ตอนที่ 73 :มุ่งหน้าสู่อวี๋หาง
การแถลงข่าวของแพนด้ามิวสิคในวันนี้สำหรับเพนกวินมิวสิคแล้วถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก
แต่เรื่องเหล่านี้ต่างไม่เกี่ยวข้องกับหลิวจือเซียหลังจากเสร็จงานของวันนี้ หลิวจือเซียก็ตรงกลับบ้านทันที
“คุณพ่อกลับมาแล้ว! ” ทันทีที่เข้ามาเยว่เยว่ที่นั่งจิ้มแท็บเล็ตอยู่บนระเบียงทางเข้าก็ทิ้งแท็บเล็ตที่อยู่ในมือแล้ววิ่งไปหาหลิวจือเซียทันที
หลิวจือเซียย่อตัวลงและหอมแก้มของเด็กน้อยหนึ่งที “เยว่เยว่วันนี้ลูกเป็นเด็กดีใช่ไหม ? ”
“อื้อวันนี้เยว่เยว่เป็นเด็กดีมาก” เยว่เยว่พยักหน้าพลางยื่นมือเล็ก ๆ ไปลูบคลำปลายคางของหลิวจือเซีย “คุณพ่อหนวดของคุณพ่อยาวแล้วนะคะ มันถูกแก้มหนูแล้วจั๊กจี๊มาก ! ”
“ฮ่าฮ่าจั๊กจี๊หรือ ? งั้นต้องถูหลาย ๆ ครั้งแล้วล่ะ !” หลิวจือเซียพูดอย่างหยอกล้อจากนั้นก็ใช้ปลายคางคลอเคลียแก้มสีแดงอมชมพูของเด็กน้อยอีกหลายครั้ง
“ฮ่าฮ่า...”เยว่เยว่หัวเราะอย่างมีความสุข
“เอาล่ะทั้งสองคนหยุดเล่นกันได้แล้ว รีบไปล้างมือจะได้มากินข้าว ! ” หลี่เมิ้งอีในชุดลำลองอยู่บ้านบวกกับผ้ากันเปื้อนพูดพลางยกหม้อใบเล็กเดินออกมา
เมื่อเห็นการแต่งตัวของหลี่เมิ้งอีหลิวจือเซียก็อึ้งงันเล็กน้อย เขาคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเทพธิดาหิมะคนนั้นจะเปลี่ยนเป็นชุดลำลองอยู่บ้าน ทั้งยังมีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย
จากนั้นหลิวจือเซียก็อุ้มเยว่เยว่เข้ามาในห้องอาหารบนโต๊ะในเวลานี้มีอาหารวางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ ประกอบไปด้วยหอยนางรมทรงเครื่องกุ้งอบน้ำมัน กั้งผัดเผ็ด ผัดเห็ดมัตสึทาเกะ… ทั้งอาหารป่าและอาหารทะเล ล้วนครบครัน
“อาหารเหล่านี้เธอเป็นคนทำเองหรือ? ” เมื่อเห็นหลี่เมิ้งอีแทรกตัวเข้าไปวุ่นวายอยู่ในครัวหลิวจือเซียอดที่จะประหลาดใจไม่ได้ “เธอทำอาหารเป็นด้วยหรือ ?”
“ทำไมฉันจะทำไม่เป็นล่ะ? ” หลี่เมิ้งอีถอดผ้ากันเปื้อนจากนั้นก็กลอกตาใส่หลิวจือเซียแวบหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์
หลิวจือเซียอุ้มเยว่เยว่วางบนเก้าอี้แล้วมองอาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะพลางเอ่ยถามอย่างลังเล “คงไม่ได้ใส่ยาพิษหรอกนะ ? ”
“หลิวจือเซียนายจะกินหรือไม่กิน ? ถ้าไม่กินก็หลบไป ! ”
หลี่เมิ้งอีเกือบจะหัวเสียพลางพูดในใจ ‘ไอ้คนนิสัยไม่ดี จะชมฉันสักคำสองคำไม่ได้เลยหรือไง? ทุกครั้งก็เอาแต่กล่าวหาว่าฉันจะทำร้ายนายอยู่นั่นแหละ !’
“ฮิฮิล้อเล่นหน่า อย่าโกรธสิ ! ” หลิวจือเซียกลั้วหัวเราะความจริงแล้ว สองวันนี้เขาชอบแกล้งหลี่เมิ้งอีมากขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากล้างมือแล้วก็กลับมายังโต๊ะอาหาร
เมื่อคีบกุ้งมาชิมแววตาของหลิวจือเซียก็เปล่งประกายทันใด พลางพูดว่า “ไอหยา รสชาติใช้ได้เลยนี่นา ! ”
เมื่อได้ยินคำชมของหลิวจือเซียใบหน้าของหลี่เมิ้งอีก็อดแสดงสีหน้าดีใจออกมาไม่ได้
“เยว่เยว่พ่อแกะกุ้งให้ลูกดีไหม ? ” หลิวจือเซียหยิบกุ้งหนึ่งตัวจากนั้นก็แกะเปลือกพลางพูดว่า “เล่าเค้าโครงเรื่องของเธอมาสิสรุปให้ฉันหนึ่งรอบ ฉันจะได้แต่งเพลงและเนื้อร้องให้”
“นายจะเขียนเพลงให้ฉันจริงๆ หรือ ? ” หลี่เมิ้งอีอึ่งงันไปชั่วขณะ “แต่เพลงประกอบของซีรีย์เรื่องนี้ต้องได้รับการยินยอมจากผู้กำกับ...”
“เธอวางใจเถอะเพลงที่ฉันเขียนออกมา ผู้กำกับต้องเห็นด้วยแน่นอน”
หลิวจือเซียเชื่อมั่นมากเพราะเขาได้บรรจุเพลงที่โด่งดังมากมายในโลกมาไว้ในสมองของตัวเองหมดแล้วและซีรีย์หนึ่งเรื่อง จำเป็นต้องหาเพลงประกอบที่เหมาะสม
“เยี่ยม! ” ถึงแม้จะไม่รู้ว่าหลิวจือเซียไปเอาความมั่นใจนั่นมาจากไหนแต่หลี่เมิ้งอีก็ไม่อยากปล่อยโอกาสนี้หลุดลอยไป “ซีรีย์เรื่องนี้เดิมทีดัดแปลงมาจากนิยายเทพเซียนเรื่อง‘สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่’
‘ว่าไงนะ? ’
กุ้งในมือของหลิวจือเซียถึงกับร่วงลงมาบนโต๊ะจากนั้นเขาก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าเบื่อโลก “ซีรีย์เรื่องอะไรนะ? ”
“สามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่ ? ” หลี่เมิ้งอีพูดอย่างเป็นธรรมชาติ
สีหน้าของหลิวจือเซียก็ยิ่งแปลกใจเขาจึงลองหยั่งพูดออกไป “สุนัขจิ้งจอกที่มีอายุหลายหมื่นปีหนึ่งตัวพบรักกับมังกรดำตัวหนึ่งใช่ไหม ? ”
“เอ๊ะ? นายรู้ได้ยังไง ? ” คราวนี้หลี่เมิ้งอีเป็นฝ่ายสับสนไปชั่วขณะ“ซีรีย์เรื่อง ‘สามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่’ เพิ่งจะวางขายออนไลน์ได้ไม่นานก็ถูกพี่ซือฉีกว้านซื้อจนหมดเกลี้ยง นายไปรู้โครงเรื่องนี้มาจากที่ไหน ? ”
หลิวจือเซียหมดคำพูดเพราะนี่คือนิยายจริง ๆ ไหนบอกว่าความก้าวหน้าในเรื่องของความบันเทิงและด้านวัฒนธรรมในโลกนี้ช้ามากทั้งยังมีความคลาสสิกไม่เท่าไหร่ด้วย แล้วเรื่อง ‘สามภพสามชาติ ป่าท้อสิบหลี่’ นี้ จะดังมาจากไหน
“หลิวจือเซียนายยังไม่บอกฉันเลย ว่านายไปรู้โครงเรื่องมาจากไหน ? ” เมื่อเห็นหลิวจือเซียก้มหน้าโดยไม่พูดอะไรหลี่เมิ้งอีจึงร้อนใจ เธอคิดว่าลิขสิทธิ์คงถูกลอกเลียนแบบไปแล้ว !
“คำถามนี้ในตอนที่นักเขียนเพิ่งโพสต์บนเว็บได้ไม่นาน ฉันก็เลยได้อ่านนิยายเรื่องนี้มาบ้าง”
หลิวจือเซียพึงพำอีกสองประโยคแล้วก็เปลี่ยนเรื่อง “ถ้าเป็นซีรีย์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายฉันมีเพลงจริง ๆ นะ แล้วฉันก็ยังสอนเธอร้องได้ด้วย เธอจะควบคุมเสียงได้มากพอเพียงแต่...”
เมื่อพูดถึงตรงนี้หลิวจือเซียก็หยุดไปครู่หนึ่ง “เพียงแต่เพลงนี้เป็นเพลงร้องคู่ชายหญิงเธอร้องคนเดียวไม่ได้”
“ร้องคู่สองคนหรือ? ” หลี่เมิ้งอีครุ่นคิด แล้วพูดว่า “งั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกันกันนายเขียนเนื้อเพลงออกมา พรุ่งนี้พี่ซือฉีและพี่จิง จะมาที่นี่ ฉันจะให้พวกเธอดูเป็นไง ? ”
“แล้วแต่เธอเลย! ” หลิวจือเซียพยักหน้า “พรุ่งนี้ฉันต้องไปสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงแล้วเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันรอบที่สองของฮัวเซียนิววอยซ์ หลังจากนั้นก็จะรีบกลับมาพรุ่งนี้ต้องรบกวนเธอดูแลเยว่เยว่แล้วล่ะ”
“สถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียง? ” หลี่เมิ้งอีพยักหน้า “ความจริงแล้วนายไม่ต้องรีบก็ได้ฉันยังอยู่ได้อีกสามวัน นายค่อยกลับวันมะรืนก็ได้”
“ไม่ได้”หลิวจือเซียส่ายหน้า “แค่ไม่เห็นหน้าเยว่เยว่หนึ่งวันฉันก็คิดถึงจะแย่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเธอมาล่ะก็ ฉันจะพาเยว่เยว่ไปด้วยดูแลลูกที่โน้นสะดวกกว่า”
“คุณพ่อคุณพ่อไปเที่ยวใช่ไหม ? เยว่เยว่อยากไปด้วย ได้ไหม ? ”เยว่เยว่ได้ยินทั้งสองคนเอ่ยถึงตัวเอง จึงผงกหัวขึ้นทันใดมุมปากยังมีข้าวติดอยู่หนึ่งเม็ด
“เยว่เยว่ลูกรักพ่อไปทำงาน” หลี่เมิ้งอีไม่อยากให้เยว่เยว่ตามหลิวจือเซีย “อีกสองวันพ่อก็กลับมาแล้ว เยว่เยว่รอพ่ออยู่ที่บ้านดีกว่าไหม ? ”
“อือ! ” ทันทีที่ได้ยินว่าไม่ได้เจอหลิวจือเซียสองวันอารมณ์ของเยว่เยว่ก็พลันหดหู่ลงทันใด
เมื่อเห็นท่าทางน้อยใจของเยว่เยว่หลิวจือเซียก็เกือบจะโทรศัพท์หาหลางเวิ่นซิง เพื่อถอนตัวออกจากการแข่งขัน
เดิมทีเขากลายเป็นศิลปินเซ็นสัญญากับบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์แล้วเพื่อจะได้ดูแลเยว่เยว่ให้ดียิ่งขึ้น แต่ดูจากตอนนี้นี่เหมือนจะขัดแย้งกับความตั้งใจเดิมของเขามากทีเดียว !
เมื่อเห็นสีหน้าของหลิวจือเซียไม่ค่อยดีนักหลี่เมิ้งอีผู้มีจิตใจงดงาม ทำไมจะมองไม่ออกว่ามันเกิดอะไรขึ้น ?
เธอลูบศีรษะของเด็กน้อยแล้วพูดกับหลิวจือเซียว่า “นายไปที่นั่นอย่างวางใจเถอะเยว่เยว่อยู่ทางนี้ ฉันจะดูแลอย่างดี โฟกัสกับการแข่งขัน อย่าวอกแวก”
ตะเกียบที่หลิวจือเซียกำลังคีบอาหารหยุดชะงักทันใดในใจดูเหมือนถูกเติมเต็มและอบอุ่นขึ้นมามากทีเดียว
……………………..
คืนนั้นไม่ว่าจะทำยังไงเยว่เยว่ก็นอนไม่หลับ หลี่เมิ้งอีที่หมดหนทางจึงวิ่งไปหาหลิวจือเซีย
หลังจากทำสัญญากับเยว่เยว่หลายครั้งสุดท้ายก็เกลี้ยกล่อมเด็กน้อยได้สำเร็จ
เช้าตรู่วันที่สองหลิวจือเซียก็นำเนื้อเพลงและทำนองเพลง ‘เหน็บหนาว’วางไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็หิ้วกระเป๋าใบเล็กขับรถไปบริษัท
เวลา11.00 น. หลิวจือเซียและหลางเวิ่นซิงก็ลงจากเครื่องปล่อยให้ผู้จัดการของบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์เป็นคนขับรถขับตรงไปยังสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียง
จากแผนดำเนินรายการของฮัวเซียนิววอยซ์ รายการจะเริ่มเปิดรายการเวลา2 ทุ่ม เด็กฝึกภายใต้การดูแลของเมนเทอร์จะต้องมารวมกลุ่มก่อนบ่ายสามโมง เพื่อเมนเทอร์จะได้ชี้แนะ
เดิมทีหลิวจือเซียไม่ตั้งใจจะไปฝึกซ้อมแต่เมื่ออยู่ในแวดวงนี้แล้ว ถึงอย่างไรก็ต้องเคารพกฎกติกาดังนั้นเขาจึงต้องพาตัวหลางเวิ่นซิงมายังสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงด้วย
ข้อปฏิบัติในสถานีโทรทัศน์จีนก็เหมือนๆ กัน ทันทีที่เดินเข้ามาในสถานีโทรทัศน์พนักงานของสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียง ก็เข้ามาต้อนรับทั้งสองคน
หลางเวิ่นซิงไปยังห้องรับรองส่วนตัวส่วนหลิวจือเซียเดินไปยังห้องฝึกซ้อมของเมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ย
ห้องฝึกซ้อมของเฉินอี้เจี๋ยอยู่บนชั้นแปดของสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงในตอนที่หลิวจือเซียมาถึงหน้าห้องซ้อมที่เขียนไว้ว่า ‘ทีมเฉินอี้เจี๋ย’ นั้นภายในห้องก็ได้มีกลุ่มคนมารวมตัวกันอยู่ก่อนแล้ว
คนเหล่านี้มีทั้งชายและหญิงอายุมากสุดก็น่าจะราว ๆ 40 ปี ส่วนคนที่อายุน้อยสุดก็น่าจะประมาณ16-17 ปี
ทันทีที่หลิวจือเซียผลักประตูเข้าไปมันก็ได้ดึงดูดความสนใจของพวกเขาในทันที พวกเขาต่างทยอยกันหันมามองกันเป็นตาเดียว
“หลิวจือเซียคนที่ร้องเพลง ‘ได้เจอเธอพอดี ’ ? ”
“นอกจากเขาแล้วจะเป็นใครได้อีก?”
“ฉันลืมไปแล้วว่าเขาเป็นเด็กฝึกในซีซั่นนี้ เขาได้รับคำชมจากเมนเทอร์ไม่หยุด”
การมาของหลิวจือเซียทำให้ทั้งห้องซ้อมวุ่นวายขึ้น
ช่วยไม่ได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความฮิตของเพลง ‘ได้เจอเธอพอดี’‘คุณพ่อ จะไปไหน ? ’ รวมทั้งเรื่อง ‘การพนัน’ ที่เกิดขึ้นระหว่างการประกวดที่วิทยาลัยการละครฮัวเซียแค่เขาเข้าร่วมนิววอยซ์ เพลง ‘บนเส้นทางธรรมดา’ ที่เขาแต่งระดับความโด่งดังในโลกออนไลน์ก็มากพอให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นในห้องฝึกซ้อมก็ยังมีเด็กฝึกของ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์ ’ ในสัปดาห์นี้ด้วยพวกเขาจึงยิ่งจับจ้องเด็กฝึกคนนี้มากกว่าเดิม
“สวัสดีทุกคนฉันชื่อหลิวจือเซีย เป็นเด็กฝึกของพี่อี้เจี๋ยต่อไปคงต้องฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
เมื่อเห็นคนมากมายเหล่านี้จับจ้องมาที่ตัวเองหลิวจือเซียก็ยิ่งทำตัวไม่เป็นธรรมชาติ เขาคลี่ยิ้มแล้วกล่าวทักทายเด็กฝึกในห้องอย่างมีมารยาท
“โอ้สวัสดี ! ”
“สวัสดีฉันชื่อหลี่ตัน”
“สวัสดีฉันชื่อเซี่ยฝาน...”
หลังจากเกิดความโกลาหลขึ้นเล็กน้อยเด็กฝึกส่วนหนึ่งก็เดินเข้ามาทักทายหลิวจือเซีย และก็มีบางส่วนที่ไม่สนใจกระทั่งสายตาที่มองหลิวจือเซียก็ยังเป็นศัตรูอีกด้วย
หลิวจือเซียเข้าใจดีว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ถึงอย่างไรฮัวเซียนิววอยซ์ก็เป็นรายการประกวดสุดท้ายคนที่ได้รับชัยชนะก็มีแค่คนเดียว
ในรอบที่สองของฮัวเซียนิววอยซ์กฎกติกาการแข่งขันของภายในทีมเมนเทอร์มีอยู่ว่า
เมนเทอร์ทุกคนจะมีเด็กฝึก14 คน และภายในเด็กฝึก 14 คนจะมีการจับคู่แข่งขันช่วงชิงใน8 อันดับแรก ตามด้วย 4 อันดับ
จะว่าไปแล้วทุกคนที่อยู่ในห้องฝึกซ้อมตอนนี้ ต่างก็เป็นคู่แข่งของกันและกัน ใน 14 คนนี้ สุดท้ายจะเหลือเพียงแค่ 4 คนที่จะเข้าสู่รอบที่สาม
แน่นอนว่าหลิวจือเซียไม่ได้สนใจคนที่เต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตรเหล่านั้นขอแค่พวกเขาไม่มายุ่งกับตัวเขาก็พอ
“ขอโทษนะที่ให้ทุกคนต้องรอนาน”
ในระหว่างนั้นเฉินอี้เจี๋ยในชุดลำลองและเกล้ามวยผม ก็พาพนักงานในรายการสองคนผลักประตูเข้ามา
“โอ้วจือเซียมาแล้ว มาถึงตอนไหนเนี่ย ? ” เมื่อเห็นหลิวจือเซียยืนอยู่หน้าประตูเฉินอี้เจี๋ยก็ยื่นมือออกไปแตะเขา
“อ่อพี่อี้เจี๋ย ผมกับพี่ซิงเพิ่งมาถึงได้ไม่นานนี้เอง” หลิวจือเซียตอบเธอหนึ่งประโยค
“พี่ซิงก็มาหรือ? งั้นดีเลย เราไปหาเขากันแต่ฉันขอจัดการเรื่องที่นี่ให้เสร็จก่อน” เฉินอี้เจี๋ยพยักหน้าจากนั้นก็เดินตรงมายังห้องฝึกซ้อมทันที
ความจริงแล้วในตอนที่เห็นหลิงจือเซียและเฉินอี้เจี๋ยที่ดูสนิทกันนั้นเด็กฝึกที่เคยมีแต่ความไม่เป็นมิตรใส่หลิวจือเซียก่อนหน้านั้นก็เปลี่ยนสีหน้าพวกเขาคาดไม่ถึงว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะดีกันขนาดนี้
แทนที่จะล่วงเกินเขาสู้ใช้ประโยชน์จากเขาไม่ดีกว่าหรือ?!