ฉินเฉากับซูจี กำลังเดินไปที่ตึกเรียน ผ่านสนามบาส
นักเรียนบางคนกำลังวิ่งไปมารอบ ๆ ในสนามบาส เป็นที่แน่ชัดว่าพวกเขากำลังเล่นบาสในคาบพละ
“หวู่ปิน หวู่ปิน เรารักนาย!”
“สุดหล่อหวู่ปิน! หวู่ปินนายทำได้”
กลุ่มของเชียร์ลีดเดอร์ พวกเขากำลังตะโกนกันอย่างบ้าคลั่ง
ที่กลางสนาม มีหนุ่มหล่อร่างโชกไปด้วยเหงื่อ กำลังถือบอลขณะที่กระโดดขึ้นไปในอากาศพร้อมกับท่ามาตรฐาน จากนั้นหมุนตัวแล้วดั้งค์ลงไป
ทั้งเหงื่อทั้งห่วงบาสสั่นด้วยกัน จากนั้นเหล่าแฟนคลับสาวกลายเป็นบ้าคลั่ง พวกเธอพากันกรีดร้องต่อเนื่องกัน
“อาจารย์ซู ตอนเด็ก ๆ คุณก็แก่นแก้วแบบนี้น่ะเหรอ?” ฉินเฉาผลักซูจีเล่น ๆ ด้วยแขน แล้วยิ้มเย้าเธอ
“ไม่!” ซูจีจ้องฉินเฉายกใหญ่ “ชายที่ฉันยกย่องไม่รู้แม้กระทั่งวิธีเล่นบาส แล้วนายล่ะ เล่นบาสเป็นมั้ย?”
“ผม? ผมไม่เล่นบาส” ฉินเฉายักไหล่
“งั้นนายเล่นอะไร?”
“ผมเล่นวิดีโอเกม!”
“นายมัน นายเป็นโอตาคุ!?”
“โอตาคุเป็นพวกที่ถูกสาปแช่งมากที่สุดแล้วถูกรังเกียจ ทุกวันพวกเขาเอาแต่นั่งอ้วนอยู่บ้าน”
“คุณผิดแล้ว ผมออกกำลังกายเป็นปกติ”
“นายออกกำลังกาย? นายออกกำลังกายยังไง?”
“ผมทำอาหาร ล้างจาน แล้วอื่น ๆ ”
“นายเรียกนั่นว่าออกกำลังกาย?”
“มันก็เป็นกิจกรรมที่ต้องขยับร่างกายเหมือนกัน”
พวกเขาทั้งคู่ดูคนอื่นเล่นบาสในสนามขณะที่ทะเลาะกัน
หวู่ปินเป็นนักเรียนปีสามที่โดดเด่น ไม่ใช่เพียงแค่หล่อ เขายังมาจากครอบครัวที่ดี ขยันเรียน แล้วมีประสาทสัมผัสพิเศษ ข้างนอก หวู่ปินถูกเรียกว่าเจ้าชายน้อย เขาชอบที่เหล่าแฟนพากันตั้งขบวนมาเชียร์เขา
หวู่ปินเองก็เป็นผู้เล่นที่ถูกรู้จักอย่างกว้างขวาง มีนักเรียนหญิงจำนวนมากที่ถูกบังคับให้ไปทำแท้งเพราะท้องกับเขา แต่โรงเรียนไม่ได้ลงโทษอะไรเขา เพียงเพราะว่าพ่อของหวู่ปินเป็นหัวหน้าสำนักงานการศึกษา
นี่เป็นคาบพละของพวกเขา ที่ส่งเสริมการเล่นบาส สำหรับหวู่ปิน เกมแบบนี้ง่ายราวกับตัดเค้ก เสียงร้องของเหล่าเด็กสาวทำให้เขารู้สึกพอใจอย่างมาก โชคไม่ดี ไม่มีพวกเธอคนไหนเลยที่เข้าตาเขา เหล่าเด็กสาวที่น่าดึงดูดแล้วไม่หยิ่งถูกเขาเล่นหมดแล้ว
สายตามักจะมองไปที่นักเรียนหญิงที่นั่งอยู่เงียบ ๆ ในมุม ขณะกำลังอ่านหนังสือ เด็กหญิงคนนี้เรียกว่าหลี่นา เธอเป็นเพื่อนร่วมชั้นแล้วเป็นราชินีสาวของโรงเรียน
หลี่นาเป็นสาวน้อยมากมีพรสวรรค์ เธอชนะการแข่งขันหลักของโรงเรียนแล้วการจัดอันดับงานแล้วตาราง หวู่ปินได้แต่บินอยู่รอบ ๆ ระหว่างที่สองแล้วที่สาม
หวู่ปินสนใจเด็กหญิงคนนี้อย่างมากแล้วเคยลองจีบเธอ แต่สาวน้อยนางนี้เหมือนกับก้อนหิน ไม่มองความรัก แล้วทั้งหมด
ในประวัติการจีบหญิง มีแค่คนเดียวที่มักจะปฏิเสธเขา แล้วคนนั้นก็คือหลี่นา!
การดังค์ได้รับความสนใจจากผู้คน แต่หลี่นาไม่แม้แต่ชำเลืองมอง หวู่ปินอดรู้สึกโกรธไม่ได้ เขาคำราม ด้วยความโกรธ เขาพุ่งเขาปะทะกับคู่ต่อสู้อีกครั้ง
เหล่าเด็กหญิงร้องอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่หวู่ปินรู้สึกว่าเสียงของพวกเธอมันระคายหู กลายเป็นก่อกวนเขา
“หลี่นา! มองมานี่!” ท่ามกลางเสียงของฝูงคน ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนที่ไม่ดังมาก แม้ว่าเสียงตะโกนนี้จะไม่ใหญ่ แต่ก็เหมือนกับมีเพชรถูกคลุมอยู่ข้างใน มันทะลุเข้าไปในหูของทุก ๆ คน
ทุกคนอดหันหัวของพวกเขามองไปที่นอกสนามบาสไม่ได้ ที่นั่นยืนไว้ด้วยหนุ่มสาวคู่หนึ่ง หนุ่มหล่อที่รอบข้างปล่อยบรรยากาศที่ป่าเถื่อน ขณะที่สาวสวยเหมือนกับดอกกุหลาบที่ผลิบาน ทำให้เหล่าชายหนุ่มไม่อาจละสายตาไปจากสาวสวยนางนี้ได้
ปัง! นักเรียนชายที่กำลังเตรียมตัวรีบาวด์บอล แต่สายตาตกอยู่ที่ซูจี เขาไม่ได้สังเกตทิศทางที่เขาเคลื่อนไปแล้วหัวชนกับเสาห่วงบาส
ไม่มีใครหัวเราะเขา เพราะว่าทุกคนถูกดึงดูดโดยสาวสวยไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหวู่ปิน เพราะเขาคิดว่าเขาเคยเล่นกับสาวสวยมาเยอะแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับสาวสวยคุณภาพดีที่สุด
“พี่ฉินเฉา?” หวู่ปินตกใจ หลี่นาสาวน้อยที่โดดเดี่ยวนางนี้กระโดดขึ้นมาอย่างร่าเริงแล้วเคลื่อนที่เหมือนกับนกที่กำลังมีความสุขจากนั้นเธอกระแทกเข้าที่แขนของชายคนนั้น
คิ้วของสาวสวยยับย่น ซูจีคิดในใจว่า ‘ฮึ่ม สาวน้อย เธอกำลังแสดงความใกล้ชิดต่อหน้าฉันงั้นเหรอ’
“พี่ฉินเฉา พี่มาแล้ว!”
“อืม” ฉินเฉาลูบหัวหลี่นาแล้วพูดว่า “ก็ฉันสัญญากับเธอแล้วนี่ จะไม่มาได้ไง”
“นี่ไม่ใช่พี่สาวคนสวยวันนั้นหรอกเหรอ?” หลี่นาเงยหน้าขึ้นเหมือนกับเธอเพิ่งสังเกตว่ามีซูจีอยู่ด้วย “คุณก็มาด้วย”
“ใช่ ฉันมาเป็นเพื่อนฉินเฉา” ซูจียิ้มหวาน เธอยื่นมือออกมาแล้วหยิกแก้มหลี่นา “ไม่ใช่ว่าเป็นงานพบผู้ปกครองของเธอเหรอ! แน่นอนว่า 2 คนต้องดีกว่า ฉันชื่อซูจี เธอเรียกแค่ชื่อฉันก็ได้ หรือไม่ก็เรียกว่าพี่สาว แล้วแต่เลย”
ถึงอย่างไรหลี่นาก็ยังเป็นแค่นักเรียนมัธยม ความไม่พอใจของเธอแสดงออกมาทางปากของเธอ ‘ฮึ่ม นับเธอเป็นผู้ปกครองของฉันอะไร หา’
แม้ว่าเธอจะไม่พอใจจริง ๆ กับการจัดการแบบนี้ แต่เมื่อเห็นฉินเฉาแล้วซูจีแสดงเหมือนกับเป็นคู่รัก เธอก็ไม่ได้พูดอะไรอีก แม้ว่าเธอจะดูเหมือนหมดกำลังใจ แต่เธอยังคงเกาะแขนฉินเฉาแน่น
“หลี่นา นี่คือเพื่อนของเธอ?” นี่เป็นช่วงพักครึ่งของเกมบาส หวู่ปินผลักน้ำที่ถูกส่งมาให้เขาโดยหญิงสาวจำนวนมาก ก่อนที่จะมาถึงร่างของหลี่นาแล้วเช็ดเหงื่อด้วยผ้าขนหนูสีขาว กล้ามเนื้อเปล่งแสงระยิบระยับด้วยเหงื่อ มันดูเป็นเงาเหมือนกับเหล็ก
เหล่าสาวน้อยในโรงเรียนต่างคลั่งไคล้เขา ยกเว้นเพียงแค่สองคน
หนึ่งคือหลี่นา อีกคนคือซูจี
หลี่นาไม่ชอบชายที่มีคุณสมบัติสูง เธอต้องการแค่ชายที่เป็นสุภาพบุรุษแล้วไว้ใจได้
พ่อแม่ของหลี่นาแยกทางกันตั้งแต่เธอยังเด็ก พ่อของเธอหนีตามผู้หญิงคนอื่น ทิ้งให้เธอกับแม่อาศัยอยู่ด้วยกัน ดังนั้นเธอจึงโตมาโดยขาดความรักของพ่อ เมื่อฉินเฉาย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ข้างห้องเธอ พอแม่ของเธอเดินทางไปทำงาน หลี่นามักจะย่องมาฝากท้องอาศัยทานข้าวที่ห้องเขาบ่อย ๆ ความอ่อนโยนทำให้หลี่นาพัฒนาความรู้สึกของเธอไปเป็นว่ารู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา ความรักของพ่อที่เธอขาดไป ปรากฏอีกครั้งบนตัวของฉินเฉา
นี่เป็นการบูชาพ่อ มีคำกล่าวที่ไม่เหมาะสมกล่าวว่า ลูกสาวคือดวงใจของพ่อตลอดชีวิต
สำหรับซูจีผู้ชายที่โดดเด่นรอบตัวเธอมีเยอะมาก เทียบกับพวกเขา หวู่ปินธรรมดาจนไม่นับว่าอยู่ในพวกโดดเด่น ยิ่งกว่านั้นเธอยังไม่เคยเหลียวแลชายตามองไปที่เด็กนักเรียนชายคนนี้
นี่ทำให้หวู่ปินรู้สึกผิดหวัง
“นี่คือพี่ชายของฉัน” สาวน้อยที่กอดแขนฉินเฉาพูดอย่างภูมิใจ
“ทำไมเราทั้งคู่ไม่ลองเล่นบาสกันสักเกมล่ะ พี่ชาย?” หวู่ปินเชิดคางเขาขึ้น มองฉินเฉาที่อยู่ตรงข้ามที่สูงน้อยกว่า 180 เซน เขาเองนั้นสูง 185 เซน ในความคิด ผู้ชายที่สูงไม่ถึง 180 เซน เป็นได้แค่พวกพิการเกรด 3
“โทษที ฉันไม่เล่นบาส” ฉินเฉายักไหล่ เมื่อเขายังเป็นนักศึกษาปีหนึ่ง เขาชอบกิจกรรมนี้อย่างมาก แต่ตั้งแต่ที่เขาเข้าสู่หนทางแห่งโอตาคุเมื่อตอนปี 2 เขาแทบจะไม่ออกจากห้อง
เหล่านักเรียนชายเริ่มโห่ใส่เขา ขณะที่นักเรียนสาวพากันหัวเราะเขา ฉินเฉาไม่พูดอะไร แต่สองสาวเริ่มโกรธ หลี่นากัดริมฝีปากขณะที่จ้องเพื่อนร่วมชั้นของเธอ
แต่ซูจีก็ยื่นมือออกมาแล้วแตะไหล่ฉินเฉา จากนั้นพูดกับหวู่ปิน
“ก็แค่บาส แล้วยังไง!” หญิงสาวนางนี้สะบัดมือของเธอ ชี้ไปที่เด็กชายที่นั่งถัดจากเธอ พูดว่า “นายโยนลูกบาสมาให้ฉัน!”
“อะ?” เด็กชายคนนั้นแข็งไปชั่วขณะ แต่เพราะว่าคำพูดของสาวสวย เขารีบยืนขึ้น คว้าลูกบาสที่อยู่ใกล้ ๆ จากนั้น ส่งลูกบาสใส่มือซูจีด้วยตนเอง
“นี่!” หญิงสาวส่งลูกบาสเข้าไปในแขนฉินเฉา “เจ้าหนุ่ม ไปแสดงให้ฉันดูสิ!”
ฉินเฉาขยิบตาไปที่ซูจีจากนั้นกระซิบว่า “เธอล้อฉันเล่นใช่มั้ย”
“นายกลัวอะไร!” ซูจีกระซิบตอบข้างหูเขา “ไม่ใช่ว่านายเล่นวิดีโอเกมมานับพันชั่วโมงแล้วเหรอ กะอีแค่บาสไม่มีอะไรต้องกลัว! ไป ถ้านายชนะ ฉันจะขึ้นเงินเดือนให้นาย!”
“โอเค โอเค!” เมื่อได้ยินว่าจะขึ้นเงินเดือนให้ ตาของฉินเฉาเบิกกว้าง เขาไม่อยากใช้ทั้งชีวิตอยู่ห้องเช่าในเมืองซู่หนาน เพราะราคาบ้านในซู่หนานเมืองชั้นสอง ราคายิ่งแพงขึ้นแพงขึ้น แทบจะเท่ากับราคาจากเมืองชั้นหนึ่ง พิจารณาจากการขยายตัวของเมืองเซี่ยงไฮ้ มันจะต้องเชื่อมต่อกับเมืองซู่หนานแน่นอน
ราคาบ้านที่อยู่ใกล้พื้นที่ในเมือง แต่ละตารางเมตรแทบจะราคา 4 หลัก ถ้าต้องการซื้อบ้าน 50 ตรม. มันต้องจ่ายเกือบจะ 500,000 หยวน เมื่อเพิ่มการตกแต่งพวกเฟอร์นิเจอร์เข้าไป ราคาจะขึ้นไปอย่างน้อย 600,000 หยวน
เงินเดือนของฉินเฉาอยู่ที่ 4,000 หยวน นั่นก็คือ 50,000 หยวนต่อปี ถ้าเขาต้องการจะซื้อบ้าน 50 ตรม. ฉินเฉาจะต้องละทิ้งการกินแล้วดื่มไป 12 ปี
ค่าเฉลี่ยเงินเดือนในเมืองซูโจวอยู่ที่ระหว่าง 1,000 – 2,000 หยวน บางคนน้อยกว่า 1,000 หยวน ดังนั้นปัญหาเรื่องบ้านถูกเขาทิ้งไว้ข้างหลังมาเป็นเวลานาน
แม้ตอนนี้เขาจะมีรายได้ระดับหนึ่ง แต่เขาก็ยังคงไม่สามารถซื้อบ้านได้
ยิ่งกว่านั้น การล่อลวงการขึ้นเงินเดือนของซูจีก็ทำให้เขาตื่นเต้นจริง ๆ ชาวจีนให้ความสำคัญกับการมีบ้านเป็นของตัวเองจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้คนทางภาคเหนือ ฉินเฉาก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ถ้าเขามีบ้าน แฟนเก่าคงไม่ทิ้งเขาไป
“ดี เรามาเล่น 1 ต่อ 1 คนแรกที่ทำได้ 3 แต้มก่อนชนะ!”
หวู่ปินพูด รับลูกบาสกลับมาจากมือของฉินเฉาหมุนมันบนนิ้วมือ จากนั้นพูดอย่างถือดีว่า “คนแพ้ต้องคุกเข่ากับพื้นแล้วเรียกผู้ชนะว่า ‘ปู่’ 3 ครั้ง!”
“หึหึ ดูเหมือนว่านายจะชอบเรียกคนอื่นว่าปู่จริง ๆ นะ?” ฉินเฉากอดแขนพร้อมแสยะยิ้ม แน่ชัดว่ากลุ่มคนพวกนี้คิดว่าเขาไม่รู้จักบาส พวกนี้ต้องการทำให้เขาขายหน้า
“หวู่ปิน นายไม่คิดว่ามันมากเกินไปเหรอ!” หลี่นาคล้ายแม่ไก่ เธอเอาตัวมายืนข้างหน้าฉินเฉา ซักถามเจ้าชายน้อยในชั้นของเธอ
“มีอะไรผิด กล้ารับคำท้ามั้ยล่ะ?” หวู่ปินรู้สึกรำคาญ เขามองไปที่ฉินเฉาพร้อมกับรอยยิ้มเหน็บแนมบนใบหน้า
“นายได้ยินฉันพูดว่าไม่กล้ามั้ยล่ะ?” พร้อมกับเสียงโห่ของนักเรียนชาย ฉินเฉาถอดเสื้อโค้ตแล้ววางมันไว้ในมือซูจี “เมื่อนายอยากจะเป็นหลานฉันนัก ฉันจะช่วยนายเอง!”
จบตอน#