บทที่ 22 ใครก็ได้ช่วยเธอที!
หลีเกอส่งข้อความถึงฟู่อวิ๋นจือ บอกว่าหัวหน้าแผนกของเธอจัดเลี้ยงฉลองวันเกิดเย็นนี้ อยากให้เขามารับไปเธองานเลี้ยงด้วยกัน
ฟู่อวิ๋นจือปฏิเสธตามคาด บอกว่าเขาก็มีธุระเหมือนกัน และบอกให้เธอนั่งแท็กซี่กลับเอง
แน่นอนอยู่แล้ว!
ถ้าเขามารับล่ะก็ แผนที่เขากับเจียวม่านหนิงวางไว้ก็ล่มพอดีน่ะสิ
หลีเกอไม่ได้พูดอะไรต่อ รอจนเลิกงานแล้วนั่งแท็กซี่ไปโรงแรมกับเพื่อนร่วมงานอีกสองสามคน ส่วนเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ที่มาถึงก่อนแล้ว กำลังรวมตัวพูดคุยกันอย่างคึกคัก
ไม่นานนัก หัวหน้าแผนกก็มาถึง
ข้างกายหัวหน้าแผนกมีคนอยู่หลายคน นอกจากรองประธานบริษัทที่ประจำอยู่ที่บริษัทแล้ว ยังมีผู้บริหารระดับสูงจากแผนกอื่น ๆ ด้วย แน่นอนว่าเจียวม่านหนิงก็อยู่ด้วยเช่นกัน หลีเกอบังเอิญสบตากับเธอพอดี
“หลีเกอ มานั่งโต๊ะนี้สิ” เจียวม่านหนิงพูดเสียงดังด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ได้ยินมาว่าคุณเก่งภาษาฝรั่งเศสมาก ฉันเองก็เพิ่งจะเริ่มเรียนภาษาฝรั่งเศส อยากจะขอคำแนะนำจากคุณหน่อย”
“คุณเกรงใจเกินไปแล้วค่ะ” หลีเกอยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินมานั่งลงข้าง ๆ เจียวม่านหนิงโดยไม่ลังเล
ที่นั่งข้าง ๆ หลีเกอมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ เธอเหลือบมองก็พบว่าไม่ใช่ผู้บริหารระดับสูง แต่เป็ฉินรุ่ยจากแผนกเดียวกันกับเธอ ลุงของเขาเป็ผู้บริหารระดับสูงของแผนกไหนสักแผนก
ไม่นานหลีเกอก็เข้าใจแล้ว
ฉินรุ่ยคนนี้น่าจะเป็คนที่เจียวม่านหนิงจัดเตรียมไว้
ฉินรุ่ยทักทายหลีเกออย่างเป็มิตร ไม่มีอะไรผิดปกติ หลีเกอก็ไม่ได้แสดงอาการใด ๆ ออกมาเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย
หลังจากร่วมกันรับประทานอาหารไปได้สักพัก แต่ละโต๊ะก็เริ่มดื่มเหล้ากันแล้ว
เจียวม่านหนิงทำตัวเหมือนหัวหน้าที่ใจดีอ่อนโยน มีรองประธานอยู่ด้วย เธอจึงไม่ทำอะไรเกินเลย แถมยังสามารถคุยกับทุกคนได้ตามปกติ แต่ก็ยังคอยให้หลีเกอดื่มเหล้าอยู่เรื่อย ๆ
หลีเกอไม่ปฏิเสธ เธอรับทุกแก้วที่ถูกส่งมาให้ แต่เธอเตรียมตัวมาอย่างดีแล้ว เธออมเหล้าไว้ในปากก่อนแล้วค่อยบ้วนลงในฟองน้ำที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อตอนที่ไม่มีใครสังเกต
ถ้ายังดื่มไวน์แดงและไวน์ขาวสลับกันด้วยความเร็วแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ แบบเจียวม่านหนิง เธอคงไม่เมาหรอก แต่จะตายเพราะดื่มเยอะเกินไปมากกว่า
“ท่านประธานฟู่!”
ใครบางคนะโขึ้นมา จากนั้นทุกคนที่โต๊ะก็ลุกขึ้นยืน
หลีเกอหันกลับไปมองด้านหลัง เห็นว่าฟู่ซือเหยียนก็มาด้วย วันนี้เขาแต่งตัวดูเป็ทางการกว่าทุกครั้ง และเดินควงแขนมากับฉู่ซือเจียวที่สวมชุดเดรสสีแดงสด ทั้งคู่ดูเหมือนเพิ่งเดินออกมาจากงานเลี้ยง สังสรรค์
“ทุกคนไม่ต้องเกรงใจ ผมแค่บังเอิญมาคุยธุรกิจแถวนี้ พอรู้ว่าหัวหน้าแผนกหลิวจัดงานวันเกิดที่โรงแรมนี้ด้วยก็เลยแวะมาขอเหล้าดื่มหน่อยน่ะ”
ฟู่ซือเหยียนยิ้มเล็กน้อพร้อมกับ ยกแก้วไวน์ขึ้นมาชนแก้วกับหัวหน้าแผนกหลิว
ทุกคนต่างชนแก้วกับฟู่ซือเหยียน หลีเกอก็ต้องชนด้วย
เมื่อเดินมาถึงตรงหน้าฟู่ซือเหยียน เขากระซิบข้างหูเธอเบา ๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน “ค่าจ้างให้คุณมาเป็ล่ามให้ฉันห้าแสนมันน้อยเกินไปงั้นผมจะให้ของขวัญคุณเพิ่มอีกอย่างหนึ่ง”
ทันใดนั้นหลีเกอก็รู้สึกว่าเธอโดนตบเบา ๆ ที่ก้น เธอใจนแก้วเหล้าเกือบหลุดมือ เธอเหวี่ยงมือไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณ ััได้ถึงการ์ดแข็ง ๆ ใบหนึ่งจึงรีบคว้ามันไว้ในมือทันที
เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ฟู่ซือเหยียนก็พาฉู่ซือเจียวออกจากห้องไปแล้ว
รอบตัวมีแต่ผู้คนมากมายหลีเกอรู้สึกกังวลจนหัวใจเต้นรัว เธอรีบเดินไปนั่งที่โต๊ะ เมื่อตั้งสติได้จึงหยิบสิ่งที่ฟู่ซือเหยียนให้ขึ้นมาดู ที่แท้ก็คือคีย์การ์ดห้องพัก
โรงแรมนี้เป็ที่ที่ฟู่อวิ๋นจือและเจียวม่านหนิงไปพักด้วยกันบ่อย ๆ แม้แต่ห้องพัก ก็เป็ห้องที่พวกเขามักจะนัดเจอกันเป็ประจำ
โทรศัพท์มือถือสั่นขึ้นมาครั้งหนึ่ง เมื่อหยิบขึ้นมาดูก็พบว่ามีข้อความจากเบอร์แปลกเข้ามา
[อีกสามสิบนาทีเจียวม่านหนิงจะได้รับข้อความจากฟู่อวิ๋นจือ]
อะไรนะ?
ถึงแม้หลีเกอจะเรียนด้านการแปล แต่ตรรกะความคิดของเธอไม่ค่อยดีนัก เธอรู้ว่าข้อความนี้ต้องเป็ฟู่ซือเหยียนส่งมาแน่ ๆ แต่ข้อความสั้นเกินไป ทำให้เธอไม่เข้าใจความหมาย
หลังจากมองคีย์การ์ดห้องพักที่ถืออยู่ในมือสักพัก ในที่สุดหลีเกอก็เข้าใจแล้วว่าฟู่ซือเหยียนกำลัจะบอกเธอว่าเขาจะพาเจียวม่านหนิงไปที่โรงแรม และเธอมีเวลาเพียง 30 นาทีในการเตรียมการ
เมื่อเห็นว่าตอนนี้เหลือเวลาไม่มากแล้ว หลีเกอจึงชนแก้วกับเจียวม่านหนิง เธอมองจนกว่าเจียวม่านหนิงจะดื่มจนหมด ส่วนตัวเองดื่มไปเพียงไม่กี่แก้วพอให้หน้าแดง ที่เหลือก็แอบเททิ้งลงบนฟองน้ำหมด
หลังจากดื่มไปสักพักเธอก็แกล้งทำเป็เมาแล้ว ล้มลงไปในอ้อมกอดของฉินรุ่ยอย่างไม่ได้ตั้งใจ
“หลีเกอ คุณเป็อะไรหรือเปล่า?” ฉินรุ่ยฉวยโอกาสโอบและลูบไล้เอวเธอ แต่ต่อหน้าคนอื่น ๆ กลับปั้นหน้าทำเป็สุภาพบุรุษ “คุณเมาหรือเปล่าครับ?”
“ฉันไม่ได้เมาค่ะ” หลีเกอพึมพำ พยายามจะลุกออกจากอ้อมกอดของเขา แต่ลุกยังไงก็ลุกไม่ขึ้น
เจียวม่านหนิงเอวก็ดื่มไปมากเหมือนกัน ตอนนี้เธอหน้าแดงก่ำ แต่ยังพอมีสติอยู่บ้าง เมื่อเห็นหลีเกอลุกจากอ้อมกอดของฉินรุ่ยไม่ได้ เธอจึงส่งสายตาให้ฉินรุ่ย
ฉินรุ่ยฉวยโอกาสตอนไม่มีใครสังเกต เขาก็ค่อย ๆ ประคองหลีเกอออกไป
หลังจากพวกเขาออกไปได้ไม่นาน เหล้าก็หมดแล้ว ทุกคนจึงพากันทยอยออกไป เจียวม่านหนิงก็ออกไปด้วย หัวหน้าแผนกหลิวให้คนไปส่งเธอ พอดีกับที่เธอได้รับข้อความจากฟู่อวิ๋นจือ
[ที่รัก ผมรอให้คุณมาฉลองด้วยกันอยู่นะครับ โรงแรมเดอะเมโทรโพลิแทน ห้อง 8082]
8082 เป็ห้องที่พวกเขามักจะแอบนัดพบกันอยู่บ่อย ๆ ฟู่อวิ๋นจือก็บอกเธอั้แ่เช้าแล้วว่าอาจจะไปรอเธอที่นั่น ดังนั้นเมื่อเจียวม่านหนิงเห็นข้อความนี้จึงไม่สงสัยอะไร เธอปฏิเสธน้ำใจของหัวหน้าแผนกหลิวแล้วโบกรถไปที่โรงแรมนั้นทันที
หลังจากขึ้นแท็กซี่ ฉินรุ่ยก็เผยธาตุแท้ออกมามือของเขาฉวยโอกาสลวนลามหลีเกอไม่หยุด
หลีเกอแกล้งทำท่าเขินอายและกระซิบข้างหูเขาเบา ๆ “ไปโรงแรมเดอะเมโทรโพลิแทนกันเถอะ ฉันจองห้องไว้ที่นั่นแล้ว”
“คุณนี่มันร้ายจริง ๆ” ฉินรุ่ยบีบก้นเธอแล้วยิ้มอย่างพอใจ
หลีเกอพยายามข่มความไม่พอใจไว้
หัวเราะไปเถอะ พอถึงพรุ่งนี้ นายก็จะหัวเราะไม่ออกแล้ว!
หลีเกอเคยมาที่โรงแรมแห่งนี้แล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เมื่อมาถึงเธอรู้สึกคลื่นไส้เมื่อมองเห็นโรงแรมแห่งนี้ แต่ก็ยังคงปล่อยให้ฉินรุ่ยโอบเธอขึ้นลิฟต์และรูดคีย์การ์ดเข้าห้องพัก
ฉินรุ่ยผลักเธอลงบนเตียง หลีเกอก็หลบได้อย่างว่องไว ตอนเปิดขวดเหล้าเธอแอบใส่ยาลงไป
รอจนกระทั่งฉินรุ่ยดื่มเหล้าจนหมดไปหนึ่งแก้ว จากนั้นเธอก็ผลักเขาเข้าไปในห้องน้ำ
หลีเกอเดินวนไปมาในห้อง พลางคิดว่าจะซ่อนเครื่องอัดเสียงไว้ตรงไหนดี พอค้นดูจทั่วห้องก็พบว่ามีกล้องแอบซ่อนอยู่ในมุมที่มองเห็นเตียงได้ชัดเจน จึงอดชื่นชมไม่ได้
คุณอาฟู่ทำงานได้ละเอียดรอบคอบมากเลยนะเนี่ย
ไม่นานนักก็มีเสียงเคาะประตูดังมาจากด้านนอก เป็เจียวม่านหนิง เสียงฟังดูอ้อแอ้ เห็นได้ชัดว่าเมาหนัก
หลีเกอรีบปิดไฟในห้องทั้งหมด
จากนั้นก็ค่อย ๆ แง้มประตูออกเล็กน้อย แล้วหลบไปอยู่ในมุมมืด
เจียวม่านหนิงรีบร้อนวิ่งเข้ามาในห้องที่มืดสนิท เธอคลำหาสวิตช์ไฟอยู่นานก็ไม่เจอ แต่กลับไปชนเข้ากับฉินรุ่ยที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำพอดี
ร่างกายของฉินรุ่ยเร่าร้อนอยู่แล้ว พอได้ัักับเจียวม่านหนิงเืร้อนก็ยิ่งพลุ่งพล่าน เขาจับเธอกดลงบนเตียงทันที
ไม่นานหลีเกอก็ได้ยินเสียงเตียงดังเอี๊ยดอ๊าด ทั้งยังมีเสียงที่ฟังแล้วชวนให้ใบหน้าแดงก่ำอีกด้วย
หลังจากได้ฟังเสียงที่เร่าร้อนอยู่ครู่หนึ่งหลีเกอก็รู้สึกหน้าแดง เธอทนฟังต่อไม่ไหว เมื่อเห็นว่าภารกิจสำเร็จแล้วเธอจึงเปิดประตูและแอบหนีออกมาอย่างเงียบ ๆ
หญิงสาวยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ในห้องจัดเลี้ยง เธอยังคิดหนักอยู่ว่าจะหลอกเจียวม่านหนิงมาที่โรงแรมยังไงดี แต่ในที่สุดคีย์การ์ดที่ฟู่ซือเหยียนให้มานั้นก็ช่วยแก้ปัญหาทั้งหมดให้เธอได้
ต้องยอมรับว่าึถณอาฟู่นั้นเก่งจริง ๆ แถมแผนของเขาก็ไม่เลวเลย
“แต่แค่ให้คีย์การ์ดเอง จำเป็ต้องใช้วิธีแบบนั้นด้วยหรือไง?” หลีเกอพึมพำกับตัวเอง จนถึงตอนนี้เธอยังรู้สึกว่าสะโพกของเธอร้อนผ่าวไปหมด ทั้งตัวยังเหนียวเหนอะหนะ
รีบกลับบ้านไปอาบน้ำดีกว่า
ขณะที่หลีเกอกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ และเพิ่งจะเดินออกมาจากลิฟต์ได้เพียงไม่กี่ก้าว แขนของเธอก็ถูกใครบางคนคว้าเอาไว้
แรงบีบนั้นแรงมากจนแขนของหญิงสาวแทบจะหัก
“อินอิน” เสียงผู้ชายข้างหูฟังดูอ่อนโยน แต่หลีเกอฟังแล้วกลับขนลุกซู่ไปทั้งตัว ร่างกายแข็งทื่อ
หญิงสาวไม่กล้าขยับตัวแม้แต่นิดเดียว
เสียงรองเท้าหนังของชายคนนั้นกระทบกับพื้นกระเบื้องดังก้องกังวาน ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงสว่างตรงหน้า หลีเกอเห็นเพียงเสื้อกั๊กสีเทาของเขาเท่านั้น ในกระเป๋าเสื้อยังมีนาฬิกาพกแบบโซ่ห้อยอยู่
“โทษที โทษที ผมดีใจที่ได้เจอคุณ เลยเผลอคว้าแรงไปหน่อย เจ็บมากไหม?” ชายคนนั้นพูดขอโทษหลีเกอพลางปล่อยมือ แล้วถอยห่างออกไปประมาณสองสามก้าว
ตอนนี้หลีเกอได้เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน
ใบหน้าของชายคนนั้นมีเค้าโครงแบบชาวตะวันออก รูปร่างหน้าตาอ่อนโยนชวนมอง จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากได้รูป บนใบหน้ามีกรอบแว่นตาขอบทองบาง ๆ ใต้เลนส์แว่นตาเป็ดวงตาสีฟ้าสดใส
แม้ดวงตาของเขาจะฉายแววอบอุ่นที่ดูเป็มิตร แต่หลีเกอกลับรู้สึกหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ เธอหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน ครั้งที่ชายคนนี้เคยทำหน้าตาโกรธเกรี้ยว พร้อมกับใช้สองมือบีบคอเธออย่างบ้าคลั่ง
หญิงสาวกลัวจนตัวสั่นไม่หยุด
สายตาที่ชายคนนั้นมองมาที่หลีเกอ ราวกับหมาป่าหรือเสือที่กำลังมองเหยื่อ แต่ไม่นานสายตาแบบนั้นก็หายไป
เขาเดินเข้าหาหญิงสาวสองก้าว แล้วยกมือขึ้นมาลูบไล้ไปที่แก้มของหลีเกอ “อินอิน ผมรู้ว่าผมเคยทำเื่ผิดพลาดไปมากมาย ทำให้คุณเสียใจ แต่หลังจากอยู่ในคุกมานาน ผมก็สำนึกผิดแล้ว”
“ที่ผ่านมาผมเฝ้าคิดถึงคุณมาตลอด หลังจากออกจากคุก ผมก็อยากขอโทษคุณ แต่ตามหาคุณไม่เจอสักที ที่แท้คุณก็เปลี่ยนชื่อ ทำไมไม่บอกผมล่ะ หืม?”
หลีเกอกำเสื้อของตัวเองแน่น เหงื่อเย็น ๆ ไหลชุ่มทั่วแผ่นหลัง
ฝันร้ายเมื่อหลายปีก่อนยังคงติดอยู่ในใจเธอ เธอหวาดกลัวหานจินหยางมากจนไม่มีแรงแม้แต่จะสะบัดมือเขาออก ได้แต่ยืนตัวสั่นเทา
ใครก็ได้ ช่วยเธอที!