ชินภัทรและวรรณรสเดินทางมาในตัวเมืองของจังหวัดซึ่งห่างจากบ้านไปประมาณ25 กิโลเมตร ชินภัทรตื่นเต้นมาก เพราะเขาอยากแต่งงานแล้วก็มีลูกเร็ว ๆเพื่อจะได้มีทายาทไว้สืบสกุล และจะดีมากถ้าลูกของเขาเป็นผู้ชายเพราะกิจการที่เขามีอยู่ทั้งหมดจะได้ตกเป็นของรุ่นลูกและรุ่นหลานต่อไป
“ร้านนี้เลยคุณ คลีนิคนี้แหละ”
“ไม่มีโรงบาลเอกชนเหรอ ผมไม่มั่นใจคลีนิคเล็ก ๆ แบบนี้หรอกนะ”
“ไม่เป็นไร ไปโรงพยาบาลคนมันเยอะ ฉันน่าจะเวียนหัว แล้วก็อาเจียนได้มันเหม็นกลิ่นยาคะ”
“โอเคงั้นคุณใจเย็น ๆ ผมจอดรถก่อนนะ”
@คลีนิคสูตินารี
“เรียนเชิญคุณวรรณรสคะ”เสียงพยาบาลเรียกพบแพทย์
“คุณหมอขอแสดงความดีใจด้วยนะคะ คุณตั้งครรภ์ได้ 4- 5 สัปดาห์แล้วคะ”
“จริงหรอครับคุณหมอ นี่ผมกำลังจะมีลูกเหรอครับ โอ้ผมดีใจสุด ๆไปเลยครับ”
“ใช่คะ คุณกำลังเป็นแม่คนแล้วนะคะคุณหมอดีใจกับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ด้วยนะคะ เดี๋ยวคุณหมอจะจัดยาบำรุงไปให้รบกวนให้คุณแม่ทานยาให้ครบตามที่หมอสั่งนะคะ เพราะจะส่งผลถึงลูกด้วยคะ”
“ได้ครับคุณหมอเดี๋ยวผมจะคอยดูแลภรรยาของผมให้กินครบทุกอย่างที่คุณหมอสั่งครับ”
“ดูคุณพ่อจะรักคุณแม่มากนะคะ”
“ใช่ครับ แต่ว่าตอนนี้ผมต้องแบ่งความรักออกมาให้ลูกด้วยครับว่าแต่คุณหมอครับผมสามารถรู้เพศได้ตอนกี่เดือนครับ ผมอยากรู้เร็ว ๆ ครับ”
“น่าจะประมาณเดือน 4-5 คะ ก็สามารถรู้ได้แล้วคะถ้าไม่มีอะไรแล้วรบกวนรอรับยานะคะ”
“ขอบคุณครับคุณหมอ”
ชินภัทรระหว่างรอรับยา เขาเอาหูไปแนบที่ท้องของวรรณรส พร้อมกับพูดว่า
“พ่อรักลูกนะ อวยพรให้แม่แข็งแรงนะลูก ลูกจะได้คลอดออกมาแข็งแรงเป็นกำลังใจให้แม่นะลูก”
“นี่คุณทำอะไร อายคนอื่นเขา”
“จะอายทำไม ผมจะคุยกับลูกผมเฉย ๆ ทำไมต้องอาย”
“พอแล้ว คุณหมอเรียกไปรับยาแล้ว เร็ว ๆ จะได้กลับบ้านกันคะ”
ชินภัทรขับรถมาถึงบ้าน เขารีบเอาข้าวของที่ซื้อมาทั้งหมดไปเก็บแล้วรีบเดินไปหาพ่อแม่ของวรรณรส โดยที่ลืมวรรณรสไปเลยว่ายังนั่งอยู่บนรถ
“คุณพ่อคุณแม่ครับ กำลังจะมีหลานแล้วนะครับ”
“จริงซิ ดีใจจัง จะได้มีเด็กตัวเล็ก ๆ มาวิ่งเล่นแล้ว”
“จริง ๆ เหรอคะ พี่วรรณ หนูจะมีหลานแล้วเหรอ โอ้ยดีใจสุด ๆ เลยดีใจด้วยนะคะพี่ชินภัทร แบบนี้ต้องฉลองกันหน่อยแล้ว”
“ใช่ มันต้องฉลอง แต่เราจะฉลองกันยังไงดี ตอนนี้ผมไม่มีรถเลยอะกว่าคนขับรถจะมารับก็พรุ่งนี้ตอนสาย ๆ “
“โอ้ย จะฉลองไม่ต้องรอใครหรอก เราทำกับข้าวกินกัน ก็ฉลองกันได้แล้ว”
“นี่พ่อชิน พ่อไปถามหลวงพ่อแล้ว หลวงพ่อบอก วันที่ 15เดือนหน้าเป็นวันดี เราจะจัดงานแต่งกัน”
“ตายแล้ว ก็เหลือแค่ 16-17 วันเอง แล้วหนูจะเตรียมชุดทันเหรอ”
“นี่ยัยนุ่นคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าสาวเหรอ ดูพี่เขาซิเขายังไม่เดือดร้อนเลย”
“แหมแม่ พี่วรรณสามีเขารวย เขาเสกเอาได้หมด แต่หนูซิ จะทำยังไง” นุ่นน้องสาวคนเดียวของวรรณรสกังวลใจเมื่องานแต่งของพี่สาวกำลังจะมาถึงแล้ว
“คุณชินคะ ฉันว่าจะขอพักที่นี้อีกสัก 2-3 วัน นะคะไม่อยากเข้ากรุงเทพฯ มันเหมือนแพ้อากาศกรุงเทพฯ”
“ไม่ได้ครับ พรุ่งนี้คุณต้องกลับพร้อมผมนะผมจะทิ้งเมียกับลูกไม่ได้หรอก ผมคงนอนไม่หลับแน่อีกอย่างผมให้คนย้ายของของคุณมาคอนโดผมแล้ว”
“นี่พ่อชิน แม่กับพ่อก็อยู่ ยัยนุ่นก็ปิดเทอมแล้ว ไม่ต้องห่วงอะไรลูกไปทำงานเถอะ อีก 2-3 วัน ค่อยมารับ แม่จะได้ช่วยดูวรรณให้เขาน่าจะมีอาการแพ้หนัก เพราะเป็นท้องสาว”
“เอาแบบนั้นเหรอครับแม่ ก็ได้ครับ”
“แม่ครับ พ่อครับ ผมฝากเมียกับลูกผมด้วยนะครับ”
บ่ายวันอาทิตย์ คนขับรถมาถึงบ้านของวรรณรส
“ผมกลับก่อนนะ คุณดูแลตัวเองดี ๆ และต้องดูแลลูกของเราให้ดีที่สุดนะห้ามทำให้ตัวเองล้มเด็ดขาด ถ้าคุณรู้สึกเวียนหัวจะเป็นลมต้องเรียกคุณแม่ หรือ นุ่นห้ามเดินในเวลาที่เวียนหัวนะ เพราะจะทำให้ล้มได้”
“ฉันเข้าใจแล้วคะ คุณก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะ ฉันเป็นห่วง” ชินภัทรเดินมากอดวรรณรสและบรรจงหอมแก้มแรง ๆ
“ที่รักของผม อีก 2 วัน ผมจะมารับกลับนะ รักนะครับ”แล้วก็หอมแก้มอีกครั้ง
ชินภัทร เดินไปหาพ่อกับแม่
“แม่ครับ ผมต้องไปแล้ว ฝากวรรณด้วยนะครับผู้หญิงด้วยกันน่าเข้าใจมากกว่าพ่อ”
“ถ้ามีเรื่องด่วน ต้องแจ้งผมเลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจนะครับถึงผมมาไม่ได้ ผมก็มีคนช่วยจัดการอีกหลายคนครับ ไม่ต้องเกรงนะครับ”
“ไปเถอะลูกไม่ต้องห่วงทางนี้นะ ไม่มีอะไรหรอก ตั้งใจทำงานนะ”
“งั้นผมลานะครับพ่อ ลานะครับแม่”
หลังจากนั้นรถคันหรู ก็เคลื่อนออกจากบ้านสวน คงเหลือไว้แค่ พ่อแม่ลูกครอบครัวเล็ก ๆ อันอบอุ่นของวรรณรส
แม่เตรียมทำกับข้าว ส่วนพ่อก็เข้าสวนไปเก็บผักผลไม้เพื่อเก็บไว้ให้ลูกสาวซึ่งน่าจะอยากกินของเปรี้ยว ส่วนน้องสาวก็ช่วยแม่ทำกับข้าววรรณรสก็นอนพักผ่อนห้องรับแขก