ตอนที่ 12
‘ไม่รู้ว่าทำไม ข้าถึงฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในความฝันนั้นก็ยังเป็เขาอยู่ดี...’
เกาลัดลุกขึ้นมาจากฟูกนอนอย่างอ่อนเพลีย นางใช้มือนวดท้ายทอยเบาๆเพื่อคลายความปวดเมื่อย ภายหลังจากหญิงสาวนอนหลับไปนานเป็วัน วารีวิ่งเข้ามาร้องไห้โวยวาย คงคิดว่านางจะหลับไม่ตื่นอีก
เกาลัดได้แต่ก่นด่าในใจ เพราะก่อนหน้านางเคยนอนหลับตั้งสามวันมาแล้ว
วารีบอกว่าหลังจากเกาลัดหายไป อยู่ๆนางก็กลับมานอนโดยข้าวปลาไม่ยอมกิน สีหน้าและแววตาของเกาลัดแลดูแปลกประหลาด ทั้งยังไม่ยอมพูดจาอะไรกับใครอีก
เกาลัดยังงุนงงกับสิ่งที่วารีพูด ในสมองนางกลับจดจำอะไรไม่ได้ เทธานเรียกให้นางไปพบที่ห้องของเขา และจำได้ว่านางก็เดินกลับมาห้องตามปกติ
หญิงสาวพลันรู้สึกกระเพาะของตนแสบร้อน นางคงยังไม่ได้กินอะไรตามที่อีกฝ่ายพูด วารีได้เตรียมอาหารไว้ให้เกาลัดนานแล้ว จึงยกสำรับอาหารมาให้ทันที อาหารมื้อนี้ไม่มีอะไรมาก นอกจากผลไม้ที่แทบจะเป็อาหารหลัก ก็ยังมีข้าวต้มและเนื้อตุ๋นสมุนไพร
วารีบอกว่าจันทร์วาลาาเ็หนัก พอนางกลับมาก็เห็นเนื้อตัวเลอะมอมแมม เขียวช้ำไปทั้งตัว เทธานจึงอนุญาตให้นางไปอาบน้ำแร่ที่บ่อน้ำพุจันทราเพื่อรักษาตัว
ทุกคนไม่รู้ว่านางโดนอะไรมา แต่ปีศาจรากไม้ตามไปสืบจนได้ความว่า.. จันทร์วาลาบังเอิญได้ไปต่อสู้กับผู้ใช้ไสยเวทย์ที่เก่งกว่า ทำให้นางพ่ายแพ้อย่างไม่เป็ท่า วารีก็ไม่ค่อยชอบจันทร์วาลาเท่าใดนัก นางจึงไปเยี่ยมอีกฝ่ายแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ภายในห้องสลัวแห่งหนึ่งในปราสาท เสียงฝีเท้าแ่เบาของเทธานเดินย่างเข้ามาอย่างระมัดระวัง เบื้องหน้าของเขาปรากฏบ่อน้ำหินตั้งอยู่ใจกลางห้อง อากาศเย็นเฉียบคล้ายอยู่ในห้วงลึกของมหาสมุทร
ขณะที่น้ำในบ่อกำลังนิ่งสนิท เมื่อมันเห็นชายหนุ่มเดินมามันเริ่มขยับเขยื้อน เสียงดังแหบพร่าของใครคนหนึ่งพลันลอยมา
“เ้าหาข่าวคราวสิ่งนั้นเจอแล้วหรือไม่” เสียงนั้นเอ่ยถาม
ั์ตาเทธานสงบนิ่งราวกับไม่สนใจอีกฝ่าย “ข้าจะพยายามสืบหาต่อไป”
“ถ้าเ้าหมดหนทาง ก็ให้เด็กนั่นไปหามันมาให้ข้า!!” คนผู้นั้นเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด
น้ำในบ่อเริ่มซัดน้ำกระเซ็นรุนแรง “หึๆ อย่าลืมว่าข้าพาเ้าออกจากขุมนรกมาได้ ข้าก็ทำให้เ้ากลับลงไปได้เช่นกัน เป้าหมายของข้าจะไม่สำเร็จถ้าไม่มีมัน อย่าทำอะไรที่ไม่ควรทำ” เขากล่าวเตือนเทธาน
ชายหนุ่มหวนคิดถึงเื่บางอย่าง ก่อนอีกฝ่ายจะตีสีหน้าเครียดเล็กน้อย “แล้วท่านว่าอย่างไรกับเื่คำพยากรณ์”
คนผู้นั้นน้ำเสียงพลันเปลี่ยนไปคล้ายกึ่งเย้ยหยัน “หึๆ มีแต่พวกโง่งม อย่าได้เสียเวลากับเื่ไร้สาระเช่นนี้”
เมื่อสิ้นเสียงของคนผู้นั้น แรงกระเพื่อมของน้ำในบ่อพลันหายไป บรรยากาศภายในห้องก็กลับมาอบอุ่นขึ้นเช่นเดิม
ชายหนุ่มกำมือของตนแน่น ั์ตาคล้ายมีแววเกลียดชังอยู่เล็กน้อย จากนั้นก็พลันหมุนตัวออกมาจากห้องนั้นไปอย่างรวดเร็ว
เทธานตรงไปยังบ่อน้ำพุจันทรา เขาเห็นจันทร์วาลานอนไม่ได้สติอยู่ในน้ำก็อดที่จะคิดถึงเกาลัดไม่ได้ เขาสร้างอาวุธสังหารขึ้นมาด้วยตัวของเขาเอง แต่บางทีเกาลัดเมื่ออยู่ในร่างนั้นก็ไม่อาจควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ เขาเกรงว่าหากไม่สามารถควบคุมนางได้ แผนการของเขาอาจจะเสียเปล่าโดยไร้ประโยชน์
บุคคลปริศนาที่มาจากบ่อน้ำหินนั้น เป็เพียงการสื่อสารตรงเข้ามา เขาไม่รู้ว่าคนผู้นั้นอยู่ที่ไหน หรือเป็ใคร แต่เมื่อหนึ่งปีก่อนภายหลังจากที่เขาถูกช่วยเหลือให้หลุดพ้นออกมา คนผู้นั้นก็สั่งให้เขาทำหลายอย่าง รวมถึงการค้นหาสิ่งนั้นด้วย
เทธานได้แต่เพียงเก็บความสงสัยไว้ เพราะเขายังไม่รู้ว่าบุคคลปริศนานั้นมีความเป็มาหรือระดับไสยเวทย์เก่งกาจแค่ไหน หากอีกฝ่ายสามารถทำลายเวทย์จองจำเขาได้ ย่อมจะมีฝีมือไม่ธรรมดาเช่นกัน
ภายหลังจากจบศึกกับปีศาจครึ่งมนุษย์หมาป่าตัวแล้ว กลุ่มของอองทีกับผู้ใช้ไสยเวทย์ และทหารรับจ้างที่ยังเหลือรอดชีวิต พวกเขายังปักหลักอยู่ใกล้เทือกเขาคีรีอา เพียงแต่ต้องใช้ม่านอำพรางขั้นสูงในการสร้างค่ายที่พักชั่วคราว
เบียงตอาเ็สาหัสมีแผลจากรอยไหม้หลายจุด เป็ผลมาจากเวทย์อาคมย้อนกลับ โกรินและโกรังจึงต้องส่งตัวเขาไปรักษาในเผ่ามังคา ซึ่งที่นั่นมีหมอสำหรับรักษาอาการของเบียงตอโดยเฉพาะ
ส่วนไคจาได้เดินทางมาสมทบพร้อมกับยาหลู่ เขาบังเอิญไปเจอชายชราที่กำลังเดินทางขึ้นแดนทางเหนืออยู่พอดี ไคจาจึงเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้เขาฟังอย่างละเอียด ทั้งสองคนจึงตกลงเดินทางมายังเทือกเขาคีรีอาพร้อมกัน
เหตุการณ์ที่เกาลัดกลับกลายมาเป็ศัตรูกับพวกเขานั้น ยังไม่อาจสรุปได้แน่ชัดมากนัก เพลิงดำบอกว่าดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญา คืออาวุธโบราณของเผ่าอสูรแดง
ดาบมีพลังอำนาจมากไม่ต่างกับศาสตราวุธเทพโบราณชนิดอื่น และมันก็น่าจะถูกทำลายไปนานแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าเผ่าอสูรแดงยังเก็บรักษามันไว้
ดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาจะเลือกผู้เป็นายของมันเอง เกาลัดมีทั้งไอพลังจันทราสีเืและไอพิษจากผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจ อาจส่งผลให้ดาบเลือกนาง..
อารันพักอยู่ในกระโจมด้านท้ายสุด ภายหลังโกรินกับโกรังได้ตรวจสอบแล้วว่าเขามีแก่นิญญาของผู้ใช้ไสยเวทย์จริง แต่อยู่ใน่ขั้นต้นเท่านั้น พวกเขาจึงกำชับอารันเื่การฝึกปราณภายในให้คงที่ และเริ่มฝึกพลังไสยเวทย์เพื่อยกระดับให้กับตัวเอง
ยาหลู่หรือขรัวเซียน.. อดีตผู้ใช้ไสยเวทย์ที่อยู่ข้างกายเ้าพยัคฆ์สีหนาท และเป็ผู้ที่พาอารันกลับไปยังเผ่ามังคา ตอนนั้นอารันเป็เพียงร่างไร้ิญญา เขาตายไปแล้ว แต่ยาหลู่กลับยืนกรานที่จะนำร่างเขาไปไว้ในถ้ำหินศักดิ์สิทธิ์ของเผ่า
จนกระทั่งวันหนึ่งซึ่งเป็่เวลาเดียวกันที่เกาลัดข้ามมิติมา อารันได้ตื่นขึ้นมาจากความตาย รูปร่างหน้าตาเขายังคงสภาพไม่เปลี่ยนแปลงเพราะผลมาจากถ้ำหินศักดิ์สิทธิ์
แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงนั้นคือเขาเป็แค่คนธรรมดา ร่างกายอ่อนแอ ไม่มีแก่นิญญา และเป็ผู้ไร้เวทย์เท่านั้น
ยี่สิบกว่าปีที่เขาตายไป ทุกคนในเผ่ากลับเห็นเขาเป็แค่พวกไร้ตัวตน จนอารันเห็นบางอย่างในนิมิตตนเอง จึงนำอาวุธเวทย์ออกมาจากเผ่ามังคาและเดินทางมายังเมืองดุรงคา จนกระทั่งได้พบกับเกาลัดในวันนั้น
มีดตราครุฑเป็ผู้เลือกอารันและช่วยให้เขากลับมาเป็ผู้ใช้ไสยเวทย์อีกครั้ง จากมีดสั้นโบราณเก่าๆ ตอนนี้ก็กลับกลายมาเป็ดาบครุฑฑาวิหก..
เคยมีบันทึกโบราณเล่าว่าผู้ใช้ไสยไวทย์ขั้นเ้ามหาเทพ์ เคยได้ทำลายพลังฤทธาเทพของดาบครุฑฑาวิหกเมื่อหลายพันปีก่อนแล้ว จนกระทั่งไม่มีผู้ใดทราบว่าของวิเศษอย่างมีดตราครุฑก็คือดาบครุฑฑาวิหกในอดีต
ครั้นยาหลู่เดินเข้ามาในกระโจมของอารัน เห็นแต่เพียงชายหนุ่มนั่งขัดสมาธิอยู่บนที่นอนของตน ชายชรานั่งลงฝั่งตรงข้ามเขาพลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างอึดอัด
“ไม่คิดว่าฟ้าจะลิขิตให้เ้าได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง”
อารันลืมตาขึ้นพลันคลายหัวคิ้วลง เขาอยากกล่าวบางอย่างขึ้นมา แต่เหมือนกับคำพูดนั้นจุกติดที่คอหอยของตน อีกฝ่ายจึงเอ่ยตอบเสียงเรียบไปว่า “ข้าไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานเพียงใด ต่อให้ข้าได้พลังคืนมาแล้วก็ใช่ว่าจะทำให้มันดีกว่าเดิม”
“เื่ในครั้งอดีตก็ถือว่าเป็ภพชาติเก่าของเ้า ข้าเชื่อว่าการเกิดใหม่ของเ้าย่อมทำได้ดีกว่าที่ผ่านมา อย่างไรเสียดาบครุฑฑาวิหกก็เลือกเ้าแล้ว คงพอมีหวังที่จะช่วยเด็กสาวคนนั้นได้” ยาหลู่กล่าว
อารันหลุบตาลงต่ำพลางคิดถึงเื่ของเกาลัดขึ้นมา เขาได้ฟังจากปากผู้อื่นมาไม่น้อย หากนางถูกพลังของดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาครอบงำจริง ย่อมทำให้สักวันเขาและนางก็ต้องกลับมาต่อสู้กันอีกครั้ง
เว้นเสียแต่ว่าต้องทำลายต้นเหตุของสิ่งที่ทำให้เกาลัดเป็แบบนี้เท่านั้น ถึงจะมีโอกาสช่วยนางได้
“แล้วเื่เหรียญคุมิญญาของท่าน” ชายหนุ่มถาม
ยาหลู่เงยหน้าขึ้นมาพลางครุ่นคิด ถึงแม้เหรียญคุมิญญาจะอยู่กับเขา แต่ก็ใช่ว่าจะนำสิ่งนี้ไปช่วยเกาลัดได้ทันที การที่จะสามารถควบคุมพลังของเกาลัดได้นั้น จำเป็ที่จะต้องให้หญิงสาวสวมมันไว้ และจะต้องหยดเืของนางไว้ในเหรียญคุมิญญาด้วย
ชายชราถอนหายใจพลางกล่าวตอบ “ในเมื่อหาโอกาสเข้าถึงตัวเด็กสาวนั่นไม่ได้ เราก็ต้องวางแผนหลอกล่อให้นางกลับมา สิ่งที่จะทำให้นางกลับมาคือเ้าอองที..”
อารันคล้ายดวงตามืดครึ้มลง เขาย่อมรู้จุดประสงค์ของเ้าเมืองโกนิลคนนี้ ใครบ้างเล่าที่ไม่้าพลังเวทย์ขั้นสูงที่อยู่ในตัวของเกาลัด คงไม่มีแต่เพียงอองทีกับผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจอย่าเทธานเท่านั้น
กลุ่มอำนาจอื่นที่กำลังคอยจับจ้องอยู่ในเงามืด อาจแค่รอเวลาให้ปีศาจสองตัวนี้ห้ำหั่นกันไปก่อน เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาย่อมต้องเปิดเผยตัวตนออกมา
ยาหลู่กับอารันพูดคุยกันอยู่สักพัก ก็มีสองเฒ่าผู้ใช้ไสยเวทย์าุโอย่างโกรินกับโกรังตามมาสมทบ ยาหลู่เล่าแผนการให้ฟังโดยคร่าวก่อนเพื่อให้ทั้งสองเสนอความเห็นเพิ่มเติม โกรินกับโกรังย่อมเห็นด้วยกับแผนการ แต่อาจจะต้องปรึกษากับฝั่งของอองทีดูอีกครั้ง
เ้าตัวประหลาดอย่างเพลิงดำที่อยู่กับอองที นิสัยจะค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเองนัก จนตอนนั้นถึงตอนนี้เพลิงดำก็ยังอยู่ในร่างหมาป่าดำตัวใหญ่ คอยเดินวนเวียนไม่ไกลจากกระโจมของอารัน คล้ายว่ามันกำลังตามข่มขวัญเขาหรืออย่างไร..
“เห๊อะ..แน่จริงเ้าก็ไปสู้กับมันตัวต่อตัวดูสิ” โกรังสะกิดเตือนยาหลู่ เมื่อเห็นชายชราผู้อยู่ในเครือญาติของตนกำลังกล่าวถึงหมาป่าดำที่อยู่ด้านนอกไม่ไกล
ยาหลู่ยักไหล่ตอบอย่างมั่นใจไปว่า “ข้ากับมันเคยสู้กันมาแล้วในแดนทางใต้ ก็นับว่าสูสีทีเดียว”
ทุกคนสีหน้าตะลึงงันเล็กน้อย หากจะกล่าวได้ว่าเพลิงดำอยู่เหนือระดับขั้นสูงไปแล้วก็ไม่ผิดนัก หลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาพวกเขาต้องยอมรับว่าตัวประหลาดที่มีพลังเวทย์ลึกลับที่ไม่รู้ว่าเป็ตัวอะไรด้วยซ้ำ มันสามารถทำหลายอย่างที่ผู้ใช้ไสยเวทย์อย่างพวกเขาทำไม่ได้
โดยเฉพาะเื่ของยาหลู่ ตอนที่อยู่หมู่บ้านในดินแดนเปลี่ยวร้าง ชายชราถูกไอควันดำจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว มันคิดว่าจะสามารถล้วงความลับบางอย่างจากเขาได้ แต่สุดท้ายมันกลับซ่อมแซมแก่นิญญาที่เคยเสียหายของเขาแทน เพื่อแลกกับคำพยากรณ์นั้น
ยาหลู่ไม่อยากให้ทั้งสามคนตื่นใกับเื่ที่เขาเคยประมือกับเพลิงดำ จึงกล่าวอธิบายเพิ่มเพียงว่า เ้าอองทีเคยไปพบเขาในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในดินแดนทางใต้ ส่วนเพลิงดำก็แค่ทดสอบวิชาไสยเวทย์ของเขา และมันก็ได้ช่วยเหลือบางอย่างเล็กๆน้อยๆ ตามคำสั่งของอองทีเท่านั้น
ไม่มีใครล่วงรู้ว่าผู้ที่กุมความลับของคำพยากรณ์ก็คือยาหลู่เอง แม้แต่อองทีเองก็ไม่เคยกล่าวถึงเื่นี้เช่นกัน
ส่วนยาหลู่บังเอิญพบกับไคจาที่เมืองหนึ่งในแดนทางเหนือ ไคจาไม่เคยพบชายชรามาก่อน แต่ยาหลู่กลับรู้จักชายหนุ่มเป็อย่างดีผ่านทางกระจกเวทย์ ทั้งสองจึงได้เดินทางมาพร้อมกัน
ในกระโจมที่พักของอองที ภายหลังจากกลุ่มผู้ใช้ไสยเวทย์จากเผ่ามังคาและกลุ่มอื่นๆเข้ามาหารือเื่แผนการตามหารังของเทธาน รวมถึงการหลอกล่อให้เกาลัดออกมา ยาหลู่มั่นใจว่าหากหญิงสาวได้สวมเหรียญคุมิญญาแล้ว จะต้องสามารถควบคุมพลังที่นางมีอยู่ได้
เมื่อคนทั้งหมดออกจากกระโจมไปแล้ว อองทีเหลียวมองความว่างเปล่าชั่วครู่ก่อนที่จะพ่นเืสดคำโตออกมาอย่างตั้งใจ
ไคจารีบเข้ามาประคองผู้เป็นายก่อนกล่าวเชิงร้องขอว่า “นายท่านกลับอาณาจักรโกนิลก่อนเถิดขอรับ เื่ทางนี้ให้พวกเผ่ามังคาจัดการเสียดีกว่า”
“ตราบใดที่ข้ายังไม่เห็นนาง ข้าไม่อาจวางใจ..” อองทีกล่าวพลางใช้ผ้าเช็ดปากที่เปื้อนเืของตน เขาเริ่มปวดแสบตรงช่องอกรุนแรง ั้แ่ที่เพลิงดำประสานพลังกับพลังลึกลับที่อยู่ในร่างเขา
ตอนนั้นสติอองทีไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เหมือนกับว่าเขากำลังอยู่ในสนามรบแห่งหนึ่ง ซึ่งเกาลัดคือศัตรูที่คุ้นเคยกันดี นาง..ที่เคยอยู่ในภาพความทรงจำของเขา
ลอซูเอ่ยปากกล่าวเตือน ขณะที่กำลังก้าวเดินมาจากทางเข้าด้านหน้า “เ้าออง เผ่ามังคาเป็พวกมีเหลี่ยมคม ถ้าเกาลัดตกอยู่ในมือพวกเขา ไม่แน่เราอาจจะไม่เห็นแม้แต่เงาของนาง”
อองทีก้มหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถามประเด็นอื่น “เื่ที่ข้าให้ท่านไปสืบได้ความหรือไม่”
ชายชราผงกศีรษะรับ “ตูรันส่งคนมาติดตามพวกเราไม่ห่าง เขาน่าจะรู้เื่ของเกาลัดไม่น้อยถึงได้ยืมมือเ้าเมืองศิลาขาวเข้ามาเกี่ยวด้วย คนของเราบอกว่ามีกองกำลังปริศนาอยู่ป่าอีกด้าน น่าจะเป็คนของเมืองศิลาขาว”
เมื่อคนทั้งสามสนทนากันไม่นาน ไคจากับลอซูจึงแยกตัวออกมาจากกระโจม อองทีไม่มีทางที่จะกลับอาณาจักรโกนิลได้ หากไม่มีเกาลัดกลับไปพร้อมกับเขาด้วย
สักพักนั้นเงาร่างของไอควันสีดำเริ่มโผล่ออกมาจากด้านหลังกระโจม เพลิงดำเพิ่งกลับมาจากเดินเล่นแถวกระโจมของอารัน มันทำท่าทางสบายอกสบายใจก่อนกล่าวอย่างอารมณ์ดีไปว่า
“เ้าหนุ่มนั่นได้รับพลังจากดาบครุฑฑาวิหก จะว่าไปมันกับข้าเคยประลองฝีมือกันเมื่อนานมาแล้ว และข้าก็เป็ผู้ชนะ ส่วนดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญา..”
เพลิงดำกดเสียงต่ำลง “ต่อให้ข้าไม่ชนะ แต่ก็ถือว่าเสมอ” มันกล่าวเหมือนคล้ายปลอบใจตัวเอง
อองทีลอบโค้งมุมปากเล็กน้อยก่อนเอ่ยกับมันไปว่า “ตอนนั้นเ้าใช้ขุมพลังในกายข้า ก็ยังเอาชนะดาบนั่นของเกาลัดไม่ได้ มิใช่ถือว่าพ่ายแพ้แล้วหรือ”
“ข้าออมมือให้นางต่างหากเล่า ถ้าข้าเอาจริงป่านนี้เด็กนั่นไม่ตายก็าเ็ไปแล้ว”
เพลิงดำทำเสียงขึงขัง จนอองทีเหลือบมองมัน ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเพลิงดำกล่าววาจาล้อเล่นหรือเป็ความจริงกันแน่ แม้ร่างกายของเขาจะมีอาการาเ็ภายใน แต่ในตอนนั้น เขาเองก็รู้สึกว่าขุมพลังลึกลับที่ซ่อนอยู่ในร่างของตน ถูกนำออกมาใช้เพียงบางส่วนเท่านั้น
ปราสาทสีดำของเทธานยังคงตระหง่านใจกลางป่า ในยามเช้าไอหมอกปกคลุมอยู่หนาแน่น เกาลัดตั้งใจตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อมาเดินชมบรรยากาศนอกระเบียงปราสาทด้านหลัง โดยมีวารีกับปีศาจรากไม้ยืนประกบนางอยู่ไม่ห่าง จนเกาลัดเริ่มคุ้นชินกับพวกเขาไปแล้ว
พอตกสายเกาลัดก็ต้องลงไปกินข้าวกับเทธานที่สวนเป็ประจำทุกวัน เทธานอนุญาตให้นางลงมาได้ก็เฉพาะเมื่อมีเขาอยู่เท่านั้น
วันหนึ่งจันทร์วาลาเกิดอารมณ์ดีขึ้นมา จึงเข้ามาหาเกาลัดแล้วถือตะกร้าขนาดเล็กน่ารักมาด้วย ในนั้นมีแต่ผลไม้แห้งน่ากินหลายชนิด ส่วนอาการาเ็ของนางก็หายดีแล้ว
เมื่อมาถึงจันทร์วาลาก็ให้วารีกับปีศาจรากไม้ออกไปก่อน ส่วนนางจะขอคุยเป็การส่วนตัวกับเกาลัด
“เ้ารู้ทางออกลับจากปราสาทหรอ” เกาลัดกระซิบถาม
อีกฝ่ายพยักหน้ารับ “ข้ารู้ว่าเ้าปรารถนาจะออกไปจากที่นี่ อีกอย่างระยะนี้นายท่านเข้าฌานเพิ่มปรานภายในไม่อาจตรวจตราได้เต็มที่ ข้าเองก็เพิ่งหายจากการาเ็ก็ใช้เวทย์อาคมบางอย่างไม่ได้ อาจจะหละหลวมเื่การดูแลเ้า..”
จันทร์วาลายิ้มมุมปาก แววตาของนางแลดูจริงใจเป็อย่างมาก จนยากที่เกาลัดจะยอมเชื่อได้
“เ้าไม่กลัวว่าจะถูกทำโทษรึไง ถ้าขืนมีใครรู้เข้าน่ะ” เกาลัดยังเอ่ยอย่างหวั่นกลัวอยู่บ้าง นางกวาดสายตาไปรอบๆห้องเผื่อว่าเทธานจะแอบฟังพวกนางคุยกันอยู่
จันทร์วาลาขบริมฝีปากเล็กน้อยพลางกล่าวตอบ “ถ้าเ้าถูกจับได้ก็อย่าเอ่ยถึงผู้ใดก็พอ นายท่านแค่เห็นหน้างามๆของเ้า เขาก็ใจอ่อนแล้ว แต่อย่าลืมระวังเ้าปีศาจสองตัวนั่นก็พอ”
จันทร์วาลาคุยกับเกาลัดอยู่สักพักนางก็จากไป วารีวิ่งเข้ามาดูท่านเกาลัด ของนางว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ วารีไม่คิดว่าจันทร์วาลาจะมาญาติดีอะไรกับเกาลัด ซ้ำยังให้ของกินเล่นไว้ตั้งมากมายเช่นนี้ เกาลัดเพียงแต่บอกว่าจันทร์วาลามาพูดคุยตามประสาผู้หญิงเท่านั้น อีกฝ่ายไม่ได้มาหาเื่กลั่นแกล้งอะไร
ผ่านไปอีกวัน เกาลัดสังเกตว่าวันนี้ปราสาทจะเงียบสงบเป็พิเศษ วารีและปีศาจรากไม้เหมือนไม่อยู่กวนใจนางชั่วคราว พอพวกเขากลับมาเกาลัดก็เป็ผู้หาข้าวหาน้ำให้พวกเขากินจนทั้งสองเผลอหลับไปอย่างผิดปกติ
ยานอนหลับไร้สีไร้กลิ่นของจันทร์วาลาใช้ได้ผลจริง..
เมื่อปราศจากผู้ก่อกวนแล้ว เกาลัดจึงแอบออกมาจากห้องพร้อมกับดาบเล่มนั้น ปีศาจตัวอื่นๆที่เป็เวรยามวันนี้ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหนกันหมด ทางสะดวกเช่นนี้เกาลัดเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน
เกาลัดสะพายดาบไว้ข้างกาย นางเดินเร็วตรงมายังตามเส้นทางลับของปราสาทดำที่อยู่ชั้นใต้ดิน จันทร์วาลาบอกว่าตรงมุมผนังหินแห่งหนึ่งจะมีกลไกลับซ่อนอยู่
ครั้นเมื่อหญิงสาวเปิดมันออกก็พบทางออกปราสาทจริง อุโมงค์ทางลอดยาวไปถึงชายป่าอีกฝั่ง และมันไร้ซึ่งม่านเวทย์อำพรางใดๆ แต่กว่าที่เกาลัดจะออกมาได้ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร
เกาลัดหยิบแผนที่หนังสัตว์ที่จันทร์วาลาให้มาตรวจสอบดูก็พบว่า ปราสาทสีดำแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณป่าลึกของเทือกเขาแห่งหนึ่ง เส้นทางที่เกาลัดจะออกไปต้องเดินลัดเลาะตามป่าในแผนที่นี้เท่านั้น ซึ่งมันไม่ง่ายที่นางออกจากป่าก่อนเวลาค่ำมืด
เกาลัดเตรียมน้ำและอาหารแห้งมาพร้อมไว้แล้ว หากถึงเวลาจริงอาจจะต้องหาที่พักสักที่หนึ่งในป่า เหมือนกับที่หญิงสาวหลงป่าตอนที่ข้ามมิติมายังโลกนี้ครั้งแรก
ภายในปราสาทดำ ลึกเข้าไปห้องด้านใน ปรากฏชายหนุ่มนั่งขัดสมาธิอย่างสงบบนแท่นหิน แสงแดดรำไรกลุ่มหนึ่งลอดผ่านเข้ามาจาก้า ทำให้เห็นโครงใบหน้าอันงดงามของเขาอย่างชัดเจน
จันทร์วาลายืนอยู่ด้านนอกพร้อมความรู้สึกอันคลุมเครือ นางบอกกล่าวบางอย่างกับเขาไปหลายประโยค เทธานสีหน้าไม่อาจคาดเดา ั์ตาดำสนิทเริ่มทอประกายขึ้นมา
“สั่งให้ปีศาจคุ้มกันติดตามนางไปแล้วหรือยัง” เขากล่าวเสียงเรียบ
จันทร์วาลาโน้มตัวเล็กน้อยพลางตอบ “นายท่านอย่าห่วงเ้าค่ะ ถ้าแผนครั้งนี้ไม่สำเร็จพวกเขาจะพานางกลับมาทันที”
นางได้ยินเพียงเสียงอือในลำคอเขาคล้ายว่ายังเป็ห่วงเกาลัดอยู่ การปล่อยเกาลัดออกไปครั้งนี้ย่อมถือว่าเป็ความเสี่ยงที่เทธานจะต้องแบกรับ แต่หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับเกาลัด จันทร์วาลาหวั่นเกรงว่าผู้เป็นายของตนจะพลาดท่าให้กับกลุ่มของอองทีเสียเปล่า
“ข้าชอบการเดิมพัน ไม่ว่าครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม”
เกาลัดสามารถออกจากเขาลูกนี้ได้ก่อนพลบค่ำจริง หญิงสาวตัวคนเดียวเดินมาตามชายป่าก็พบเส้นทางรถม้าลากของชาวบ้าน ซึ่งดูแล้วน่าจะไม่มีใครผ่านเส้นทางนี้เป็เวลานานมากแล้ว จึงมีหญ้ารกครึ้มขึ้นมาเป็หย่อมๆ
เกาลัดเดินตามเส้นทางนี้ก็พบว่ามันเชื่อมต่อกับหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งในชายป่า หญิงสาวจึงขอพักอาศัยกับครอบครัวชาวนาในคืนนั้น วันต่อมาจึงออกเดินทางเพื่อตรงไปยังเมืองใหญ่ และจุดหมายที่ครอบครัวชาวนาบอกคือเมืองศิลาขาว
เกาลัดไม่อยากเดินทางไปยังเมืองใหญ่มากนัก จึงให้พวกเขาร่างแผนที่มาให้ใหม่เพื่อไปยังท่าเรือลำเพา
หากอารันยังมีชีวิตอยู่ เขาจะต้องพาเกาลัดเดินทางลงดินแดนทางใต้เพื่อตามหาเผ่าพยัคฆ์ดำ เขาบอกว่าเผ่านี้จะสามารถช่วยเกี่ยวกับพลังประหลาดที่อยู่ในร่างของนางได้
แต่จนป่านนี้แล้วเทธานและคนอื่นๆ คงรู้ว่าหญิงสาวหลบหนีออกมาโดยการช่วยเหลือจากจันทร์วาลา เ้าหนุ่มหน้าสวยคนนั้นน่าจะออกตามหานางเหมือนกัน
หากเกาลัดวิเคราะห์จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว ในเมื่อเทธานสามารถติดตามตัวของนางไปได้ทุกที่ แล้วทำไมตอนนี้ถึงยังไม่ปรากฏตัวออกมาเล่า
หรือเทธานตั้งใจจะให้นางออกมา..
เป็แผนการของเขาหรือ?
เกาลัดเริ่มสับสนในใจ หากสังเกตั้แ่การหลบหนีออกจากปราสาทก็เหมือนกับว่าจะผิดปกติขึ้นมาแล้ว รวมถึงเส้นทางออกมาจากเขาลูกนั้นก็คล้ายจะไม่มีสัตว์ป่าดุร้ายอะไรโผล่มาเลย นั่นทำให้เกาลัดยิ่งมั่นใจขึ้นมาว่าเทธานจะต้องรวมหัวกับจันทร์วาลาวางแผนอะไรสักอย่างกับเื่นี้เป็แน่
ครั้นเมื่อหญิงสาวกำลังจะเดินทางออกจากหมู่บ้าน ระหว่างทางกลับเจอกลุ่มชายฉกรรจ์ราวสี่ห้าคนมาขวางทางเกาลัดไว้
แม้ว่านางจะคลุมผ้าเพื่อไม่ให้ใครเห็นใบหน้าได้ชัดเจน แต่ก็ยังพอดูออกว่าเกาลัดเป็คนต่างถิ่น แต่ยังดีที่มีสตรีชาวนาผู้ให้ที่พักกับหญิงสาวก็ตามมาส่งนางด้วย
กลุ่มชายฉกรรจ์เมื่อเห็นเกาลัดพกดาบหน้าตาประหลาดติดตัวมาก็คิดที่จะแย่งชิง แต่สตรีชาวนาก็เข้ามาขัดขวางและโต้เถียงกับพวกเขาจนนางถูกผลักล้มลงกับพื้นาเ็ เกาลัดไม่อาจทนได้จึงรีบปรี่เข้ามาปกป้องสตรีชาวนาคนนั้น
ในระหว่างที่เกาลัดกำลังนั่งลงตรวจดูอาการของสตรีชาวนา ปรากฏเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนทักทายเข้ามาจากอีกฝั่ง กลุ่มชายฉกรรจ์พลันตัวแข็งทื่อ หน้าตาเขียวคล้ำ ไม่นานทั้งหมดก็ล้มฟุบไปกองกับพื้นอย่างรวดเร็ว
เกาลัดยังไม่ทันได้สังเกตก็เห็นเพียงฝีเท้าของบุรุษคนหนึ่งเดินเข้ามา เขายื่นมือมาประคองสตรีชาวนาแล้วส่งโอสถเม็ดให้นางกิน จากนั้นสตรีชาวนาก็เหมือนได้รับยาวิเศษ นางหายจากอาการาเ็ในทันที
ชายคนนี้หน้าตาหล่อคม มีหนวดรำไรอยู่ปลายคาง ทว่าสิ่งที่เด่นชัดมากที่สุดเห็นจะเป็รอยสักสีดำบนใบหน้าฝั่งขวาของเขา
ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นเกาลัดเปิดผ้าคลุมหน้าออก นางผงกศีรษะให้เขาเป็เชิงขอบคุณแล้วพาสตรีชาวนาลุกขึ้นยืน เขาสังเกตเห็นว่าดาบที่เกาลัดสะพายไว้อยู่มีกลิ่นอายที่แปลกประหลาดอยู่ไม่น้อย มันเหมือนจะหลอมรวมเป็ร่างเดียวกันกับหญิงสาวเสียอย่างนั้น
“ขอบคุณท่านมากเ้าค่ะ”สตรีชาวนาเอ่ยปากขึ้นก่อน ชายหนุ่มจึงทำท่าทางตอบรับตามมารยาท
เขาปรายตามองมายังเกาลัด ขณะที่นางกำลังประเมินกลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังนอนสลบไม่ได้สติอยู่กับพื้น ดวงตากลมโตของหญิงสาวปรากฏแววคาดไม่ถึงเล็กน้อย
“เ้าจะเดินทางไปดินแดนทางใต้ใช่หรือไม่” เขาถามนาง
เกาลัดทำสีหน้าอึ้งงัน นางไม่รู้ว่าชายที่อยู่ตรงหน้ารู้จุดหมายของตนได้อย่างไร อีกฝ่ายจะมาดีหรือร้ายก็ยังไม่ทราบ หากเขาสามารถล้มชายฉกรรจ์ทั้งหมดตรงนี้ได้ในพริบตา เช่นนั้นเขาก็ต้องเป็ผู้ใช้ไสยเวทย์ระดับสูงคนหนึ่งแน่นอน
เกาลัดหรี่ตาครุ่นคิดก่อนตอบไปว่า “ไม่ใช่หรอกเ้าค่ะ ข้าเป็คนพเนจรไปเรื่อยอย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแดนทางใต้ไปทางไหน”
ชายหนุ่มส่งเสียงอ้อ..อย่างเข้าอกเข้าใจ
“ขอบคุณที่ท่านช่วยเหลือ เช่นนั้นข้าก็ขอตัว” หญิงสาวกล่าวพลางทำท่าทางกระซิบกระซาบข้างหูสตรีชาวนา จนกระทั่งนางแสดงคำขอบคุณชายหนุ่มอีกครั้งแล้วเดินกลับเข้าหมู่บ้านไป
ชายหนุ่มเก็บงำสีหน้าคล้ายกำลังกลบเกลื่อนความสงสัยบางอย่าง ทำไมหญิงสาวถึงมาหลงทางในหมู่บ้านเล็กๆในป่าเช่นนี้ หรือว่าเทธานกำลังมีจุดประสงค์อะไร?
ขณะที่เกาลัดกำลังจะเดินหนี เขาก็ตัดสินใจบอกนางไปว่า “ข้ามาจากเผ่าพยัคฆ์ดำ เื่ของเ้าข้าอาจช่วยได้”
เกาลัดผ่อนฝีเท้าลง แล้วหันกลับมามองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง เขารู้ว่านางเป็ใครและรู้เป้าหมายของนางด้วยอย่างนั้นหรือ รอยสักบนใบหน้าของเขานั้นอาจจะดูน่ากลัวไปสักหน่อย แต่แววตาที่นางรับรู้ได้ย่อมไม่มีทางโกหก
‘หรือเขาเป็คนของเผ่าพยัคฆ์ดำจริงๆ..’ เกาลัดเริ่มทบทวนความสงสัยในใจ
เกาลัดไม่มีเวลาที่จะมานั่งสอบถามประวัติความเป็มาของชายหนุ่ม หญิงสาวเพียงแต่พูดกับเขาว่านางไม่มีอะไรให้เขาช่วยเหลือแล้ว..
จากนั้นเกาลัดก็เดินจากไปตามเส้นทางในแผนที่เพื่อตรงไปยังท่าเรือลำเพา หากชายคนนี้มาจากเผ่าพยัคฆ์ดำจริง เขาก็คงต้องติดตามนางมาเพื่อไปยังท่าเรือเหมือนกัน
จากนั้นชายหนุ่มก็เดินตามหญิงสาวมา..
เกาลัดหันหลังกลับไปมองเขาเป็ระยะๆ นางมีสีหน้าไม่พอใจแต่อีกฝ่ายกลับทำทีชมนกชมไม้ไปตลอดทาง แถมตอนที่หญิงสาวนั่งพัก เขายังใช้เวทย์อาคมทำลมเย็นๆพัดผ่านมาให้เกาลัดสบายตัวอีก
เมื่อทั้งสองเดินมาเกือบครึ่งทางแล้วก็ยังไม่พ้นเขตชายป่า ชายหนุ่มยกยิ้มให้เกาลัดทุกครั้งที่นางตวัดสายตามองมาทางเขา
เกาลัดจึงแวะพักตรงริมลำธารแห่งหนึ่ง น้ำเย็นใสจนนางแทบอยากะโลงไปแช่ให้รู้แล้วรู้รอด ในใจก็คิดแผนการว่าจะสลัดหนุ่มรอยสักคนนี้ออกไปได้อย่างไร แม้กระทั่งที่นางจะหายเข้าไปในพุ่มไม้เพื่อทำธุระส่วนตัว เขาก็ยังชะเง้อมองตามอย่างสงสัย
นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ!
ั้แ่เกาลัดเดินทางข้ามมิติมาที่นี่ นางก็เจอผู้ชายนิสัยประหลาดๆแตกต่างกัน แต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่หากเป็เื่นิสัยใจคอยังไม่อาจตัดสินว่าใครเป็คนดีหรือคนเลว
หากเป็เทธานเขาก็ต้องเกิดมาเลว..โดยกำเนิดแน่นอน แต่ถ้าเป็อองที เขาเป็พวกชอบใช้อำนาจ ไม่เกรงกลัวใคร เ้าหนุ่มน้อยไคจาเป็คนมีหลักการและเหตุผลตามประสานิสัยของหมอ
ส่วนอารันคนที่นางเพิ่งรู้จัก ถึงนิสัยอาจจะขี้อายไปบ้าง แต่ก็ถือว่านิสัยดีกว่าสองคนแรกที่กล่าวมา แล้วเ้าหนุ่มรอยสักคนนี้เล่า..จู่ๆก็โผล่มา เขาอ้างว่าตัวเองมาจากเผ่าพยัคฆ์ดำ เป้าหมายที่อารันเคยบอกว่าพวกเขาอาจจะช่วยเื่พลังในตัวนางได้
“ท่านน่ะ รู้หรือไงว่าข้าจะไปไหน” เกาลัดชูคอะโเสียงดังไปทางชายหนุ่มที่กำลังนั่งอยู่อีกฝั่งไม่ไกล
อีกฝ่ายระงับสีหน้าความดีใจเอาไว้ ก่อนเขาจะะโตอบกลับมาว่า “เ้าจะไปแดนทางใต้ก็ย่อมไปท่าเรือลำเพา ข้าก็จะกลับเผ่าของข้า เช่นนั้นเราก็จุดหมายเดียวกัน”
เกาลัดพลันลุกขึ้นยืน “นี่ท่านเป็ใครกันแน่!”
“ข้าบอกเ้าไปแล้วมิใช่หรือ” เขาตอบ
เกาลัดเดินตรงมาทางเขาอย่างโกรธเคือง กลิ่นอายกดดันกลุ่มหนึ่งแผ่ซ่านไปทั่วร่างของนาง ปราณเวทย์ภายในของผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นสูงเช่นเขาเริ่มไหลเวียนไม่คงที่ พลังเวทย์ในกายเขาก็เริ่มถูกรบกวน ราวกับว่ามันกำลังจะะโหนีอะไรสักอย่าง
“ถ้าท่านจะเดินทางไปกับข้า เช่นนั้นข้าก็ขอยืมเงินหน่อยได้หรือไม่” เกาลัดมายืนตรงหน้าเขาพร้อมทำท่าทางแบมือขอสิ่งของจากอีกฝ่าย
ชายหนุ่มกลั้นหัวเราะ จากนั้นก็ล้วงห่อผ้าขนาดเล็กออกมาเปิดดู เมื่อรู้ว่าข้างในมีจำนวนเท่าไหร่จึงยื่นให้กับหญิงสาวไป
เกาลัดรับมาตรวจดูเล็กน้อยแล้วก็ยื่นส่งคืนให้เขา นางเหม่อมองถุงเงินอย่างรู้สึกเสียดายก่อนกล่าวไปว่า “ข้าแค่ลองใจท่านเท่านั้น เอ่อ..ข้ารู้ว่าถ้าขึ้นเรือจะต้องใช้เงิน หากท่านไม่ว่าอะไรก็จ่ายค่าตั๋วให้ข้าก็ดีนะ”เกาลัดคล้ายยอมรับกลายๆว่าตนกำลังจะไปท่าเรือลำเพาจริง
ชายหนุ่มรับถุงเงินมาเก็บ แววตาสะท้อนความยินดี “เ้าเองก็ยอมเดินทางไปกับข้าแล้วหรือ”
“เราก็แค่เพื่อนร่วมทางเท่านั้น” หญิงสาวทำทีไม่ใส่ใจคำพูดของตน จากนั้นก็ออกเดินทางต่อ โดยที่มีเ้าหนุ่มรอยสักเดินตามเป็เงาไม่ห่าง
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินทาง ชายหนุ่มได้เล่าที่มาของตนให้เกาลัดฟัง จนนางได้รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ชื่ออังเต เป็คนของเผ่าพยัคฆ์ดำ เขารู้ชื่อของเกาลัดและเื่ที่เกิดขึ้นในเมืองดุรงคาแล้ว แต่อังเตคงไม่น่าจะรู้เื่กลุ่มของอองทีปะทะกับปีศาจครึ่งมนุษย์หมาป่าในป่าแห่งนั้น และเขาอาจยังไม่รู้ว่าหญิงสาวเคยทำสิ่งใดไว้
เกาลัดยังไม่ได้สอบถามเขา ว่าเผ่าพยัคฆ์ดำจะช่วยเหลือนางได้อย่างไร นางเพียงตอบรับเขาไม่กี่คำและฟังเขาพูดอย่างเงียบๆเท่านั้น
‘พูดแค่นี้คิดว่าข้าจะเชื่อหรือ’ เกาลัดพร่ำบ่นในใจ
ครั้นเมื่อทั้งสองเดินทางออกมาจากชายป่าได้ เวลาก็ล่วงเลย่บ่ายคล้อยแล้ว ตลอดเส้นทางที่อังเตเดินทางมากับเกาลัด ก็พบว่ามีบางสิ่งสะกดรอยตามพวกเขา กลิ่นอายปีศาจชัดเจนเช่นนี้ เขาน่าจะเดาได้ว่าเทธานส่งพวกนั้นแอบลอบติดตามหญิงสาวมาไม่ห่างแน่นอน
อังเตเฝ้าประเมินสถานการณ์เบื้องหน้า หากเขาจัดการปีศาจคุ้มกันที่สะกดรอยตามมา เทธานน่าจะรับรู้อันตรายที่เกิดขึ้นกับเกาลัดได้ทันที หรือหากเขาใช้เวทย์เปิดอุโมงค์อากาศเพื่อพาเกาลัดหลบหนี อาจจะเป็ความเสี่ยงหากไอพลังจันทราสีเืในร่างของนางเกิดต่อต้านขึ้นมา
รวมถึงดาบเล่มนั้น..ซึ่งเขายังไม่ทราบที่มาอย่างแน่ชัด
ไม่ว่าทางไหนย่อมมีความเสี่ยง หรือเขาจำเป็ต้องปล่อยนางไปก่อน..
อังเตและเกาลัดเดินทางมาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็เมืองใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในป่ารกร้าง เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ในม่านอำพรางขั้นสูงเรียกว่าไพรนารัม อังเตย่อมรู้จักที่นี่ดี
เมื่อเห็นว่าเขาและนางไม่มีที่พักในคืนนี้ ชายหนุ่มจึงเสนอเกาลัดเพื่อให้นางพิจารณา เกาลัดตอบรับอย่างไม่คิด เพราะถึงอย่างไรก็เป็ทางผ่านไปยังท่าเรือลำเพาอยู่แล้ว
ทางเข้าเมืองไพรนารัมมีคนคุ้มกันแ่า คนคุ้มกันส่วนใหญ่ของที่นี่ก็เป็ระดับผู้ใช้ไสยเวทย์เกือบครึ่ง กว่าที่ทั้งสองจะผ่านเข้าไปได้ อังเตจะต้องใช้ป้ายผ่านทางที่เขามีอยู่แสดงให้คนคุ้มกันดู
เกาลัดสังเกตเห็นว่าอังเตคล้ายคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็อย่างดี แต่นางไม่อาจไปละลาบละล้วงเื่ส่วนตัวของเพื่อนร่วมทางอย่างเขาได้นัก ทว่าอังเตกลับพยายามพูดคุยกับนางอย่างสนิทสนม จนบางครั้งเกาลัดก็เริ่มเชื่อว่าเขาเป็คนของเผ่าพยัคฆ์ดำจริงๆ
หากจะถามเขาเื่พยัคฆ์ขาวตอนนี้ ก็ไม่น่าจะเหมาะนัก..
“เ้าพกถุงเงินไว้ติดตัวก็ได้ ที่นี่มีของซื้อของขายมากมายกว่าเมืองข้างนอกอีก” อังเตกล่าวกับนาง
เกาลัดย่นคิ้วเล็กน้อย นางไม่อยากเป็หนี้บุญคุณใคร ครั้งนั้นที่เขาช่วยเพราะเขามีจุดประสงค์ที่จะเข้าหานางเอง เมื่อเข้ามาในเมืองที่มีผู้คนมากมายเช่นนี้ ถ้าหากเขาเผลอเมื่อไหร่ นางก็มีโอกาสหลบหนีไปได้สะดวกเช่นกัน
เกาลัดยิ้มระรื่นให้กับอีกฝ่าย “ข้าไม่มีอะไรจะซื้อ”นางตอบเขาแบบห้วนๆ
จากนั้นก็สาวเท้าเดินไปข้างหน้า เกาลัดไม่มีว่านไร้เวทย์ปกปิดใบหน้าอีกแล้ว เมื่อเดินไปที่ไหนก็มีแต่ผู้คนมองตามการกระทำของนางเป็ระยะ สาวงามกับบุรุษหน้าตาประหลาดช่างเป็ภาพที่ไม่ค่อยได้พบเจอเท่าใดนักในไพรนารัม
อังเตจองที่พักสองห้องในเรือนพักแรมคนเดินทางฝั่งตะวันออกของเมือง แม้ว่าจะอยู่ไกลออกไปแต่ก็เดินทางได้สะดวก และอยู่ใกล้ตลาดการค้า เกาลัดไม่สนใจเื่ที่พักมากนัก หญิงสาวเพียงได้แต่มองหาทางหนีทีไล่เอาไว้ เผื่อว่ามีเหตุการณ์อะไรที่นางอาจจะต้องได้หนีจริงๆ
อังเตบอกกล่าวให้คนคุ้มกันที่เฝ้าประตูทางเข้าเมืองไพรนารัม ตรวจสอบผู้ผ่านเข้าออกโดยละเอียดเพราะเขาเกรงว่าพวกปีศาจคุ้มกันจะแฝงตัวเข้ามาด้านใน
ส่วนเขาและเกาลัดได้เดินทางไปห้องอาหารแห่งหนึ่งใกล้เรือนพักแรมคนเดินทาง อังเตคิดว่านางคงชอบอาหารเลิศรสจากที่นี่ แต่กลับกลายเป็ว่าหญิงสาวสั่งแต่ผักและผลไม้มากิน
บุรุษร่างโตเช่นเขาจึงได้แต่กินแบบนี้เป็เพื่อนนาง โดยไม่ได้หยิบเนื้อเข้าปากสักคำ
ครั้นรุ่งเช้าของอีกวัน เกาลัดออกมาสูดอากาศด้านนอกเรือน จากนั้นนางก็เดินไปมารอบๆเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ อังเตจับจ้องทุกการกระทำของหญิงสาว ดาบเล่มนั้นก็แทบจะไม่เคยห่างกายของนางแม้แต่ครั้งเดียว
ขณะนั้นเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามา พลันก็มีคนชุดดำปริศนากระโจนลงมาจากหลังคาเรือนข้างๆอย่างรวดเร็ว อังเตรีบร่ายเวทย์อาคมกั้นตัวของเกาลัด เงาร่างของเขาคล้ายลมพัดปลิวไปยืนด้านหน้าของหญิงสาวเอาไว้
ไม่นานนักร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มก็บดบังตัวเกาลัดได้อย่างทันท่วงที นางยืนหลบหลังเขาอย่างตื่นใ คนชุดดำหน้าตาเหี้ยมเกรียมหลายสิบคนประจันหน้ากับพวกนาง คล้ายกับพวกเขาเตรียมตัวมาเป็อย่างดีแล้ว ผู้คนที่อยู่แถวนั้นรีบวิ่งออกจากบริเวณพื้นที่ในทันใด
เสียงไม่คุ้นเคยพลันดังแทรกเข้ามาจากอีกฝั่ง “ไม่ได้เจอกันเสียเนิ่นนาน อังเต..”
ตูรันนั่งอยู่บนม้าตัวหนึ่ง เขาแสยะยิ้มเป็เชิงเย้ยหยันอีกฝ่าย ส่วนเกาลัดที่แอบอยู่แผ่นหลังของอังเต นางเริ่มเห็นความผิดปกติจึงรีบประคองกอดดาบของตนไว้แน่น
ดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาพลันสั่นกระตุกรุนแรง..
>โปรดติดตามตอนที่13<