วันประชันบุปผางาม: หลังจากมอบรางวัลเรียบร้อยแล้ว
“ข้าคิดแล้วว่าเ้าต้องได้อันดับหนึ่ง” ตู้ฟางซินเอ่ยอย่างดีใจด้วย
“ขอบใจเ้าที่ให้กำลังใจข้ามาตลอดนะฟางซิน" ไป่เยว่ชิงจับมือของฟางซินมากุมและเขย่าเบาๆ
“มิเป็ไรหรอก เราเป็กันสหายกันนี่” ตู้ฟางซินยิ้ม
“อืม” ยืนกล่าววาจาแต่สายตาเหลือบแลไปรอบๆงานจนทำให้ฟางซินต้องเหลียวมองไปด้วย
“เ้ามองหาใครน่ะเยว่ชิง”
“จูเหม่ยเซียนนะสิ ข้ามีบางอย่างอยากจะพูดกับนาง” สายตามองเห็นหลังของนางเดินไปทางซุ้มของหวาน “นั่นไงเจอแล้วไปกันเถอะฟางซิน” เดินแกมวิ่งลากสหายไปด้วย สาวใช้สองนางช่วยกันถือของรางวัลวิ่งตามนายสาวไปอย่างรวดเร็ว “คุณหนูจู หยุดก่อน” ไป่เยว่ชิงร้องเรียกเสียงดังจนผู้ถูกเรียกหันกลับมา
“อ่อ..คุณหนูไป่กับคุณหนูตู้นั่นเอง" จูเหม่ยเซียนยิ้มหวาน "เรายินดีด้วยที่เ้าได้รางวัลหญิงงามอันดับหนึ่ง อันที่จริงน่าจะเรียกว่าเ้าโชคดีมากกว่านะที่เรามิได้ร่วมประชันด้วยมิเช่นนั้นเ้าคงได้แค่อันดับที่สอง แต่เราก็ดีใจด้วยจริงๆ” ไป่เยว่ชิงหน้าเสียไปนิดตู้ฟางซินได้ยินก็โมโหและกำลังจะกล่าวโต้ตอบ แต่ถูกไป่เยว่ชิงดึงแขนไว้แล้วพูดว่า
“คงจะเป็ดังเช่นเ้าว่าถ้าวันนี้เ้าขึ้นประชันสาวงามด้วย ข้าคงมิได้ตำแหน่งอันดับหนึ่งและต้องขอขอบคุณเ้าด้วยที่มาให้กำลังใจข้า” ตู้ฟางซินรับรู้ว่าสหายกำลังเสแสร้ง..แต่เป็เพราะเื่ใดกันเล่า?
“หึ..เรารึจะมาให้กำลังใจ เ้าคิดเช่นนั้นรึ??” กล้าพูดเนาะ
“ข้าคิดเช่นนั้นและเพื่อเป็การขอบคุณ ในวันงานปักปิ่นของเ้าข้าและฟางซินยินดีที่จะเข้าไปช่วยงาน หากเ้าขาดเหลือสิ่งใดข้าและฟางซินพร้อมจะจัดหามาให้ ดีหรือไม่??” ฟางซินหันขวับไปมองสหายอ้าปากค้าง ‘ผู้ใดที่รับจัดหากัน’
“เอาสิ ถ้าอยากจะช่วยเราก็ไม่ขัด แต่พวกเ้าช่วยมาวันงานวันเดียวก็พอ วันอื่นไม่ต้องเพราะถ้าเราเห็นพวกเ้าเดินไปเดินมาในจวนเราหลายวันเราคงรำคาญสายตาแย่" จูเหม่ยเซียนนิ่งคิดไปอีกครู่ก็เอ่ยออกมาอีก "แล้วก็ ขอบคุณล่วงหน้านะถ้ามีอะไรขาดเหลือเราจะส่งคนไปแจ้งละกัน หมดธุระแล้วใช่หรือไม่ ขอตัวก่อน” กล่าวจบโดยมิรอให้พวกนางได้พูดต่อก็ชวนสาวใช้เดินจากไป
คล้อยหลังจูเหม่ยเซียน ตู้ฟางซินก็ร้องขึ้น
“เ้าทำอันใดน่ะเยว่ชิง มิเห็นรึว่านางกล่าวเหยียดหยามเ้าขนาดไหน? ยังจะไปช่วยวันงานอีกช่างใจบุญดุจแม่ชีบนอารามเสียจริงสหายข้า" ส่ายหน้าเบื่อหน่าย ‘ของทุกอย่างที่ต้องเอาไปช่วยจูเหม่ยเซียนก็คงมิพ้นเป็นางที่ต้องจัดหา ไป่เยว่ชิง ‘สตรีน่ารำคาญ’
“เ้าคงลืมไปใช่รึไม่??” ฟางซินหันมอง “ว่าวันงานปักปิ่นของนางผู้ใดจะมา??” นิ่งคิดไปพักหนึ่งก่อนจะร้องขึ้นมา
“ใช่สิ องค์ชายทั้งสองพระองค์” ทำตาโตลุกวาว “งั้นที่เ้าทำเช่นนี้เป็เพราะ???"
“ใช่แล้วเราต้องยอมอ่อนให้นางไปก่อนวันข้างหน้าหากอยากเอาคืนก็ยังมิสาย” ไป่เยว่ชิงยิ้มอย่างหมายมาดส่วนตู้ฟางซินก็ครุ่นคิดเื่องค์ชายทั้งสอง แม้นางยังมิได้คาดหวังตำแหน่งพระชายาแต่ในใจลึกๆก็ยังอดคิดถึงตำแหน่งสนมเพื่อกู้หน้าให้สกุลตัวเองที่ยามนี้มิมีแม่สื่อมาทาบทามเลยสักคน
“เ้าช่างฉลาดเสียจริง..งั้นเราไปเตรียมตัวหาชุดกับเครื่องประดับสวยๆไปร่วมงานของนางกันเถอะ ป่ะ” จูงแขนไป่เยว่ชิงเดินไปหัวเราะไปอย่างมีความหวัง
---+++++-------++++++----
วันปักปิ่น…หน้าจวนสกุลจู
08.00 ในยามนี้มีรถม้ามากมายจอดเรียงลำดับเป็ทางยาวเพื่อรอบุคคลที่มาร่วมงานลงจากรถ ตู้ฟางซินเปิดผ้าม่านจากรถม้าของสกุลไป่เพื่อดูคนภายนอกจนได้มองเห็นรถม้าที่ติดตราประทับของราชวงค์อยู่ทางด้านหน้าสองคัน
“เยว่ชิงถ้าเราไม่ลงไปเราจะคลาดกับทั้งสองพระองค์นะ หลังจากนั้นถ้าเราจะหาทางเข้าไปพุดคุยด้วยคงลำบากแล้ว” ตู้ฟางซินบอกสหายทั้งๆที่ตนเองก็ประหม่าอีกทั้งยังมิเคยเห็นพระพักตร์ของทั้งสองด้วยซ้ำ
“ใช่สินะ นี่เป็โอกาสดีที่เราจะได้พบพระองค์ ป่ะฟางซินลงไปกันเถอะ” มือเย็นเฉียบของสหายจับลงบนข้อมือของนาง ตู้ฟางซินก็ยิ่งรู้สึกหนาวเหน็บ
ทั้งสองรีบลงจากรถม้าก้าวเดินเร็วๆเพื่อที่จะให้ทันองค์ชายที่เดินอยู่ข้างหน้า ไป่เยว่ชิงมีใบหน้ามืดครึ้มเมื่อเห็นว่าตามไม่ทันแน่แล้วนางจึงยกมือขึ้นสองข้างผลักตู้ฟางซินพุ่งถลาไปข้างหน้าให้ชนกับแผ่นหลังขององค์ชายสามทันที ตู้ฟางซินที่ตามแผนสหายรักไม่ทันก็วิ่งถลาไปข้างหน้าพร้อมกรีดร้องเสียงดัง
“อ๊ายยยย…” นางถลาล้มลงไปเกือบชนแผ่นหลังขององค์ชายสามตามแผนของไป่เยว่ชิง ฉับพลันองค์รักษ์ประจำพระองค์ได้ปราดเข้ามายืนด้านหน้า ผลักตู้ฟางซินล้มลงไปด้านข้างอย่างแรง ตุ้บๆ เสียงของสะโพกกระทบพื้นดังลั่นหน้าจวนสกุลจู
“เ้าจะทำอันใด รู้หรือไม่แตะต้องเชื้อพระองค์โดยมิได้รับอนุญาตต้องโทษโบย 20 ไม้” องครักษ์ผู้นั้นเอ่ยเสียงเหี้ยม
ตู้ฟางซินที่ล้มลงกับพื้นรีบก้มหน้าลงด้วยความอับอาย สององค์ชายหันกลับมามองสตรีที่นั่งกับพื้นสองตาก้มลงดินมิกล้าเงยหน้า พลันหูก็ได้ยินเสียงบุรุษดังขึ้น
“หึหึ แผนตื้นๆของสตรีน่ารังเกียจ กงลี่ไล่นางออกไปอย่าให้ข้าเห็นหน้าของนางภายในจวนเหม่ยเอ๋อร์เด็ดขาด” องค์ชายเ้าหย่งเซิงกล่าวเหยียดหยาม สะบัดชุดเดินเข้าจวนท่านเสนาบดีจูทันที
“น่ารำคาญ” องค์ชายเ้าหย่งเจี้ยนกล่าวทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป
เมื่อลุกขึ้นยืนได้ตู้ฟางซินก็เปิดฉากทันที ความอับอายวันนี้นางจะจำเอาไว้แน่นอน
“เยว่ชิง เ้าผลักข้า” ตู้ฟางซินมีความไม่พอใจจนถึงขีดสุดหากไป่เยว่ชิงยังมิยอมรับผิดก็ชั่วช้าเกินจะทนแล้ว
“ข้าเปล่านะ เป็ซือโถวที่ผลักเ้า ข้าเห็นอยู่ แม้จะใแต่ก็ช่วยเ้าไม่ทัน” สาวใช้ซือโถวที่ยืนข้างกายหันหน้ามามองนางอย่างไม่อยากจะเชื่อหู ‘เหตุใดคุณหนูจึงโยนเผือกร้อนมาให้บ่าว’ แม้จะใแต่ยังต้องปกป้องนายสาวของตนเอง
“บ่าวทำเองเ้าค่ะ เพราะบ่าวเห็นคุณหนูตู้กำลังจะเหยียบหนูที่วิ่งผ่านมา จึงผลักคุณหนูบ่าวมิทราบว่าจะเกิดเื่เช่นนี้ขึ้นเ้าค่ะ บ่าวขออภัย บ่าวสมควรตายเ้าค่ะ” ผงกหัวปลกๆ
“หึ สมควรตายงั้นเหรอ ข้าเป็แค่บุตรสาวของพ่อค้าจะสามารถเอาผิดกับบ่าวของบุตรีท่านเสนาบดีได้อย่าไร..วันนี้ข้าขายหน้ามาพอแล้ว ถ้าข้ายังกล้าเข้าไปร่วมงานก็คงจะหน้าหนาเกินทน เชิญเ้าเข้าไปร่วมงานเองเถอะเยว่ชิง” ตู้ฟางซินถูกสาวใช้จินเมี่ยวพยุงกายให้ลุกขึ้น นางเหลือบตามองสองนายบ่าวสกุลไป่แล้วสะบัดหน้าก้าวออกจากประตูจวนสกุลจู พบองครักษ์กงลี่รอส่งนางกลับจวน
“ท่านองครักษ์ข้ากลับเองได้ คงมิต้องให้ท่านเสียเวลาไปส่งขอบพระคุณอย่างยิ่ง” ค้อมหัวลงแล้วเดินจากไป กงลี่มองตามได้แต่ส่ายหัวเบาๆแล้วรีบเดินตามสององค์ชายเข้าไปด้านใน
---+++-+++++++------+
ระหว่างทางเดินกลับจินเมี่ยวจึงพูดขึ้นมา
“บ่าวเห็นนะเ้าคะว่าคุณหนูไป่เป็ผู้ผลักคุณหนู”
“ข้ารู้จินเมี่ยว..ซือโถวเป็เพียงสาวใช้จู่ๆนางจะวิ่งขึ้นมาจากด้านหลังแล้วผลักข้าได้อย่างไร? ความอดทนของข้าหมดลงแล้วต่อไปก็อย่าได้คิดว่าข้าจะช่วยเหลือสิ่งใดแก่นางอีก สินค้าราคาถูกที่ข้าเสียไปก็มิคิดเสียดาย”
“แล้วเื่ขององค์ชาย?”
“ข้าทำเื่งามหน้าขนาดนั้นคงจะมีผู้ใดหันกลับมามองข้ากระมัง..ฮึ”
“โธ่..คุณหนู” จินเมี่ยวเดินตามคุณหนูผู้มีใบหน้าน่ารักของนาง เหตุใดจึงมิมีแม่สื่อมาทาบทามก็มิอาจรู้ได้หากจะให้เทียบกับคุณหนูไป่ จินเมี่ยวก็คิดว่าคุณหนูของนางยังงดงามมากกว่าหลายสิบเท่าแต่ถ้าให้เทียบเื่ความเสแสร้งคงต้องยอมกระมัง
สองนายบ่าวเดินผ่านร้านบะหมี่โกเหลี่ยงที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายตู้ฟางซินจึงเดินเข้าไปนั่งด้านในเมื่อสั่งบะหมี่เรียบร้อยแล้วจึงนั่งรอ ในระหว่างนั้นนางกับจินเมี่ยวก็ได้ยินเสียงคนผู้หนึ่งดังขึ้นมา
“พี่หลุน พี่ได้เบี้ยจากการไปกลั่นแกล้งแม่สื่อเท่าใด? ถึงพาพวกข้ามาเลี้ยงในวันนี้” บุรุษหนึ่งกล่าวขึ้น
“ตั๋วแลกเงินหนึ่งใบต่อหนึ่งงาน ฮ่าๆๆ” อาหลุนคนนั้นกล่าวขึ้นมา
“คุณหนูไป่ช่างร่ำรวยเสียจริง นางคงจะเกลียดชังคุณหนูตู้มากใช่หรือไม่ถึงได้สั่งให้ท่านไปลอบดักแม่สื่อทุกคนที่จะเข้าบ้านสกุลตู้” บุรุษสองนั่งจิบชาเอ่ยอย่างไม่ทุกข์ร้อน ชามบะหมี่วางเรียงรายบนโต๊ะ
“นางคงจะเกลียดชังทุกคนที่งดงามกว่านางกระมัง” บุรุษหนึ่งเอ่ยแล้วหัวเราะ
“พวกเ้าอย่าได้กล่าวเสียงดังไป ฮ่าๆ แต่นางก็เป็เช่นนั้นจริงๆ” อาหลุนหัวเราะ “วันนี้จะกินกี่ชามก็ย่อมได้ข้าเลี้ยงเอง”