เกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล)

    บทที่ 64 ในที่สุดก็ได้ออกมา!

    จ้าวลี่อิ่งเห็นสวี่มั่วทำท่าทางกระวนกระวายจนแทบอดกลั้นไม่ไหวก็อดขำในใจไม่ได้ แต่กลับแกล้งทำหน้าจริงจังว่า “ฮึ! เมื่อสองวันก่อนเรียกแล้วแกไม่ยอมออกไปเอง ตอนนี้อยากออกไปแล้วงั้นสิ? ไม่ได้! อยู่บ้านดีๆต่อไปซะ!”

            สวี่มั่วกลอกตาทันที

            จะมามาเล่นตัวอะไรนักเล่า! รีบๆ ไปกันเถอะ!!

            ฮัสกี้เดินไปที่ประตูเอง แล้วหันกลับมามองจ้าวลี่อิ่ง เหมือนจะบอกว่า 'ชักช้าอะไรอยู่ รีบมาสิ!'

            “…”

            พอแกล้งฮัสกี้ไม่สำเร็จ จ้าวลี่อิ่งก็ห่อเหี่ยวรีบเดินไปที่ประตูพร้อมบ่นไปด้วย “ก็ได้ๆ! พาแกออกไปก็ได้! มานี่ก่อนจะผูกสายจูงให้!”

             

    เดินตามจ้าวลี่อิ่งลงมาถึงด้านล่างพอออกจากตึก สวี่มั่วก็แหงนมองท้องฟ้าที่สดใสอยู่ครู่หนึ่ง พลางคิดในใจว่า

            อากาศดีแบบนี้เหมาะจะออกไปทำภารกิจจริงๆ

            “หืม?” ทันใดนั้นสวี่มั่วก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างผิดปกติ เขาเหลือบมองไปด้านข้างอย่างแนบเนียนเห็นชายคนหนึ่งแอบอยู่หลังมุมกำแพง มองมาทางนี้อย่างลับๆ

            หมอนี่…

            สวี่มั่วจำได้ทันทีว่าเป็นชายหัวเกรียนที่เขาเคยสั่งสอนเมื่อหลายคืนก่อนทำให้เขาขมวดคิ้วทันที

            ดูท่า…ยังไม่เข็ดอีกสินะ? ไม่รู้จักตายจริงๆ…

            สวี่มั่วหัวเราะเย็นในใจ แกล้งทำเป็นไม่เห็น ไม่สนใจเดินตามจ้าวลี่อิ่งออกไปนอกหมู่บ้าน

            ในเวลาเดียวกันชายหัวเกรียนคนนั้นกลับไม่รู้เลยว่าตัวเองถูกจับได้แล้วพอเห็นจ้าวลี่อิ่งกับฮัสกี้เดินออกไปไกลก็ยิ้มกว้าง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทร.ทันที

            “ลูกพี่! มันออกมาแล้ว! ไอ้หมาตัวนั้นออกมาแล้ว!

            "ใช่ ผมเห็นกับตาเลย!มันกำลังเดินออกไปพร้อมกับผู้หญิงคนนั้น!

            "ได้เลยครับ!”

            พอวางสาย เขาก็รีบย่องตามไปด้านหลัง จ้องมองสองคนนั้นแล้วตามห่างๆ

            จ้าวลี่อิ่งพาฮัสกี้ออกจากหมู่บ้าน แล้วเดินทอดน่องไปตามถนนเรื่อยๆ

            แม้ข้างๆ หมู่บ้านจะมีตลาดสดขนาดใหญ่ที่อยู่ชั้นใต้ดินแต่เป็นลักษณะคล้ายซูเปอร์มาร์เก็ต จ้าวลี่อิ่งจึงไม่ค่อยชอบไปซื้อของที่นั่นเธอชอบไปตลาดสดกลางแจ้งที่ห่างออกไปราวหนึ่งกิโลเมตรมากกว่าเพราะชอบบรรยากาศชีวิตผู้คน อีกทั้งยังอ้างได้ว่าเดินเล่นออกกำลังกายไปในตัว

            สวี่มั่วไม่สนใจว่าจะไปที่ไหน สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือจะมีภารกิจโผล่มาให้ทำหรือเปล่า

            และในจังหวะที่ก้าวออกจากหมู่บ้านระบบก็แจ้งว่าช่วงคูลดาวน์สิ้นสุดแล้ว

            “ระบบ รีบเช็กดูสิว่ามีภารกิจหรือยัง!”

            [ยืนยันคำสั่ง… กำลังสแกนภารกิจ… ยังไม่พบภารกิจ]

            “ไม่มี? เป็นไปได้ยังไงที่นี่คนออกจะเยอะ เรื่องราวเกิดขึ้นเต็มไปหมด สุ่มภารกิจมาให้ทำสักอันก็ยังดีนะ”

            [ภารกิจถูกสร้างขึ้นแบบสุ่มทั้งหมดเว้นแต่ผู้ใช้มีไอเทมพิเศษ มิฉะนั้นก็ไม่สามารถบังคับสร้างภารกิจได้]

            “ก็ได้…” สวี่มั่วถอนหายใจเล็กน้อยก่อนเอ่ยด้วยความสงสัย “หมายความว่ามีไอเทมที่สามารถบังคับสร้างภารกิจได้งั้นเหรอ”

            [มี]

            “แล้วมันคืออะไร”

            [เมื่อผู้ใช้ได้รับ ไอเทมจะเปิดเผยเอง]

            “แม่ม! แค่นี้ยังต้องอุบเป็นความลับอีก?” สวี่มั่วบ่นพึมพำ ก่อนเลิกต่อล้อต่อเถียงกับระบบ แล้วเงยหน้ามองรอบๆพลางคิดว่าบางทีอาจลอง ‘หาเรื่อง’ เองเพื่อกระตุ้นให้ภารกิจเกิดขึ้น

            จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ระบบมักจะสุ่มภารกิจตามสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวดังนั้น ถ้าไปอยู่ในที่ที่มีเรื่องราวเยอะ โอกาสจะเจอภารกิจก็คงมากขึ้น

            แล้วที่แบบนั้นจะเป็นที่ไหนได้อีกล่ะ

            สวี่มั่วเงยหน้ามองไปข้างหน้าจมูกที่ไวต่อกลิ่นได้กลิ่นหลากหลายปะปนกันมาพร้อมทั้งได้ยินเสียงผู้คนอึกทึกอยู่ไม่ไกล ที่นั่นคือตลาดสดกลางแจ้งขนาดใหญ่ซึ่งก็คือจุดหมายปลายทางของพวกเขาพอดี

            ...ดีเลย ตลาดสดคนพลุกพล่านและวุ่นวายอาจจะกระตุ้นภารกิจได้!

            สวี่มั่วคิดอย่างคาดหวัง แล้วเดินตามจ้าวลี่อิ่งเข้าไปในตลาด

            เสียงผู้คนจอแจดังระงมกลิ่นสารพัดชนิดพุ่งเข้าจมูกจนสวี่มั่วเผลอขมวดคิ้ว โชคดีที่ร่างกายสุนัขทนได้ถ้ามนุษย์มีประสาทรับกลิ่นแบบนี้คงสลบไปแล้ว

            ถึงจะคนเยอะ แต่ตลาดกลางแจ้งนี้ก็ยังจัดการได้ดีไม่ได้สกปรกไร้ระเบียบเหมือนภาพในหนังเก่าๆ แผงค้าทุกเจ้าถูกแบ่งโซนอย่างชัดเจน

            จ้าวลี่อิ่งก้มลงมองฮัสกี้ พลางกำชับว่า “มั่วมั่วเดี๋ยวเข้าไปข้างในห้ามซน ห้ามวิ่งพล่าน ห้ามกัดคนนะ ได้ยินไหม”

            สวี่มั่วเงยหน้าขึ้นมองเธอแล้วตอบห้วนๆ “รู้แล้วๆ!ตลอดทางพูดซ้ำไปแปดรอบแล้วนะ!!”

            “โฮ่งๆ…บรู๋ววว…”

            เสียงเห่าของฮัสกี้ดังขึ้น

            ไม่รู้ว่าจ้าวลี่อิ่งแปลความหมายไปว่าอะไร แต่ก็พยักหน้าด้วยความพอใจ“เอาละ ไปกันเถอะ!”

            สวี่มั่วเดินเคียงข้างจ้าวลี่อิ่งเข้าไปในตลาดพลางเหลียวกลับไปมองผู้คนข้างหลัง แล้วคิดในใจคิดว่า

            ตามมาไม่เลิกเลยนะ เอาจริงๆแค่เรื่องพวกนี้ก็น่าจะสุ่มเป็นภารกิจได้แล้วนี่ ทำไมระบบยังไม่ตอบสนองอีก?

     

    อีกฝั่งหนึ่งหลังป้ายโฆษณาตรงข้ามตลาด ชายสี่คนกำลังมองมาทางนี้อยู่

            ชายร่างเล็กขมวดคิ้วพลางบ่นว่า “หมาตัวนั้นอยู่กับเจ้าของจะลงมือยังไงได้ล่ะ…ลูกพี่ ทำไงดี”

            กวงโถวเฉียงโบกมือ ก่อนก้าวเท้าข้ามถนน “ตามไปก่อนยังไงต้องมีโอกาสแน่! ไป!!”


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน