“ใช้ไม่ได้เลยพนักงานพวกนี้”
“คุณน้าคะ คุณน้าใจเย็นๆนะคะ”
“จะให้น้าใจเย็นได้ไงยัยอิน ครั้งนี้แค่แก้วแตกถ้าครั้งหน้าเป็อุบัติเหตุร้ายแรงกว่านี้ล่ะ เกิดลูกค้าได้รับาเ็ห้างเรามีแต่จะเสียนะลูก”
“ใช่ครับคุณอา ผมว่าคุณอาควรไล่ทั้ง 2 คนนั่นออกนะครับ”หลานชายพยายามยุ
“มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอคะพี่บ๊อบบี้” เป็ประโยคแรกที่อินทุอรตั้งใจจะพูดกับบดินทร์ภัทร
“น้องอิน น้องอินอย่าไปสงสารคนพวกนี้เลย” สมควรให้ออกไปอยู่ก็รกหู รกตา
“...”ฝ่ายเชอรี่กำลังชั่งใจ พรุ่งนี้นางควรจัดการยังไงดี
“พี่บ๊อบบี้นี่ใจร้ายจังเลยนะคะ ไม่สงสารแฟนเก่าบ้างหรือไง” อินทุอรไม่คิดจะอ้อมค้อม
“หึ อะไรคือแฟนเก่า”
“ก็พนักงานหญิงคนนั้นไงคะ อินเคยเห็นพี่บ๊อบบี้ควงอยู่เมื่อปีก่อน” เกิดโศกนาฏกรรมเป็ข่าวใหญ่ไปทั้งคณะ ใครลืมก็บ้าแล้ว
“จริงเหรอตาบ๊อบ” เชอรี่เค้นเอาความจริง
“แฟนเก่าอะไรกันน้องอิน ผู้หญิงคนนั้นตามตอแยพี่ แต่พี่ไม่เล่นด้วยต่างหาก”บดินทร์ภัทรปฏิเสธเสียงแข็ง จริงๆแล้วเขาก็แค่ควงจีราวรรณแก้เซ็งและเป็การควงหญิงสาวไปเที่ยวภูเก็ตสองต่อสอง่เวลา 3 วัน 2คืนเท่านั้น เมื่อกลับมาถึงกรุงเทพ เขาก็สลัดเธอทิ้งอย่างไม่ยัยดีเพราะดาราสาวที่คบหากันอยู่ ณ ขณะนั้นเกิดจับได้ยังไงล่ะ
“ดีแล้วล่ะลูก อย่าไปคบหา ไปให้ความสำคัญกับผู้หญิงอย่างนั้นเลย” คงจ้องจะมาจับหลานชายนางสินะ
“ครับคุณอา คุณอาก็เห็นว่าตอนนี้เธออยู่กับผัวของเธอดูท่าทางจะรักจะหวงกันมากๆด้วยนะครับ”
“อืม เป็ห่วงกันมาก” สายตาที่หนุ่มสาวคู่นั้นมองกันคือหลักฐานซึ่งฝ่ายผู้ชายก็ดูรักและเป็ห่วงฝ่ายหญิงมากๆ
อินทุอรสะท้านกลางอกใช่ว่าเธอจะมองไม่เห็นการแสดงออกของนายเจ๋ง
สองคนนั้นคบหากันอย่างนั้นเหรอ แล้วนี่นายเจ๋งจะรู้เื้ัของหญิงสาวคนนั้นหรือเปล่า
หลายสิ่งหลายอย่างรบกวนวนเวียนอยู่ในจิตใจทายาทสาว
เธอเป็อะไรไปอินทุอรอาการคล้ายคนหายใจไม่ออก เพราะเธอไม่ชอบที่นายเจ๋งใกล้ชิดผู้หญิงคนนั้นจับมือถือแขนไม่อายผู้คน
และแล้วทั้ง4 คนก็ช่วยย้ายของใน่กลางดึกหลังจากที่ห้างปิดให้บริการ เวลาเที่ยงคืนการขนย้ายไม่เสร็จเสียทีเดียวทั้งหมดจึงนัดแนะกันว่าพรุ่งนี้ 8 โมงเช้าจะกลับมาจัดการส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย
กริ่งกริ่ง กริ่ง
“ค่ะคุณชัช”
“เออ...ยังไม่เสร็จค่ะ พอดีเกิดปัญหานิดหน่อย” จีราวรรณตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้เ้าของร้านรับฟังเธอโดนตำหนิกลับมาชุดใหญ่ แต่ก็ไม่กล้าถกเถียงใดใดต่อผู้เป็เ้านาย
“ไม่เป็ไรน่ะยัยจี๊ด”
“จ้ะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะอ้อม พี่ต้น” จีราวรรณโบกมืออำลาเพื่อนร่วมงาน
“ตกลงจะให้พี่ไปส่งที่หอหรือจะกลับบ้านด้วยกัน พ่อกับแม่บ่นคิดถึงจี๊ดตลอดเลยนะ”เจตพลกล่าวอย่างห่วงใย เมื่อก่อนตอนที่เรา 4 คนพ่อแม่ลูกๆอยู่ด้วยกัน เป็อะไรที่มีความสุขที่สุดแล้ว
หลังจากเกิดเื่เศร้าจีราวรรณเลือกที่จะออกมาเช่าหออยู่ตามลำพังน้องสาวเป็โรคซึมเศร้าเพราะเธอตกเป็ขี้ปากชาวบ้าน คนชอบนินทา ย่อมจะนินทากันได้ทุกเื่ทุกเหตุการณ์ยกเว้นเื่ของตนเอง
“คืนนี้กลับบ้านก็ได้ค่ะ พรุ่งนี้จะได้ออกมากับพี่เจ๋งด้วยเลย”
“โอเค แล้วไม่ต้องคิดมากเื่วันนี้ล่ะ” เจตพลหยีศีรษะน้องสาวอย่างเอ็นดูจีราวรรณหัวอ่อน อ่อนแอ ชอบคิดมากมาั้แ่ไหนแต่ไร เขาเสียอีก เป็พี่ชายแต่กลับปกป้องน้องสาวของตนเองไม่ได้เลย
“กลับกันเถอะพี่เจ๋ง ร้านส้มตำหน้าปากซอยบ้านเราจะปิดหรือยังนะจี๊ดหิวจนจะกินช้างทั้งตัวแล้ว”
“ยังไม่ปิดหรอก ป่านนี้ลูกค้ายังเต็มร้านอยู่เลย งั้นเดี๋ยวซื้อส้มตำลาบหมูแล้วก็ตับย่างของชอบเราไปกินที่บ้านกันดีกว่านะ”
“แต่พี่เจ๋งต้องเลี้ยงจี๊ดนะ ส้มตำ ลาบหมู แล้วก็ตับย่าง 5 ไม้ ข้าวเหนียวด้วย”
“เยอะขนาดนั้นจะกินหมดเหรอ”
“หมด ยิ่งกินฟรีจี๊ดยิ่งสู้ตาย”
“ฮ๋า ฮ่า ฮ่า ฮ๋า ฮ๋า ตะกระจริงๆนะเรา” สองพี่น้องพูดหยอกล้อน่ารักเจตพลสตาร์ทรถมอเตอร์ไซต์คันเก่งของตน โดยมีจีราวรรณนั่งซ้อนท้าย
พรึบส์เสียงไฟของรถมินิคูเปอร์คันสวยขับตามรถจักรยานยนต์คันหน้าไป อินทุอรเห็นทุกอย่างเธออดทนรอคอยอยู่บริเวณลานจอดรถนานเกือบ 3 ชั่วโมงเพื่อได้เห็นความสัมพันธ์ที่สนิทสนมของคู่รักตรงหน้า
“นายเจ๋ง นายรักผู้หญิงคนนั้นอย่างนั้นเหรอ” รอมาถึงขนาดนี้ทายาทห้างหรูตัดสินใจตามไปดูให้ถึงที่สุด ยิ่งขับผ่านถนนเส้นคุ้นเคยเบ้าตาของหล่อนยิ่งร้อนเผ่า
ภาพหนุ่มสาวแวะซื้ออาหารณ ร้านริมถนน ภาพคนสองคนที่กอดกันกลมขับรถเข้าซอยในบ้าน สะท้านวาบกลางอก
แสงไฟหน้ารถคันสวยดับลงพร้อมน้ำตาที่รินไหลไม่รู้ตัว
“นายเจ๋ง นายอยู่กันแค่นี้เหรอ” คืนนั้นอินทุอรได้สอบถามเขา
“ครับ เราอยู่กัน 3 คน พ่อแม่และก็ผม”
เขาโกหกเธอ
“อือ ฮือ ฮือ ฮือ” ยิ่งการกระทำของพนักงานห้างสาวดูคุ้นเคยกับสถานที่ตรงหน้ามากเพียงใดน้ำตาหยดใสก็ยิ่งไหลออกจากดวงตา
ที่ตรงนั้น...ที่ที่อินทุอรเคยหลับใหลก่อนหน้านี้มันเคยเป็ที่ของใครคนอื่น
“ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ” นี่เรากำลังหึงเหรอ หึงนายวินมอเตอร์ไซต์นั่นอ่ะนะ
บ้าจริง!รู้ไปถึงไหน อายไปถึงนั่น
“ยัยจี๊ด”
“แม่ พ่อ จี๊ดคิดถึงจังเลย” ไม่น่าเชื่อว่าคืนนี้ท่านทั้งสองจะอยู่ติดบ้าน์คงลิขิตให้เรา 4 คน อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน
“เป็ไงบ้างลูก เ้านาย เพื่อนร่วมงานดีหรือเปล่า” มารดาคอยถามไถ่
“ดีค่ะแม่ ยิ่งเพื่อนร่วมงานยิ่งดีมาก” ไม่มีใครเอาเปรียบต่างคนต่างทำหน้าที่อย่างแข็งขัน
“ว่าแต่ ตู้เย็นใหม่บ้านเรา สวย หรู แบบนี้คงแพงมากใช่ไหมพ่อ แม่”
“พ่อไม่รู้” ประเสริฐส่ายหน้าจีราวรรณจึงมองมาทางมารดา
“แม่ก็ไม่รู้” ปทุมส่ายหน้าตามสามีทุกสายตาจึงพร้อมใจกันเพ่งเล็งหาเจตพล
“ทานข้าวกันดีกว่าครับ ผมกับยัยจี๊ดหิวมาก” จะมาเอาคำตอบอะไรจากเขาเขาเองก็ไม่รู้ราคาค่างวดเหมือนกับทุกคนนั่นแหละ
หากแต่เจตพลรู้...ว่าเป็ฝีมือใครฝีมือของผู้หญิงชั้นสูงที่นั่งนิ่งตัวตรงไม่หันมองเขาสักครั้งเมื่อตอนหัวค่ำยังไงล่ะชายหนุ่มมั่นใจว่าอินทุอรเห็นเขาก่อนที่เขาจะเห็นเธอเสียอีก แต่เธอนิ่งเฉยเ้าหล่อนคงไม่อยากประกาศต่อหน้าใครว่ารู้จักผู้ชายกระจอกอย่างเขา
คนไม่มีราคาเขาไม่มีค่าในสายตาใครหรอก โดยเฉพาะกับคุณหนูสูงศักดิ์อย่างอินทุอร
“รอดตัวไปนะจี๊ด พี่ละโล่งอก” อ้อมพูดกับจี๊ด
“นั่นสิพี่อ้อม จี๊ดคิดว่าจะถูกไล่ออกจากงานแล้วนะเนี่ย” ยิ่งงานหายากๆอยู่ด้วย เธอมีวุฒิแค่ ม.6 ประสบการณ์การทำงานอะไรก็ไม่มีแต่สามารถทำงานเงินเดือน 10,000 ได้ ไม่ใช่เื่ง่ายในยุคเศรษฐกิจปัจจุบัน
“ถ้าอย่างนั้นพี่กลับก่อนนะจี๊ด”
“ขอโทษนะคะที่ทำให้พี่เจ๋งไปเรียนไม่ทันเลย”
“ไม่เป็ไรหรอก ก็แค่คาบเดียว” ซึ่งก่อนหน้านี้เจตพลไม่เคยขาดเรียนอยู่แล้ว เขาจึงไม่ติดปัญหาใดใด
“พี่เองก็จะกลับเหมือนกันอ้อม” ทั้งเจตพลและแฟนหนุ่มของอ้อมขอตัวกลับหลังจากมาช่วย 2 สาวจัดการบูธในห้างแล้วเสร็จเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ทั้ง 4 คนได้มีโอกาสได้เจอกับคุณชัชวาลเ้าของบูธแห่งนี้ เ้าของมาแจ้งว่าได้พูดคุณกับผู้จัดการใหญ่ของห้างสรรพสินค้าแล้ว ทางนั้นแค่ว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้เกิดเื่ราวใหญ่โตอย่างที่กังวลใจ เจตพลสบายใจได้ระดับหนึ่งเขามีโอกาสได้พูดคุยกับนายจ้างของน้องสาวเล็กน้อย พอจะรับรู้ว่าคุณชัชวาลก็เป็คนดี มีน้ำใจ รักลูกน้องปกป้องลูกน้องเช่นกัน
โชคดีของจีราวรรณที่มีนายจ้างมีคุณธรรมเช่นนี้
“ขอบคุณมากนะคะคุณน้า”
“ไม่เป็ไรหรอกยัยอิน จริงๆเื่มันเล็กน้อยแค่ว่ากล่าวตักเตือนกันก็พอถึงอินไม่ขอ น้าก็ไม่คิดจะลงโทษอะไรที่มันโหดร้ายหรอกลูก”
“น้าเชอของอินทั้งสวย ทั้งใจดี อินรู้อยู่แล้ว” อินทุอรโล่งใจเื่ราวของเมื่อวานจบลงด้วยดี ไม่มีใครต้องเดือดร้อน
“แหม่ะ ชมจนน้าจะตัวลอยอยู่แล้วนะ แล้วนั่นอินมีเรียนหรือเปล่าลูก”
“มีค่ะ อีก 15 นาทีก็ต้องเข้าห้องแล้ว” อาจารย์ประจำวิชานี้เข้มงวดมาก ใครสายเพียงนาทีเดียวจะถูกสั่งไม่ให้เข้าห้อง พร้อมตัดคะแนนจิตพิสัยโดยไม่ผ่อนปรน ใครขาดครบ 3 ครั้งคือหมดสิทธิ์สอบทันที
“ถ้าอย่างนั้นตั้งใจเรียน จะได้จบเร็วๆนะลูกนะ”
“ค่ะน้าเชอ สวัสดีค่ะ” อินทุอรวางสายจากเชอรี่
“ยิ้มอะไรนะยัยอิน คุยกับหนุ่มที่ไหนเหรอ” นลินทิพย์เข้ามาแทรกแต่อินทุอรวางสายจากญาติผู้ใหญ่ไปแล้ว
“ไม่ได้คุณกับหนุ่ม คุยกับน้าเชอต่างหาก”
“อ้าวเหรอ ก็เห็นยิ้มปากเกือบจะฉีก”
“ไปเถอะ เราไปเรียนกันดีกว่าน้อยหน่า”
“อืม ไปสิไป” ทั้งอินทุอรและนลินทิพย์ต้องเดินจากอาคารที่นั่งอยู่ไปยังอาคารเรียนอีกแห่งที่อยู่ห่างออกไปเกือบ 100 เมตร
“จอด จอด จอดตรงนี้” สองสาวที่กำลังจะเดินเข้าตึกเรียนหันไปตามเสียงที่คุ้นเคย
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก เฮ้อ เกือบไม่ทัน” คนที่ขาดเรียนครบ2 ครั้งแล้วอย่างอัญชัน หอบเหนื่อยด้วยความลุ้นระทึกแม้ว่าตัวเองจะนั่งวินมอเตอร์ไซต์มา ไม่ได้เหนื่อยกายสักนิด
“เท่าไหร่คะ” เ้าหล่อนถามค่าบริการเนื่องจากเส้นใหญ่รถติดหนักมาก เธอจึงต้องใช้บริการรถรับจ้างให้มาส่งแทน
“60บาทครับ” อินทุอรใช้มือจิกกระเป๋าน้ำเสียงของเขาเธอจดจำได้
“โห ถูกจัง เอานี่” หญิงสาวยื่นแบงค์พันไปให้
“ผมไม่มีเงินทอนหรอกครับคุณ”
“อิน น้อยหน่า พอจะมีแบงค์ร้อยหรือเปล่า เรายืมก่อนสิ”
“ไม่มีหรอกอัญ ยิ่งยัยคุณหนูอินไม่ต้องถาม ไม่พกเศษเงินเด็ดขาด” อินทุอรยืนนิ่งด้วยความหงุดหงิด เธอไม่พกแบงค์ย่อยก็จริงแต่นลินทิพย์ก็ไม่ควรพูดถึงเธออย่างนี้
“ว้า แย่จัง” อัญชันเพื่อนร่วมชั้นเรียนถอดหายใจจะให้วิ่งไปแลกแบงค์ก็ดูเวลาด้วย เธอจะสายคาบเรียนนี้อีกไม่ได้เป็หนที่ 3
“ก็ให้แบงค์พันนั่นแหละไม่ต้องทอน”
“อืม ไม่ต้องทอนนะ” หน้าตาอัญชันไม่ได้อยากให้แต่เธอไม่มีทางเลือก และเจตพลรับความรู้สึกได้เป็อย่างดีเขาเองก็ไม่ได้หวังเงินจากคนอื่นเช่นกัน ขอหางานหาเงินได้ตามศักยภาพของตนเองก็พอใจแล้ว
“เดี๋ยวผมขี่ไปแลกเงินให้ก็ได้ครับคุณ” เจตพลบอกกล่าวโดยที่ไม่รู้ถึงเหตุผลของหญิงสาวตรงหน้า
“เขาให้ 1,000 ก็รับๆไปเถอะรถรับจ้างกระจอกๆแบบนี้จะมีปัญหาจับแบงค์พันหรือเปล่าก็ไม่รู้ เื่มากอยู่ได้”นลินทิพย์แหวดเสียงใส่ใหญ่เลย โทษฐานที่ทำให้เธอกับเพื่อนเสียเวลา
“รับไปเถอะนะ พวกเรารีบมากจริงๆ” อัญชันยัดเงินใส่มือหนุ่มวินมอเตอร์ไซต์
“ไปกันเถอะพวกเรา เหม็นสาบคนจน กลิ่นแถวนี้ไม่ค่อยจะดี” ดูถูกันซึ่งๆหน้า นลินทิพย์ไม่เคยลดตัวกับคนประเภทนี้อยู่แล้ว
อัญชันนลินทิพย์ไม่สนใจ รีบจะเข้าเรียนให้ทัน แต่อินทุอรยังหยุดอยู่กับที่
“อ้าว อิน จะยืนอยู่ทำไม จะถึงเวลาเรียนแล้วนะ” คนสายไม่ได้อีกต่อไปย้อนกลับมาเร่งเพื่อน
“พวกเธอควรขอโทษเขานะ อัญชัน น้อยหน่า”
“ขอโทษเหรอ ขอโทษไอ้กระจอกพันนี้อ่ะน่ะ จะขอโทษมันทำไม” นลินทิพย์คิดว่าตนหูแหว่วไปเอง
“จะสนใจทำไมยัยอิน พวกเรากับคนพวกนี้มันคนละชั้นกันนะแล้วอีกอย่างแกก็ไม่ได้รู้จักมันด้วย”
“ใช่ๆ อิน หรือว่าอินรู้จักนายคนนี้”
“เออ...แกรู้จักมันเหรอวะ”
“คือว่า…”
“คือว่าอะไร?” นลินทิพย์ อัญชันประสานเสียงถาม
“ไม่รู้จัก” ทายาทสาวหมื่นล้านตัดสินใจบอกออกไป
“งั้นเราไปกันเถอะ” อัญชันจูงมือซ้ายนลินทิพย์จับมือขวา ขณะที่เดินจากไป สองสาวยังไม่วายพูดจาดูถูกชายหนุ่มวินรับจ้างอีกมากมาย
เจตพลมองแบงค์สีเทาในมือเขากำมันแน่น
จนก็เป็คนจนก็ไม่เคยคิดเอาเปรียบใคร
กว่าอาจารย์จอมเขี้ยวจะปล่อยออกมาก็เป็เวลา16:00 น. ตรง อัญชันเดินออกมาเร็วสุดเพราะนลินทิพย์และอินทุอรเข้าห้องน้ำ
“คุณครับ” เจตพลเรียกขาน
“อ้าว” อัญชันอ้างปากค้าง ไม่คิดว่าวินมอเตอร์ไซต์คนเดิมจะยังอยู่หน้าอาคารเรียน
“นี่ครับเงินทอน” เงินจำนวน 940 บาทถูกวางไว้ตรงหน้า จากนั้นชายหนุ่มก็เดินออกไป
“อัญ ฉันเห็นหลังนายนั้นแวบๆ มันเข้ามาทำอะไร” นลินทิพย์จับพิรุธเพราะเมื่อเขาเห็นหล่อน 2 คนเดินมา ก็รีบฉิ่งออกไป
“เอาเงินทอนมาคืนเรานะสิ นี่ไงพวกแก”
“ชิส์ จนแล้วไม่เจียม ตอนแรกคิดว่าอยากได้เงินแบบธรรมดาทั่วไปแต่ตอนนี้ฉันคิดว่าอยากโชว์สาวมากกว่า” คงเห็นว่าพวกเธอร่ำรวยและหน้าตาดีมากสินะ
“ก็หล่ออยู่นะแก”
“หล่อเหรอ ถ้าหล่อมากแกก็คบมันเป็แฟนสิอัญ อัญสวย นายนั่นก็หล่อนี่”นลินทิพย์ยิ้มเยาะเพื่อน
“บ้า จนแบบนั้นต่อให้หล่อโอป้า ก็คบไม่ไหวหรอก ใช่ม่ะอิน อ้าว อินนั่นจะรีบไปไหนนะ”
“ฉันมีธุระ ไปก่อนนะอัญ เจอกันพรุ่งนี้นะน้อยหน่า”
“อ้าว แล้วเื่คืนนี้ล่ะ”
“ขอโทษที เราไม่ว่างแล้ว บัย” อินทุอรไม่สนใจกลุ่มเพื่อนเธอรีบเร่งเพื่อตามเขาให้ทันเวลา
“อะไรของยัยนั่นว่ะ”
“นั่นดิ น้อยหน่าคืนนี้มีใครบ้างเหรอ”
“ก็แก็งค์พี่บ๊อบบี้ไง”
“อินไม่ไป งั้นเราขอไปแทนได้เปล่า” บดินทร์ภัทรต่างหากที่เป็ที่หมายปองของสาวๆทั้งคณะ
"เดี๋ยวก่อน หยุดก่อน นี่นาย" มอเตอร์ไซต์กำลังจะเคลื่อนตัวออกเเต่นักศึกษาสาวคนงามวิ่งมาขวางทางไว้
"มีอะไรครับ" น้ำเสียงราบเรียบ ไม่ชวนฟัง
"นายโกรธฉันเหรอนายเจ๋ง ฉันขอโทษเเทนน้อยหน่าเเละอัญชันด้วยนะเเล้วที่ฉันบอกไปว่าไม่รู้จักนาย ฉันก็เเค่ไม่อยากให้เพื่อนๆถามยืดยาวอีกอย่างตอนบ่ายพวกเราก็รีบมาก" อินทุอรอธิบายสิ่งต่างๆที่อัดอั้นไว้ในใจตลอดคาบเรียนที่ผ่านมา เธอเรียนไม่รู้เื่เลย
เเล้วยิ่งคุณหนูผู้เอาเเต่ใจยอมเอ่ยขอโทษใครถือว่าคนๆนั้นมีความสำคัญต่อความรู้สึกมากทีเดียว
"คุณจะตอบยังไงก็เื่ของคุณ ไม่เกี่ยวกับผมหรอก"
"ไม่เกี่ยวเหรอ ไม่โกรธกันใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นนายมองหน้าฉันสิ" เขาพูดโดยไม่ได้มองหน้าเธอด้วยซ้ำอินทุอรไม่ชอบท่าทีหมางเมินของชายหนุ่มเลยจริงๆ
มันหงุดหงิดตรงหัวใจ
"ขอตัวนะครับ ผมต้องรีบไปทำงาน" เจตพลไม่ตอบ เเน่นอนเขาไม่มองหน้าเธอเช่นเดิม
"ว้ายยยย" จักรยานยนต์พุ่งออกไป เกือบเฉี่ยวชนอินทุอรด้วยซ้ำ ทายาทหมื่นล้านมองตามจนสุดสายตา...คิดว่าเธอจะยอมจบเเค่นี้เหรอระดับคุณหนูอินทุอร ไม่เคยปล่อยผ่านเื่ที่รบกวนหัวใจหรอก
เจตพลทำงานรับโดยสารผู้คน พัสดุไปส่งที่โน้นที่นั่น ไม่หวั่นใจกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
“ไอ้รถคันนั้นมันมาจอดนานแล้วนะ ไปดูสักหน่อยดีกว่า” กลับเป็คนอื่นที่คิดแทนเขา
“เออ...พี่ พี่ไม่ต้อง”
“ทำไมวะไอ้เจ๋ง มึงรู้จักเขาเหรอวะ” สายตาเพื่อนร่วมคิวประเมินได้ข้อสรุปว่า คนหาเช้ากินค่ำ ซุกหัวนอนอยู่ในสลัมอย่างเราๆจะไปรู้จักมักจี้กับผู้ดีขับรถหรูแบบนั้นได้อย่างไร
“ไปถามสักหน่อยดีกว่าลูกพี่ บางทีเขาอาจเดือดร้อนอาจ้าความช่วยเหลือนะ” จอดเย็น จนถึงค่ำด้วยสิ
“เออ ไป มึงไปกับกู”
“พี่อย่า...” ไม่ทันแล้วล่ะ ขาใหญ่ประจำคิว 2 คน มุ่งหน้าไปยังรถมินิคูเปอร์ที่จอดสตาร์ทเครื่องยนต์นานเกือบ 2 ชั่วโมงในซอยนี้
“สวยอย่างกะดาราเลยวะไอ้เจ๋ง ดูท่าทางรวยไม่เบา ไปทำอีท่าไหนว่ะน้องเขาถึงได้ตามมาเฝ้ามึงแบบนี้”ขาใหญ่เดินกลับมา หลังจากพูดคุยกับหญิงสาวในรถ 2-3 ประโยค
“ไม่ใช่อย่างที่พี่คิดหรอก” คนที่ไม่ได้ทำท่าไหนเลยรีบปฏิเสธ
“แล้วนี่จะให้สาวสวยนั่งรอในรถอยู่อย่างนี้เหรอวะ ถ้าเป็พี่นะพี่กลับไปนั่งเคลีย นอนเคลียที่บ้านแล้ว” สวยๆ หุ่นดีๆน่าฟัด จะคลอเคลียไม่ให้ห่างตัว คลอมันทั้งวัน เคลียมันทั้งคืนไปเลย
“...”เจตพลถอนหายใจดัง เพื่อนร่วมอาชีพไม่ถึงกับหยาบคายแต่ก็เลี่ยงการแซวขำขันตามประสาผู้ชายไม่ได้ แบบนี้ไง ที่เขาไม่อยากให้เกิด
ยัยคุณหนูนั่นเสียหายจนได้
เจตพลสตาร์ทรถชายหนุ่มจำเป็ต้องเลิกขับวินในเวลาเกือบ 3 ทุ่ม
ฟรึบส์กระจกไฟฟ้าค่อยๆเลื่อนลง เมื่อเขาขับรถจักรยานยนต์ขนาบข้าง
“มีอะไรก็ไปคุยกันที่บ้าน” แล้วหนุ่มวินรับจ้างขับรถนำไป
“ชิส์” อินทุอรหมั่นไส้ในมาดหยิ่งของเจตพลมากแต่ถึงกระนั้นใบหน้าสวยอดอมยิ้มไม่ได้ มินิคูเปอร์เคลื่อนตามหลังรถจักรยานยนต์ไป ภาพนั้นเป็ที่ถูกอก ถูกใจของบรรดาวินมอเตอร์ไซต์คนอื่นๆที่มองตาม
เจตพลเดินเข้าบ้านเปิดน้ำในตู้เย็นดื่มดับกระหาย “อ่าส์”
“นายชอบตู้เย็นใหม่หรือเปล่า” มาถึงแขกก็ชวนคุยคุณหนูห้างดังมองไปรอบๆตัวบ้าน ครั้งที่ 3 แล้ว
เธอมาที่นี่ถึง3 ครั้งในรอบไม่กี่วัน
“ราคาเท่าไหร่”
“20,000ถามทำไมเหรอ”
“ผมจะทยอยจ่ายเงินคืนให้คุณนะสิ” ตู้เย็นที่พ่อกับแม่ของเขาชอบหนักหนาที่แท้มูลค่ามันสูงจนหน้าใจหาย แพงกว่าค่าเทอมของเขา 2 เท่า
“แต่ฉันตั้งใจซื้อให้นาย ให้พ่อแม่ของนายได้ใช้ ไม่ได้หวังเงินนะ” อินทุอรรำพึงถึงเจตนารมณ์ของตนเอง
“ถึงบ้านผมจะจน แต่เราก็ไม่อยากได้ของๆใครฟรี เื่ตู้เย็นก็เหมือนกันผมจะจ่ายเงินคุณให้เร็วที่สุด”
“นี่นายเจ๋ง นายโกรธฉันเื่เมื่อกลางวันใช่ไหม” ที่เขาพูดไม่รู้เื่มันเกิดจากเื่ก่อนหน้าใช่หรือไม่ อินทุอรน้อยใจเหลือเกินทั้งๆที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย
ก็แค่โกหกว่าไม่รู้จักกันเท่านั้น
“คุณเข้าใจผิดมหันต์แล้วครับคุณอิน ฟังผมนะ ผมไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดอะไรคุณเลย”
“ไม่โกรธ ไม่เกลียด แต่นายเ็าใส่ฉันแบบนี้นะเหรอ” ความรู้สึกของเขาอินทุอรััได้อย่างชัดเจน
“ผมไม่ได้เ็า ผมก็เป็ของผมแบบนี้นี่แหละเป็อย่างที่คุณเห็น...ถ้าเข้าใจก็เชิญกลับไปได้แล้วครับ ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคุณ”เื่ราวควรจบได้แล้ว
“นายไล่ฉันเหรอนายเจ๋ง นายกล้าไล่ฉันเหรอ” น้ำตาอินทุอรซึมหญิงสาวไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องร้องไห้ หรือเป็เพราะว่า...เจตพลกล้ามากเขาเป็คนแรกบนโลกที่กล้าไล่คุณหนูสูงศักดิ์อย่างเธอ
กล้ามากจริงๆ
“ครับ จะเรียกว่าไล่ก็ตามสบายเลย ผมจะทยอยคืนเงิน 20,000 ให้ครบ”
“นายมัน” อินทุอรแทบหาเสียงของตนเองไม่เจอ
“เชิญครับ” เขาผายมือไปทางหน้าประตู
อินทุอรจ้องหน้าจ้องมองด้วยแววตาไม่ชอบใจ และเมื่อเ้าของบ้านไล่กันขนาดนี้...อินทุอรภักดีเลิศวัฒนา คงไม่กล้าอยู่ หญิงสาวหันหลังก้าวเท้าออกจากบ้าน
“เดี๋ยวครับคุณอิน” อินทุอรหยุดนิ่งใบหน้ายกยิ้มกระหยิ่มใจ
ที่แท้นายเจ๋งก็ไม่กล้าไล่เธอไปจริงๆ
ชิส์
“มีอะไร” สาวสวย มาดมั่นหันกลับมาเชิดในคำถามใบหน้าของเธอยิ้มย่องเสมือนว่าตนเองเหนือกว่า
“ห้ามมาที่นี่และหวังว่าเราจะไม่เจอกันอีกนะครับ” ปัง!วินาทีที่เจตพลปิดประตูใส่หน้า อินทุอรหน้าแตกเป็เสี่ยงๆ
“กรี๊ดดดดดด นายเจ๋ง ไอ้คนบ้า” เสียงของเธอทะลุเข้าไปในตัวบ้านชาวบ้านที่อยู่ในละแวกต่างชะเง้อมองหญิงสาวด้วยความสนใจ
เพลงจังหวะอีดีเอ็มเร้าร้อนดังกระหึ่มไปทั่วผับ เหล่าผีเสื้อราตรีส่ายเต้นโยกย้ายไปมา
“พี่บ๊อบบี้คะ” น้อยหน่าเดินไปเบียดชายหนุ่มผู้ที่เป็ที่หมายปองของสาวๆทั้งคลับ
“ว่าไงน้อยหน่า”
“มีข่าวดีค่ะ ไอ้อินกำลังตามมา” น้อยหน่ายิ้มร้าย คืนนี้จะต้องไม่มีเื่ผิดพลาดเหมือนคืนก่อนกระเป๋าในฝันต้องเป็ของเธอ
“ถ้าอย่างนั้น...ตามแผนเดิมนะครับน้องน้อยหน่าคนสวย” บดินทร์ภัทรจอมเ้าเล่ห์เขาพลาดท่าครั้งแล้วครั้งเล่าให้กับความเล่นตัวของอินทุอร
แต่มันต้องไม่ใช่สำหรับครั้งนี้
อินทุอรตามเข้ามาในผับหลังจากหนุ่มสาววางแผนการชั่วร้ายได้เพียงครึ่งชั่งโมง
“ไอ้อินทางนี้ / อินทางนี้” สาวๆส่งเสียงเรียกเพื่อน
“อ้าว อัญมาด้วยเหรอ”
“ตอนแรกนึกว่าอินจะไม่มานี่ อัญเลยบอกน้อยหน่าว่าจะมาแทน มาๆไปเต้นกันดีกว่า เราชอบเพลงนี้มาก put the hands in the air put put put”
“นี่ ไอ้อินเพิ่งมาถึง กะจะไม่ให้มันนั่งก่อนหรือไง”
“น้องๆ เซ็กส์ออนเดอะบีช 3 แก้ว”
“ครับ” พนักงานรับทราบ
“วู้ๆ อิน เฮิร์ตอะไรมาหรือเปล่าจ๊ะ มาถึงจัดหนักเลยเหรอ”
“เราเซ็งๆนิดหน่อยนะ” อินทุอรคุยกับเพื่อนฝูงเพลิดเพลินเธอไม่รู้ว่าไม่ไกลนัก มีกลุ่มของบดินทร์ภัทรมองอยู่