"เธอสู้มามากพอแล้ว พักผ่อนเถอะ" คือคำพูดสุดท้ายของชายหนุ่มที่เธอเองเพิ่งจะได้พบและรู้จักกันในวันนี้
ชายหนุ่มใช้ดาบเล่มใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเปลวไฟสีเหลืองฟันเข้าไปที่แขนของอสูรตนนั้น จนขาดออกจากกันภายในการฟันลงไปเพียงครั้งเดียว ก่อนที่จะสลายดาบและรับร่างของหญิงสาวลงอย่างแผ่วเบา
ตลอดเวลาหลายสิบนาทีที่ผ่านมา ความจริงแล้วหลินเองก็อยู่ในที่แห่งนี้เช่นเดียวกัน เพียงแค่ไม่ได้ลงมือ เขาตั้งใจจะดูว่ากองทัพมีวิธีการหรือการตอบสนองอย่างไรต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้
การอพยพผู้คนโดยใช้สัญญาณถูกฝึกซ้อมมาก่อนเป็นอย่างดีทำให้เวลาปฏิบัติสามารถทำออกมาจริงได้อย่างดีเยี่ยม เพียงไม่กี่นาทีผู้คนสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างพร้อมเพียงและไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายใหญ่โตเกิดขึ้นระหว่างนั้น
ไม่มีผู้บาดเจ็บ แน่นอนว่าต้องไม่มีผู้เสียชีวิต แม้ว่าเหตุจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ในข้อนี้เขารู้สึกค่อนข้างประทับใจ
ที่น่าประหลาดใจคือการกระทำของเรเชล หญิงสาวผู้ถูกเรียกขานว่าองค์หญิงได้ทำสิ่งที่เหนือความคาดหมายแทบจะทันทีที่มาถึง
การกระทำที่อุกอาจได้สร้างความประทับประหลาดใจรวมไปถึงความประทับใจให้แก่เขา โดยที่ไม่มีคนช่วยเหลือ ไม่มีกำลังเสริม เรียกได้ว่าไม่มีอะไรเลยนอกจากเธอเพียงคนเดียว หญิงสาวกับพุ่งเข้าไปหาอสูรที่มีจำนวน 100 ตน
หลินเลือกที่จะมองดูเช่นนั้น ทักษะของเธอมีความสามารถในการป้องกันที่สูงเป็นอย่างยิ่ง ดูเหมือนว่าเธอตั้งการจะใช้มันเพื่อเป็นการซื้อเวลาให้กับกำลังเสริมที่กำลังจะมาถึง
ซึ่งความจริงแล้วกำลังเสริมได้ตั้งแต่ห้านาทีก่อน มีบางส่วนที่ต้องการจะเข้าร่วมการต่อสู้ แต่ถูกห้ามเอาไว้ การพุ่งเข้าไปโดยไม่ให้สัญญาณอาจทำให้หญิงสาวได้รับผลกระทบ เขาคิดแบบนั้นและเชื่อว่ากำลังเสริมก็คิดแบบนั้นเช่นเดียวกัน
แม้จะพยายามให้สัญญาณเพียงใดดูเหมือนว่าสัญญาณเหล่านั้นจะไม่มีอยู่ในสายตาของหญิงสาวแม้แต่น้อย ในระหว่างที่กำลังลังเลอยู่นั้นเอง เวลาอีกห้านาทีได้ผ่านไปอย่างรวดเร็;
หญิงสาวเหมือนเพิ่งจะสังเกตเห็นถึงสัญญาณดังกล่าว ทำการฝ่าทะลุออกไปอีกฝั่งหนึ่ง ทำให้กำลังเสริมที่รออยู่พุ่งเข้าไปปะทะแทบจะทันทีโดยไม่มีการให้สัญญาณบุกใดๆ
เพียงไม่กี่วินาทีก่อนหน้านั้นเอง หลินได้พุ่งเข้าไปในจุดที่หญิงสาวกำลังฝ่าออกมาหวังที่จะรอรับ แต่ว่าอสูรร่างสูงได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน แต่มันก็มีเวลามากพอให้เขาสร้างดาบด้วยเปลวไฟสีเหลืองและฟันลงเต็มแรง
! ฉึบ
หลินรับร่างของหญิงสาวเอาไว้ในอ้อมแขน พร้อมกับการยกมืออีกข้างหนึ่งตั้งใจที่จะปล่อยเปลวสีเหลืองเพื่อให้อสูรตนนี้ล่าถอยไปก่อน แต่กับไม่เป็นเช่นนั้น
กลิ่นอายแปลกประหลาดได้ถูกส่งออกมาจากร่างของหญิงสาว ในทีแรกเขาคิดว่าเป็นแบบนั้น แต่ความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นกับแขนซ้ายทำให้เขารู้สึกตกใจ
แขนเสื้อได้หายไป ปราฏกให้เห็นแขนข้างซ้ายของเขาที่ตอนนี้ได้กลายเป็นสีดำ มันดำสนิทจนน่ากลัว
หลินหันไปมองอสูรร่างสูงและใช้เปลวไฟสีเหลืองอีกครั้ง แต่มันไม่ออกมา เปลวไฟสีฟ้าก็เช่นเดียวกัน เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาในตอนนี้ แต่มั่นใจได้อย่างหนึ่งว่ามันจะต้องเป็นเพราะแขนข้างซ้ายของเขาอย่างแน่นอน
หลินมองไปที่อสูรร่างสูงอีกครั้งด้วยความประหลาดใจ เขาไม่ได้ต่อสู้กับมันเพราะไม่สามารถใช้พลังออกมาได้ แต่ในทางกลับกันมันกับไม่พยายามที่จะทำร้ายเขาแม้แต่น้อย และเขายังรู้สึกได้ว่าระยะห่างของเขากับมันค่อยๆห่างกันออกไปทีละน้อย
เหมือนกับว่ามันพยายามถอยออกไป
ใบหน้าของอสูรร่างสูงไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ความรู้สึก แต่ร่างกายของมันดูเหมือนจะสั่นไหวเล็กน้อย
หรือว่าจะเป็นเพราะเขาสามารถตัดแขนของมันได้ ?
ความเป็นจริงมันควรจะรู้สึกโกรธและตอบโต้ทันทีมากกว่าที่จะถอยออกไปเช่นนี้
เกิดอะไรขึ้นกัน ?
"พวกเราเป็นหน่วยแพทย์ ผู้บาดเจ็บเป็นอย่างไร ?"
เสียงหนึ่งดังขึ้นเป็นชายหญิงคู่หนึ่งถือกล่องบางอย่างเข้ามา
"บาดเจ็บเล็กน้อย สามารถรักษาได้ทันที แต่พลังงานเหมือนจะหมดลงอาจจะต้องใช้เวลาพักฟื้น 3-4 ชั่วโมง"
หน่วยแพทย์คนหนึ่งพูดขึ้นหลังจากที่รับตัวหญิงสาวไป
อสูรร่างสูงตอนนี้กำลังปะทะกับกำลังเสริมกลุ่มหนึ่ง ดูเหมือนว่าตอนนี้จำนวนของกำลังเสริมจะมีมากกว่าจำนวนของอสูรที่บุกเข้ามาแล้ว การที่อสูรพวกนี้สู้สุดตัวเช่นนี้หมายความว่าพวกมันมีตั๋วแค่เที่ยวเดียว
แขนสีดำเกิดขึ้นกับเขาอีกครั้ง เป็นเรื่องที่เขาไม่เคยคิดถึงมาก่อน เขาเคยคิดหาวิธีการรักษามันในช่วงที่อยู่ในดันเจี้ยนพิเศษ แต่ตอนนั้นเขาก็ยังใช้ทักษะได้อย่างปกติ หลังจากนั้นเขาก็ได้พบกับเหตุการณ์การเกิดใหม่ของร่างกาย และมันก็ทำให้แขนของเขากับมาเป็นปกติ เขาจึงไม่ได้ใส่ใจกับมันอีก
และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมันคืออะไร ?
ครั้งนี้นอกจากสีของมันที่ดูน่าหวาดกลัวมากกว่าเดิมแล้ว มันยังทำให้เขาไม่สามารถใช้พลังได้ ?
หากว่ามันเกิดขึ้นและทักษะของเขาไม่สามารถใช้ได้ อาจจะเป็นเพราะพลังที่มาจากแขนมันมีอำนาจเหนือกว่าทักษะที่เขามี
พลังของเปลวไฟทั้งสองของเขาก็ยังถูกสยบลงโดยมัน นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่ ?