อาทิตย์ยอแสง

    บทที่ 8 เราจะไม่มีวันย้อนกลับมาที่เดิมอีกแล้ว (2)

    “เรียนท่านมีอุปการคุณทุกท่านทราบ บิ๊ก ซูปเปอร์มาเก็ต วันนี้มีสินค้าจัดโปรโมชั่น...”ภาวินเข็นรถเข็นตามรสาที่เดินหยิบของใส่ตะกร้าอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้จะดูลิสต์รายการที่เขียนมาด้วยซ้ำ“หยิบขนาดนี้ แล้วจะเขียนลิสต์มาทำไม” ภาวินพูดขึ้น แต่คนที่หยิบของใส่รถเข็นก็ไม่ได้ใส่ใจคำพูดของคนที่ท้วงขึ้นมาเท่ากับสิ่งที่ตัวเองกำลังหยิบอยู่“รสา มันไม่เยอะไปหน่อยเหรอ มันอยู่ได้หลายเดือนเลยนะ” ภาวินพูดขึ้นอย่างนั้น รสาก็หันมามองของในรถเข็นก็พยักหน้าให้แล้วก็หันไปดูของต่อ“ฉันไม่ค่อยได้ซื้อของเข้าบ้านเองน่ะ ปกติฝากให้อื่นซื้อตลอด” ภาวินได้ยินเสียงเรียบเรื่อยที่ตอบมาก็หลับตาลงก่อนจะเริ่มหยิบของในรถเข็นออกไปบ้าง เพราะหลายอย่างมันก็ดูเกินจำเป็น“ค่อย ๆ ซื้อก็ได้ ถ้าหมดแล้วผมจะพามาซื้อใหม่” ภาวินบอก รสาก็หันกลับมามองก็เห็นชายหนุ่มกำลังหยิบของออกคิ้วเรียวก็ขมวดมุ่นขึ้นก่อนจะเข้าไปจะแย่งกลับคืนมา“นายจะเก็บทำไม ฉันอยากกินเงาะกระป๋องอยู่นะ” รสาพูดขึ้นพร้อมกับมองภาวินเขม่น แต่ชายหนุ่มกลับส่ายหน้าแล้วดึงกลับมา“ที่รสาหยิบมันลิ้นจี่นะไม่ใช่เงาะ แล้วถ้าอยากกินก็เอาแค่กระป๋อง สองกระป๋องก็พอ ไม่ต้องเอาทุกอย่างเป็นโหลอย่างกับจะไปเปิดร้านขายของชำอย่างนี้” ภาวินพูดอย่างนั้นก่อนจะแกะมือบางออกจากลิ้นจี่กระป๋องแพคใหญ่แล้วเอากลับไปวางที่เดิมก่อนจะหยิบของที่ดูจะเกินความจำเป็นอย่างอื่นกลับไปเข้าที่ภาวินหันไปเห็นรสาเดินกอดอกตามหลังอยู่เงียบ ๆ ไม่ยอมพูดอะไร ชายหนุ่มก็ยื่นมือจะไปจับแขนบางให้มาเดินข้างกัน แต่รสาก็ดึงมือของตัวเองออกแล้วหันไปมองทางอื่น“โกรธอะไรผม รสา” ภาวินถามขึ้นอย่างนั้น แต่รสาก็ไม่ยอมหันมา “โกรธเรื่องที่ผมห้ามไม่ให้รสาหยิบของพวกนั้นใช่ไหม” ภาวินพูดก่อนจะยกมือทั้งสองข้างจับแขนของหญิงสาวเอาไว้แล้วยิ้มออกมาบาง ๆ “รสาลองบอกผมได้ไหม ว่าจะซื้อเยอะขนาดนั้นไปทำไม”“นายไม่เข้าใจหรอก เวลาจะกินอะไรในบ้านหลังนั้นฉันก็ต้องระวัง พอไปบ้านสวนมันก็แทบไม่มีอะไรกิน นาน ๆ ฉันจะได้ออกมาซื้อของเองสักที จะฝากตายายซื้อบ่อย ๆ ฉันก็เกรงใจ ฉันก็มีของที่อยากกิน แต่พอมันไม่มี นายไม่รู้หรอกว่ามันรู้สึกยังไง” รสาพูดออกมา ภาวินก็พยักหน้าให้อย่างเข้าใจ“ถ้ารสาอยากกินอะไร ผมจะซื้อไปให้รสาเอง หรือรสาอยากไปไหน ผมก็จะพาไป” ภาวินพูดออกมาเมื่อเริ่มเข้าใจว่าเรื่องมันแค่เกิดจากของที่อยากกินแล้วไม่ได้กินก็เท่านั้น“นายเอาเวลาไปทำสิ่งที่นายอยากทำเถอะ ฉันไม่อยากรบกวน” ภาวินได้แต่ถอนหายใจออกมากับคำพูดของคนตรงหน้า เขากำลังพยายามทำความเข้าใจกับคำพูดของรสาอยู่ เธออาจจะไม่รู้ว่าคำพูดของเธอมันตีได้ความหมายเลวร้ายที่สุดคืออย่ามายุ่งกับฉัน หรือตีความหมายเข้าข้างคนฟังที่สุดคือไม่ต้องตีความอะไรเลย แค่รับฟังตามตัวอักษรเท่านั้น ไม่ต้องคิดอะไรให้มากความทั้งสิ้น และเขาก็จะลองเชื่ออย่างหลังดู“ผมอยากให้รสารบกวนผม จะเป็นเวลาไหนรสาก็กวนผมได้ แต่ขอผมทำงานในเวลางานก็เท่านั้น” ภาวินบอกไป รสาก็มองคนตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจออกมา“นายนี่ท่าทางจะบ้า ชอบให้คนอื่นรบกวน จิตสาธารณะดีจริง ๆ เลยนะ” ภาวินเผลอหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินรสาพูดออกมาแกมประชดอย่างนี้“ปกติถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ค่อยชอบเท่าไรหรอก แต่รสาดีกับผมเกินไป ผมเลยต้องยิ่งดีกับรสาให้มาก” ภาวินบอกอย่างนั้น แต่หญิงสาวกลับนิ่งไป“นั่นสินะ เพราะนายรู้ว่าฉันทำดีกับนาย นายเลยมาทำดีกับฉันมาก ๆ อย่างนี้” ภาวินได้ยินอย่างนั้นก็นิ่งไปไม่ต่างกันก่อนที่จะถอนหายใจออกมา“ผมย้อนเวลากลับไปไม่ได้หรอกนะรสา ผมได้แค่ขอโทษกับสิ่งที่ผมทำ” ภาวินพูดอย่างนั้น รสาก็กะพริบตาปริบ ๆ“ขอโทษทำไม ฉันรู้หรอกว่านายทำดีกับฉันมาตลอด แค่ตอนนี้มันมากกว่าเดิมแค่นั้น” รสาพูดขึ้นก่อนจะเอามือของภาวินที่จับแขนตัวเองออกแล้วยกมือลูบแก้มสากอย่างเบามือ “ฉันบอกแล้วยังไงว่าฉันหูดีมาก ถึงนายจะซ่อนตัวยังไง ฉันก็จำเสียงของนายได้”รสายิ้มออกมาเมื่อเห็นคนตรงหน้าเหมือนจะพูดไม่ออกก่อนจะเดินไปจับรถเข็นแล้วหันไปมองคนที่เหมือนจะนิ่งไป “ไปจ่ายเงินกันเถอะ ดูเหมือนนายจะไม่อยากเดินซื้ออะไรแล้ว”“แสดงว่าเธอก็รู้ว่าผมไปหาเธอที่โรงพยาบาลใช่ไหม” ภาวินถามขึ้นอย่างนั้น รสาก็เอียงคอมองคนตรงหน้า“ฉันกลัวนายจะเขินน่ะ เลยนอนหลับตานิ่ง ๆ” รสาพูดออกมาราวกับมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่กลับทำให้ภาวินหน้าแดงขึ้นมา ก่อนที่จะพยักหน้าแล้วเดินมาวางมือตัวเองบนมือบางที่วางอยู่บนรถเข็นแล้วเข็นไปเงียบๆ“ไม่ต้องอายหรอก เรื่องแค่นี้เอง นายก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้วนี่” รสาพูดขึ้นอย่างขำ ๆ กับคนที่ยังคงหน้าแดงอยู่ “นายชอบทำท่าเหมือนโกรธฉันอย่างกับชาตินี้ไม่อยากจะมองหน้า แต่นายก็เป็นคนเดียวที่เป็นห่วงฉันจากใจ”“เธอทำเหมือนไม่รับรู้อะไรมาตลอดได้ยังไง” ภาวินถามขึ้นเมื่อหันไปมองคนที่เดินอยู่ข้างตัว“เพราะฉันมองคนอื่นไม่ชัดยังไงล่ะว่ารู้สึกอะไร มันเลยง่ายที่จะแสดงว่าตัวเองไม่รู้สึกอะไร” รสาบอกก่อนจะยิ้มออกมา “แต่ถ้านายยังเอาหน้ามาใกล้ ๆ ให้ฉันเห็นชัดอย่างนี้ มันคงจะยากถ้าฉันต้องทำเหมือนไม่รับรู้อะไร เวลาอยู่ต่อหน้าคนพวกนั้น นายก็อยู่ห่าง ๆ ฉันซะนะ”“ทำไมเราต้องมาแอบคบหลบ ๆ ซ่อน ๆ อย่างนั้นด้วย เราไม่ได้ทำอะไรผิด” ภาวินพูดขึ้น“ฉันกลัวลม” ภาวินขมวดคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ มือบางที่ตัวเองจับอยู่ก็พลิกขึ้นกุมมือที่วางซ่อนตัวเองไว้ “ฉันกลัวว่าความสุขที่ฉันมีมันจะหายไป ฉันไม่ได้รักตัวเองมากพอหรอกนะ ลม”  ภาวินเลี้ยวเข้าไปภายในซอยเล็กก่อนที่จะถึงถนนทางเข้าบ้านรสาอีกหลายซอย ชายหนุ่มขับรถไปตามทางลูกรังที่คนที่นั่งข้างๆ บอก ส่วนตอนนี้หญิงสาวก็นั่งตักไอศกรีมเข้าปากอย่างสบายใจ“ถูกทางแน่เหรอ รสา” ภาวินถามขึ้นอย่างนั้น หญิงสาวก็พยักหน้าให้“ขับไปจนสุดนู่นเลย เดี๋ยวก็ถึงเอง” รสาบอกพร้อมกับตักไอศกรีมหลากรสสลับกันเข้าปาก ส่วนคนที่ทำหน้าที่ขับรถก็ขับไปตามทางอย่างช้า ๆ ด้วยความระมัดระวัง เพราะไม่คุ้นชินเส้นทาง“รสาคงไม่หลอกผมมาฆ่าหรอกนะ” ภาวินพูดออกมาแต่สายตาก็ยังมองทางสองข้างทางมีแต่สวนผลไม้ แต่อยู่ ๆ ก็เห็นผู้ชายสูงวัยเดินออกมาแล้วโบกเรียกเขาก็เลยจอดลงก่อนที่จะลดกระจกลง“มาหาใครล่ะพ่อหนุ่ม” ชายสูงวัยถามขึ้นก่อนจะเห็นหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ “อ้าว คุณรสาเองเหรอ”“ฉันเอง เอาไอติมมาฝาก อากาศร้อนเอาไปกินกับยายแล้วกันนะ” รสาส่งถุงที่อยู่ข้างตัวให้ จนภาวินต้องรับมาส่งให้แทน“ขอบคุณมากคุณรสา แฟนคุณรสาเหรอ” รสาได้ยินตาเวียงถามอย่างนั้นก็หันไปมองคนที่ถูกพาดพิงหันมามองตัวเองก่อนจะยักไหล่แล้วตักไอศกรีมในมือกินต่อ ภาวินก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเมื่อเห็นหญิงสาวทำท่าไม่ใส่ใจอย่างนั้น“ชื่อลมน่ะ” รสาพูดขึ้นอย่างนั้นก่อนจะหันไปทางคนทั้งสองที่มองมา“ตาไม่เคยเห็นคุณรสาพาใครมา เห็นอย่างนี้ก็สบายใจ” ตาเวียงพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มกว้าง “ขับเข้าไปสุดนู่นเลย ประตูรั้วไม้สวย ๆ นั่นแหละครับ บ้านคุณรสา”“ขอบคุณครับ” ภาวินบอกก่อนจะปิดกระจกแล้วขับรถต่อเข้าไปทางลูกรังก่อนที่จะจอดอยู่หน้ารั้วไม้สูงที่ตีรอบบ้านราวกับเป็นปราการไม่ให้ใครบุกรุกเข้าไปได้รสาเปิดประตูลงก่อนจะไปกดใส่รหัสประตูรั้วให้เปิดออก ภาวินก็ได้แต่มองประตูรั้วเปิดออกให้เห็นบ้านข้างใน แต่เจ้าของบ้านกลับเดินเลี้ยวไปหลบในร่มยืนกินไอศกรีมอย่างสบายใจ“210350 ประตูรั้วนอกบ้าน 170958 รหัสเข้าบ้าน” รสาพูดขึ้นภาวินเดินลงจากรถมาหาตัวเองก่อนจะเดินไปทางแปลงผักที่ดูจะขึ้นสวยงามน่ากินต่างจากแปลงผักบ้านหลังใหญ่  ภาวินที่ยืนนิ่งกับตัวเลขที่ตัวเองได้ยิน ขาทั้งสองข้างค่อย ๆ ก้าวไปทางรั้วก่อนจะปิดลงแล้วลองกดรหัส 210350 ตามที่หญิงสาวบอก ประตูรั้วก็ปลดล็อกก่อนที่เขาจะปิดลง แล้วเดินเข้าไปกดเปิดประตูบ้านตามรหัส 170958 ประตูบ้านก็ปลดล็อก ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่นิ่งเมื่อวันที่เขาได้เจอกับรสาและเป็นวันที่เขาได้เป็นผู้พิพากษาอย่างที่ฝันกลับถูกตั้งเป็นรสาเข้าบ้านของหญิงสาวอย่างนี้-------------------------------------