Emperor of the Immortal God

    ตอนที่ 50 การต่อสู้ของผู้บ่มเพาะ

    ทั้งสี่คนตกตะลึงในคำพูดของไตรภพเพราะเหตุใดกันชายหนุ่มตรงหน้าถึงสามารถล่วงรู้ระดับการบ่มเพาะของพวกเขาไม่ใช่ว่าต้องเป็นผู้แข็งแกร่งกว่าเท่านั้นหรือถึงจะดูการบ่มเพาะได้

     

    “แกเป็นใครกันแน่”

     

    เพชรคีรีถามเสียงทุ้มต่ำเขาพยายามสัมผัสพลังยุทธ์ของชายหนุ่มตรงหน้าแต่กลับไม่สามารถรู้สึกได้ถึงพลังการบ่มเพาะ

     

    แนวทางการบ่มเพาะของไตรภพเป็นปราณลักษณ์มังกรพิเศษซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากอดีตจักรพรรดินีเทพผู้เป็นอาจารย์หากระดับการบ่มเพาะต่ำกว่าลมปราณชนชั้นสีแดงย่อมไม่สามารถดูพลังลมปราณได้เว้นแต่เขาจะแสดงมันออกมาเอง

     

    “คำถามนี้ฉันควรจะถามพวกแกดีกว่าไหมว่าพวกแกเป็นใครกันแน่ ?”

     

    ไตรภพหรี่ตามองพวกเขาทั้งสี่คนการที่ผู้บ่มเพาะทั้งสี่คนมามีเป้าหมายที่เขาคนเดียวดูเหมือนเรื่องนี้จะมีอะไรไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว

     

    “หัวหน้าให้ผมจัดการมันเอง”

     

    “อืมระวังตัวด้วย อย่าประมาท ฉันรู้สึกแปลก ๆ”

     

    เพชรคีรีอนุญาตให้เพชรสมิงจัดการชายหนุ่มเพชรสมิงเค้นเสียงพุ่งเข้าหาไตรภพโดยไม่ใช้อาวุธดาบหมัดขวาแผ่พุ่งพลังลมปราณสีม่วงออกมาเป็นรูปลักษณ์สมิง

     

    สมิงตัวสีม่วงพุ่งออกจากหมัดของเพชรสมิงนี่คือลักษณ์ของลมปราณเขา อาศัยพละกำลังอันแข็งแกร่งสยบคู่ต่อสู้ในกระบวนท่าเดียว

     

    ตูม

     

    ฝุ่นตลบอบอวนไปทั่วบริเวณเพชรสมิงยิ้มมุมปาก หมัดของเขาสัมผัสถึงแผงอกของชายหนุ่มแน่นอนไม่พลาดเป้าเมื่อฝุ่นควันจางหายลง เขาได้แต่เบิกตามองด้านหน้า

     

    “ไม่จริง…”

     

    ภาพที่ปรากฏคือไตรภพใช้มือขวารับหมัดที่แฝงด้วยพลังลมปราณเพียงแค่มือเดียวเท่านั้น กลับสามารถสยบเพชรสมิงลงได้

     

    “กะแกเป็นผู้บ่มเพาะ!!!”

     

    เพชรสมิงคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราดรู้สึกตัวว่าพลาดท่าไป แม้จะอารมณ์ร้อนดั่งเปลวไฟ แต่เขาไม่ได้ขาดสติชายหนุ่มตรงหน้าต้องมีพลังการบ่มเพาะที่แข็งแกร่งกว่าเขาแน่นอน

     

    “พวกแกทั้งสี่ลงมือพร้อมกันเลยมันเสียเวลาฉัน!”

     

    “หนอยปากดีนักนะ”

     

    เพชรกล้าทนไม่ไหวกับคำพูดของไตรภพคว้ากระบองมาจากด้านหลัง เดินไปเคียงข้างเพชรสมิงเขาสังเกตว่าเพื่อนของเขามีเลือดไหลบริเวณมุมปาก

     

    “ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพวกเราสองคนจะรับมือแกไม่ได้”

     

    สิ้นคำของเพชรกล้าเขาได้ส่งสายตาพร้อมพยักหน้าให้กับเพชรสมิง ทั้งสองคนถืออาวุธประจำกายพุ่งเข้าไปหาไตรภพอย่างรวดเร็วลักษณ์ปราณของเพชรกล้าปรากฏออกมาให้เห็น

     

    ลักษณ์ลมปราณของเพชรกล้าปรากฏเป็นรูป‘ยักษ์’ ถือกระบองด้วยความทระนง ทั้งยักษ์และสมิงสีม่วงพุ่งเข้าหาไตรภพ เหมือนจะบดขยี้ชายหนุ่มให้แหลกลาญ

     

    เพชรอุมาและเพชรคีรีไม่ได้เข้าไปร่วมวงต่อสู้ ได้แต่ยืนนอกวงดูสถานการณ์  ลำพังแค่การร่วมมือของเพชรกล้าและเพชรสมิงย่อมเพียงพอที่จะสยบชายหนุ่ม

     

    ‘ถ้าไม่รับด้วยพลังลมปราณเราต้องแย่แน่ๆ’

     

    ไตรภพเกร็งพลังลมปราณที่บัดนี้อยู่ในระดับเจ็ดใช้ออกด้วยเพลงหมัดเทพอสูร กระบวนท่าแรก ‘อสูรคลั่ง’ ร่างของไตรภพเข้าปะทะกับศัตรูทั้งสองคน

     

    ผลัก

     

    ไตรภพหลบกระบองของเพชรกล้าก่อนที่จะใช้มือขวากระแทกดาบของเพชรสมิง จนเพชรสมิงไม่อาจจะกุมอาวุธไว้ได้ปล่อยให้อาวุธตกพื้น

     

    ไตรภพไม่รอเช้าพุ่งเข้าจัดการเพชรสมิงผู้อ่อนด้อยที่สุดในกลุ่มก่อนหมัดที่แฝงด้วยลมปราณห้าส่วนกระแทกใส่ทรวงอกของเพชรสมิงทันทีที่อาวุธกระดอนลงพื้นลง

     

    เปรี้ยง

     

    “โอย”

     

     

    เพชรสมิงกระอักเลือดออกมาร่างเซถอยกรูดไปกว่าสิบเมตร ชนต้นไม้อย่างจัง กระดูกบริเวณทรวงอกแตกหัก ได้แต่ใช้มือกุมทรวงอกไว้ไม่อาจจะลุกขึ้นยืนได้

     

    “เพชรอุมา!”

     

    “ค่ะ”

     

    ฟึบ ฟึบ

     

    ฟิ้ว ฟิ้ว

     

    เพชรอุมาปาเข็มพิษไปที่ไตรภพเข็มพิษนี้มีพิษอันรุนแรงมาก หากโดนเข้าไปเพียงเข็มเดียวแม้แต่สิงโตก็กลายเป็นอัมพาตได้

     

    ไตรภพมองเข็มสองเล่มที่พุ่งมาหาตนรีบใช้วิชาตัวเบาหลบเข็มพิษ ก่อนที่จะคลื่นตัวไปด้านหลังผู้ปล่อยเข็มหมายจะกระแทกร่างกายให้ปลิวไปด้านหน้า

     

    “ไม่ง่ายแบบนั้นหรอก”

     

    เพชรคีรีรู้จุดประสงค์ของไตรภพจึงเคลื่อนร่างมาบดบังเพชรอุมา เขาใช้พลังลมปราณในการหยุดยั้งร่างกายชายหนุ่ม

     

    ‘แข็งแกร่ง’

     

    ไตรภพสัมผัสพลังลมปราณจากเพชรคีรีได้จึงรั้งหมัดกลับไป ยืนเผชิญหน้ากับทั้งสามคน ที่บัดนี้ไม่เหลือแววตาหยอกล้อเช่นเคย

     

    “นานแล้วที่ไม่มีใครสามารถรับมือพวกเราได้”

     

    เพชรคีรีเอ่ยกับไตรภพลอบรู้สึกชมเชยชายหนุ่มในใจ อันที่จริง เขารู้ว่าไตรภพค่อนข้างแข็งแกร่งแม้จะประเมินพลังลมปราณของชายหนุ่มไม่ได้แต่คิดว่าไม่น่าจะด้อยกว่าลูกน้องทั้งสามคนของเขา

     

    “ฉันอุส่าห์ต่อให้พวกแกเข้ามารุมแต่แกละทิ้งโอกาสไปเอง จนเหลือแค่สามคนแล้ว จะหาว่าฉันรังแกเด็กไม่ได้นะ”

     

    “เหอะคนอย่างเพชรคีรี ไม่เคยรุมใคร !”

     

    “โอ้ ฉันเริ่มนับถือน้ำใจแกเล็กน้อยแล้วหละสิฉันจะยังไม่ฆ่าแกแล้วกัน”

     

    ไตรภพกล่าวหยอกล้อเพชรคีรีอันที่จริงเขาก็รู้สึกถึงความเที่ยงธรรมจากเพชรคีรีอยู่บ้างหากไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ บางทีอาจจะพอสานสัมพันธ์กันได้

     

    “แกมีปัญญาหรอ”

     

    เพชรกล้าถือกระบองพุ่งเข้าหาไตรภพอีกครั้งหนึ่งตอนนี้เขาโกรธจนหน้าสั่น ใช้พลังยุทธ์สิบส่วนเต็ม ลักษณ์ยักษ์ถือกระบองพุ่งไปทางไตรภพอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีทางพลาดเป้าแน่

     

    “ยักษ์เด็กเล่นแบบนั้นบางทีอาจจะพอเป็นลูกน้องของน้องสาวฉันได้”

     

    ไตรภพนึกถึงมะลิเมื่อมองไปทางยักษ์สีม่วงที่พุ่งเข้ามาพร้อมกับร่างกายเพชรกล้าลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับที่ห้าถูกใช้ออกเต็มกำลังแม้แต่รถถังเหล็กเมื่อเจอระดับลมปราณชนนี้อาจจะแหลกสลายกลายเป็นผุยผงได้ด้วยกระบวนท่าเดียว

     

    แน่นอนกระบวนท่าของเพชรกล้าอาจจะแข็งแกร่งแต่มันย่อมไร้ประโยชน์หากไม่โดนเป้าหมาย ไตรภพยิ้มมุมปากใช้วิชาตัวเบาที่เป็นเอกที่สุดในห้วงสุริยะหลบกระบองอย่างง่ายดาย ก่อนที่จะเหยียบกระบองยาวใช้เท้าไต่จากปลายกระบองขึ้นไปจนถึงมือเพชรกล้า

     

    ผลัวะ

     

    ไตรภพใช้หมัดขวาชกไปที่ใบหน้าของเพชรกล้าจนห้อเลือดเท้ายังคงเหยียบอยู่บนกระบองที่ด้ามปลายปักพื้นอยู่

     

    เปรี้ยง

     

    ไตรภพกระโดดลงจากกระบองใช้เท้าซ้ายเตะไปที่ใบหน้าอีกด้านหนึ่งของเพชรกล้าจนร่างยักษ์กระเด็นไปทับร่างของเพชรสมิงใต้ต้นไม้ใหญ่

     

    “เสร็จไปสอง!”

     

    เพชรคีรีกับเพชรอุมามองไตรภพด้วยอารมณ์หลากหลาย การต่อสู้เมื่อครู่พวกเขาเห็นได้ชัดเจนกระบวนท่าของเพชรกล้าแม้จะไม่อาจพูดว่ารวดเร็วดั่งพายุแต่ก็ไม่ได้เชื่องช้าเท่าไหร่นัก ระยะเวลาเพียงหนึ่งวินาทีชายหนุ่มกลับสามารถหลบได้ง่ายดาย

     

    ทั้งพลังหมัดที่สามารถกระแทกปราณของผู้บ่มเพาะลมปราณสีม่วงระดับที่ห้าได้คืออะไรกันแน่เพชรคีรีลอบประเมินสถานการณ์

     

    “หัวหน้าคะฉันไม่ไหว”

     

    “เธอไม่ต้องฉันจัดการเอง”

     

    เพชรอุมาเอ่ยอย่างขลาดเขลาเธอรู้ตัวเองดี อาวุธของเธอเป็นสไตล์การลอบโจมตี จะให้มาปะทะหนึ่งต่อหนึ่งอย่างเปิดเผยเธอย่อมเสียเปรียบ

     

    “โอ้หัวหน้าออกโรงแล้ว”

     

    “แกประเมินฉันต่ำไป”

     

    ย้ากกกกกกกก

     

    เพชรคีรีหยิบกระบี่ออกมาข้างกายลมปราณลักษณ์รูปลิงลม แผ่นพุ่งออกมาจากปลายกระบี่เอกลักษณ์การต่อสู้ของเขาคือกระบี่ไวเพียงหนึ่งวินาทีสามารถฟันได้ถึงสามกระบวนท่าในคราวเดียว

     

    แม้กระบวนท่าและกระบี่ของเพชรคีรีจะรวดเร็วแค่ไหนแต่หากจู่โจมไม่โดนเป้าหมายย่อมไร้ประโยชน์ ไตรภพสามารถหลบได้ทุกกระบวนท่า

     

    “แกดีแต่หนีหรอ”

     

    เพชรคีรีหยุดโจมตีไตรภพเอ่ยด้วยเสียงท้าทาย ลอบหวั่นวิตกในใจ กระบี่ไวของเขาทำไมไม่สามารถโจมตีโดนชายหนุ่มได้แม้แต่เศษเสี้ยว

     

    “ได้ฉันไม่หนีก็ได้ ขอยืมดาบหน่อยละกัน”

     

    ไตรภพเดินไปหยิบดาบเหนือศีรษะของเพชรสมิงจริง ๆ แล้ววิชาที่เขาเชี่ยวชาญที่สุดคือเพลงกระบี่แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้อาวุธอื่นใดไม่เป็น

     

    “อันที่จริง ฉันก็อยากให้เกียรติแกโดยการใช้กระบี่นะแต่ฉันไม่ได้เอากระบี่มาหนะสิ”

     

    “เข้ามา!”

     

    เพชรคีรีไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับไตรภพท้าทายให้ไตรภพบุกเข้ามา เขาได้แต่ยืนนิ่งเตรียมรับกระบวนท่า

     

    “ได้ ! ไม่ได้ใช้ดาบมานานแล้วแฮะ”

     

    ไตรภพนึกเพลงดาบที่เคยร่ำเรียนเมื่อครั้งอดีตในคราวที่ชายหนุ่มถูกอาจารย์โฉมสะคราญบังคับให้ใช้ดาบใหญ่ที่หนักกว่าหนึ่งตันฟาดไปที่หุ่นฟางนับครั้งไม่ถ้วน

     

    “อาจารย์ข้าเหนื่อยแล้วนะ!”

     

    “หยุดบ่นนะเจ้าเด็กบ้าฟันต่อไป”

     

    “ทำไมท่านไม่สอนกระบวนท่าข้าสักทีฟันไปเรื่อย ๆ แบบนี้ มันจะไปได้อะไร”

     

    เด็กน้อยบ่นอุบอิบอย่างน่ารักลอบมองไปที่ใบหน้าของอาจารย์สาวที่เริ่มถมึงทึง เดินเข้ามาข้างเขา

     

    “ได้งั้นจงดูนี่”

     

    อาจารย์สาวแย่งดาบจากมือเด็กน้อยมาใช้ดาบพุ่งเข้าใส่หุ่นฟาง ไตรภพดวงตาเบิกกว้าง มองหุ่นฟางหายวับไปในพริบตาเหมือนไม่เคยปรากฏหุ่นฟางอยู่

     

    “อาจารย์สอนข้า ๆ ข้าอยากเรียน”

     

    “เจ้าเด็กน้อยไปฝึกฟันอีกหมื่นรอบ ข้าถึงจะสอน”

     

    ไตรภพนึกถึงอดีตความรู้สึกตื้นตันใจเอ่อล้นออกมาการใช้อาวุธดาบนี้เป็นสิ่งที่อาจารย์ได้สอนเขาเป็นสิ่งแรกเพลงดาบที่มีเพียงแค่สามกระบวนท่าเท่านั้น

     

    ‘เพลงดาบมังกรฟ้า’

     

    ‘กระบวนท่าที่หนึ่งมังกรฟ้าทะยานเมฆา’

     

    ลักษณ์มังกรสีม่วงออกจากดาบไตรภพลักษณ์มังกรครั้งแรกตั้งแต่อยู่บนโลกมนุษย์ ปรากฏออกมา ไตรภพไม่อยากประมาทเพราะเพชรคีรีนั้นคือผู้บ่มเพาะที่มีพลังลมปราณมากกว่าเขาถึงสองระดับมังกรสีม่วงพุ่งเข้าใส่เพชรคีรี

     

    “มะ มังกร”

     

    เพชรคีรีมองมังกรที่กำลังพุ่งเข้ามาเขาเคยเห็นลักษณ์ลมปราณมาไม่น้อย แต่ไม่เคยเห็นลักษณ์ลมปราณที่เป็นมังกรมาก่อน

     

    “ย้ากกกกกกกก”