เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 91: ท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าหมอง (In the Sadly Place)

    “ว่าแต่ คุณชื่ออะไรเหรอครับ” ยูโตะเอ่ยถามนามของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า“อิซานามิ เคียวโกะค่ะ...”ทางด้านยูโตะก็เริ่มมีสีหน้าที่งุนงงออกมาเล็กน้อย“คิวบิ โนะ โยโกะ อิซานามิ นั่นหล่ะค่ะ” ทางด้านยูโตะก็รู้สึกคุ้นเคยกับชื่อนี้อย่างน่าประหลาดคิวบิ โนะ โยโกะ อิซานามิ?? เอ๊ะ ทำไมเรารู้สึกคุ้นๆ กับชื่อนี้จังแฮะ จะว่าไปแล้ว เราเองก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องที่เป็นชาวเมืองเกียวโตในทายาทบรรพบุรุษชนเผ่าวานี่นาสีหน้าของยูโตะในตอนนี้เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกสงสัยที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน ใบหน้าอันหล่อเหลาคมคายนั้นก็พลางนิ่วด้วยความรู้สึกที่เคร่งเครียดนิดๆ ราวกับว่าเขานั้นพยายามที่จะนึกถึงเรื่องนั้นให้ออกให้ได้ เขายังไม่ทันที่จะได้กล่าวอะไร สาวไฮโซที่อยู่ตรงหน้านั้นก็รีบเอ่ยแทรกขึ้นมาทันที“คุณไม่จำเป็นต้องซีเรียสกับมันก็ได้นะคะ เพราะเราทั้งสองยังพอมีเวลาที่จะได้รู้จักกัน และรื้อฟื้นอดีตอีกตั้งมาก อีกไม่นานหรอกค่ะ คุณก็จะจำเรื่องราวทุกอย่างในอดีตได้ และคุณ...ก็จะได้รู้เรื่องทุกอย่างที่คุณอยากจะรู้ทั้งหมด และเมื่อถึงตอนนั้น คุณก็อาจจะไม่อยากรู้เรื่องพวกนั้น และก็ไม่อยากจะรู้จักกับฉันอีกเลยก็ได้”ทางด้านยูโตะเองนั้นก็ยังไม่เข้าใจสักนิดเลย ว่าตกลงแล้ว...เคียวโกะต้องการจะพูดถึงอะไรกันแน่“คือฉันกำลังจะพูดถึงชายสองมาตรฐานคนหนึ่งอยู่ค่ะ”ยูโตะก็เริ่มรู้สึกอึ้งขึ้นมาในทันที เมื่อได้ยินในสิ่งที่เคียวโกะพูดออกมาเช่นนั้น“ชาติภพหนึ่ง เขาวิ่งหนีผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นทั้งภรรยาและน้องสาวของเขา...ด้วยความหวาดกลัวในรูปลักษณ์ที่กลายสภาพเป็นนางอสูร...”“อีกชาติภพหนึ่ง เขาก็ไปหลงรักกับเจ้าหญิงทอผ้าจากต่างแดน แต่ก็น่าแปลกอยู่เหมือนกันนะคะ ทั้งๆ ที่นางเจ้าหญิงทอผ้าคนนั้นได้กลายสภาพเป็นนางอสูร…เช่นเดียวกับหญิงสาวผู้เป็นทั้งอดีตภรรยาและอดีตน้องสาวของเขาคนนั้น แต่กลับมอบทั้งความรักและหัวใจให้กับเจ้าหญิงคนนั้น”ทางด้านยูโตะก็พลางนึกถึงภาพที่ตัวเขานั้นเคยฝันเห็น ดวงตาสีม่วงที่คมคายดั่งเมล็ดซิ่งนั้นพลางเบิกกว้างออกมาเพียงเล็กน้อย มันคือภาพเรื่องราวที่ตัวเขาในสมัยอดีตกาลนั้นเคยวิ่งหนีเทพีอิซานามิ ซึ่งได้กลายสภาพเป็นนางอสูรด้วยความหวาดกลัว“แล้วชายผู้นั้น...ก็เคยทำร้ายสัตว์อสูรตัวหนึ่งด้วย จำได้ไหมคะ”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ยูโตะก็พลางนึกภาพในความฝันที่ตัวเขาในอีกชาติภพหนึ่งด้วยสีหน้าที่ตกใจนิดๆ ดวงตาคมคายของเขานั้นพลางเบิกกว้างออกมาเพียงเล็กน้อย ตัวเขาในตอนนั้นเคยใช้ดาบพระแสงฟ้าฟื้นคุซานางิ ซึ่งได้รับมาจากเทพีอามาเทระสึในการจัดการกับพญาจิ้งจอก 9 หาง เพื่อปกป้องอาณาจักรยามาไทเอาไว้“ตอนนี้ฉันคงต้องรีบไปแล้วหล่ะค่ะ ฉันมีธุระอย่างอื่นที่จะต้องทำ”ทางด้านเคียวโกะนั้นก็ได้กล่าวอำลากับยูโตะ ก่อนที่นางนั้นจะรีบเดินออกมาจากบริเวณตรงนั้นทันที“รอเดี๋ยว!!” ทางด้านยูโตะนั้นก็ดูเหมือนว่าพยายามจะรั้งตัวเคียวโกะเอาไว้“ไม่ต้องห่วงไปหรอกนะคะ เพราะเราสองคน...จะได้เจอกันอีก”เคียวโกะกล่าวคำทิ้งท้ายกับยูโตะ ก่อนที่นางนั้นจะเดินหายไปในทันที สักพัก เวลารอบตัวนั้นก็ได้เดินหน้าอีกครั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างโดยรอบเริ่มกลับมาเคลื่อนที่ตามปกติเมื่อกี้นี้มัน...ทางด้านยูโตะนั้นก็เริ่มมีสีหน้าที่ดูคล้ายกับตกใจนิดๆ ดวงตาที่คมคายดั่งเมล็ดซิ่งนั้นพลางเบิกกว้างออกมาเล็กน้อย“มีอะไรรึเปล่าคะ พี่ชาย”คานาเมะรีบเอ่ยถามยูโตะด้วยสีหน้า และแววตาที่ดูท่าทางจะเป็นห่วงนิดๆ เมื่อเห็นผู้เป็นพี่ชายของเธอกำลังยืนเหม่อลอย และทำหน้าอึ้งอยู่อย่างนั้น ทางด้านยูโตะก็เริ่มสะดุ้งตื่นขึ้นจากภวังค์เพียงเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงเอ่ยถามของผู้เป็นน้องสาวดังขึ้นจากทางด้านหลังอย่างแผ่วเบา“อ๋อเปล่า ไม่มีอะไรหรอก”ยูโตะเอ่ยตอบพลางลูบหัวคานาเมะที่อยู่ในชุดกระโปรงกับน่องกางเกงสีโทนดำอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน คานาเมะเริ่มมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มออกมานิดๆ ดวงตาคู่งามของนั้นพลางหรี่ลงเพียงเล็กน้อย สักพัก ก็ได้มีรถยนต์เอนกประสงค์คันหนึ่งค่อยๆ ขับมาที่หน้าร้าน ภายในรถคันนั้นมีสึคาสะที่เป็นเพื่อนนักข่าวของยูโตะคอยทำหน้าที่ขับรถ และมีวาตารุที่เป็นเพื่อนนักข่าวอีกคนของเขานั่งอยู่ที่เบาะหน้าข้างๆ คนขับ ยูโตะกับคานาเมะค่อยๆ ขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังข้างโยชิโกะที่เป็นรุ่นน้องนักข่าวของเขา แล้วรถยนต์เอนกประสงค์คันนั้นก็ได้ขับไปยังวัดแห่งหนึ่งในใจกลางมหานครโตเกียวทันทีภายในวัดแห่งนั้นได้มีการจัดพิธีงานศพของรัฐมนตรีอาวุโสที่มีนามว่าฟุจิเอดะ ทาดาชิขึ้นตามแบบสไตล์ญี่ปุ่นดั่งเดิม บรรยากาศภายในงานศพนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าโศก มีเหล่าบรรดาคนใหญ่คนโตเข้ามาร่วมไว้อาลัยนับร้อยกว่าคน มีทั้งที่เป็นข้าราชการระดับสูง นายทหาร นายตำรวจ นักการเมือง นักวิชาการ และนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล รวมไปถึงเหล่าซุปเปอร์สตาร์ และเซเล็บไฮโซชื่อดังระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นด้วยซึ่งมีทั้งชายหญิงและช่วงอายุที่แตกต่างกันออกไปตั้งแต่วัยหนุ่มสาวไปจนถึงวัยกลางคน ภายในงานศพของรัฐมนตรีทาดาชินั้นถูกจัดตกแต่งอย่างสมฐานะ ที่ด้านนอกวัดเต็มไปด้วยรถหรูหลากหลายยี่ห้อดังจอดเรียงรายอยู่ทั่วบริเวณ“พี่ขอแสดงความเสียใจด้วยนะ มิเนโกะ กับการสูญเสียในครั้งนี้ ขออวยพรให้พ่อของหนูไปสู่สุคติ”ซาวายากะ ยาเอมะ ผู้อำนวยการจากสำนักข่าว NP-News กล่าวไว้อาลัยกับผู้เป็นเจ้าภาพงานศพอย่างฟุจิเอดะ มิเนโกะ นักการเมืองหญิงดาวรุ่งที่เป็นลูกสาวของทาดาชิที่ได้จากไปด้วยสีหน้าที่เศร้าหมองผู้อำนวยการสาวนางนี้ รู้จักกับนักธุรกิจและผู้อาวุโสในแวดวงการเมืองหลายคนมาก ที่สำคัญเธอเป็นรุ่นพี่ในสมัยมหาวิทยาลัยของมิเนโกะอีกด้วย“ผมขออวยพรให้ท่านไปสู่สุคตินะครับ”เซ็นเคียว นายทหารใหญ่แห่งตระกูลมัทสึไดระกล่าวไว้อาลัยที่หน้างานศพของทาดาชิ พลางก้มหัวโค้งคำนับเป็นการแสดงความเคารพ พร้อมกับนายหญิงนิชิโกะ ผู้เป็นภรรยาของเขา ก่อนที่ทั้งสองสามีภรรยาแห่งตระกูลมัทสึไดระนั้นจะค่อยๆ เดินไปนั่งเก้าอี้ภายในงานศพที่อยู่ในท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าโศก และทั้งสองก็ได้เผอิญไปเจอกับคนรู้จักที่นั่งอยู่ข้างๆ สองคน ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากโชกุยะกับอายาเสะ พี่ชายคนโตและพี่สาวคนรองของยูโตะกับคานาเมะสักพัก ทางด้านยูโตะกับคานาเมะที่ติดรถไปกับพวกสึคาสะนั้นก็ได้เดินทางมาถึงที่วัด พวกยูโตะกับคานาเมะรีบเดินไปต่อแถวเพื่อเข้าไปด้านในวัดทันทีหลังจากที่พวกยูโตะกับคานาเมะเดินเข้าไปในวัดแล้ว พวกเขาทั้งหมดต่างก็รีบเดินเข้าไปก้มหัวโค้งคำนับที่หน้างานศพของทาดาชิ ก่อนที่พวกเขานั้นจะรีบเดินไปนั่งเก้าอี้ข้างๆ ผู้อำนวยการสาวยาเอมะที่อยู่ภายในงาน ซึ่งอยู่แถวฝั่งตรงข้ามกับพวกเซ็นเคียว นิชิโกะ โชกุยะ และอายาเสะพวกยูโตะได้พบกับพวกรุ่นพี่นักข่าวคนที่เหลืออีกสามคนที่นั่งอยู่แถวหลังที่อยู่ถัดลงมาจากแถวหน้าสุดที่พวกเขากำลังนั่งอยู่ในขณะนี้ คือเอย์จิ คาริน และนัทสึมิ“หลับให้สบายนะคะ ท่านรัฐมนตรีทาดาชิ”“ขออวยพรให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่ภพภูมิที่ดีนะครับ ท่านรัฐมนตรี”ทางด้านมิโกะสาวโอริ สึรุอิมิกับนักบวชมินามิ จุนอิจิ สองผู้ดูแลศาลเจ้าโอยามะซุมิที่อยู่ในชุดไว้อาลัยสีโทนดำนั้นก็ได้เดินทางมาร่วมงานด้วย“ขอบคุณพวกคุณทั้งสองมาเลยนะคะ...ที่อุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกลเพื่อมาร่วมงานศพพ่อของดิฉัน”มิเนโกะกล่าวขอบคุณสึรุอิมิกับจุนอิจิด้วยใจจริง การที่พวกเขาทั้งสองคนนี้ได้รู้จักกับรัฐมนตรีทาดาชิ และนักการเมืองสาวดาวรุ่งอย่างมิเนโกะนั้น เป็นเพราะว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ รัฐมนตรีทาดาชิมักจะเดินทางมาสักการะที่ศาลเจ้าโอยามะซุมิอยู่บ่อยครั้ง พร้อมกับมิเนโกะที่เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน