ยิ่งได้แช่น้ำในบ่อน้ำร้อนวิเศษของเหนี่ยวเหนี่ยวนานเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อทุกๆคนในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับพละกำลัง พลังธาตุในร่างกายต่างๆเริ่มดีขึ้นและมีความสมดุล และมีความเสถียรมากขึ้น
ส่วนที่สึกหรอก็โดนซ่อมแซ่มอย่างดี เรียกได้ว่ายิ่งมีร่างกายที่ดีก็จะได้ผลดีมากขึ้นไปอีก คนที่ไม่แข็งแรงก็จะแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย
“ยิ่งแช่บ่อน้ำร้อนนี้นานเท่าไหร่ยิ่งรู้สึกสบายตัวมากๆจริงๆ”ท่านแม่
“จริงเจ้าค่ะ ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการซนและปั่นป่วนของพวกเด็กๆได้ดีด้วย”พี่สะใภ้ใหญ่
“อันนี้ข้าเห็นด้วยเป็นอย่างมากเลยพี่สะใภ้ใหญ่”พี่สะใภ้รอง
“ใช่ม๊า..??”พี่สะใภ้ใหญ่
“หัวข้อนี้ข้ารับรองเลยว่าทุกๆคนเห็นด้วยจริงๆ ถ้ามันช่วยคลายความปวดหัวจากพวกเด็กๆได้น่ะนะ”ท่านแม่
“ใช่”ทุกๆคน
“ฮ่า…ฮ่า…”สองสะใภ้คุยกัน
พวกบรรดาท่านแม่ท้้งหลายก็อดที่จะพากันนินทาพวกเด็กๆไม่ได้จริงๆ เพราะแต่ละวันที่จะผ่านพ้นไปได้ก็ต้องปวดหัวกับพวกเจ้าลิงทะโมนตัวน้อยๆพวกนี้พอสมควรเลยทีเดียว
“เอาล่ะตอนนี้ได้เวลาเรียกพวกเด็กๆเตรียมตัวเข้านอนกันได้แล้ว เลยเวลานอนมาประมาณเกือบจะชั่วยามได้แล้วล่ะ (1 ชั่วยาม 2 ชั่วโมง)”ท่านแม่
“เจ้าค่ะ”บรรดาสะใภ้
“เด็กๆ พากันขึ้นจากบ่อน้ำร้อนเตรียมตัวเข้านอนกันได้แล้วนะ”บรรดาท่านแม่ ต่างตะโกนเรียกพวกเด็กๆเป็นระยะๆ
แน่นอนว่ากลุ่มที่ขึ้นแบบรวดเร็วไม่อิดออดคือกลุ่มพวกเหลนๆชายทั้งหลาย แต่กลุ่มแม่นางน้อยนั้นยังคงลีลาท่ามากกันอยู่เลยกว่าจะขึ้นกันได้
“อย่าให้ต้องเรียกอีกรอบนะสาวน้อยทั้งหลาย”ท่านแม่ ส่งเสียงเข้มๆนิดหน่อยมา
“โอ้…พวกข้าขึ้นแล้วเจ้าค่ะท่านแม่”เหนี่ยวเหนี่ยวที่กำลังนอนพิงแช่บ่อน้ำร้อนแบบสบายๆรีบผลิกตัวอย่างรวดเร็วและรีบไต่ขึ้นจากบ่อน้ำร้อนทันทีทันใด
“ให้มันได้อย่างนี้สิเจ้าพวกจอมซนทั้งหลายเฮ้อ….”ท่านแม่
“ฮ่า…ฮ่า…”พวกท่านก็พากันหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นท่าทีที่กระตือรือร้นของแม่นางน้อยทั้งหลายที่รีบไต่ขึ้นจากบ่อน้ำร้อนกันอย่างรวดเร็ว
“...................!!”พวกท่านพ่อ
“รวดเร็วปานสายลมพัด!!”ท่านพ่อ
“เพียงคนเดียวจริงๆนะขอรับที่น้องเล็กจะกลัว และเชื่อฟังที่สุด”พี่ใหญ่ซือจื่อ
“นั่นน่ะสิ”พี่รองเหล่าหู่
“คงจะเหมือนกับพวกเรานั่นแหละที่เกรงใครเล่า?? คงไม่ใช่แต่ลูกสาวข้าหรอก”ท่านพ่อ
“โธ่..ท่านพ่อขอรับ”พี่ใหญ่ซือจื่อ
“แหะ…แหะ….”พวกพี่ชาย หลานชายที่ได้ยินท่านพ่อพูดต่างก็พากันเก้อเขินออกมาเล็กน้อย เพราะมันก็จริงอย่างที่ท่านปู่ หรือท่านพ่อของพวกเขาพูดเลย พวกเขากลัวคนเดียวกันกับที่เหนี่ยวเหนี่ยวกลัวนั่นเลย
ส่วนพวกเด็กๆก็ต่างคน ต่างก็พากันแยกย้ายไปที่บ้านต้นไม้ของตัวเองที่สร้างกันด้วยมือของพวกเขาเอง สำหรับครอบครัวของแต่ละคน
“กระโดดขึ้นมาเลยเจ้าค่ะท่านพ่อ พี่ชาย หลานชายเร็วเข้าเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่ตอนนี้อยู่บนบ้านต้นไม้ของนางแล้วและเห็นว่าพวกท่านพ่อ พี่ชาย หลานชาย ยังอยู่ใต้ต้นไม้อยู่เลยจึงร้องเรียกพวกท่านให้ขึ้นมาบนบ้าน
“โอ้…แต่มีบันไดไต่ขึ้นไปน่ะลูกรักพ่อไม่ต้องกระโดดขึ้นไปหรอก”ท่านพ่อ
“ใช่แล้วน้องเล็ก พวกเจ้าทำบันไดให้ไต่ขึ้นบ้านต้นไม้ไม่ใช่เหรอไงกัน??”พี่ใหญ่ซือจื่อ
“ก็นั่นน่ะสิ ถ้างั้นจะสร้างบันไดเอาไว้ทำไมกันเล่าน้องเล็ก??”พี่รองเหล่าหู่
“ใช่ๆ”พวกหลานชาย
พวกท่านแม่และบรรดาลูกสะใภ้ หลานสะใภ้ที่สร้างบ้านต้นไม้ต้นเดียวกันคนละกิ่ง และต้นไม้ที่อยู่ใกล้เคียงกันต่างก็ได้เห็นพวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ด้วย แต่คำตอบที่ทำให้พวกทันหัวเราะกันเสียงดังก็ตรงที่เหนี่ยวเหนี่ยวโต้ตอบกลับไปว่า…!!
“อ้อ…บันไดพวกนี้น่ะเหรอเจ้าคะ??พวกข้าสร้างประดับเอาไว้ให้ดูสวยงามและสมบูรณ์แบบสำหรับบ้านต้นไม้ก็เท่านั้นเอง อ้อ…และอีกอย่างสำหรับคนที่สูงอายุคงจะปีนป่ายขึ้นบ้านต้นไม้ลำบากเจ้าค่ะ
ตามสบายนะเจ้าคะถ้าจะใช้บันไดไต่ขึ้นมาเหนี่ยวเหนี่ยวเข้าใจว่าพวกท่านเริ่มแก่ชรากันแล้ว ข้าเข้านอนแล้วนะเจ้าคะ…”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ห๊าววว……”
“ฝันดีกันนะเหลนๆ เจอกันพรุ่งนี้เช้านะ”เหนี่ยวเหนี่ยวตะโกนบอกลาพวกเหลนๆ
“นอนหลับฝันดีเจ้าค่ะ/ขอรับ ท่านย่าเล็ก”พวกเหลนๆ
“..............!!”ท่านพ่อ พี่ชายฝาแฝด และพวกหลานชายที่ได้ยินเหนี่ยวเหนี่ยวพูดอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงสร้างบันไดก็พูดกันไม่ออกเลยยืนฟังแบบงงๆกันพักหนึ่งกันเลยทีเดียว
“ฮ่า….ฮ่า….”พวกท่านแม่ พี่สะใภ้ หลานสะใภ้ ก็พากันหัวเราะอย่างอารมณ์ดีอีกรอบก่อนจะได้นอนหลับพักผ่อนสำหรับคืนนี้ที่เป็นคนแรกของการผจญภัยท่องเที่ยววที่ป่าไร้ฤดู ไร้ห้วงเวลาแห่งนี้กัน
“เจ้าตัวเล็กนี่นะแสบจนถึงเวลาเข้านอนได้เลยจริงๆ เฮ้อ….”ท่านแม่ นินทาลูกสาวคนเดียวของนางด้วยความอารมณ์ดี
“บ่นอะไรหรือน้องหญิง..??”ท่านพ่อ
“อ้อ..ไม่มีอะไรเจ้าคะ แล้วท่านพี่ขึ้นมาอย่างไรเจ้าคะบนบ้านต้นไม้นี้ กระโดด ลอยตัว หรือว่าใช้บันไดสำหรับผู้สูงอายุที่แก่ชราแล้วเจ้าคะ??”ท่านแม่
“เอ่อ……!!”ท่านพ่อ
“ฮิ…ฮิ….ข้าล้อเล่นน่ะเจ้าคะท่านรีบเข้าไปพักผ่อนได้แล้วคืนนี้พวกเราทุกๆคนนอนเลยเวลามามากแล้วจริงๆ”ท่านแม่
“จ้ะน้องหญิง”ท่านพ่อ ที่เชื่อฟังท่านแม่มากที่สุดคนหนึ่งก็รีบเดินเข้าห้องไปนอนพักผ่อนเลย
เป็นคืนแรกสำหรับเวลาด้านนอก แต่แน่นอนว่าไม่ใช่สำหรับป่าไร้ฤดู ไร้ห้วงเวลาแห่งนี้ที่ไม่สามารถรับรู้เวลาใดๆได้เลยถ้าไม่เก่งพอหรือคาดเดาเวลาตามดวงดาว พระอาทิตย์และดวงจันทร์ หรือการหยั่งรู้
“คร่อกฟี้…..คร่อก…ฟี้..”เสียงกรนน้อยๆจากบ้านต้นไม้แต่ละต้นดังสลับสับเปลี่ยนกันไป แต่ก็เป็นคืนแรกที่ทุกๆคนนอนหลับสุขสบายในบ้านต้นไม้ที่พวกเด็กๆได้สร้างด้วยมือของพวกเขาเอง
####
“ป๋อม…แป๋ม…..”
“ซ่า……ซ่า….”
“บุ๋ง…บุ๋ง……”
“แบะ…แบะ……”
“อู๊ด…อู๊ด…..”
“กุ๊ก….กุ๊ก…..”
“จี๊ด….จี๊ด…..”
“ก้าบ…ก้าบ….”
“อวี๋…..อวี๋……”
“จ๋อม….จ๋อม….”
“อุก..อุก…แอะ….”
จู่ๆพอใกล้จะถึงตอนรุ่งสางประมาณสักหนึ่งชั่วยาม(1 ชั่วยาม 2 ชั่วโมง)กว่าๆ ก็มีเสียงแปลกประหลาดปะปนกันไปหมดไม่รู้ว่าเสียงอะไรต่ออะไรกันแน่
แต่ว่าด้วยความที่ว่าทุกๆคนนอนหลบกันอย่างสบายจึงยังไม่รู้สึกตัวหรือลุกขึ้นในตอนแรก และอีกอย่างหนึ่งก็คือเหนี่ยวเหนี่ยวนั้นได้ทำสร้างเกราะคุ้มกันความปลอดภัยไว้อีกชั้นหนึ่งแล้วยิ่งทำให้ทุกๆคนไม่ต้องเป็นห่วงหรือกังวลแต่อย่างใดสำหรับความปลอดภัยในยามที่กำลังนอนหลับกันอยู่
เวลาผ่านไปได้ประมาณสักเกือนจะหนึ่งเค่อ( 1 เค่อ 15 นาที)เห็นจะได้ ก็พากันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาและนั่งฟังเสียงแปลกประหลาดที่ได้ยินอยู่ใกล้ๆกันอย่างตั้งใจ
“มันเสียงอะไรกันน่ะน้องหญิง เจ้าได้ยินหรือไม่??”ท่านพ่อ
“ข้าได้ยินเจ้าค่ะ แต่เสียงมันแปลกประหลาดมากจริงๆแยกแยะไม่ออกว่าข้าได้ยินอะไรกันแน่”ท่านแม่
“เดี๋ยวพี่จะไปปลุกพวกลูกชาย หลานชายให้ไปดูดีกว่านะ”ท่านพ่อ
“แต่จริงๆแล้วไม่น่าจะมีอะไรร้ายแรงนะเจ้าคะ เพราะเหนี่ยวเหนี่ยวสร้างเกราะป้องกันภัยเอาไว้ให้พวกเราก่อนจะเข้านอนกันแล้วด้วย”ท่านแม่
“อือ…แต่ไปตรวจดูเพื่อความแน่ใจสักหน่อย”ท่านพ่อ
“ได้เจ้าค่ะท่านพี่”ท่านแม่
“ห๊าววว……พวกมันมากันแล้วเหรอเนี่ยกี่โมงกี่ชั่วยามแล้ว”เหนี่ยวเหนี่ยว
นางเหมือนจะละเมอออกมายามหลับแต่ก็ไม่น่าจะใช่ ท่านแม่ชะเง้อมองดูลูกสาว ก่อนที่จะตัดสินใจไปหาลูกที่เตียงนอนของนาง
“ข้าว่าพึ่งจะนอนไปได้ไม่เท่าไหร่เองนะ จะรีบมารบกวนข้าทำไมกันเจ้าพวกนี้เนี่ย…”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่ยังบ่นเสียงยานๆขณะที่ตายังคงหลับอยู่เลย
ส่วนท่านแม่ก็เริ่มจะขมวดคิ้วเป็นปมแล้วเมื่อฟังเสียงลูกสาวพูดในตอนนี้ที่นางดูเหมือนว่าจะยังหลับอยู่ใช่หรือไม่??
“ท่านพี่ ท่านพี่ อย่าพึ่งไปเจ้าค่ะมาดูลูกก่อน”ท่านแม่ ที่หันไปร้องเรียกท่านพ่อก่อนที่ท่านจะออกไปตามพกลูกชาย หลานชายให้ตื่นขึ้นไปดูเสียงแปลกประหลาดที่ได้ยินอยู่ในตอนนี้ด้วยกัน
“เอ๊ะ…เกิดอะไรขึ้นกับลูกงั้นเหรอน้องหญิง?”ท่านพ่อ
“เหนี่ยวเหนี่ยว บ่นพูดอะไรสักอย่างเจ้าค่ะท่านลองฟังสิเจ้าคะ”ท่านแม่
ท่านพ่อก็ฟังเหนี่ยวเหนี่ยวบ่นๆและได้ยินไม่ต่างจากท่านแม่ในตอนนี้ พวกท่านต่างพากันมองหน้ากัน และเพียงสักพักเหนี่ยวเหนี่ยวก็พยายามจะลืมตาขึ้นและดีดตัวขึ้นนั่นอย่างรวดเร็วจนท่านพ่อท่านแม่ ต้องสะดุ้งตกใจกันเลยทีเดียว
“............!!”ท่านพ่อ ท่านแม่
“เหนี่ยวเหนี่ยว ลูกรักตื่นแล้วเหรอลูก??”ท่านแม่
“ยังเจ้าค่ะ ท่านแม่”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ถ้าห่วงก็นอนต่อเถอะลูกรัก ยังไม่ถึงรุ่งเช้าเลยนะ”ท่านแม่ กำลังจะพานางกล่อมเข้านอนอีกหน เพราะคิดว่าคงจะห่วงเล่นหรือเปล่าเลยผวาตื่นนอนกลางดึกแบบนี้ทั้งๆที่ไม่เคยเป็นเลยเพราะเวลานอนหลับพักผ่อนของเด็กคนนี้จะนอนหลับสบายจริงๆแทบจะปลุกให้ตื่นนั้นยากมากๆเลยทีเดียวล่ะ
“มีภาระกิจอันใหญ่หลวงตอนนี้เจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ภาระกิจอันใดลูกรัก??”ท่านแม่
“ก็พวกมันมากันแล้วเจ้าค่ะ มาแล้ว”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ผู้ใดมากันลูก?”ท่านพ่อ
“สัตว์อสูรประจำตัวของเหลนๆอย่างไรเล่าเจ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“สัตว์อสูรในพันธะสัญญาน่ะเหรอ??”ท่านแม่
“ใช่เจ้าค่ะ พวกมันมาถึงที่นี่กันแล้วเจ้าค่ะ เฮ้อ…..มาทำไมเวลาป่านนี้เวลาคนจะหลับจะนอนกันไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ”เหนี่ยวเหนี่ยวบ่นพึมพำอย่างไม่ค่อยอารมณ์ดีสักเท่าไหร่
“...........!!”ท่านพ่อ ท่านแม่นี่ไปไม่ถูกกันเลยทีเดียวเมื่อได้ยินเหนี่ยวเหนี่ยวพูดแบบนี้เข้า
“ข้าไม่คิดว่าพวกมันจะมาเร็วขนาดนี้ แต่ก็ดีเจ้าค่ะที่ไม่ต้องเสียเลาเข้าไปถึงป่าด้านในพวกมันก็มาหาถึงที่นี่เลย”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่ตอนนี้ลืมตาตื่นได้แล้วแต่ก็ยังดูงัวเงียอยู่มากมายเลย
“ท่านพ่อ ไปปลุกเหลนๆด้วยนะเจ้าคะพวกเขาจะต้องไปรับสัตว์อสูรของพวกเขาแต่ละคนและทำพันธะสัญญาต่อกันด้วย”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ห๊าวววว…..”
“ได้ลูกรัก!!”ท่านพ่อ ตอบรับอย่างตื่นเต้นมากๆเลยทีเดียวสัตว์อสูรในพันธะสัญญาใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆเสียเมื่อไหร่กัน แต่เหนี่ยวเหนี่ยวบอกว่าเป็นสัตว์อสูรของพวกเหลนๆทั้งหมดอีกด้วย มันเหมือนกับฝันไปเลยจริงๆ
ท่านพ่อรีบออกจากบ้านต้นไม้ของตนเองและเรียกหาพวกลูกชาย ลูกสะใภ้ หลานชาย หลานสะใภ้ ให้ช่วยกันปลุกลูกๆของพวกเขาให้ตื่นในตอนนี้
“มีอะไรหรือขอรับท่านพ่อ นี่มันถึงตอนรุ่งเช้าแล้วเหรอขอรับ??”พี่ใหญ่ซือจื่อ
“นั่นน่ะสิขอรับ ทำไมเช้าเร็วจังเลย”พี่รองเหล่าหู่
“ไม่ใช่ๆ แต่เหนี่ยวเหนี่ยวบอกว่าสัตว์อสูรของเหลนๆมาถึงที่นี่แล้ว พวกเขาต้องไปเอามาเดี๋ยวนี้”ท่านพ่อ บอกด้วยน้ำเสียงอันตื่นเต้นดีใจสุดๆ
“สัตว์อสูร…!!”พี่ชายฝาแฝดทั้งสอง ที่ตะโกนเสียเสียงดังลั่นด้วยความตื่นตระหนก ก็พลอยปลุกคนอื่นๆจากบ้านต้นไม้ต้นอื่นไปด้วย และบอกส่งข้อความต่อๆกันไปอย่างรวดเร็วจนตอนนี้ตื่นกันหมดทั้ง 3 ตระกูลแล้ว
“สัตว์อสูรของข้าหรือเจ้าคะ/ขอรับ”พวกเด็กๆเมื่อตอนโดนปลุกให้ตื่นใช่ว่าจะตื่นกันเสียทีไหนกัน แต่พอบอกว่าท่านย่าเล็กให้ไปรับสัตว์อสูรที่จะอยู่ในพันธะสัญญาของพวกเขาเท่านั้นแหละ เด้งตัวตื่นขึ้นกันอย่างรวดเร็ว พากันมารวมตัวกันที่ใต้ต้นไม้ที่เหนี่ยวเหนี่ยวสร้างบ้านต้นไม้เอาไว้กันอย่างรวดเร็วพร้อมกับส่งเสียงเรียกท่านย่าเล็กกันอย่างตื่นเต้นมากๆ
“ท่านย่าเล็ก เจ้าค่ะ”เหลนสาว
“ท่านย่าเล็ก ขอรับ”เหลนชาย
“ข้าได้ยินแล้ว ข้าได้ยินพวกเจ้าแล้วใจเย็นๆนะข้าขอจิบน้ำกินขนมรองท้องก่อนนิดหน่อยนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“..............!!”ทุกๆคน
จากที่กำลังตื่นเต้นดีใจอยากจะเห็นกันว่าสัตว์อสูรที่ว่าจะทำพันธะสัญญาให้กับพวกเหลนๆนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้างและพวกมันอยู่ในระดับพลังธาตุระดับไหนกันบ้างก็ต้องพากันยืนเอ๋อกันไปเลย เพราะคนที่บอกข่าวเรื่องนี้เป็นคนแรกกลับหิวเสียได้
************
พวกเด็กๆจะได้มีสัตว์อสูรในพันธะสัญญาแบบท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวกันแล้ว และดูพวกเขาจะตื่นเต้นกันมากเลยทีเดียว พวกผู้ใหญ่ก็ด้วย แต่ติดตรงที่ว่าคนที่จะพาไปดันหิวเสียก่อนต้องรอให้นางกินให้พออิ่มก่อนถึงจะเดินทางกันไปที่ทิศทางที่มีเสียงแปลกประหลาดในตอนนี้