CEO สาวแห่งโลกลมปราณ

    ตอนที่ 44 : วันเปิดร้านโอสถ

            'ร้านหมื่นโอสถ'

            ปลายยามเฉิน( 07.00 - 08.59 น.) ก่อนถึงเวลาเปิดร้านขายโอสถ ซิ่วอิง จ้าวเว่ย ตงห่าวและกลุ่มอินทรีเหิน เว่ยฉางโจวหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬและรองหัวหน้าทั้งสี่ ซุ่นจินและกลุ่มเขี้ยวหมาป่า ทุกคนต่างมารวมตัวอยู่ที่ร้านโอสถ ส่วนนางจ้าวกับเสี่ยวหยวนนั้นซิ่วอิงให้อยู่ที่จวน ด้วยเกรงว่าวันนี้อาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันหากมีคนมาก่อกวน

            ตอนนึ้ภายในห้องรับรองแขกของร้าน ทุกคนกำลังต้อนรับแขกคนสำคัญ คือเจ้าเมืองชินฟ่านหลงที่เชิญมาเป็นประธานและฮูหยิน อีกทั้งผู้อาวุโสเก๋อหยุนหัวหน้าหอโอสถ อาวุโสซูผู้ดูแลหอประมูล ซึ่งเป็นบุคคลที่ซิ่วอิงให้บิดาส่งหนังสือเชิญเป็นพิเศษ

            แต่มีอยู่คนนึงที่มาโดยไม่ได้รับเชิญ นั่นคือเจ้าสำนักมังกรฟ้าที่มาพร้อมศิษย์ตนเองอย่างชินไป่หลง และศิษย์สำนักอย่างหวงอี้และพวก โดยไม่บอกกล่าวให้ทราบล่วงหน้า

            " ท่านอาจ้าว ผู้อาวุโสทุกท่าน.. นี่คือท่านเจ้าสำนักมังกรฟ้าตู้ฟ่านอาจารย์ของข้า.. ท่านอาจารย์นี่คือท่านอาจ้าวเว่ย นายน้อยจ้าวซิ่วอิงและคนของตระกูลจ้าวขอรับ"

            ชินไป่หลงเอ่ยแนะนำอาจารย์ของตนและฝ่ายซิ่งอิง จากนั้นทุกคนคำนับทุกทายกันตามมารยาท

            " ข้าจ้าวซิ่วอิง.. ยินดีที่ได้พบท่านเจ้าสำนักเจ้าค่ะ"

            ซิ่วอิงเอ่ยพร้อมกับประสานมือคำนับ

            " ฮ่ะๆๆ.. เจ้าเองรึนังหนูที่เรียกว่านายน้อยจ้าว.. อืมม.. ช่างเป็นเด็กสาวที่งดงามแต่ก็ประหลาดยิ่งนัก "

            เจ้าสำนักมังกรฟ้ากล่าวอย่างอารมณ์ดี

            " ข้าเองเจ้าค่ะ.."

            ซิ่วอิงตอบพลางใช้จิตสัมผัสตรวจสอบจ้าสำนักผู้นี้ ระดับพลังปราณนภาขั้นสูง แต่งกายด้วยผ้าปอทั้งชุดดูเรียบง่ายสมถะ ผมขาวโพลนทั้งหัว แต่รูปร่างหน้าตาดูแล้วเหมือนอายุคน 40 ปีกว่าๆเท่านั้น นอกจากซิ่วอิงแล้วทุกคนต่างพอรู้จักกันอยู่บ้าง จึงจิบน้ำชาพูดคุยกันอย่างครื้นเครง รอเวลาเปิดร้านอย่างเป็นทางการ

            ภายในร้านหมื่นโอสถ ซิ่วอิงให้สมาชิกของกลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬเป็นพนักงานไปชั่วคราวก่อน โดยให้ทหารรับจ้างหญิงเป็นพนักงานขายประจำตู้แสดงโอสถ ซึ่งสร้างเรียงเป็นแนวยาวจำนวนสี่แถว ทหารรับจ้างชายคอยอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยในร้าน

            ภายนอกร้านมีพื้นที่กว้างขวางติดกับถนนกลางเมือง หน้าร้านมีแผ่นป้ายขนาดใหญ่ คลุมทับด้วยผ้าแพรบางๆปิดเอาไว้ แต่ก็พออ่านชื่อร้านที่สลักอยู่บนป้ายนามว่า

            ‘ ร้านหมื่นโอสถ ’

            บริเวณหน้าร้าน ตอนนี้มีผู้คนมากมายจากทั่วเมืองมังกรฟ้า ที่ได้รับข่าวและกล่าวขานกันปากต่อปาก ทำให้เมืองมังกรฟ้ายามนี้ คลาคล่ำไปด้วยผู้คนจากในเมืองและหมู่บ้านต่างๆ กลุ่มอิทธิพล ตระกูลน้อยใหญ่ต่างส่งผู้อาวุโสมาสังเกตุการณ์ อีกทั้งจอมยุทธพเนจรมากมายมาตรวจสอบเช่นกัน

            และแล้ว.. เวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อคนตระกูลจ้าวทั้งหมดเดินออกมายืนหน้าร้าน ก่อนที่เว่ยฉางโจวหัวหน้ากลุ่มจิ้งจอกทมิฬจะกล่าวขึ้น

            " ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย.. ข้าเว่ยฉางโจว หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ.. ในนามตระกูลจ้าว.. พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทุกท่านมาร่วมพิธีเปิดร้านในวันนี้.."

            สิ้นเสียงของเว่ยฉางโจว ทำให้ผู้คนทั่วบริเวณเงียบลงไปชั่วขณะ แต่กลับมีเสียงซุบซิบเบาๆดังออกมา

            'อะไรกัน.. เว่ยฉางโจวหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ.. เป็นคนของตระกูลจ้าวหรือนี่'

            'นั่นสิ.. ถ้างั้นกลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ ทั้งหมดก็เป็นคนของตระกูลจ้าวเช่นกันนะสิ'

            'หือ.. เว่ยฉางโจวอยู่ในระดับนภา.. นี่เป็นไปได้อย่างไรกัน'

            " ถูกต้อง.. ข้าเว่ยฉางโจวและคนกลุ่มจิ้งจอกทมิฬของข้า รวมถึงคนเหล่านี้ ต่างเป็นคนของตระกูลจ้าว.."

            เว่ยฉางโจวกล่าวจบ รองหัวหน้าทั้งสี่ ตงห่าวกับกลุ่มอินทรีเหิน ซุ่นจินกับกลุ่มเขี้ยวหมาป่า ออกมายืนด้านหลังของเขาเป็นแถวหน้ากระดาน พลันเสียงซุบซิบอย่างประหลาดใจดังขึ้นมาอีกครั้งนึง ซึ่งการแนะนำตัวทั้งหมดนี้เป็นกลอุบายของซิ่วอิง เพราะต้องการให้ทุกคนรับรู้ว่า ตระกูลจ้าวมีฐานกำลังที่แข็งแกร่งเช่นกัน

            รอจนเสียงผู้คนเงียบลง จ้าวเว่ยออกไปยืนข้างเว่ยฉางโจว แล้วกล่าวขึ้นว่า

            " ข้าจ้าวเว่ย.. ผู้นำตระกูลจ้าว.. ท่านทั้งหลายคงรู้แล้วว่าร้านของเราขายสิ่งใด แน่นอนว่าร้านของเราขายโอสถ ซึ่งร้านของเรามีขายตั้งแต่โอสถระดับต่ำจนถึงระดับนภา.. และที่สำคัญ.. โอสถของร้านเราทุกชนิด เป็นโอสถที่มีความบริสุทธิ์เต็ม10ส่วนเต็มทุกเม็ด.."

            สิ้นคำกล่าวของจ้าวเว่ย เสียงฮือฮาและเสียงพูดคุยกันอย่างอื้ออึงอีกครั้ง

            " และที่พิเศษที่สุด.. ผู้ปรุงโอสถของเราได้คิดค้นโอสถขึ้นมาชนิดนึง เป็นโอสถที่ไม่เคยมีมาก่อน.. โอสถชนิดนี้เรียกว่า 'โอสถกำเนิดรากฐาน' สำหรับผู้ที่ไม่สามารถบ่มเพาะลมปราณได้.. เป็นโอสถระดับต่ำจึงขายในราคาที่ไม่สูงมาก ชาวบ้านทั่วไปสามารถซื้อได้ทุกคน.. "

            หลังจากจ้าวเว่ยกล่าวจบ เสียงฮือฮามาจากกลุ่มคนดังกว่าเดิมหลายเท่า คนที่บ่มเพาะลมปราณได้ไม่ให้ความสนใจ บางคนไม่เชื่อว่าจะมีโอสถแบบนี้ แต่คนที่มีลูกหลานไม่อาจบ่มเพาะลมปราณ ได้ยินถึงกับตกตลึงแทบจะวิ่งเข้าไปซื้อเสียเดี๋ยวนั้น

            “ ที่พิเศษยิ่งไปกว่านั้น.. วันนี้เนื่องในโอกาสเปิดร้านวันแรก เรามีโอสถระดับนภาจำนวน 1 เม็ดมาเปิดประมูล.. และต่อไปทุกๆเดือน เราจะเปิดประมูลโอสถระดับนภาเป็นพิเศษ 1 เม็ดเช่นกัน.. ซึ่งโอสถระดับนภานี้ทุกท่านคงจะทราบดีอยู่แล้วว่า เป็นโอสถที่ช่วยให้ทะลวงระดับปฐพีขั้นสูง ไปยังระดับนภาได้เลยทีเดียว.."

            คำที่จ้าวเว่ยเพิ่งกล่าวจบไป ทำเอาทุกคนถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้าง

            "อะไรนะ.. โอสถระดับนภา.."

            ชาวยุทธระดับปฐพีขั้นสูงคนหนึ่งพูดขึ้น ท่ามกลางเสียงอื้ออึงดังไปทั่วบริเวณ

            'ข้าต้องเอามาให้ได้'

            'เจ้ารีบกลับไปที่คระกูล.. เอาทรัพย์สินทั้งหมดมาให้ข้าเร็ว'

            ผู้อาวุโสหลายคนที่ติดอยู่ในระดับปฐพีขั้นสูงมานาน รีบบอกให้คนติดตามไปนำทรัพย์สินทั้งหมดมาทันที อีกหลายคนต่างทำเช่นเดียวกันทันที

            ซิ่วอิงยืนมองอาการตื่นตระหนกของผู้คนด้วยความพอใจ แล้วพยักหน้าให้บิดากล่าวต่อ

            " บัดนี้ได้เวลาแล้ว.. ขอเชิญท่านเจ้าเมืองชินฟ่านหลง ซึ่งให้เกียรติมาเป็นประธานในวันนี้.. เปิดป้ายร้านขอรับ"

            จ้าวเว่ยกล่าวจบผายมือไปทางด้านในร้าน ครู่นึงมีกลุ่มคนเดินออกมาก่อนจะหยุดยืนเป็นสง่าอยู่ด้านหน้า ประกอบไปด้วยชินฟ่านหลงเจ้าเมืองมังกรฟ้า เจ้าสำนักมังกรฟ้า ผู้ดูแลหอประมูลและผู้อาวุโสหัวหน้าหอโอสถ ชินไป่หลง หวงอี้และกลุ่มของเขาตามหลังมา ก่อนจะไปยืนด้านข้างซิ่วอิง

            หลังจากที่เห็นคนมาร่วมงานเปิดร้านของตระกูลจ้าว ตอนนั้นเองทำเอาหลายๆคน ทั้งผู้อาวุโสตระกูลใหญ่ ตัวแทนกลุ่มอิทธิพลต่างๆ โดยเฉพาะคนตระกูลหยาง ถึงกับมีสีหน้าตกตลึงสุดขีด

            เมื่อเจ้าเมืองชินฟ่านหลง เปิดผ้าเปิดคลุมป้ายเสร็จเรียบร้อย มีเสียงประทัดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวไปทั้งเมือง เมื่อสิ้นเสียงประทัดเจ้าเมืองชินได้กล่าวขึ้นว่า

            " ชาวเมืองมังกรฟ้าและชาวยุทธทุกท่าน.. ข้าชินฟ่านหลงเจ้าเมืองมังกรฟ้า รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในวันนี้ จริงอยู่ตระกูลจ้าวเพิ่งเข้ามาอยู่ในเมืองนี้ แต่นายน้อยจ้าวเป็นคนที่มีความสามารถหลากหลายยิ่งนัก ข้าเชื่อว่าสิ่งที่ตระกูลจ้าวทำนั้น จะช่วยพัฒนาเมืองของเราให้เจริญยิ่งขึ้นไปอีก.. ขอบคุณ.."

            เมื่อเจ้าเมืองชินกล่าวจบ ทุกคนประสานมือคารวะอย่างให้เกียรติ แต่กลับมีเสียงหญิงสาวผู้นึงเอ่ยขึ้นว่า

            " ขออภัยท่านเจ้าเมือง ผู้อาวุโสทุกท่าน.. ข้าหยางรั่วฉินแห่งตระกูลหยาง นักปรุงโอสถเหรียญตราขั้นทอง.. ข้าทราบมาว่า.. นายน้อยจ้าวเป็นผู้ปรุงโอสถเหรียญตรามังกรฟัา.. จริงหรือไม่ "

            คำกล่าวอันดังของหยางรั่วฉิน เรียกเสียงฮือฮาของกลุ่มคนอีกครั้ง

            " ข้าเองก็สงสัยเช่นกัน.. นายน้อยจ้าว.. หากท่านเป็นผู้ปรุงโอสถเหรียญตรามังกรฟ้าจริง.. สมควรเอาเหรียญตราออกมาให้ทุกคนชมดู"

            ชายชราผู้นึงเอ่ยขึ้นมา

            คำพูดของหยางรั่วฉินและชายชราคนนั้น แทนที่จะสร้างความไม่พอใจให้ซิ่วอิง กลับสร้างรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าอันงดงามของเธอ เพราะเธอเองหาโอกาสแสดงตัวและเหรียญตราอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมายังหาช่องทางไม่ได้ กลับเป็นคนตระกูลหยางที่ช่วยเปิดทางให้เสียอย่างนั้น

            " คารวะทุกท่าน.. ข้าจ้าวซิ่วอิง หรือนายน้อยจ้าวที่ทุกคนเรียกกัน.. ในเมื่อมีคนสงสัยในตัวข้า เช่นนั้นเชิญดู.."

            กล่าวจบซิ่วอิงสะบัดมือเบาๆ นำเหรียญตรามังกรฟ้าออกมาจากแหวนมิติ แล้วใส่พลังปราณให้ลอยไปหาทุกคน

            คนที่ไม่เคยพบซิ่วอิงต่างมองด้วยสายตาตื่นตลึง เด็กสาวอายุไม่น่าเกิน15ปี รูปร่างหน้าตางดงามกว่าหญิงใด แต่งกายด้วยชุดจอมยุทธสีแดงเข้มขลิบทอง เหตุใดถึงได้กลายเป็นนายน้อยแทนที่จะเป็นคุณหนู แล้วให้มองอย่างไรก็ไม่อาจรับรู้ถึงพลังปราณ แต่ตัวนางกลับมีกลิ่นอายของผู้ฝึกยุทธขั้นสูงออกมา

            'โอ้.. นี่เหรียญตรามังกรฟ้าของหอโอสถจริงรึ'

            'จริงแท้แน่นอน.. ข้าอยู่ด้วยวันที่นางทดสอบ'

            " ทุกท่านไม่ต้องสงสัยอีกแล้ว.. ข้าเก๋อหยุนเป็นผู้ทดสอบและมอบให้นางเองกับมือ.."

            สิ้นคำกล่าวของหัวหน้าหอโอสถ ทุกคนในบริเวณโดยรอบหมดคำพูดไปในทันที คนตระกูลหยางหน้าตาซีดเผือดด้วยความตกตลึง ก่อนจะมองหน้ากันไปมาแล้วถอนหายใจ แม้แต่หยางรั่วฉินก็ได้แต่ก้มหน้ายอมรับ

            ซิ่วอิงได้ยินเสียงคุยกันของกลุ่มคน รู้ว่าเป้าหมายของตนเองบรรลุแล้ว จึงกล่าวว่า

            " เวลาที่ทุกท่านรอคอยมานานแล้ว.. เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เชิญเข้าชมโอสถในร้านได้ ณ บัดนี้.."

            ‘พึ่บบบ’

            หลังจากสิ้นเสียงอันดังก้องของซิ่วอิง ประตูทุกบานของร้านค้าหมื่นโอสถถูกเปิดออก ความหรูหราแปลกตาและกลิ่นอายโอสถภายในร้านแผ่ออกมา กลิ่นหอมอ่อนๆของสมุนไพรที่ซิ่วอิงนำมาวางไว้ ทำให้ทุกคนรู้สึกสดชื่นอยากเสียเงินขึ้นมาทันที

            ตอนนี้เหล่าชาวยุทธ คนตระกูลใหญ่ ทั้งบุรุษและสตรี ที่กำลังเดินดูโอสถและสรรพคุณอยู่ภายในร้าน เมื่อเห็นโอสถหลากหลายชนิด ต่างมีสีหน้าแสดงถึงความต้องการไม่ต่างกัน

            " ผู้มีเกียรติทุกท่าน.. สิ่งที่เห็นในขวดหยกขาวตรงกลางร้าน คือโอสถระดับนภา.. ซึ่งเราจะเปิดให้ทุกท่านประมูลในวันนี้ ชื่อของมันคือ.. โอสถนภาเทวะ.. "

            ซิ่วอิงที่เดินคล้องแขนมากับฮูหยินชินเอ่ยขึ้น ทำให้ผู้อาวุโสทุกคนที่ต้องการได้มาไว้ในครอบครอง ต่างรู้สึกกดดันเป็นอย่างยิ่ง เมื่อรับรู้ว่ามีคนอีกจำนวนมากต้องการมันเช่นกัน พลังปราณระดับนภาคือระดับใดกัน มันเป็นถึงพลังระดับเดียวกับเจ้าสำนักหรือเจ้าเมือง ที่พวกเขาต้องการไปให้ถึงเชียวนะ

            " แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน.. หากท่านต้องการซื้อโอสถชนิดใด ท่านสามารถเดินเข้าไปทางด้านใน แล้วเลือกซื้อหาได้ตามที่ท่านต้องการ.. เราได้เขียนชื่อและสรรพคุณไว้แล้ว และได้จัดเตรียมพนักงานไว้ทุกที่.. ท่านสามารถเลือกซื้อและจ่ายเงินได้ทันที "

            ซิ่วอิงอธิบายการใช้บริการของร้านค้า ทุกคนพยักหน้าเข้าใจ แล้วเดินเลือกซื้อโอสถที่ตนเองต้องการในทันที จากนั้นซิ่วอิงได้บอกกับฮูหยินชินว่า

            " ท่านป้า.. ในขวดหยกนี้คือโอสถคืนความเยาว์วัย.. เมื่อทานเข้าไปทั้งใบหน้าและผิวพรรณของท่านจะสวยงามแต่งตึง รอยเหี่ยวย่น รอยฝ้าจุดด่างดำต่างๆจะหายไปทันที.. "

            กล่าวจบซิ่วอิงนำโอสถสีขาวใสออกมาหนึ่งเม็ด แล้วมอบให้ฮูหยินชิน

            “ ขอบใจเจ้าอิงเอ๋อร์..”

            บรรดาจอมยุทธหญิงและสตรีสูงศักดิ์ที่เดินชมอยู่ไกล้ๆ เมื่อได้ยินเสียงซิ่วอิงต่างพากันเข้ามารุมล้อมทันที ก่อนจะแย่งกันซื้อคนละเม็ดสองเม็ด จนโอสถร้อยกว่าเม็ดหายไปในเวลาไม่นาน

            โอสถชนิดอื่นก็เช่นกัน ต่างถูกจอมยุทธทั้งหลายซื้อหากันอย่างชุลมุน เพราะทุกคนมั่นใจในตัวของนายน้อยจ้าว ซึ่งเป็นถึงผู้ปรุงโอสถเหรียญตรามังกรฟ้า อีกทั้งราคาโอสถที่วางขายไม่สูงจนเกินไปนัก

            'คนที่อยู่ด้านใน.. หากได้ตามต้องการแล้วก็ออกมา ผู้อื่นจะได้เข้าบ้าง'

            เสียงคนภายนอกตะโกนขึ้นมา ทำให้ซิ่วอิงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีผู้คนรออยู่ด้านนอกร้านอีกมาก จึงขอร้องให้คนที่ซื้อจนพอใจแล้ว ออกไปสับเปลี่ยนให้คนอื่นเข้ามาบ้าง

            ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม สามารถสับเปลี่ยนกันเข้ามาได้จนทุกคนพอใจ แล้วถึงเวลาสำคัญที่ทุกคนรอคอย

            ‘การประมูลโอสถนภาเทวะ’

            " ผู้มีเกียรติทุกท่าน.. บัดนี้ได้เวลาสมควรแล้ว ต่อไปจะเป็นการประมูลโอสถนภาเทวะ.. ขอให้ทุกท่านประมูลด้วยความสงบ อย่าขัดแย้งกันจนถึงขั้นใช้กำลัง เพราะข้ามีโอสถมาให้ประมูลทุกเดือน.. แต่ครั้งต่อไป ข้าจะให้หอประมูลมังกรสวรรค์เป็นผู้ดำเนินการ เพราะข้าคิดว่าต้องมีคนจากทั่วสารทิศมาร่วมอย่างแน่นอน.. "

            จากนั้นซิ่วอิงตั้งตัวเป็นผู้ดำเนินการประมูลด้วยตนเอง

            " ข้าจะเปิดราคาที่ 100,000 เหรียญทอง เพิ่มแต่ละครั้ง 10,000 เหรียญทอง.. เอาละเริ่มประมูลได้.."

            '150,000' คนแรกที่เอ่ยเพิ่มทีเดียวถึง 5 หมื่นเหรียญ แต่ก็หาได้มีใครถอดใจไม่

            '160,000'

            '170,000'

            '180,000'

            ราคายังพุ่งขึ้นไม่หยุด บรรดาตระกูลใหญ่ต่างไม่มีใครยอมใคร เพราะถึงจะเสียเงินจำนวนมาก แต่หากได้ไปหัวหน้าตระกูลหรือผู้อาวุโสเพิ่มระดับไปยังปราณนภา บอกได้เลยว่าตระกูลของพวกเขาสามารถอยู่ได้อย่างมั่นคงอีกนับร้อยปี

            ทุกอย่างเมื่อมีจุดเริ่มต้น ต้องมีจุดสิ้นสุดเช่นเดียวกัน เวลาประมูลผ่านไปไม่นาน ในที่สุดเหลือเพียงผู้อาวุโสสองคนที่ยังต่อสู้ราคากัน

            '2 ล้านเหรียญทอง'

            '2.5 ล้านเหรียญทอง'

            ในที่สุดผู้ที่ให้ราคาสูงสุดคือ หลินเทียนซ่งผู้นำตระกูลหลิน

            ตระกูลหลินนั้นร่ำรวยมาก แต่กลับมีอำนาจน้อยที่สุดในสี่ตระกูลใหญ่ จึงต้องการได้โอสถเม็ดนี้อย่างที่สุด เพราะหากหัวหน้าตระกูลขึ้นไปถึงระดับนภา พวกเขาก็ไม่ต้องเกรงกลัวตระกูลอื่นอีกแล้ว

            " ในที่สุดโอสถเม็ดนี้ท่านหลินเทียนซ่งได้ไปในราคา 2 ล้าน 5 แสนเหรียญทอง.. เชิญท่านหลินด้านในเจ้าค่ะ"

            ซิ่วอิงกล่าวจบผายมือเชิญเขาเข้าไปในห้องรับแขกของร้าน เพื่อรับของและจ่ายเงินในคราเดียวกัน เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วซิ่วอิงจึงกล่าวขึ้นว่า

            " ท่านผู้นำหลิน.. หากไม่มั่นใจว่าทานโอสถเข้าไปแล้ว ท่านจะทะลวงระดับไปยังปราณนภาได้หรือไม่.. ถึงตอนนั้นให้คนมาตามข้า ข้าจะช่วยท่านเอง.."

            หลินเทียนซ่งในฐานะผู้นำตระกูลหลิน ฟังคำของซิ่วอิงถึงกับต้องแปลกใจ เขาไม่เคยพบเจอผู้เยาว์ที่มีพรสวรรค์สูงส่งเช่นนี้มาก่อน บรรดาคุณชายคุณหนูในเมืองมังกรฟ้า เทียบกับเด็กสาวคนนี้ไม่ได้เลยสักคนเดียว

            " อืมม.. ขอบใจนายน้อยจ้าวเป็นอย่างยิ่ง หากติดขัดเช่นไรข้าขอรบกวนด้วย"

            " ท่านผู้นำหลินไม่ต้องเกรงใจ เป็นหน้าที่ข้าอยู่แล้ว"

            " เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน.."

            " เจ้าค่ะ"

            ซิ่วอิงกับหลินเทียนซ่งกลับออกมาจากห้องรับแขก ยืนคุยกับบรรดาผู้อาวุโสได้ครู่นึง

            แต่แล้ว.. ในทันใดนั้น 

            ‘ปังงงง’

            ‘เพล้งง’

            พลันมีเสียงดังสนั่นขึ้นมาจากหน้าร้านโอสถ เมื่อทุกคนรีบเร่งออกไปดู ภาพที่เห็นในสายตาทำให้หน้ามืดครึ้มอย่างไม่พอใจ กระถางดอกไม้ใบหนึ่งแตกกระจายเกลื่อนอยู่บนพื้น ใกล้กันมีร่างทหารรับจ้างคนนึงนอนเลือดอาบ ด้านข้างมีกลุ่มคนชุดดำ6คนและชุดขาว1คนยืนอยู่

             

            ……………………………………

    คล้ายกับเรื่องCEO สาวแห่งโลกลมปราณ ที่คุณอ่าน