เมื่อตอนจื่อหลงกำลังจะเดินๆด้เขาก็เริ่มพูดได้ก่อนจนผู้ใหญ่ทุกคนดีใจที่เ้าเสี่ยวหลงเป่านั้นสามารถเรียกแม่และเรียกตายายได้แล้วดูจะเป็เด็กที่ฉลาดพอตัวหารู้ไม่ว่าเขานั้นมีความรู้มาก่อนแล้ว
เมื่อยามตั้งไข่เดินได้เก้าแรกก็ทำเอายายเฒ่าและตาเฒ่าจางนั้นรีบเข้าป่าเพื่อหาไม้ไผ่มาทำราวฝึกให้หลานเดิน
ถือว่าทุกวันนี้ครอบครัวจางกว้านซื้อที่ดินจ้างชาวบ้านทำการปลูกผักเพื่อนำไปขาย ทำให้ชาวบ้านมีรายได้จนผู้คนเริ่มมีกินมีใช้แต่ก็มีบ้างบางครั้งที่เกิดเื่อย่างที่ว่า...มีคนรักก็ต้องมีคนชัง ละนะ
หลังจากนั้นมาทั้งสองบ้านก็เป็ที่พึ่งของหมู่บ้านบ้านจางจึงมีงานทำบ้างไม่มีบ้าง บางครั้งก็กลับมานอนเล่นบ้านเว่ยเพื่อช่วยสองแม่ลูกเว่ยเลี้ยงเ้าก้อนแป้ง
สิ่งที่ทั้งสองครอบครัวทำก็ยังคงทำไปเื่จนหลานชายเริ่มพูดและเริ่มเดินได้คำถามมากมายหลายอย่างที่หลานชายสงสัยจนต้องหาหนังสือมาอ่อนให้หลานชายฟังทำให้บ้านจางที่สร้างบ้านใหม่ต้องใช้ห้องที่เหลือเป็ห้องหนังสือเพิ่ม
ตระกูลจางสองสามีภรรยาเป็คนใฝ่รู้หมู่บ้านนี้ไม่ทราบต้นสายตระกูลจางแต่ไหนแต่ไรก็เห็นว่าทั้งสองปลีกวิเวก มีบ้างที่เกิดเื่เพราะเฒ่าจางเป็คนมีน้ำใจหลายๆหนาวที่ผ่านมาเขานำผู้ชายไปล่าสัตว์แบ่งกันในหมู่บ้านและยังสอนการล่าสัตว์ให้ด้วย
ชาวบ้านจึงไม่ได้วุ่นวายอันใดมากนักแต่ก็ใช่ว่าชีวิตสงบจนเกินไป มีหญิงชาวบ้านที่พอจะออกเรือนได้ส่งแม่สื่อมาเพื่อขอเป็อนุตาเฒ่าจางอยู่บ้างจนปีนั้นเฒ่าจางไม่ช่วยชาวบ้านหาสัตว์ป่าอีกทั้งปีก็เป็ความทรงจำอันเลวร้ายของหมู่บ้านสามสี
เมื่อหลานชายนอกไส้ถามสิ่งใดที่ตนไม่รู้ก็จำเป็ต้องเข้าเมืองเพื่อไปเสาะแสวงหาหนังสือเพื่อที่จะอธิบายให้หลานที่กำลังโตได้ฟังถึงแม้บ้านเว่ยจะบอกว่าหลานไม่เข้าใจหรอกไม่ต้องเสียเบี้ยเสียเงินไปกับหนังสือเ่าั้
แต่ก็นั้นแหละ ยิ่งทั้งสองไม่มีลูกพอมีบ้านเว่ยมาแล้วให้หลานเรียกพวกตาแก่ยายแก่สองคนว่าตายายเขายิ่งได้ใจใหญ่เลยเติมเต็มความสุขเล็กๆให้สองตายาย
“ท่านตามีวัวสีอะไรบ้างขอรับ”
“ทำไมท่านตาไม่เลี้ยงวัวไว้ขายเนื้อละขอรับ”
“ทำไมท่านตาไม่นำผักมาดองขายละขอรับ”
“ทำไมต้องทำผักดองอย่างเดียวละขอรับผักดองรสอื่นๆทำไม่ได้หรือขอรับ”
“ทำไมเราไม่ปลูกผักหน้าหนาวละขอรับ”
และคำถามอื่นๆมากมายจนทำให้บ้านจางตอนนี้ร่วมกับบ้านเว่ยเปิดกิจการขายเนื้อวัว ขายผักดองเผ็ด เปรี้ยว หวาน เค็มและยังมีร้านแรกร้านเดียวในเมืองชิงเป่ยที่ขายส่งดอกไม้ให้ชาวเมืองที่บ้านมีฐานะไปจัดแจกัน
จนตอนนี้กลับมายังปัจจุบันคุณชายน้อยของบ้านก็สมกับเป็คุณชายน้อยจริงๆมีบ่าวไพร่ในเรืองใหญ่ที่พึ่งสร้างได้เพียงหนึ่งหนาวมารดาของเขาและบ้านจางกว้านซื้อที่ดินยาวไปติดเขาติดชายป่าทั้งปลูกปลไม้ผลท้อ ผลผิงกั่ว และยังปลูกดอกไม้ เป็สวนสวยงาม
บ่าวไพร่ทำงานบ้านทั้งสองตระกูลไปมาหาสู่มีทั้งแรงงานในสวนแยกออกไปให้พ่อบ้านดูแลในสวน ส่วนบ่าวที่อยู่ในบ้านหลักนั้นดูแลแม่เฒ่าเว่ยหนึ่งคน มารดาของเขาอีกหนึ่งคน เขานั้นมีอาสือเป็ทั้งพี่เลี้ยงและองครักษ์
อาสือมักสอนคุณชายฝึกวรยุทธทุกเช้าแต่ไหนเลยคุณชายจะยอมเรียนคุณชายน้อยของเขาชอบเรียนเขียนอ่านมากกว่าไม่ชอบฝึกยุทธเลยสักนิดจนเขาเห็นพุงป่องๆนั่นจนอยากจะฟัดยิ่งนักเพราะว่าเห็นยามใดก็นุ่มนิ่มยามเขาอุ้มคุณชายก็มีขัดขืนบ้างแต่มีหรือเขาจะยอม
เช่นตอนนี้คุณชายต้องปวดขาแล้วแน่ๆเดินตรวจงานในสวนมาหลายเค่อแล้วอาสือคิดเองเออเองจนยื่นมือสอดใต้รักแร้ของคุณชายขึ้นมา
จื่อหลงคิดว่าอยู่ๆตัวเขาเองกำลังจะตัวลอยก็ใแต่มีหรือเขาจะเอะอะเหมือนเด็กทั่วไปเขาโตแล้ว..เพียงแต่ตัวเล็กเท่านั้น ห้าหนาวคือโตแล้ว
“จื่อเอ๋อตรวจงานเสร็จแล้วหรือลูก..”เว่ยอีเห็นองครักษ์ใหม่อาสือกำลังอุ้มบุตรชายของนางมาส่งยังเรือนหลักเพราะว่าใกล้ทานมื้อเย็น
อาสือก็กระไรบุตรชายนางตัวออกจะใหญ่โตอวบอ้วนขนาดนี้และวเขาก็ห้าหนาวแล้วไม่ควรจะมาอุ้มเช่นเด็กน้อยแต่บอกเขาหลายรอบก็ไม่สามารถห้ามปรามเขาได้ เว่ยอีกคิดในใจ
“ขอรับท่านแม่ ท่านแม่ท่านยายขอรับ..เหตุใดอาซือชอบอุ้มข้านักข้าบอกว่าข้าโตแล้วข้าเดินเองได้เขาก็ไม่ยอมฟังข้าหรือว่าข้าจักต้องไล่เข้าออกจาบ้านดีขอรับ”
“ฮ่าฮาฮ่า เ้าได้ยินนายนิ้ยขิงเ้าหรือยังอาซือต่อไปนี้ไม่ต้องอุ้มเขาแล้วนะเขาบอกว่าเขาโตแล้ว” แม่เฒ่าจางหัวเราะร่า
“นะ นายน้อยขอรับอย่าไล่ข้าน้อยเลย ข้าน้อยแค่กลัวท่านเหนื่อยเท่านั้น ข้าน้อยชอบตัวนุ่มนิ่มของท่านถ้าไม่อยากให้ข้าน้อยอุ้มนายน้อยก็ต้องออกกำลังสิขอรับจะได้แข็งแกร่งข้าจะได้ไม่ต้องห่วงท่านะ”
“รอก่อนข้ายังอยากเรียนอักษรก่อนอีกอย่างข้าไม่ได้จะไปสู้รบตบมือกับผู้ใด”
“เอาละเอาละเ้าไปหาข้าวหาปลาทานเถอะอาสือ”ยายเฒ่าจางตัดบทการเถียงกันของทั้งสอง
“จื่อเอ๋อลูกไม่อยากเรียนวรยุทธหรือเ้าอยากเป็บัณฑิตงั้นรึ”เว่ยอีถามความชอบของบุตรชาย