Sila’s part
หลังจากที่ผมรับปากว่าจะเรียนรู้และรับ่ในการบริหารของบริษัทต่อ ผมก็ยังคงมาทำงานที่บริษัทและเรียนรู้งานให้มากขึ้นเรื่อย ๆ
ผมกวาดสายตาไล่ดูงบการเงินของบริษัทช้า ๆ ก่อนจะสะดุดเข้ากับตัวเลขบางอย่างที่ผิดปกติ
่เวลาที่เงินบางส่วนหายไปจากระบบ กลับตรงกับ่ที่พ่อมอบหมายให้ไอ้พีมเข้ามาศึกษางานและช่วยดูแลเื่งบการเงินพอดี
ผมขมวดคิ้ว ก่อนเปิดแฟ้มเอกสารที่ให้คนไปตามสืบขึ้นมาอีกครั้ง
ไอ้พีมมันติดการพนันหนักกว่าที่คิด หนี้สินมันพอกพูนจนเริ่มหมุนเงินไม่ทัน เ้าหนี้หลายคนเริ่มตามทวงมันแบบไม่ไว้หน้า ส่วนน้ำผึ้งก็ใช้เงินมือเติบไม่ต่างกัน
พวกมันสูบเงินพ่อราวกับปลิงเกาะกินเื และตอนนี้ดูเหมือนว่าเงินของบริษัทเองก็อาจกำลังถูกพวกมันแตะต้องอยู่ด้วย
แต่ถึงอย่างนั้น หลักฐานที่ผมมีอยู่ก็ยังไม่มากพอจะเล่นงานพวกมันให้จบในครั้งเดียว ผมปิดแฟ้มเอกสารลงช้า ๆ
คนที่จนตรอกมักทำได้ทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด ถ้าพวกมันยังไม่หยุด เดี๋ยวก็ต้องพลาดเองในสักวัน
ติ๊ดดด
เสียงโฟนอินดังขึ้น ปลายสายขึ้นว่าเป็คุณโม เลขาส่วนตัวของผม
“ว่าไงครับ”
“คุณศิลาคะ โมจะให้น้องฝึกงานเอากาแฟเข้าไปให้ สะดวกไหมคะ”
“ครับ เข้ามาเลย” ผมตอบก่อนจะก้มลงอ่านเอกสารแฟ้มต่อไป
ก๊อก ก๊อก
“เข้ามาได้” ผมบอกโดยที่ยังไม่ละสายตาจากเอกสารตรงหน้า
“กาแฟค่ะ” น้ำเสียงที่คุ้นเคยทำให้ผมเงยหน้าขึ้นไปมองทันที
แพรในชุดนักศึกษาเป็ภาพที่แปลกใหม่สำหรับผม ใบหน้าสวยหวานยิ่งขับให้เธอดูน่ามองขึ้นไปอีก เธอมาที่นี่ได้ก็คงเป็เพราะคุณพ่อฝากเธอเข้ามาฝึกงาน
เธอวางแก้วกาแฟลงตรงหน้า ก่อนจะโค้งศีรษะให้ผมเล็กน้อยแล้วหันหลังเดินออกไป
ั้แ่วันนั้นเธอไม่เคยพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอีกเลย ไม่เรียกร้อง และไม่พยายามเข้ามาใกล้ผม
เธอหายไปจากชีวิตผม เหมือนกับที่ผมเคย้าให้ผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาพัวพันในชีวิตผมเป็
กว่าที่จะทันรู้ตัว มือผมก็เอื้อมไปคว้าแขนเล็ก ๆ ของเธอไว้แล้ว
“เจ็บอยู่ไหม” ผมถามพลางดึงร่างบางเข้ามาใกล้ กลิ่นวานิลาอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยลอยมาแตะปลายจมูก
“หมายถึงอะไรเหรอคะ” แพรช้อนตามองผม ใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความงุนงง
“ก็หมายถึงที่เรา…”
“คะ?” ใบหน้าเธอเริ่มมีสีแดงจาง ๆ ขึ้นมา ผมขยับตัวขึ้นไปจนชิดใบหูของเธอ
“ก็วันที่เรา-”
“แพรขอตัวก่อนนะคะ” เธอพูดแทรกขึ้นมาแล้วดันตัวออกจากอ้อมแขนของผม
เมื่อเป็อิสระแล้ว เธอเพียงโค้งศีรษะให้ผมเล็กน้อย ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินจากไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จู่ ๆ ผมก็รู้สึกหงุดหงิด…
นี่ผมรู้สึกหงุดหงิดงั้นเหรอ? ผมปิดแฟ้มลง ก่อนเหลือบมองกาแฟแก้วนั้นที่ยังวางอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจตัวเอง
End Sila’s part
Pair’s part
หลังจากพ้นประตูห้องของเขาออกมาแล้ว ฉันแทบจะทรงตัวไม่อยู่ พี่ศิลาถามบ้าอะไรกันเนี่ย คำถามแปลก ๆ ของเขาทำเอาฉันเกือบเก็บอาการไม่อยู่ ฉันไม่ได้เจอเขาอีกเลยั้แ่วันนั้น
ฉันตบแก้มตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา ก่อนจะกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ การมาฝึกงานครั้งนี้ คุณพ่อการันต์เป็คนฝากฉันเข้ามา ไม่มีใครในบริษัทรู้เื่ครอบครัวของเรา สำหรับทุกคน ฉันก็เป็เพียงนักศึกษาฝึกงานคนหนึ่งเท่านั้น
“เป็ไงแกหล่อป่ะ คุณศิลา” เรย์ เพื่อนสนิทพ่วงด้วยเพื่อนนักศึกษาที่มาฝึกงานกับฉันถามขึ้นหลังจากได้ยินว่าพี่โมให้ฉันเข้าไปเสิร์ฟกาแฟแทน เธอเป็สาวสวยจอมแก่นที่มีดีกรีเป็ถึงนักเรียนหัวกะทิของคณะเรา
“อืม...ก็ตามนั้นแหละ” ฉันตอบสั้น ๆ อย่างขอไปทีเพราะไม่อยากพูดถึงเื่นี้เท่าไหร่นัก
“บอกมาให้ละเอียดเลยนะยัยแพร” เรย์คงพยายามซักไซ้
“กั๊กอ่อวะ อีแพร” ซี ชายเพื่อนสนิทร่างบึกบึนหัวใจหญิงแท้เอ่ยขึ้นหลังจากเงียบอยู่นาน ก่อนจะคว้าร่างฉันเข้าไปใกล้ จนใบหน้าฉันชนอกแล้วออกแรงรัดจนแน่น
“บอกมาเดี๋ยวนี้นะอีแพร แซ่บไหม” ซีมักจะเล่นกับฉันแบบนี้เสมอ น้อยคนนักที่จะรู้ว่าซีนั้นมีใจเป็หญิง ด้วยความหล่อเหลาและวางมาดอยู่เสมอของซีจึงทำให้คนมักจะเข้าใจผิดและคิดว่าซีเป็แฟนฉัน
“ก็เล่าแบ่งปันเพื่อนบ้างจะเป็อะไรไป” เรย์ยังคงคะยั้นคะยอก่อนจะเข้ามารุมรัดฉันสมทบกับซี
“ไม่บอกหรอก” ฉันหัวเราะคิกคักกับการหยอกล้อกับซีและเรย์
ในขณะพวกเรากำลังหยอกล้อกันอยู่นั้น พี่โมเดินออกมาพร้อมกับพี่ศิลา เรย์ที่สังเกตเห็นจึงดีดตัวออกไปจากวงหยอกล้อก่อนคนแรก และพยายามสะกิดฉันกับซี ซีจึงปล่อยแรงรัดออกและกลับร่างมาเป็ชายแท้เหมือนเดิม
พวกเรายกมือไหว้พี่โมกับพี่ศิลาอย่างนอบน้อมทันที อยู่ในบริษัทยังไงเขาก็มีตำแหน่งหน้าที่การทำงานที่ทุกคนต้องนับถือ
พี่ศิลาหยุดเดินแล้วพยักหน้าเล็กน้อย เขาเพียงปรายตามองฉันด้วยแววตาแข็งกระด้างก่อนจะเดินจากไป เขาใช้สายตาแบบนั้นกับฉันอีกแล้ว ทำไมกันนะ ตอนเอากาแฟไปให้ยังดูปกติดีอยู่เลย
“ฝึกงานวันแรก เป็ไงบ้างจ๊ะเด็ก ๆ” เสียงของพี่โมดึงฉันออกจากภวังค์ พวกเราคุยกับพี่โมอีกเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะขอตัวกลับไปทำงาน
เมื่อพี่โมเดินลับสายตาไป ซีและเรย์ก็กลับมากรี๊ดกร๊าดเื่พี่ศิลากันต่ออย่างกระดี๊กระด๊า
ฉันเผลอเหลือบไปเห็นพี่พีมเดินผ่านมาทางปลายทางเดิน เขาหยุดฝีเท้าลง ก่อนจะมองตรงมาทางฉันนิ่ง ๆ
พี่พีมละสายตาจากฉัน ก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่พูดอะไร ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกแปลก ๆ ที่ฉันเองก็อธิบายไม่ได้
“แกเห็นไหม ตอนเดินผ่านโคตรหล่อเลย” เสียงซีที่พูดแล้วยิ้มอย่างเพ้อฝันทำให้ฉันหันกลับมองเพื่อนตรงหน้าอีกครั้ง
“หล่อจนฉันลืมหายใจ” เรย์ก็เสริมต่อ ฉันได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ อย่างเหนื่อยใจกับความบ้าผู้ชายของเพื่อนทั้งสองคน
หลังเลิกงานฉันบอกลาซีและเรย์ที่ลานจอดรถ พวกเรากอดลากันเหมือนทุกครั้ง ซีโน้มตัวมาหอมหัวฉันหนึ่งทีจนฉันต้องผลักออก ก่อนจะไปหอมหัวเรย์ต่อ พวกเราหัวเราะกันอีกพักใหญ่ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ
ฉันเดินไปที่รถอย่างใจลอย แต่จู่ ๆ มือแข็งแรงก็เอื้อมมาคว้าข้อมือฉันไว้ ก่อนจะดึงร่างฉันเข้าไปในซอกเล็ก ๆ ของลานจอดรถอย่างรวดเร็ว
“กะ-” ฉันยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องออกมา เมื่อเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าให้ชัด ๆ ความใในตอนแรกกลับแปรเปลี่ยนเป็ความประหลาดใจ เมื่อพบว่าคนที่ดึงฉันเข้ามาคือพี่ศิลา
“พี่ศิลา มีอะไรรึเปล่าคะ”
“จะเจอต้องมีเื่?” เขาเลิกคิ้วขึ้นแล้วถามด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ
“เปล่าค่ะ ปกติ...” พี่ศิลาไม่ค่อยมาหา ประโยคหลังฉันได้แต่พูดอยู่ในใจ
“ก็แค่ทักทายต่อให้จบจากในห้องทำงาน”
“คะ?” เขาไม่ตอบแต่กลับโน้มตัวลงมาหอมแก้มฉันอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะผละออกพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
มันเป็รอยยิ้มที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่กลับทำให้ฉันรู้สึกถึงความอันตรายบางอย่างอย่างบอกไม่ถูก
ริมฝีปากของเขาประกบลงมาอย่างรวดเร็วจนฉันตั้งตัวไม่ทัน กลิ่นมินต์อ่อน ๆ ลอยเข้ามาแตะปลายจมูก ก่อนที่จูบนั้นจะค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้น ฉันเผลอกำชายเสื้อของเขาแน่น ร่างกายพลันอ่อนแรงจนต้องปล่อยให้เขาประคองเอาไว้ในอ้อมแขน
“พี่ศิลา ทำแบบนี้ทำ…” ไม ฉันพูดได้แค่ในใจ เมื่อริมฝีปากร้อนบดจูบลงมาอีกครั้งอย่างหนักหน่วง หัวสมองฉันขาวโพลนไปหมด
ไม่รู้ว่าตัวเองปล่อยให้เขาจูบอยู่นานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีฉันก็มานั่งอยู่ในรถของเขาแล้ว พี่ศิลาหันมาคาดเข็มขัดให้ฉันอย่างเป็ธรรมชาติ ราวกับเื่ทั้งหมดก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น
รถหยุดลงที่ร้านอาหารสุดหรูแห่งหนึ่งใจกลางเมือง…
ฉันมองคนข้างตัวด้วยความไม่เข้าใจ เขาไม่ได้อยากให้ฉันอยู่ห่าง ๆ เขาหรอกเหรอ แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมาทำแบบนี้กับฉันกัน
เขาจัดแจงสั่งอาหาร ก่อนจะลงมือหั่นสเต๊กตรงหน้า แล้วเลื่อนจานที่หั่นเรียบร้อยมาให้ฉัน
“กินสิ” เขาพยักหน้าไปยังจานสเต๊ก ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างไม่สนใจสีหน้าสงสัยของฉัน
“พี่ศิลาไม่กินเหรอคะ” ฉันถามเมื่อเห็นว่ายังไม่ลงมือรับประทานเช่นกัน
“รีบกินสิ” เขาวางส้อมลง ก่อนจะเงยหน้ามองฉัน
“ก่อนที่พี่จะเปลี่ยนใจ…เป็กินอย่างอื่นแทน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง แต่แววตาที่มองมากลับไม่ได้ดูเหมือนกำลังล้อเล่นเลยสักนิด มันคุกรุ่นอย่างน่าประหลาด จนฉันรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“พี่ไม่ชอบ…ใช้ผู้หญิงร่วมกับใคร” น้ำเสียงนิ่ง ๆ ของคนตรงหน้าดังขึ้น
“หมายถึงอะไรนะคะ” ท่าทีที่เปลี่ยนไปเป็เ็าของเขาทำให้ฉันยิ่งงุนงง
“พี่ไม่ใช้ผู้หญิงร่วมกับใคร” เขาพูดย้ำช้า ๆ ทีละคำ แววตาคมกริบจับจ้องมาที่ฉันราวกับกำลังคาดโทษ คำพูดนั้นทำให้ฉันรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“แพรก็ไม่ชอบแบ่งคนของตัวเองให้ใครเหมือนกันค่ะ” ฉันบอกกลับไป
มือที่กำลังถือมีดหยุดนิ่งไปทันที ก่อนที่เขาจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ราวกับไม่คาดคิดว่าฉันจะตอบกลับไปแบบนั้น จากนั้นเขาก็ไม่พูดอะไรต่ออีก
ระหว่างทางกลับเราแทบไม่ได้พูดคุยกันเลย เขาพาฉันไปที่คอนโดของเขา โดยไม่สนใจคำพูดของฉันที่บอกว่าจะกลับบ้านเลยแม้แต่น้อย
เขาชี้ไปยังห้องว่างอีกห้อง ก่อนจะพูดสั้น ๆ
“วันนี้นอนห้องนี้ก็แล้วกัน” รู้ตัวอีกทีฉันก็มานอนอยู่ในคอนโดของพี่ศิลาแบบงง ๆ
End Pair’s part
ศิลาเดินเข้าห้องตัวเองแล้วปิดประตู เขาบอกตัวเองว่าที่ทำไปทั้งหมด มันสมเหตุสมผลดี แต่ถามว่าเหตุผลคืออะไร เขาก็ตอบตัวเองไม่ได้ ภาพแพรที่อยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนอื่นผุดขึ้นมาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ก็แค่ลูกติดที่บังเอิญเข้ามาอยู่ในบ้านคนหนึ่ง เขาพ่นควันบุหรี่ออกไปช้า ๆ ให้ลอยคละคลุ้งในอากาศ ราวกับกำลังพยายามกลบความคิดทั้งหมด ก่อนจะย้ำกับตัวเองเบา ๆ อีกครั้ง
ใช่...เธอก็เป็แค่ลูกติดที่บังเอิญเข้ามาอยู่ในบ้านคนหนึ่งเท่านั้น
แล้วอีพี่ศิลามันก็ทำตัวแบบนี้อ่า ปากอย่างการกระทำอย่าง ฮึ่ยยยย
ใครอยากอ่านยาว ๆ ไปตำอีบุ๊คกันได้น้าทุกคนนน ราคาพิเศษ อีกสิบกว่าวันสุดท้ายแย้วววว กดซื้อในเวป หรือในซาฟารี ก่อนแล้วค่อยไปโหลดในแอปจะได้ราคาถูกกว่านะคะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6ODoiMTQxMzcwNTQiO3M6NzoiYm9va19pZCI7czo2OiI0NjY2NTkiO30