ตอนที่ 36
ฟาร์ม(2)
ผ่านไปประมาณ10 นาที รถหุ้มเกราะก็ออกตัว คนภายในรถล้วนแล้วแต่มีระดับ 16 - 20กันหมดเพราะทุ่งสังหารนั้นมีมอนสเตอร์ระดับองครักษ์ขึ้นไปอยู่เป็นจำนวนมากแถมยังมีมอนสเตอร์ระดับราชันให้เห็นเป็นประปรายความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ระดับราชันทียบเท่ากับมนุษย์ระดับ 16 - 20แต่มันก็สามารถรับมือคนที่มีระดับเทียบเท่าได้ 5 - 6 คนได้สบาย
ถึงระดับของขอบเขตจะเท่ากันแต่ความแข็งแกร่งทางด้านกายภาพยังคงแตกต่างกันอยู่ดียิ่งมอนสเตอร์ระดับสูงมากเท่าไหร่การล่ายิ่งต้องทำเป็นกลุ่มบอสกำลังนั่งคิดอยู่ว่าเขาจะสร้างเกราะและอาวุธใหม่แบบไหนออกมาใช้ดีเขาเริ่มเบื่อหอกอันนี้แล้วถึงแม้ว่ามันจะดีขนาดไหนก็ตามแต่คมของมันก็มีอยู่แค่ที่ปลายเท่านั้นอำนาจการทะลวงของมันสูงกว่าดาบก็จริงแต่ดาบก็ยังคงเหมาะสำหรับการฆ่าฟันมากกว่าอยู่ดี
‘หนอนน้อยฉันสามารถยกระดับของเมล็ดพันธุ์อาวุธได้ไหม?ฉันหมายถึงยกระดับมันเหมือนกับเมล็ดพันธุ์สัตว์เลี้ยงน่ะ’
[หากคุณสามารถสร้างอาวุธเทียร์ 2ได้เมื่อไหร่ฟังก์ชันยกระดับเมล็ดพันธุ์ก็จะปลดล็อคค่ะ]
‘อู้วว~ เยี่ยมไปเลย~’
ขณะที่เขากำลังมองหาอาวุธใหม่ใช้อยู่ชายที่นั่งอยู่ด้านข้างของเขาก็กล่าวขึ้นมาว่า
“น้องชายนายกำลังล่ามอนสเตอร์ระดับไหนอยู่เหรอ?”
“ผมกำลังล่ามอนสเตอร์ระดับองครักษ์อยู่ครับ”บอสกล่าว
“น่าเสียดายหากนายล่ามอนสเตอร์ระดับราชันเราว่าจะชวนนายไปด้วย”
“ขอบคุณสำหรับน้ำใจนะครับ”บอสกล่าวเป็นมารยาท
“นี่คือเบอร์โทรของฉันหากนายสามารถล่ามอนสเตอร์ระดับราชันได้เมื่อไหร่ติดต่อมาได้เลย!”ชายคนนั้นกล่าว
บอสพยักแล้วรับมันมาเก็บเอาไว้แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อคนพวกนี้อ่อนแอเกินไปเมื่อเทียบกับเขาหากเขาเข้าร่วมกับคนเหล่านี้การฟาร์มของเขาก็จะล่าช้ากว่าเดิมหลายเท่าอีกอย่างเวลาของเขาเองก็มีจำกัดหากไม่ติดว่าจะต้องไปงานวันเกิดของรุ่นน้องเขาคงจะมีเวลาล่ามากกว่านี้แต่บอสก็วางแผนเอาไว้แล้วว่าเขาจะลาอาจารย์พิมพ์สัก 3 สัปดาห์เพื่อล่ามอนสเตอร์
ผ่านไป 3 ชม.
รถหุ้มเกราะก็มาถึงทุ่งสังหารพื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยแอ่งน้ำและโคลนทำให้เดินลำบากมากตลอดทางบอสมองหามองหามอนสเตอร์เพื่อซ้อมมือด้วยเนื่องจากเขาไม่ได้สู้มาหลายวันแล้วทำให้รู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง
เท่าที่บอสหาข้อมูลมาเทือกเขาอสูรนั้นอยู่ศูนย์กลางของดาวเคราะห์ระดับ1 พื้นที่ของมันกว้างมาก เมืองเจสเตอร์นั้นตั้งอยู่ในทิศตะวันออกของเทือกเขาอสูร
[คุณบอสไม่สร้างเพลิงอเวจีเอาไว้ก่อนเหรอคะ?]
‘เพลิงอเวจี? มันคืออะไรเหรอ?’
[อ้าว ก็อาติแฟกต์ที่คุณเรียนรู้จากซากของอเวจีที่ประตูนรกที่แตกหักไงค่ะลืมแล้วเหรอ?]
‘จริงด้วย!!’
บอสเข้าไปที่เมนูการสร้างแล้วเลือกไปที่แปลนอาติแฟกต์เพลิงอเวจีขึ้นมาแล้วติดตั้งมันเอาไว้ที่แขนซ้ายของเกราะทันที
[เพลิงอเวจี(Artifact : Left arm)]
[เพิ่มพละกำลัง20 หน่วย พลังงาน 15 หน่วย
สกิลพิเศษ: เพลิงนรก ใช้พลังงาน 25%เพื่อคงสภาพเปลวเพลิงนรกเอาไว้ที่แขนซ้ายสามารถใช้มันโจมตีระยะใกล้หรือไกลได้
(ความเสียระยะใกล้คิดตามพละกำลังของผู้ใช้+ พลังงาน/2)
(ความเสียหายระยะไกล1250 +(พลังงานที่ใช้/3) +(ระดับของผู้ใช้/2))]
‘ของดีไม่แพ้ประกายแสงทับทิมเลยแหะ’บอสกล่าวในใจ
เขาเลิกให้ความสนใจกับระบบแล้วรีบเดินทางไปที่เทือกเขาอสูรด้วยความเร็วสูงสุด
ผ่านไป20 นาที
[ตรวจพบมอนสเตอร์ระดับราชัน 3 ตัวและระดับองครักษ์ 30ตัว! ทิศ 12 นาฬิกา!]
บอสตะลึงกับข้อความแจ้งเตือนเขารีบก้มต่ำแล้วไปหลบอยู่ในพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกลเขาอยากรู้มากว่าทำไมถึงได้มีมอนสเตอร์มากมายขนาดนี้รวมตัวกันอยู่ด้านหน้าเลยค่อยๆขยับเข้าไปใกล้
เขามองเห็นมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างคล้ายกับมนุษย์แต่มี6 แขนถึงแม้ว่ามันจะมีรูปร่างเหมือนมนุษย์แต่ร่างกายของพวกมันกลับเป็นปล้องคล้ายแมลงที่แขนของพวกมันมีแท่งแหลมที่คล้ายกับหอกอยู่ดูแล้วน่ากลัวมาก
[สติงเกอร์ระดับราชัน 3 ดาว HP : 24000/24000]
‘เชี่ย! พลังชีวิต 2 หมื่น ตัวแค่นี้เนี่ยนะพลังชีวิต2 หมื่น ปกติมอนสเตอร์ตัวเล็กจะต้องมีพลังชีวิตต่ำไม่เหมือนกับพวกตัวใหญ่นี่?’บอสกล่าวในใจ
[มันก็แค่พลังชีวิตค่ะพวกมันอาจจะไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้นก็ได้!]
‘เธอคิดว่าฉันสามารถรับมือกับพวกมันทั้งหมดได้หรือเปล่า?’
[น่าจะไม่ไหวหรอกค่ะ ถึงแม้จะแข็งแกร่งแต่คุณก็แพ้จำนวนอยู่ดีก็เหมือนกับฝูงหมดล้มช้างนั่นแหละค่ะ! อย่าไปสนใจพวกมันเลยไปหาล่าตัวอื่นดีกว่า]
‘แต่นั่นมันดงค่าประสบการณ์เลยนะ! เธอไม่เสียดายมันเหรอหนอนน้อย?’
[ฉันเสียดายชีวิตมากกว่าค่ะอย่าเอาชีวิตมาเสี่ยงเพราะน้ำบ่อหน้าเลยไปที่อื่นดีกว่าค่ะ!]
‘ก็ได้ๆ’
บอสเสียดายเพราะดูจากขนาดร่างกายของพวกมันแล้วน่าจะอ่อนแอมากโดนฟันไม่กี่ครั้งก็น่าจะตายแต่ในเมื่อหนอนน้อยไม่แนะนำเขาก็จะไม่ทำในตอนที่เขากำลังจะหันหลังกลับเขาก็ได้ยินเสียงร้องคำรามดังสนั่นจนต้นไม้โดยรอบสั่นสะเทือน
โฮกกกกกกกกกกกกก!!!!
ฟูมมม~! ฟูมมม~!
แรงลมมหาศาลกระแทกเข้ากับใบหน้าของบอส
[ตรวจพบอันเดตเดรกระดับจักรพรรดิ 3 ดาว 12 นาฬิกา!]
บอสย่นคิ้วของตนเองแล้วมองไปด้านหน้าก็ไม่พบอะไรมันอาจจะเป็นไปได้ว่ามันอยู่ด้านบนหัวของเขานั่นเอง!
[อันเดตเดรกระดับจักรพรรดิ 3 ดาว HP : 54000/54000]
เขามองเห็นเงาขนาดมหึมาอยู่เหนือหัวของเขามันมีรูปร่างคล้ายกับมังกรไม่มีผิดแต่ร่างกายของมันกลับมีสภาพเน่าเปื่อยดวงตาสีแดงฉานราวกับโลหิตรอบตัวมีไอทมิฬลอยออกมา มันร่อนลงที่พื้นอย่างเชื่องช้าแล้วหยุดยืนอยู่ต่อหน้าพวกสติงเกอร์อย่างองอาจพวกสติงเกอร์ทั้งหมดล้วนก้มหัวให้กับอันเดตเดรกตนนั้น
ครือออ~~~ ชี่~~~
เจ้าอันเดตเดรกส่งเสียงแปลกประหลาดออกมา
[ตรวจพบภาษาเดรกทำการแปลภาษาโดยอัตโนมัติ]
‘พวกทาส! งานที่ข้าสั่งให้พวกเจ้าทำดำเนินการไปถึงไหนแล้ว?’เสียงของชายชราดังขึ้นภายในหัวของบอส
‘นายท่านข้าได้ค้นพบหินผนึกก้อนแรกแล้วขอรับ’สติงเกอร์ตนหนึ่งกล่าว
‘ดี! ตอนนี้พวกจักรพรรดิตนอื่นกำลังหาหินผนึกเช่นกันพวกเจ้าอยู่ใต้อาณัติของข้าอย่าน้อยหน้าพวกมันเด็ดขาด!’
‘ขอรับนายท่าน ตอนนี้พวกเราพบตำแหน่งที่แน่ชัดของก้อนที่ 2 แล้วมันอยู่ภายในสุสานของราชันผีดิบแต่พวกเราติดปัญหาอยู่อย่างหนึ่งเลยไม่สามารถเข้าไปเอามันได้ขอรับ’สติงเกอร์กล่าว
‘ปัญหาอะไรงั้นรึ?’อันเดตเดรกกล่าว
‘ภายในมีผู้พิทักษ์สุสานอยู่มันคือเผ่าพันธุ์ยักษ์มังกรที่อยู่ในระดับตำนานขอรับ!’
‘วะ ว่ายังไงนะ ระดับตำนาน!? ดี! ข้าจะเอาเรื่องนี้ไปหารือกับพวกจักรพรรดิตนอื่นพวกเจ้าก็ไปตามหาหินผนึกที่อื่นก่อนข้าจะเรียกตัวพวกเจ้ามาอีกทีหลังจากที่ข้าได้ความแล้ว!’อันเดตเดรกกล่าวจากนั้นมันก็บินจากไปอย่างรวดเร็ว
บอสที่นอนนิ่งฟังการสนทนาของพวกมันอยู่ก็สงสัยมากว่ามอนสเตอร์กำลังทำอะไรอยู่กันแน่ทำไมถึงได้มีลับลมคมในขนาดนี้?
[พวกมอนสเตอร์ค้นพบวิธีปลดปล่อยตนเองออกจากกฎของพื้นที่แล้วเหรอเนี่ย?เร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย]
‘มันหมายความว่ายังไงเหรอหนอนน้อย?’บอสถามด้วยสงสัย
[คุณจำได้ไหมว่าฉันเรียกกฎของที่นี่ว่า ‘กฎของพื้นที่’ แทนที่จะเรียกว่า ‘กฎของดวงดาว’ เหมือนกับที่พวกคุณเรียกกัน]
‘จำได้สิ แล้วมันทำไมเหรอ?’
[คำว่า พื้นที่ และ ดาวเคราะห์ นั้นมีขนาดที่ต่างกันสิ่งที่ฉันบอกโดยนัยก็คือ ที่นี่ไม่ใช่ดาวเคราะห์ระดับ 1แต่มันคือพื้นที่ที่โดนผนึกของผู้มาก่อนในโลกของพวกมอนสเตอร์!!]
‘นะ นี่พูดจริงงั้นเหรอ!? แล้วทำไมพวกโบราณคดีถึงได้บอกว่ามันคือดาวเคราะห์ละ?มันจะไม่เป็นการหลอกหลวงผู้บริโภคเหรอ?’บอสถาม
[ไหนๆเรื่องก็มาถึงขนาดนี้ฉันจะเล่าความจริงให้คุณบอสฟังเลยก็แล้วกันเพราะในอนาคตคุณก็ต้องรู้อยู่ดีความจริงแล้วดาวเคราะห์ระดับ 1 - 7ที่มนุษย์รู้จักนั้นไม่ใช่ดาวเคราะห์แต่เป็นระดับของพื้นที่ที่มีผนึกแข็งไปหาอ่อนระดับมอนสเตอร์ที่พวกคุณเรียกนั้นถูกอยู่ 35% แต่อีก 65%เป็นเรื่องโกหกที่ถูกแต่งขึ้นมา สิ่งที่เป็นเรื่องจริงก็คือระดับสามัญชน นักรบอัศวิน องครักษ์ ราชัน และจักรพรรดิ เรียกแบบนี้ถูกต้องแล้วแต่มันไม่มีคำว่า เหล็กทองแดง เงิน ทอง เพชรและศักดิ์สิทธิ์ต่อท้ายระดับเหล่านั้นอยู่ระดับดาวเองก็ไม่มีอยู่เช่นเดียวกันพวกมันมีเพียง ต่ำ กลาง สูง และสูงสุดเท่านั้น!
ฉันคิดว่าสาเหตุที่พวกโบราณคดีโกหกนั่นเป็นเพราะพวกเขาถูกชักใยจากคนกลุ่มหนึ่งอยู่การโกหกนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดีดังนั้นคุณคิดว่าพวกเขาถูกชักใยโดยพวกที่หวังดีหรือประสงค์ร้ายกับมนุษย์กันละ?]
‘โกหกคนทั้งโลกแบบนี้ก็ต้องประสงค์ร้ายนะสิ!แล้วทำไมล่ะ? เดี๋ยวแล้วระดับพลังของมนุษย์เองก็เป็นเรื่องโกหกด้วยหรือเปล่า?’บอสถาม
[ระดับพลังของมนุษย์ถูกต้องแล้วค่ะในช่วงนี้เท่านั้นนะคะพอคุณได้ไปที่ใหม่พวกเขาจะเรียกระดับเหล่านี้ว่าขอบเขตมนุษย์เดี๋ยวค่อยคุยกันทีหลังรีบไปเก็บค่าประสบการณ์เพิ่มระดับของคุณดีกว่าคิดไปก็รกหัวพอถึงเวลาเดี๋ยวคุณก็รู้เองค่ะ!]
บอสพยักหน้าเบาๆเขาออกจากพื้นที่นั้นแล้วเดินทางต่อระหว่างทางบอสได้ฆ่าพวกระดับองครักษ์ไปหลายตัวและเก็บซากของมันมาด้วยแต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้เมล็ดพันธุ์
มอนสเตอร์มาเลยแม้แต่อันเดียว
..........................................................................................................................