คลาสเรียนแรกของวันเปิดเทอม
ฉันกับมินต์รีบตื่นั้แ่เช้าเพื่อแยกย้ายกันไปเรียนตามสาขาวิชาของตัวเอง ไม่ชินเลยกับการอยู่ห่างจากยัยมินต์ ฉันกับยัยนั่นตัวติดกันยิ่งกว่าปาท่องโก๋ซะอีก
ฉันเดินเข้าห้องเรียนด้วยอาการเซ็ง ทั้งที่ความจริงฉันควรจะตื่นเต้นกับเพื่อนใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ มากกว่า บรรยากาศแปลกๆ พิกล ทุกสายตาในห้องจับจ้องมาที่ฉัน จะจ้องให้ทะลุเสื้อชั้นในหรือยังไงกัน
“นี่ใช่ไหมเด็กใหม่คุณอาเรซ”
“ฉันว่าใช่นะ ก็ธรรมดางั้นๆ ไม่เห็นจะสวยตรงไหน”
ผู้หญิงที่นั่งแถวหน้าสองคนซุบซิบกันขณะที่ฉันเดินผ่านพวกเธอ เพื่อไปนั่งที่โต๊ะด้านหลัง ฉันหยิบสมุดจดเลคเชอร์ขึ้นมาเตรียมพร้อม ไม่นานอาจารย์ก็เข้ามาสอนและเริ่มบรรยายไปได้ประมาณห้านาที
ตึก ตึก ตึก เสียงฝีเท้าที่วิ่งขึ้นบันไดมาอย่างเร่งรีบ วิ่งมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง
“ขะ ขออนุญาตครับอาจารย์” ผู้ชายผิวสีแทน รูปร่างสูง หน้าตาคมเข้ม ก้มตัวลงด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ
“วันแรกก็มาสายแล้วนะ เข้ามาได้แล้วรีบไปหาที่นั่ง”
“ขอบคุณครับอาจารย์” ผู้ชายคนนั้นเดินเข้ามาพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบห้อง
“มานั่งกับเราก็ได้นะ” ฉันเอ่ยชวนเพื่อนใหม่เมื่อเห็นว่าเขามีท่าทีเก้ๆ กังๆ เขาหันมายิ้มให้ฉันแล้วเดินมานั่งโต๊ะเดียวกัน
เสียงออดดังหมดคาบเรียนภาคเช้า ฉันรีบเก็บสมุดหนังสือ เพราะมีนัดกินข้าวเที่ยงกับยัยมินต์ที่โรงอาหารพร้อมกัน แต่ก็ไม่ลืมที่จะชวนคนที่นั่งข้างกันไปด้วย
“นั่งเรียนด้วยกันมาสองชั่วโมงแล้ว ยังไม่รู้จักชื่อกันเลย เราชื่อแคทเธอรีนนะ เรียกว่าแคทเฉยๆ ก็ได้”
“เราชื่อแม็ก ขอโทษนะที่ไม่ได้ชวนคุย เราเป็พวกมนุษย์สัมพันธ์แย่น่ะ” ฉันหัวเราะให้กับท่าทีซื่อปนเขินอายของเขา
“ไปกินข้าวด้วยกันไหมที่โรงอาหาร เรานัดกับเพื่อนไว้”
“ไปสิ”
สิบนาทีต่อมา...
“แกนี่เสน่ห์แรงไม่เบามาเรียนวันแรกก็มีเพื่อนผู้ชายแล้ว แถมยังหล่อมากอีกด้วย" ยัยมินต์แซวฉันเมื่อฉันแนะนำให้รู้จักกับแม็ก
“มื้อนี้เราจ่ายเอง เลี้ยงทั้งสองคนเลย”
“จะดีเหรอ”
“ดีสิยัยแคท ข้าวฟรีแถมได้นั่งสบตากับหนุ่มหล่อ มันไม่ดีตรงไหนล่ะ”
“น้อยๆ หน่อยแก” ฉันหันไปดุยัยมินต์ ยัยมินต์ทำหน้างอนใส่ฉัน แม็กหัวเราะให้กับท่าทางของฉันกับยัยมินต์ที่ดูงอนเล่นกันเป็เด็กๆ
ทันใดนั้นมีเสียงอึกทึกครึกโครมดังมาจากอีกฝั่งหนึ่งของโรงอาหาร พวกนักศึกษาที่นั่งกินข้าวอยู่ต่างวิ่งกรูไปทางต้นเสียง เราสามคนรีบวิ่งไปดูก็เห็นนักศึกษากลุ่มใหญ่กำลังยืนมุงดูอะไรสักอย่าง ด้วยสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นของยัยมินต์ที่ลากฉันกับแม็กแหวกวงล้อมผู้คนเข้าไป ทำให้ฉันเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าได้ ผู้หญิงรูปร่างสูงเพรียว ผิวขาวซีด ผมสีแดง แต่งตัวเซ็กซี่ หล่อนกำลังล็อกตัวกดไหล่ผู้ชายรูปร่างกำยำคนหนึ่งให้นั่งลงกับพื้น
“บอกแล้วใช่ไหม ว่าอย่ามายุ่งกับฉัน”
“ขอโทษครับคุณโมนา ผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วครับ”
“ถ้าอยากจะอยู่ที่นี่อย่างสงบสุข งั้นก็ฝากบอกพวกเพื่อนผู้หญิงของแกด้วย ว่าห้ามมายุ่งกับอาเรซ เข้าใจไหม”
“ขะ เข้าใจครับ”
ทันทีที่พูดจบ ผู้ชายรูปร่างกำยำคนนั้นก็รีบลุกขึ้นวิ่งออกไปอย่างทุลักทุเล ดูแล้วคงจะเจ็บไม่น้อย แต่เธอชื่อโมนานี่ ต้องเป็น้องของนายอาเรซแน่นอน ท่าทางเอาเื่ใช่เล่น พี่น้องสามคนนี้แปลกจริงๆ แปลกไปคนล่ะแบบ
“มองอะไรกัน ฉันถามว่ามองอะไร” ผู้หญิงคนนั้นหันไปตะคอกใส่นักศึกษาที่มายืนมุงดู สายตาของเธอน่ากลัวเหลือเกิน ั์ตาสีน้ำตาล ไม่ใช่สิฉันเห็นเป็สีแดงต่างหาก แม้จะแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น แต่ก็รู้สึกได้ว่าเธอต้องไม่ธรรมดา เธอดูไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไป”
“โอ้โห อย่างเท่เลย” ยัยมินต์อุทานออกมาอย่างตะลึง
“เราว่าอย่าไปยุ่งกับเธอเลยดีกว่า ทางที่ดีอย่าเข้าใกล้ผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด” แม็กพูดออกมาอย่างสีหน้าเรียบเฉย
“แม็ก นายรู้จักกับพี่โมนาเหรอ” ฉันทักขึ้นมา
“เปล่าหรอก เราแค่เห็นว่าเธอดูไม่ค่อยเป็มิตรเท่าไหร่”
“นายสักด้วยเหรอแม็ก” ฉันเหลือบสายตามองตามยัยมินต์ที่ยืนจ้องแขนของแม็ก
“นิดหน่อยเอง มันเป็สัญลักษณ์ของตระกูลเราน่ะ” แม็กถลกแขนเสื้อขึ้นมาเล็กน้อยให้เห็นรอยสักชัดขึ้น
“แล้วสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมมันหมายถึงอะไรเหรอ” ฉันถามออกไปเพราะเห็นว่ามันดูแปลกดี
“หมายถึง..”
“คุยอะไรกันจ๊ะ” พวกเราสามคนมัวแต่คุยกันจนไม่เห็นว่าพี่โมนามายืนอยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่
“ฉันเข้ามาขัดจังหวะพวกเธอหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ” ฉันรีบตอบออกไป
“พี่ชื่อโมนานะ เรียนปีสี่ นี่ใช่น้องแคทเธอรีนหรือเปล่าจ๊ะ”
“ใช่ค่ะ”
“อาเรซให้พี่มาตามไปพบที่ห้อง เห็นเขาบอกว่าน้องไม่รับโทรศัพท์”
“แคทมีเรียนค่ะ ก็เลยปิดเสียงไว้ค่ะ
“รีบไปสิ”
ฉันหันไปพยักหน้ากับมินต์ให้ไปด้วยกัน
“น้องแคทไปคนเดียวจ๊ะ”
“ค่อยเจอกันนะ” ฉันหันไปบอกทั้งสองคนแล้วเดินตามพี่โมนาไป
“รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้เป็ผู้หญิงของอาเรซ”
ระหว่างกำลังเดินไป จู่ๆ พี่มีนาก็ถามคำถามนี้ขึ้นมา
“เปล่านี่คะ ไม่ได้รู้สึกอะไร” ฉันตอบไปตามตรงเพราะฉันไม่ได้พิศวาสอะไรหมอนั่นเลย
“คิดแบบนั้นจริงเหรอ”
“ค่ะ
“น้องเป็ผู้หญิงคนแรกเลยนะ ที่บอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับอาเรซ”
ก็แหงล่ะ หื่นจัดซะขนาดนั้น ใครจะอยากอยู่ใกล้ ถ้าไม่มีความจำเป็ ฉันก็ไม่ได้อยากจะเข้าใกล้หมอนั่นสักกะนิด
“หวัดดีสาวๆ จะไปไหนกันเหรอ”
ลูคัส!