วิ้ววววว กุ๊บกุ๊บ วิ้ววววว เสียงลมผสมผสานไปกับเสียงเกือกม้ากระทบพื้น ดังอย่างต่อเนื่องเมื่อจางเหวินฉู่ คุณชายสามแห่งจวนคหบดีจาง กำลังเร่งรีบที่จะกลับจวนให้ทันเวลาเพื่อเข้าพิธีสวมกวานในวัยยี่สิบปี ในอีกไม่กี่ชั่วยามที่กำลังจะมาถึง
กุบกับ กุบกับ วิ้วววว
เขาเดินทางสามวันสองคืนไม่มีพัก เปลี่ยนม้ามาแล้วสามครั้ง
เหตุที่เขาเร่งรีบหาได้ให้ความสำคัญกับพิธีสวมกวานของตน แต่ถ้าเขากลับไปไม่ทันท่านแม่หรือฮูหยินจาง ต้องฉีกเงื่อนไขข้อตกลงทั้งหมดของเขาลงเป็แน่ การที่เขาได้เข้าไปอยู่ในกองทัพได้นั้น ความยากไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของเขา แต่เป็ความยินยอมอย่างสมัครใจของท่านแม่ของเขาต่างหากเล่า
ั้แ่เกิดมาเขาที่เป็บุตรชายคนที่สามหรือคนสุดท้อง เป็ที่รักยิ่งของท่านแม่มาก นั่นก็ด้วยเหตุผลเดียวคือเขามีส่วนที่เหมือนกับท่านแม่มากกว่าพี่ใหญ่และพี่รอง ที่จะมีส่วนคล้ายไปทางท่านพ่อมากกว่า
ท่านแม่ทั้งรักและเลี้ยงดูเขามาอย่างกับไข่ในหิน จนท่านพ่ออดไม่ได้ที่จะเปรยพร่ำบ่นมาบ้างว่า “เหวินฉู่ เป็เด็กผู้ชาย ฮูหยินอย่าได้ประคบประคองเขาเหมือนเด็กผู้หญิงนักเลย” และทุกครั้งที่ท่านแม่ได้ยิน ท่านก็จะส่งค้อนอันใหญ่ให้ท่านพ่อในทันที
...ทางด้านจวนคหบดีจาง
ขณะนี้เหล่าบ่าวไพร่กำลังเดินกันควักไคว่เตรียมงานใหญ่อีกครั้ง แม้จะเป็เพียงแค่คุณชายสามแต่ต้องดูเสียก่อนว่าเป็คุณชายสามของตระกูลใดกัน
บรรพบุรุษตระกูลจางล้วนทำการค้า มีกิจการมากมายในหัวเมืองต่างๆ จนมาถึง่ของนายท่านจางคนปัจจุบัน ได้รับการสัปทานค้าเกลือจากราชสำนัก ท่านจางเป็ผู้มีความซื่อสัตย์ต่อการค้ามาก
คุณชายใหญ่จางเหวินเฉา ทายาทของตระกูลโดยชอบธรรมในทุกด้าน รับ่ดูแลกิจการของตระกูลต่ออย่างไม่เป็ปัญหาใดๆ ด้วยอุปนิสัยที่ลอกเลียนแบบมาจากนายท่านจาง
คุณชายรองจางเหวินฉาย กลับฝักใฝ่เส้นทางบัณฑิต แต่เดิมไม่ได้สนใจที่จะรับราชการแต่ทว่าเป็บุรุษในไม่กี่คนที่หายากนัก ในเื่ลวดลายเส้นการเขียน จึงเป็ที่้าของราชสำนัก จางเหวินฉายจึงเข้ารับราชการที่กองอักษรเพียงแค่สองปีก็ได้ตำแหน่งขุนนางขั้นสี่ สร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลเท่าทวีจากที่เดิมมีอยู่ไม่น้อยแล้ว
จนมาถึงคุณชายสาม ก็มีเส้นทางที่ตัวเอง้าเช่นกันแต่ทว่าเส้นทางของน้องชายสามคนนี้ ทำเอาฮูหยินจางถึงกับเป็ลมล้มพับไปทันทีเมื่อสี่ปีก่อน
“ท่านแม่ครับ ลูก้าเข้ากองทัพ” จางเหวินฉู่ในวัยสิบหก
ณ เวลานั้น ทั้งจวนปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอึมครึม บ่าวไพร่ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจดังเลยด้วยซ้ำ
ฮูหยินที่เลี้ยงคุณชายมาดั่งไข่ในหิน และคุณชายสามที่มีใบหน้าผิวพรรณเนียนละเอียดยิ่งกว่าหญิงสาวตระกูลใหญ่ยังต้องหลบให้ ถึงกับคุกเข่าหน้าลานสองคืนสามวัน ทำเอาฮูหยินจางกินไม่ได้นอนไม่หลับ จำต้องยินยอม
สี่ปีแล้วที่ไม่ได้เห็นหน้าตาลูกชายที่รักยิ่ง สาวใช้อ่อนวัยข้างกายฮูหยินยืนชะเง้อคอยาวอยู่หน้าประตูใหญ่ เพื่อมารอคอยต้อนรับคุณชายสามที่จะต้องเตรียมเข้าพิธีสวมกวานในอีกไม่นาน พวกนางสลับกันมายืนเฝ้ารอทั้งกลางวันกลางคืนติดต่อกันเป็เวลาสองวันแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววคุณชายเลย จนเวลานี้ใกล้จวนจะได้ฤกษ์อยู่แล้ว
“คุณชายยังไม่ถึงอีกเหรอ”
“ยังเลย”
“ฮูหยินตื่นแล้ว ท่านเริ่มเป็กังวลแล้ว เ้ากลับเข้าไปพักสักหน่อยเถอะ เดี๋ยวข้ารับ่ต่อเอง” สาวใช้ที่มาเปลี่ยนเมื่อตอนเที่ยงคืนพยักหน้าและกลับเข้าไปพัก
ซึ่งในขณะนั้นเองประตูข้างของจวนก็เกิดเสียงเคาะ ก็อกก็อก รอไม่นานประตูเล็กก็ถูกเปิดจากด้านใน
“โอ้ว! ท่านพ่อบ้าน”
พ่อบ้านตระกูลจางไม่ได้สนใจผู้ที่กล่าว เขาเลื่อนสายตาไปยังร่างบอบบางในชุดสีเขียวอ่อนข้างกายเหมยเซียง
“นี่ส่วนที่เหลือ” พ่อบ้านยื่นถุงเงินที่ด้านในคือก้อนทองตามจำนวนที่ตกลงไว้
เหมยเซียงรับมาพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ หว่านซิงขยับเดินข้ามธรณีประตูข้างเข้าไปเมื่อการซื้อขายของทั้งสองฝ่ายจบลง นางช่างว่าง่ายดีเหลือเกินในสายตาของพ่อบ้าน
โดยที่พ่อบ้านไม่อาจคิดได้เลยว่า สาวใช้ห้องข้างที่ตนพามาครั้งสุดท้ายนี้แตกต่างกับสองคนที่ผ่านมามากเหลือเกิน
หว่านซิงเดินตามพ่อบ้านจางเข้าไป เมื่อเดินเข้ามานางก็อดไม่ได้ที่จะต้องสอดส่ายสายตามองไปทั่วอย่างตื่นๆ จวนแห่งนี้ช่างงดงามจะว่าแค่สมฐานะยังน้อยไป งดงามจนคนที่อยู่ที่นี่ไม่มีความจำเป็ที่จะต้องดิ้นรนอยากออกไปจากกำแพงสูงนี้เลย
หว่านซิงเดินตามพ่อบ้านมาถึงเรือนใหญ่ที่ป้ายเรือนมีอัขระที่งดงามเพียงคำเดียวว่า ฉู่ ตามที่ได้รู้มานั่นก็คือ คุณชายสามมีนามว่าเหวินฉู่
ผลั๊ก “นี่คือห้องข้างของเ้า” พ่อบ้านจางกล่าวและเดินนำหญิงสาวเข้าไป ห้องของนางใหญ่กว่าห้องที่นางอยู่ที่หอซิงซุ่ยถึงสามเท่า
“นี่คือประตูเล็กที่ไว้เชื่อมกับห้องของคุณชายสาม ประตูนี้เ้าไม่มีสิทธิ์ใช้เองหากคุณชายไม่ประสงค์ จำไว้” หว่านซิงพยักหน้าพร้อมโค้งรับอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ผิดแผกจากที่ได้รับการสั่งและสอนมาจากเหมยเซียงเลย
ยามที่ต้องอ่อนโยน ใสซื่อบริสุทธิ์ นางก็ต้องเป็แบบนั้น
พ่อบ้านไม่พูดคำกล่าวใดต่อ เขาล้วงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ “เ้าประทับรอยนิ้วมือลงในสัญญาขายตัวบนนี้ ทันทีที่เ้าลงนามต่อจากนี้ไปเ้าคือคนของตระกูลจาง จะได้รับการเลี้ยงดูและคุ้มครองของตระกูล”
หว่านซิงทำตามอย่างว่าง่าย “เอาละเ้ารออยู่ที่นี่ก่อน เดี๋ยวจะมีมามาสาวใช้อวุโสมาแนะนำสิ่งต่างๆ กับเ้า”
“เ้าค่ะ” หว่านซิงย่อเขาทำความเคารพพ่อบ้าน และเมื่อแผ่นหลังพ่อบ้านลับสายตาไป หว่านซิงที่ต้องปั้นหน้าใสซื่อก็คืนกลับความผ่อนคลาย
นางต้องฝึกแววตาปั้นหน้าแบบนั้นอยู่นานจนเป็ที่พอใจของแม่นางเหมยเซียง มันช่างเหนื่อยเหลือเกิน แต่หว่านซิงกลับผ่อนคลายได้ไม่นาน มามาสาวใช้อวุโสร่างท้วมก็เข้ามาแนะนำสิ่งต่างๆ พร้อมให้สาวใช้สองคนที่ติดตามมาหอบเสื้อผ้าชุดสำหรับสาวใช้เข้ามาให้นาง
“ตำแหน่งของเ้าจะดีกว่านี้หรือไม่ก็ขึ้นยู่กับคุณชายสาม สิ่งต่างๆ เ้าก็รู้หมดแล้ว เื่การปรนิบัติคุณชายสามในทุกเื่จากนี้ไปคือหน้าที่หลักของเ้า หวังว่าเ้าจะทำได้ดีเหมือนรุ่นพี่ของเ้าทั้งสอง” มามา ไม่มีความอคติแต่ก็ไม่ได้ใจดีนัก มีความเป็ธรรมอยู่ในตัวดีทีเดียว
และในที่สุดทั้งจวนก็เหลือเพียงหว่านซิง ด้วยเหตุผลที่ว่าคุณชายสามไม่ชื่นชอบให้มีคนมากมายในเรือนส่วนตัว เหล่าสาวใช้ทำงานหนักจะเยื้องย่างเข้ามาเฉพาะที่ต้องทำงานเท่านั้น เพราะฉะนั้นทั้งจวนฉู่นี้ในยามค่ำคืนจะเหลือเพียงคุณชายสามและสาวใช้ห้องข้างเท่านั้น