าคนๆนี้กับพวกองค์หญิงจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกัน จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ได้ถาม เพราะเกรงจะจะไปรู้เรื่องที่ไม่สมควรเข้า“เราได้อวยพรงานแต่งของท่านไปแล้ว ไม่ช่วยคงไม่ได้...ไม่ต้องห่วงงานนี้เราจะออกหน้าเอง”‘ได้ข้ออ้างเพิ่มอีกแล้วแฮะ งานนี้แค่ปล่อยข่าวเรื่องบารอนโง่นั่นเป็นคนของท่านพี่คาร์ดิชพร้อมกับหลักฐานการทุจริตแค่นี้ก็ยิงปืนนัดเดียวได้นกเป็นโหลแล้ว’ผลได้เสียชัดขนาดนี้มีหรือจะปล่อยไป มีน่ารีบตกปากรับคำตรงดิ่งเข้าห้องสอบสวนซึ่งกำลังสนั่นหวั่นไหวไปด้วยเสียงโวยวายของบารอนออร์เวล“มันทำร้ายข้า ไอ้สามัญชนโสโครกนั่นมันจะฆ่าข้าชัดๆ ประหารมันเดี๋ยวนี้”“เฮ้อ”วิสเคานต์มอนเตกุมขมับหลังฟังรายงาน ทุกอย่างตรงกันหมดทั้งหลักฐาน คำให้การของพยานชี้มาที่บารอนงี่เง่าว่าเป็นคนผิด100% ตอนเขาเข้ามาบารอนนายนี้ก็จะโกนลั่นเหมือนคนบ้าไม่มีคราบของขุนนางเหลืออยู่อีกแล้ว“อีแบบนี้ปล่อยไว้จะยิ่งทำให้ขุนนางด่างพร้อย ช่วยไม่ได้คงต้องทูลองค์กษัตริย์ให้ริบยศสถานเดียว”ไม่อยากเชื่อว่าจากคดีเล็กๆบานปลายจนถึงขั้นนี้ ในชีวิตของวิสเคานต์มอนเตเขาพลิกคดีขุนนางจากผิดเป็นถูกมาหลายคดีเพื่อรักษาหน้าตาของกลุ่มชนชั้นสูง ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาไม่มีความต้องการจะช่วยสักนิดระหว่างเดินทางด่วนจี๋มาหมูบ้านนี้เขานั่งอ่านเอกสารของบารอนออร์เวลคร่าวๆพบว่า ตระกูลออร์เวลนั้นรับบรรดาศักดิ์ขุนนางเมื่อ5รุ่นก่อนจากความดีความชอบในสงครามแต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีความดีความชอบใดเพิ่มเติม เป็นปลิงเกาะกินราชสำนักโดยแท้จริงเขาออกข้างนอกพลางใช้คริสตัลสื่อสารสั่งการลูกน้องเพื่อค้นหาและขุดคุ้ยข้อมูลการทุจริตของออร์เวลทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติจากระดับสูง“เป้นอย่างไรบ้าง”เพิ่งสั่งผ่านคริสตัลสื่อสารได้ไม่ทันไร ผู้มีอำนาจสูงสุดพลันปรากฏตัวขึ้นพวกชายไม่คุ้นตาอีกคน มอนเตโค้งทำความเคารพเป็นพิธีก่อนแสดงสีหน้าหนักใจ ไม่ต้องพูดก็เข้าใจว่าเกิดสิ่งใด เสียงตะโกนแหกปากดังมาถึงด้านนอก“คนอื่นๆล่ะ”ผู้มาใหม่หันไปถามทหารเฝ้าประตู“สอบปากคำเสร็จแล้วให้รอในห้องทางด้านนั้นพ่ะย่ะค่ะ”“ไปหาคู่หมั้นของท่านสิ”“ขอบพระทัยองค์หญิง”“ไม่จำเป็น เรายังติดหนี้ท่านอยู่”กิริยาและท่าท่าการเดินเชกเช่นชนชั้นสูงของเคแกนไม่อาจหลุดลอดสายตาของมอนเตแห่งศาลขุนนางไปได้“แค่ลูกชายคนที่สองของอดีตดยุค ไม่ต้องสนใจ”เหมือนรู้ว่าต้องการถามอะไรมิเนอร์วาจึงจงใจตอบให้คลุมเคลือ ฟังแบบนั้นจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ“เราจะกลับไปพักผ่อนแล้ว ท่านวิสเคานต์ฝากท่านจัดการต่อด้วย”มิเนอร์วาแสดงอาการเหนื่อยอ่อนให้เห็นชัดเจน วันนี้พวกเธอกลับจากภูเขาหิมะตั้งแต่บ่ายเดินทางหลายชั่วโมงแทนที่จะได้พักผ่อนสบายๆกลับต้องมาเจอเรื่องวุ่นวายไร้สาระ แม้ร่างจากจะฝึกฝนมาอย่างดีแต่จิตใจไม่เหมือนกัน“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไม่ทำให้ผิดหวัง”มิเนอร์วาพยักหน้าตอบรับ“ไปได้แล้วเชส พรุ่งนี้ตอน10โมงเราจะออกจากหมู่บ้านนี้แล้ว”“เอ๋ จะกลับสถาบันหรอ”“เปล่า เราจะแวะเอา ‘เหยี่ยว’ ไปส่งก่อน”เด็กหนุ่มพยักหน้าขึ้นลงเตรียมจะเดินตามทว่าเท้ากลับชะงัก หลังเอน หน้าหันส่องลอดช่องประตูที่แง้มเปิด ภาพของเด็กชายอายุราว8ขวบยิ้มอย่างมีความสุขอยู่บนตักบิดาพลางทำท่ากางฝ่ามือคล้ายกับจะร่ายเวท“พ่อครับ ผมอยากเป็นจอมเวท”“ลูกแน่ใจนะวิลเฟรด”“ถึงผมไม่มีพรสวรรค์แต่จะพยายามฝึก และฝึกให้มากขึ้น จะได้เหมือนพี่ชายคนนั้น”“เอาสิ เรามาเรียกค่าเสียหายจากบารอนนั่นให้เยอะๆเป็นค่าเรียนของลูกกันเถอะ”เชสยกน้อยขำในใจก่อนจะขยับเท้าตามหลังคู่หูสาวสวย โดยทิ้งว่าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาคู่กายสุดแกร่งไว้ข้างหลัง รอวันจะได้พบกันอีกครั้ง“แล้วพบกันอีก เจ้าหนูวิลเฟรด เวลโลโซ่”
    ........................................................................สองตอนแบบนี้ขอคอมเมนท์เยอะๆหน่อยน้า อยากได้กำลังใจ