มู่ตันคว้ารับกลางอากาศอย่างแม่นยำ
เธอถึงกับตกตะลึงเลยหรือไม่?
ยัง... มู่ตันยังไม่ได้มองมันอย่างละเอียด
การที่อวี้หลินเว่ยสาขาย่อยเลือกเธอมาเป็นผู้ช่วยหัวหน้ากองกำลังทัณฑ์สวรรค์เดิมทีเป็นเพราะเธอมีประสบการณ์จากกองกำลังระดับ B มาแล้วอย่างโชกโชนในที่สุดเธอก็มีโอกาสเลื่อนขั้นเป็นผู้ช่วยกองกำลังระดับ A
ทุกครั้งที่เลื่อนขั้นปรับตำแหน่งสูงขั้น ความจริงแล้วเงินเดือนและสวัสดิการก็ไม่ได้สูงตามไปด้วยแต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นทรัพยากรกับโอกาสที่ซ่อนอยู่ในกองกำลังนั้นๆ !
องค์กรผู้ฝึกตนยักษ์ใหญ่อย่างตู้มหาสมบัติลงทุนกับค่าโฆษณาและค่าพรีเซ็นเตอร์เป็นสิบล้านหินวิญญาณสะท้อนให้เห็นการใช้ทรัพยากรในการลงทุนของพวกเขา
อีกตัวอย่างหนึ่งเช่นภารกิจเฉพาะเจาะจงจากตระกูลระดับสูงพวกเขาไม่สนใจจ้างงานกองกำลังระดับ B ทั่วไปด้วยซ้ำเพราะเป็นตระกูลระดับสูงที่มีทรัพยากรหนา จึงมีสิทธิ์และโอกาสเลือกหรือต่อรอง!
และอีกตัวอย่างเช่นสถานที่ระดับสูงบางแห่งที่ไม่ได้อนุญาตกองกำลังระดับ Bทุกกองให้เข้าไป เช่น... การประชุมผู้ฝึกตนประจำตระกูลฉู่
ดังนั้นเมื่อมีทรัพยากรไหลเข้ามาและนำไปใช้อย่างถูกวิธีจะสามารถเพิ่มสิทธิ์เงื่อนไข สร้างโอกาสและมีข้อต่อรองมากขึ้น... ผลงานดีตู้มหาสมบัติก็จะลงทุนให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ ผลงานดี ตระกูลระดับก็จะจ้างงานทำให้มีโอกาสรู้จักคนใหญ่คนโตและมีเส้นสายมากขึ้น ผลงานดีก็จะมีสิทธิ์เข้าถึงพื้นที่บางพื้นที่ ได้เข้าร่วมประชุมผู้ฝึกตนประจำตระกูลฉู่
และด้วยเหตุนี้ ครั้งนี้เธอจึงพยายามห้ามปรามหัวหน้าของตนทั้งนี้เพื่อไม่ให้สูญเสียทรัพยากรการลงทุนและสิทธิประโยชน์อื่นๆที่จะไหลเข้ามาในอนาคต... กว่าเธอจะมีโอกาสมาจนถึงตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายและการสร้างโอกาสให้กองกำลังทัณฑ์สวรรค์ของเธอก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกันหรืออาจจะยากยิ่งกว่า! ดังนั้นพิธีการก่อตั้งรับสมาชิกเข้ากองอย่างเป็นทางการจึงสำคัญยิ่งนักเป็นการแถลงออกสื่อต่างๆ อย่างเป็นทางการเพื่อป่าวประกาศให้ทุกคนรับรู้ว่าดาวดวงใหม่อย่างกองกำลังทัณฑ์สวรรค์มาแล้ว!นับจากนั้นจะเริ่มมีคนบางกลุ่ม หน่อยงานองค์กรและกองกำลังอื่นๆคอยจับตามองกองกำลังนั้นๆ อยู่อย่างเงียบๆ
มีกองกำลังไหนไม่ใส่ใจกับพิธีการก่อตั้งรับสมาชิกเข้ากองอย่างเป็นทางการบ้าง?ตัวอย่างเช่น เมื่อห้าปีก่อนกองกำลังมังกรเร้นของฉู่เจาหนานรองผู้ว่าการฉู่เดินทางมาร่วมงานด้วยตัวเอง... อีกตัวอย่างหัวหน้ากองกำลังบุหงามรณะเปิดตัวโดยฆ่าปีศาจเพื่อสังเวยให้กับพิธีก่อตั้งกองกำลังสำหรับมู่ตันแล้ว การเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่อลังการให้สะเทือนไปทั้งโลกเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับกองกำลังของตัวเองไม่ใช่เรื่องง่ายหรือเรื่องแค่ทำผ่านๆ เพราะมันหมายถึงทรัพยากรสิทธิประโยชน์และโอกาสที่จะต้องมาในอนาคต
“หัวหน้าคะ ดิฉันยังมีลิสต์รายการทรัพย์สินเล็กๆ น้อยๆ อีกประเดี๋ยวจะนำ...นำ... นำ....” ขณะมู่ตันพูดขึ้นตามปกติอยู่นั้นสายตาก็เหลือบมองไปที่เม็ดกลมกลึงสีดำในมือ เธออึ้งงั้น น้ำเสียงเริ่มตะกุกตะกัก
ความคิดก่อนหน้านี้กระเจิดกระเจิง ตามหลักจิตวิทยาแล้ว ขณะที่คนๆหนึ่งต้องการพูดถ่ายทอดชุดความคิดอันสมบูรณ์แบบในหัว แต่อยู่ๆ หยุดชะงักลงกลางคันนั่นเป็นสัญญาณของมวลความตื่นเต้นเร้าใจขนาดใหญ่ที่แทรกเข้ามาอย่างกะทันหันจนลืมสิ่งที่จะพูดก่อนหน้าไปสนิท
วินาทีนั้น มู่ตันรู้สึกคล้ายกับห้วงสมองของตัวเองสว่างจ้าฉับพลัน
เธอไม่สามารถพูดต่อได้ ปากอ้าค้างดั่งหุ่นยนต์ ค่อยๆ ก้มหน้าลงกึกๆมองดูสิ่งที่อยู่ในมืออย่างไม่อยากเชื่อสายตา
เม็ดกลมๆ ในมือ... เปี่ยมไปด้วยพลังปราณบริสุทธิ์!
กลิ่นหอมสมุนไพรบางเบา สิ่งคล้ายลูกแก้วสีดำขนาดเล็กเท่าเล็บมือกลิ้งอยู่มือของเธอนี่มัน...
“โอ... โอสถวิเศษ?!” ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน ในที่สุดก็ดึงสติจากโลกตาลปัตรของเธอกลับมาได้ เธอเอ่ยคำด้วยน้ำเสียงสูงปี๊ด“โอสถวิเศษ... นี่มันโอสถวิเศษจริงๆ เหรอคะ? นี่มันโอสถวิเศษ!นี่มันโอสถวิเศษใช่หรือไม่!! หัวหน้าคะ มันคือโอสถวิเศษใช่ไหมคะ!”
สายตาของเธอจ้องมองสวีหยางอี้ราวกับอยากจะรุดเข้าไปเขย่าตัวถาม
“ใช่แน่นอน... แน่นอน! และแน่นอน!ใช่มันจริงๆ ด้วย!”ไม่รอสวีหยางอี้เอ่ยตอบ มู่ตันลูบโอสถวิเศษสีดำอย่างเหม่อลอยและตอบคำถามตัวเอง“ช่างงดงามจริงๆ ... หนึ่งร้อยปีเต็มๆ ในที่สุดก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งแล้วสินะ!เกินความคาดหมายจริงๆ ... หัวหน้าคะ! ของแบบนี้มันเป็นของเล็กๆ น้อยๆ ที่ไหนคะ!นี่มันล้ำค่าเหนือสิ่งอื่นใดทัดเทียมได้จริงๆ !”
เธอเงยหน้าขึ้นมา เปลวไฟในตาลุกโชนแต่พบกลับแววตากึ่งยิ้มกึ่งหุบของสวีหยางอี้ เธอจึงตั้งสติขึ้นได้ทันที
ไอหยา... ตัวฉันต้องมาเพื่อห้ามหัวหน้าไม่ใช่เหรอ?
โง่จริงๆ ... แล้วยังจะหาวิธีห้ามเตือนทางอ้อมอีกเดิมทีต้องการใช้ตัวเลขตามความเป็นจริงบอกหัวหน้าทางอ้อมว่างบประมาณไม่เพียงพอต่อการสำรวจของกองกำลังทัณฑ์สวรรค์ครั้งนี้แต่ไม่ถึงสามนาที อีกฝ่ายใช้สิ่งนี้ตอบกลับมาว่าพวกเราไม่ขาดเงิน...เอกสารปึกหนาที่สรุปมาไร้ความหมายไปทันที
แบบนี้แล้วยังจะห้ามอีกทำไม?
“หัวหน้าคะ...” ตอนนี้อารมณ์ภายในใจของมู่ตันยุ่งเหยิงไปหมดในเมื่อมีโอสถวิเศษอยู่ในมือ ก็เท่ากับว่ากองกำลังของเราไม่ขัดสนอีกต่อไป!แต่ว่าเป้าหมายครั้งนี้คือสำรวจพื้นที่รอบนอกตำหนักภูผาสายรุ้ง! ถ้ามีเงินก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อใช้มันด้วย!
“โอสถวิเศษเม็ดนี้ มีคนเอามาให้คุณเหรอคะ? เป็นเพื่อนสนิทของคุณเหรอคะ?”
“ใช่แล้ว” สวีหยางอี้ผ่านช่วงเวลาของความตื่นเต้นดีใจไปเรียบร้อยแล้ว“โอสถวิเศษทุกระดับ โอสถวิเศษทุกช่วงอายุใช้งานล้วนมอบให้กองกำลังทัณฑ์สวรรค์ของพวกเรา”
ทุกระดับ! ทุกช่วงอายุใช้งาน!
ตอนนี้ มู่ตันแทบจะบ้าตาย!
คุณเป็นคนหลอมมันขึ้นมาเองมากกว่ากระมัง! จะต้องใช่แน่ๆ !
แต่ในช่วงเวลานี้... พักคำถามว่าใครเป็นคนหลอมเอาไว้ก่อน!
สิ่งสำคัญก็คือเธอเห็นพลุแตกดังกระหึ่มอยู่เบื้องหน้าแล้ว!เธอเห็นอนาคตอันสดใสของกองกำลังทัณฑ์สวรรค์แล้ว!
“ตอนนี้เธอยังสงสัยเรื่องที่ฉันบอกว่าจะจัดการพิธีก่อตั้งรับสมาชิกเข้ากองอย่างเป็นทางการด้วยตัวเองอยู่ไหม?”
มู่ตันส่ายหน้าแบบไม่ต้องคิด
ของแบบนี้... ของในระดับนี้... ไพ่ตายใบใหญ่แบบนี้! แค่หยิบออกมาชื่อเสียงของกองกำลังทัณฑ์สวรรค์ก็ดังขึ้นเป็นหลายเท่าตัวแล้ว!
“ดิฉันไม่มีข้อสงสัยแล้วค่ะ!” ใบหน้าของเธอแดงก่ำจากความตื่นเต้น“หัวหน้าคะ คุณวางแผนไว้ว่าอย่างไรคะ?”
สวีหยางอี้คลี่ยิ้ม “ถ้าเป็นเธอ เธอจะทำอย่างไร?”
“งานประมูล!” มู่ตันตาแดงเรื่อขึ้นมา
“มีเพียงงานประมูลเท่านั้น! ต้องเป็นงานประมูลเท่านั้น!โอสถวิเศษเม็ดแรกในรอบสองร้อยปี! โอสถวิเศษจากศาสตร์หลอมโอสถโบราณ!ปรมาจารย์โอสถปรากฏตัว! ไอ้พวกยาเหลว ยาแคปซูล... ไปตายซะ!”
“หัวหน้าคะ! โปรดเชื่อมือดิฉัน!งานประมูลครั้งนี้จะต้องสั่นสะเทือนไปทั่งโลกผู้ฝึกตนแน่นอน!ทางตู้มหาสมบัติจะต้องเป็นบ้า... ไม่สิ! CSIB ก็ต้องเป็นบ้าด้วยเช่นกัน!ทุกคนจะต้องตกใจอย่างไม่คิดไม่ฝันว่าโอสถวิเศษโบราณจะปรากฏขึ้นมาบนโลกอีกครั้งอย่างแน่นอน!”
เปลวไฟในดวงตาดวงตาของสวีหยางอี้ไหวกระเพื่อม
ฝึกฝนอย่างทรหดมาตลอดสองปีครึ่ง เพื่อโอสถวิเศษหนึ่งเม็ด
หลังจากนั้นก็ได้อีกสองเม็ดภายในห้าวัน
มู่ตันแทบบ้า หลี่จงหยวนกับเมาปาเอ้อเป็นบ้าไปแล้วก่อนหน้านี้ ตอนนี้เหลือเพียงปรากฏตัวต่อหน้าโลกผู้ฝึกตนและดื่มด่ำกับเสียงชื่นชมในงานเลี้ยงอันหอมหวาน!
“จงเตรียมตัวให้พร้อมแล้วกัน” สวีหยางอี้มองมู่ตันด้วยดวงตาแวววาว“เพิ่มยาโอสถหลอมจิตสิบเม็ดเข้าไปในลิสต์รายการประมูล... ไม่สิ! งานประมูลครั้งนี้มีแค่โอสถหลอมจิตสิบเม็ดเป็นสินค้าประมูลเท่านั้น!”
สิ่งใดยิ่งมีน้อยยิ่งมีค่า ในก้าวแรก เขาจะต้องทำออกไปให้ดีที่สุดเพื่อกอบโกยเงินถังใหญ่!
“ตอนนี้เป็นช่วงต้นเดือน” เขาดูนาฬิกา “สิ้นเดือนนี้จะเป็นพิธีก่อตั้งรับสมาชิกเข้ากองอย่างเป็นทางการของกองกำลังทัณฑ์สวรรค์ในวันพิธีฉันจะเป็นคนประกาศเรื่องงานประมูลโอสถหลอมจิตสิบเม็ดต่อหน้าโลกผู้ฝึกตนเอง”
“รับทราบค่ะ!” ตอนนี้ มู่ตันเต็มเปลี่ยนไปด้วยพลังและความหวังเธอลืมไปสนิทว่าตัวเธอต้องการมาห้ามหัวหน้าไม่ให้ไปสำรวจตำหนักภูผาสายรุ้ง
ต่อให้เป็นพื้นที่รอบนอกก็ตาม... ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องไปให้ได้ เพราะมีเงินและสามารถติดตั้งอาวุธชุดเกราะอุปกรณ์ได้จนถึงไรฟัน!
ในฐานะเลขาฯ ผู้ช่วยอาวุโสเธอเข้าใจเป็นอย่างดีว่าการปรากฏตัวขึ้นมาของปรมาจารย์โอสถจะนำมาซึ่งอะไรหลังจากนี้...พูดแบบไม่เกินจริงเลยก็คือ นี่เป็นสัญญาณของการปฏิรูปโลกผู้ฝึกตนเลยก็ว่าได้!
โอสถวิเศษหนึ่งเม็ด จะต้องประมูลได้ราคามหาศาล และยิ่งเป็นโอสถวิเศษสิบเม็ดราคาที่ได้ต่อให้ตายไปหลายชาติก็คาดไม่ถึงแต่ราคาของโอสถวิเศษก็ยังไม่สำคัญเท่าทรัพยากรสิทธิ์ประโยชน์และโอกาสที่จะตามมาบนเส้นทางนี้หลังจากนี้!
ปรมาจารย์หลอมโอสถเพียงคนเดียวในยุคสมัยปัจจุบันสามารถดึงดูดเงินลงทุนได้ถึงระดับพันล้านเลยก็ว่าได้!
สิ่งที่พูด ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป!
ต่อให้คนที่หลอมโอสถวิเศษนี้จะอยู่ในระดับมหาปรมาจารย์โอสถ!หรือศาสดาจารย์โอสถ! หรือแม้แต่โอสถสาวก!เขาคนนั้นก็มีสิทธิ์ไปถึงจุดที่กล่าวมาข้างต้น!
“ดิ ดิฉันจะรีบไปเตรียมตัวเดี๋ยวนี้ค่ะ!จะรายงานไปยังผู้อำนวยการเชียนเริ่น รีบติดต่อสถานที่ประมูลและผู้หน่วยงานประมูลสินค้าให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือน! จริงสิ! หัวหน้าคะปรมาจารย์โอสถผู้สูงส่งคนนั้นมีข้อเรียกร้องอะไรเป็นพิเศษไหมคะ?”
สวีหยางอี้หุบรอย สายตาเคร่งขรึมลงทันที “จงจำเอาไว้ให้ดีห้ามให้ข่าวเรื่องสินค้าประมูลรั่วไหลเด็ดขาด รวมถึงเป้าหมายของภารกิจพวกเราด้วยและห้ามรายงานข้อมูลพวกนี้ถึงผู้อำนวยการเชียนเริ่นเด็ดขาด”
“รับทราบค่ะ!” ถึงแม้มู่ตันจะไม่เข้าใจว่าทำไมห้ามรายงานรายละเอียดข้อมูลกับผู้อำนวยการแต่เธอกลับรับปากอย่างไร้ข้อกังขา
“อีกเรื่อง” สวีหยางอี้กวักนิ้ว“เธอต้องหาของพวกนี้มาให้ฉันก่อนสิ้นเดือนด้วย”
เมื่อพูดคุยเรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้น สวีหยางอี้ก็กลับเข้าห้องฝึกตนทันที
เวลาที่เหลือหลังจากนี้ ขอเป็นเวลาให้เขาสร้างสินค้าประมูลแล้วกัน!
วันเวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองสามวันที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของมู่ตันกับเมาปาเอ้อก็เข้ากันได้มากขึ้นหมายถึงการทำงานของหนึ่งหมาหนึ่งคนเข้าขากันมากขึ้น มู่ตันคิดว่าเมาปาเอ้อที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวรุ่นบุกเบิกรู้เรื่องงานประมูลนี้ตั้งนานแล้วแต่เธอไม่รู้ว่าเขารู้เรื่องสถานะของปรมาจารย์โอสถตัวจริงซึ่งเรื่องนี้ก็มีแค่เขากับหลี่จงหยวนรู้เท่านั้น
เหตุผลที่สวีหยางอี้กล้าเปิดเผยกับสองคนนี้ไม่ใช่อื่นใด แต่เป็นเพราะพวกเขาทั้งสองผูกสัญญาแห่งชีวิตกับสวีหยางอี้แม้เฉิงเจี้ยนเฟิงกับโจวถิงถิงจะมีเช่นกัน แต่ระดับความสนิทก็ยังตื้นเขินอยู่
ผ่านไปอีกสามวัน รายงานหัวข้อ‘พิธีก่อตั้งรับสมาชิกเข้ากองกำลังทัณฑ์สวรรค์อย่างเป็นทางการ’ก็ถูกยื่นใส่มือมือคนๆ หนึ่ง ดวงตาพลันหรี่มอง
“งานประมูลงั้นเหรอ?” เชียนเริ่นตกใจเมื่อเห็นรายงานหลังจากนั้นสามวินาที ก็แสยะยิ้มออกมาอย่างเปิดเผย “ก็ดี”
“เป็นพิธีก่อตั้งกองกำลังที่... ดูโง่เง่าดีความโง่เง่านี้น่าจะดึงดูดหลายๆ ฝ่ายได้อยู่นะ ดูวางแผนมาดี แต่ก็นะไม่เคยมีกองกำลังไหนใช้วิธีนี้เปิดตัวกันหรอก”
หลังจากนั้นหลายวินาที เสียงผู้ชายคนหนึ่งก็ดังลอยมาจากพื้นที่ว่างเปล่า“ผู้ฝึกตนระดับล่างจะเอาสินค้าอะไรจากไหนมาประมูล วิธีการของพวกเขาช่างสิ้นคิด”
“แค่เศษเหล็กเศษทองแดง พวกเขากล้าหอบเอามาประมูลด้วยงั้นเหรอ? ไปเอาความกล้ามาจากไหน?” เชียนเริ่นหัวเราะอย่างดูถูกก่อนโยนรายงานนั้นลงถังขยะข้างโต๊ะอย่างไม่ลังเลและหยิบพู่กันมาตวัดเขียนอย่างครื้นใจ
หลังจากนั้นครู่หนึ่งสีหน้าเย็นชาและของเขาก็เปลี่ยนเป็นนิ่งเฉยเด็ดเดี่ยว ริมฝีปากปริพูดเสียงแผ่ว“เวลาตายของเขา... มาถึงแล้ว”
“คิดว่าท่านฝู่หยุนเจินเหรินคงรอมานานแล้ว... ภายในหนึ่งปีฉันจะต้องตัดหัวมันมาให้ได้”
หลังจากเงียบลงไปอีกหลายวินท เสียงผู้ชายคนเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้ง“เขาตัดสินใจจะทำภารกิจแล้วเหรอ?”
“สองปีครึ่งที่ผ่านมา ฉันพยายามกรองภารกิจทั้งหมดมาแล้ว”เชียนเริ่นหรี่ตาลงเป็นเส้นตรง “แต่มีแต่ภารกิจระดับ B ซึ่งระดับอันตรายยังไม่มากพอ...ถึงไม่มากพอที่จะฆ่าชีวิตไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี้ได้...”
“มีเพียงภารกิจที่อันตรายและอลหม่านวุ่นวายเท่านี้ที่ฉันจะสามารถหาจังหวะเข้าไปเล่นสนุกด้วยได้ และนำของขวัญชิ้นใหญ่กลับมาให้ท่านฝู่หยุนเจินเหริน...”
“ฉันได้ยินมาว่ากองกำลังระดับ A สามารถกำหนดภารกิจเองได้ไม่ใช่หรือ?”เสียงผู้ชายพูดต่อ
“คิดว่าเขากล้างั้นเหรอ? !” เชียนเริ่นแค่นเสียงหึอย่างดูถูกใบหน้าปกคลุมด้วยแววสังหาร “ที่นี่... คืออวี้หลินเว่ยที่มีฉันเป็นผู้อำนวยการ!ฉันคือราชาผู้เป็นใหญ่ของที่นี่!”
“ถ้าเขากล้ากำหนดภารกิจขึ้นมาเอง ฉันจะประเมินให้เขาได้เกรด B และไม่ให้ A แม้แต่ตัวเดียว...แล้วเขาก็จะเข้าไปดูข้อมูลของปีศาจระดับ SS และ SSS ไม่ได้” เชียนเริ่นเลียริมฝีปากพลางเอนหลังพิงเก้าอี้เอ่ยเสียงเย็น“นอกเสียจาก... เขาไม่อยากแก้แค้นแล้ว เหอะๆ ความดื้อรั้นก่อนหน้านี้จะแผ่วลงโดยง่ายไหมนะ... ถ้าเป็นแบบนั้น ความแค้นในใจของเขาก็ยังคงติดอยู่ไม่สลายนานวันก็จะกลายเป็นจิตมารพจญ แล้วเขาจะบรรลุขั้นจู้จีได้อย่างไร?”
“เขาทำได้แค่น้อมรับภารกิจระดับ A จากฉันเท่านั้นมีเพียงต้องรับภารกิจจากฉันเท่านั้น เขาจึงจะได้เกรด A และแน่นอนเกรดA ตัวนี้มีเพียงเงื่อนไขเดียวเขาต้องมีชีวิตรอดกลับมาให้ได้”
เชียนเริ่นคลี่ยิ้มพลางจิบชาอย่างสบายอารมณ์ “แต่ว่าเขาจะทำได้เหรอ”
“ปล่อยให้ฉันรอมาสองปีครึ่ง... ไอ้สวะเอ๊ย ดาวเคราะห์มรณะตกใส่กบาลแกเข้าแล้วเตรียมตัวตายได้เลย ไอ้มดปลวก”
เสียงถอนหายใจดังแผ่วขึ้นในอากาศ “ถือว่าเขาฉลาดไม่เบาอุตส่าห์มีชีวิตรอดมานานถึงสองปีขนาดนี้”
“ไม่ว่าโผล่หัวหรือหดหัว ไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องตายอยู่ดี” เชียนเริ่นวางแก้วชาใบหน้าเรียบนิ่ง “ฉันยอมรับว่าตัวเขาฉลาดไม่เบา ฉลาดในการใช้ข้อได้เปรียบของตัวเองบีบให้ร่างแยกของท่านฝู่หยุนเจินเหรินต้องถอนกลับในตอนนั้นและทำให้ฉันทำอะไรมันไม่ได้ ทั้งๆ ที่อยู่ต่อหน้า...แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้แข็งแกร่งของจริง วิธีเด็กๆ แบบนี้ทำให้มีชีวิตรอดมาได้สองปีกว่าก็เกินพอแล้ว”
เขายกหูโทรศัพท์ขึ้น “ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป จงเลือกเฉพาะภารกิจระดับ Aหรือที่สูงกว่าระดับ A ขึ้นไปเท่านั้น!”
“เมื่อเลือกได้แล้ว อย่าเพิ่งป่าวประกาศ จงรวบรวมทั้งหมดแล้วส่งมาที่ฉัน!”
ครั้นวางโทรศัพท์ รอยความเยือกเย็นกระหายเลือดฉายแววขึ้นทันที “เจ้าหนู...รอก่อนเถอะ บทเพลงแห่งความตายของแก ได้บรรเลงขึ้นแล้ว...”