ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    ท่องเที่ยว (2)

    ท่องเที่ยว(2)

               พอบินตามเชี่ยนเชี่ยนที่เดินนำมาเอ้ยเดินตามเชี่ยนเชี่ยนที่บินนำหน้ามาสักพักก็ถึงหน้าร้านขายเครื่องปั้นและกระเบื้องเครือบร้านหนึ่งร้านนี้ก็ทั่วๆ ไปไม่เห็นว่าจะมีอะไรพิเศษซ่อนอยู่ที่ร้านนี้ได้เลยไม่เลยสักนิดไม่มีความดึงดูดอะไรทั้งสิ้น ร้านไม่ได้ดูเก่าขลังหรือแบบตั้งอยู่ในซอกห่างไกลผู้คนแต่อย่างไร

    “พี่รองจะมาซื้อถ้วยชาหรือขอรับ”หมิงเลี่ยนถามออกมาอย่างสงสัยเมื่อร้านที่พี่สาวพามาเป็นร้านนี้

    “ไม่รู้สิเราเข้าไปดูก่อนก็แล้วกัน” ชิงเถาบอกออกมายิ้มๆ แล้วเดินนำทั้งสองเข้าไปในร้าน

    เมื่อเข้ามาในร้านบรรยากาศก็ธรรมด๊าธรรมดาไม่มีอะไรบ่งบอกถึงความน่าแปลกใจเลยสักนิด

    “ยินดีต้อนรับขอรับเชิญคุณหนูและคุณชายเดินดูก่อนได้เลยขอรับหรือว่าต้องการเครื่องปั้นแบบไหนก็สั่งทางร้านได้ขอรับ” เป็นเด็กหนุ่มพนักงานของร้านเอ่ยออกมาอย่างนอบน้อมเมื่อเห็นคนเข้ามาในร้าน

    “ขอบใจเจ้ามากข้าขอเดินดูรอบๆ ก่อนก็แล้วกัน” ชิงเถาบอกอีกฝ่ายออกมายิ้มๆแล้วเดินดูข้าวของในร้านไปอย่างช้าๆที่ช้าไม่ใช่อะไรนะกลัวชนข้าวของเขาจนพังเสียหาย

    “มีตุ๊กตากระเบื้องเคลือบรูปสัตว์ด้วยขอรับ”สองแฝดเห็นของน่าสนใจอีกแล้ว

    “พวกเจ้าค่อยๆดูไปก็แล้วกัน อยากได้อันไหนก็เรียกพี่ชายเขามาหยิบให้ อย่าหยิบจับไปมั่วนะเดี๋ยวตกแตกเอาได้” ชิงเถาเอ่ยสั่งน้องชายออกมาอย่างเข้มงวดด้วยร้านนี้ล้วนแล้วขายแต่ของที่แตกหักง่ายทั้งนั้น

    “ขอรับ”

    ‘เอาไงต่อเชี่ยนเชี่ยน’ชิงเถาเมื่อปล่อยให้น้องชายไว้แล้วจึงหันมาสนใจผู้ที่นำทางนางมาที่ร้านนี้

    ‘ตามาสิ’ เอ่ยออกมาคำเดิมแล้วบินนำชิงเถาไปอีกครั้ง

    “อะไรกันแน่นะชักตื่นเต้นแล้วสิ” อะไรกันนะที่เชี่ยนเชี่ยนนำทางนางมาถึงร้านนี้

    ‘ถึงล่ะ’เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยขึ้นเมื่อนำทางชิงเถามาถึงตรงหน้าที่มีของชิ้นนั้นวางอยู่ปะปนกับเครื่องปั้นอันอื่นๆ

    “อันนี้นะหรือมันใช้ทำอะไรได้” ชิงเถาเอ่ยออกมาเมื่อเห็นสิ่งที่เชี่ยนเชี่ยนว่ามันเป็นเหมือนชุดน้ำชาดินเผาที่ใหญ่กว่าปกติเล็กน้อยหน้าตาธรรมดาๆอันหนึ่งเท่านั้น ถ้าชิงเถามาเดินเลือกซื้อก็ไม่มีทางซื้อมันกลับไปแน่นอนเพราะมันเหมือนของที่มีตำหนิจึงไม่มีใครสนใจ

    ‘เจ้าอย่ามองมันเพียงภายนอกสิ มันดีกว่าที่ตาเจ้าเห็นนัก’ เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจนักที่ชิงเถาดูถูกสิ่งที่นางกำลังนำเสนออยู่

    “ก็แล้วมันใช้ทำอะไรได้ล่ะ”

    ‘ชุดน้ำชาก็เอาไว้ชงชาสิจ๊ะชิงเถา แต่ว่าชุดน้ำชานี้เนี่ยพิเศษตรงที่ว่าไม่ต้องใช้ไฟในการต้มน้ำแล้วยังใช้ได้กับพวกสมุนไพรด้วยนะเพิ่มความหอมของชาและถ้าเป็นชาจากสมุนไพรอื่นๆยังเพิ่มสรรพคุณทางยาขึ้นไปอีกสะดวกสุดๆ’ เชี่ยนเชี่ยนบอกออกมาถึงแม้ว่าฟังดูแล้วมันไม่ได้ดูวิเศษเลิศเลออะไรเท่าไหร่แต่เพียงเท่านี้มันก็ยกระดับให้ชีวิตดูสะดวกสบายขึ้นเยอะทีเดียว

    “งั้นก็ขอบคุณที่บอกนะข้าจะซื้อมันเอง ว่าแต่ทำไมมันมาอยู่ที่นี่ได้ฃล่ะ ถ้ามันดีกว่างานชิ้นอื่นๆขนาดนี้” ชิงเถาถามออกมาอย่างสงสัยมันหลุดลอดมือนักสะสมทั้งหลายมาอยู่ตรงหน้านางได้อย่างไรกัน

    ‘คนอื่นก็คงดูมันเพียงภายนอกเหมือนเจ้านั่นแหล่ะ จริงๆแล้วมันก็เกิดจากการทำขึ้นของคนปั้นดินธรรมดาแต่เพียงว่าพลังที่คนงานทำมาเนิ่นนานจึงได้ก่อให้เกิดความพิเศษขึ้นกับมันเสียดายที่รูปร่างมันไม่ได้โดดเด่นจึงยังขายไม่ออกเช่นนี้’เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยเรื่องราวของเจ้าชุดน้ำชานี้ออกมาให้ได้ฟัง

    “เป็นเช่นนี้เอง”ชิงเถาพยักหน้าเข้าใจ แล้วจึงเรียกตัวพนักงานให้มานำชุดน้ำชานี้ที่ประกอบไปด้วยกาหนึ่งใบและถ้วยอีกห้าใบไปคิดเงินให้นางก่อนจะเดินไปหาน้องชายทั้งสองที่รออยู่ตรงที่คิดเงินแล้ว

    “เป็นไงพวกเจ้าได้อะไรหรือไม่”ชิงเถาถามออกมา แต่นางรู้อยู่แล้วว่าทั้งสองต้องได้อะไรสักอย่างอยู่แล้ว

    “ได้ขอรับนี่พี่รองดูสิมีตุ๊กตาดินเผาเหมือนกับอาซุนด้วย” หมิงลู่ยื่นตุ๊กดินเผาขนาดหนึ่งชุนที่หน้าตาคล้ายกับอาซุนหรือสัตว์อสูรปราณของเขาที่หน้าตาคล้ายกับแพนด้าแดง(ชุน =10 นิ้ว)

    “นี่ขอรับข้าก็ได้เหมือนกับจิวจิ่วด้วย”หมิงเลี่ยนก็เสนอตุ๊กตาดินเผาคล้ายแมวให้พี่สาวดู

    “โอ้มีของเช่นนี้ขายด้วย น่ารักจริงๆ” ชิงเถาเอ่ยชมออกมา พวกมันน่ารักจริงๆนางไม่ได้เพียงเอ่ยชมให้น้องชายดีใจเท่านั้น

    “ไม่ใช่เท่านั้นนะขอรับยังมีหนูกับนกด้วย พวกข้าจะซื้อไปฝากพวกเจ้าสี่ตัวขอรับ” หมิงเลี่ยนบอกออกมาพวกเขาไม่ได้ซื้อไปเองแต่อยากซื้อไปฝากสัตว์อสูรปราณของเขาต่างหากพวกมันน่าจะดีใจนะ

    “เป็นเช่นนั้นพวกมันต้องดีใจมากแน่ๆ ที่พวกเจ้าซื้อของไปฝากด้วย” ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างอ่อนโอนแล้วจึงไปจัดการค่าสินค้าทั้งหมดเมื่อเรียยร้อยแล้วทั้งสามจึงพากันเดินกลับไปหาทุกคนยังจุดนัดหมายที่ไม่รู้ว่าซื้อของเสร็จหรือยัง

     

               วันต่อมาหลังจากเมื่อวานที่ทุกคนเดินเล่นซื้อของกันจนพอใจ วันรุ่งขึ้นจึงได้ออกเดินทางต่อด้วยที่เมืองหยางฉานอกจากไร่ชาแล้วก็ป่านั้นก็ไม่มีอย่างอื่นให้พวกเขาได้เที่ยวชมมากนักจึงออกเดินทางต่อทันที และก็เป็นเช่นเดิม การเดินทางนั้นเป็นไปอย่างสบายๆ ไม่ได้รีบร้อนอะไรด้วยวางแผนไว้ว่าจะออกเที่ยวสักเดือนแต่อย่างไรเสียก็สามารถยืดหยุ่นได้ตามเหมาะสมก็พวกเขาเป็นเจ้านายตัวเองนี่นาไม่มีใครมาบ่นมาด่าอยู่แล้ว

               เดินทางต่ออีกสี่วันในที่สุดพวกเขาก็ถึงเมืองลวี่หูโปในช่วงสายของวันพวกเขาจะอยู่ในเมืองในวันนี้ก่อนที่วันต่อไปจะออกเดินทางไปที่ทะเลสาบสีเขียวที่อยู่นอกกำแพงเมืองไปไม่ไกลนัก

    “วันนี้พวกเราก็เดินเล่นในเมืองนี้ก่อนเถอะ“ จิ้นสิงบอกกับทุกคนก่อนที่จะแยกย้ายกับไปเดินเล่นจับจ่ายใช้เงินตามความชอบของแต่ละคนเช่นเดิม

    “ป่ะพวกเราทั้งสามก็ไปเดินเล่นกันเถอะที่นี่เมืองใหญ่กว่าเมืองก่อนนักคงจะต้องใช้เวลานานเสียหน่อย”ชิงเถาบอกกลับน้อยชายออกมาแล้วพากันออกเดินสำรวจร้านค้าต่างๆ กันทันทีไม่รู้ว่าที่เมืองนี้จะมีของดีๆ ให้นางได้เป็นเจ้าของอีกหรือไม่นะเพราะเจ้าชุดน้ำชาพอได้มาชิงเถาก็ได้เอาออกมาลองใช้ทันทีถือว่าสะดวกทีเดียวเพราะอยู่ในรถม้าก็มีชาร้อนๆได้จิบกันโดยไม่ได้ก่อไฟให้มีควันรบกวนใจหรือแม้แต่สมุนไพรจากที่ลี่ถิงได้หาซื้อมาเป็นจำนวนมากพอเอามาชงชาก็ดีมากเช่นกัน

     

    “วันนี้พวกเจ้าอยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือไม่นอกจากซื้อขนมแล้ว” ชิงเถาถามน้องชายทั้งสองออกมาเดินเรื่อยเปื่อยมันก็น่าเบื่อเหมือนกันนะพวกเขาต้องมีจุดมุ่งหมายเสียหน่อยจะได้มีแรงออกเดิน

    “ข้าอยากไปดูร้านที่นำของจากร้านเราขายขอรับอยากรู้ว่าที่เมืองนี้จะมีราคาเท่าไหร่” หมิงลู่เอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้นเจ้าคนนี้เหมือนกับคุณชายมาสำรวจยอดขายของกิจการอย่างไรอย่างนั้น

    “ก็ต้องแพงกว่าอยู่แล้วน่าก็พี่รองบอกว่าเขาต้องเพิ่มค่าเดินทางเข้าไปด้วยที่นี่อยู่ไกลจากเมืองหลวงกว่าเมืองก่อนหน้านี้อีก เช่นนั้นราคาจะต้องเพิ่มขึ้นอีก”หมิงเลี่ยนบอกน้องชายออกมาอย่างจริงจัง เรื่องนี้เขามั่นใจนัก

    “ฮ่าๆๆๆอาจจะเหมือนที่หมิงเลี่ยนว่าแต่เพื่อดูว่าความคิดของพวกเจ้านั้นถูกต้องเราก็ออกเดินหาร้านที่นำสินค้าจากร้านเรามาขายกันเถอะ”ชิงเถาบอกทั้งสองแล้วจับมืองน้องชายทั้งสองออกเดินต่อ

     

               ด้านคนอื่นนั้นวันนี้รวมตัวกันทั้งสี่คนได้แก่ลี่ถิงเยว่ซิน เยว่สือ และชงหยวนเดินเที่ยวเล่นกันอย่างสนใจเมืองนี้ชงหยวนก็เคยมาหลายครั้งเขาจึงทำหน้าที่เป็นคนนำเที่ยวได้ไม่ยาก

    “ที่เมืองนี้มีร้านผ้าที่เนื้อดีไม่ต่างกับเมืองหลวงเลยข้าจะพาไปดูเผื่อว่าพวกเจ้าจะชื่บชอบ” ชงหยวนบอกกับสองหญิงสาวซึ่งดูแล้วทั้งสองนางก็ดูจะสนใจไม่น้อย เขาจึงออกเดินนำคนอื่นๆไปยังร้านแพรพรรณที่ว่าทันที

    “ที่เมืองนี้มีสินค้าอะไรโดดเด่นหรืออาหยวน”เยว่ซินถามออกมาอย่างสนใจ เพราะอย่างเมืองก่อนก็มีชากับของของป่าที่เด่นแล้วเมืองที่ใหญ่อย่างเมืองลวี่หูโปล่ะมีอะไรที่น่าใจอยู่กัน

    “เมืองนี้เด่นด้านการท่องเที่ยวด้วยมีทะเลสาบและที่รอบๆ ที่สวยงามรายได้ส่วนใหญ่จึงมาจากการมาของนักท่องเที่ยวส่วนอย่างอื่นๆ ก็มีสินค้าจากป่าและก็จากในทะเลสาบที่มีขายนั่นแอง”ชงหยวนเอ่ยออกมาตามที่เขารู้ ด้วยเมืองนี้ขายความงามของเมืองเป็นหลักจึงได้เงินจากนักเที่ยวที่มาจับจ่ายซื้อของต่างๆ นั่นเองและรวมถึงค่าเข้าชมในสถานที่ท่องเที่ยวด้วย

    “เป็นเช่นนี้วันนี้ก็น่าจะมีสมุนไพรให้ลี่ถิงได้หาซื้อนะสิ”เยว่ซินเอ่ยออกมาแล้วมองไปทางคนที่กล่าวถึง

    “ดีเจ้าค่ะข้าจะซื้อไปเยอะๆ เลย ซื้อจากชาวบ้านได้ราคาดียิ่งนัก” ลี่ถิงเอ่ยออกมาอย่างชอบใจด้วยการที่ชาวบ้านมาตั้งขายเองนั้นจะได้ราคาที่ถูกกว่าไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางแถมยังได้ช่วยเหลือชาวบ้านอีกด้วย

     

               ชิงเถากับน้องชายถึงจุดหมายในวันนี้แล้วกับร้านที่มีสินค้าของพวกเขามาขายซึ่งดูแล้วจะไม่ได้มีเพียงร้านเดียวเสียด้วยแต่ว่าทุกร้านนั้นก็มีราคาที่เท่ากันคงเกิดจากการแข่งขันกันเป็นแน่ นั่นก็เป็นเรื่องดีทีเดียวเพราะถ้าหากมีแค่ร้านเดียวราคาจะสูงกว่านี้นัก

    “ราคาไม่แพงกว่าเมืองก่อนเท่าไหร่นะขอรับ”หมิงลู่เอ่ยออกมาเมื่อเข้าไปถามราคาของตู้เก็บสมบัติมาแล้ว และยังได้สายตาแปลกๆจากพนักงานที่ขายของร้านอีกด้วย สงสัยจะกล่าวว่าพวกเขาอยู่ในใจที่เข้าไปสอบถามราคาแต่ก็มิได้ซื้อแต่อย่างไร

    “นั่นสิแล้วค่าเดินทางมันเท่าไหร่หรือพี่รอง” หมิงเลี่ยนถามออกมาอย่างสงสัยเขาอยากรู้ว่าค่าเดินทางนั้นคิดอย่างไรเพราะจากที่พวกเขาเดินทางมานอกจากม้าที่ต้องกินหญ้ากินน้ำแล้วมันมีค่าเป็นเงินเท่าไหร่กันแน่

    “นั่นสินะขอพี่คิดก่อนเดี๋ยวบอกอีกทีตอนกลับไปที่โรงเตี๊ยมก็แล้วกัน”ชิงเถาบอกน้องทั้งสองออกมาอย่างพอใจ ที่พวกเขารู้จักตั้งคำถามต่างๆนี่สิวี่แววของเด็กฉลาดรู้จักตั้งคำถาม ถึงแม้ว่าจะหาคำตอบด้วยตัวเองไม่ได้แต่อย่างน้อยก็รู้วิธีให้ได้มาซึ่งคำตอบ นั่นก็คือถามคนอื่นนั่นเอง แต่ตัวนางเองก็ไม่เคยนำของมาค้าขายที่ต่างเมืองแต่อย่างไรก็เลยไม่รู้ว่าค่าใช้จ่ายจริงๆเป็นเท่าไหร่ คงได้เพียงกลับไปสอนน้องชายในแบบเท่าที่นางรู้ก็แล้วกัน

    ‘เชี่ยนเชี่ยน ที่เมืองนี้ไม่มีอะไรดีๆ ให้ข้าไปหาซื้อบ้างหรือ’ ชิงเถาเอ่ยถามอีกคนตัวเล็กที่บินเป็นเพื่อนอยู่ไปไกลเมื่อไม่มีวี่แววว่าจะได้ยินเชี่ยนเชี่ยนเอ่ยออกอะไรนางจึงได้ถามออกมาอย่างหมดหวัง

    ‘ข้ายังไม่รู้สึกถึงอะไรเลยอะไรกันชิ้นนั้นก็ได้ไปไม่กี่วันร้องหาอันใหม่แล้วรึ’เชี่ยนเชี่ยนถาม

    ‘ไม่ได้เบื่อ แต่ถ้ามีอะไรมาให้ตื่นเต้นอีกก็ดีไม่น้อยนะ’ ชิงเถาบอกออกมาอย่างคนโลภอย่างไรเสียนางก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งมีรักโลภโกรธหลงเป็นเรื่องธรรมดาไม่สามารถสลัดทิ้งไปได้

    ‘เฮ้อ ถ้ามีอะไรน่าสนใจจะบอกน่าไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ได้’ เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยออกมาอย่างเอือมๆ กับอีกคนไม่น้อย

    ‘ขอบใจจ้า’ ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี

     

    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน