แอบแซ่บ ผัวเพื่อน

    ตอนที่ 32: กระชากหน้ากากไฮโซ


    แสงแดดอ่อนในยามเช้าทอดผ่านกระจกใสบานใหญ่ของเพนท์เฮาส์หรูชั้นบนสุด สะท้อนประกายวิบวับลงบนพื้นผิวเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงระยับ ทัศนียภาพของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานครทอดตัวยาวอยู่เบื้องล่างราวกับของเล่นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในอุ้งมือของฉัน ฉันยืนจิบชาคาโมมายล์อุ่นร้อนในถ้วยเซรามิกแบรนด์หรู ปล่อยให้ละอองไอร้อนบางเบาปะทะใบหน้า กลิ่นหอมสงบนิ่งของชาสมุนไพรผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมดอกไม้ราตรีที่ฉันประพรมไว้ตามจุดชีพจร ช่วยปลอบประโลมให้จิตใจของฉันสงบเยือกเย็นลง ท่ามกลางความตึงเครียดที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

    ทุกตารางนิ้วในรังรักลอยฟ้าแห่งนี้ตกแต่งด้วยสไตล์ร่วมสมัยที่เรียบหรูแต่แฝงความโอ่อ่าเกินบรรยาย คุณเกริกประเคนทุกอย่างให้ฉันเพื่อแลกกับความสุขสมชั่วข้ามคืนที่เขาไม่เคยได้รับจากบ้านใหญ่ สิทธิ์การครอบครองเพนท์เฮาส์แห่งนี้ถูกส่งต่อมาถึงมือฉันอย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่วันก่อน มันคือรางวัลแห่งความอดทนและการคุมเกมจิตวิทยาอย่างมีชั้นเชิงของฉันเอง

    แต่วันนี้ ความสงบเงียบของเช้าวันใหม่กำลังจะถูกทำลายลงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

    เสียงกริ่งหน้าห้องดังรัวขึ้นสลับกับเสียงทุบประตูไม้บานใหญ่หนาหนักอย่างบ้าคลั่ง แรงสั่นสะเทือนจากภายนอกสะท้อนถึงระดับโทสะของคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของบานประตูได้เป็นอย่างดี ฉันไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ทว่ากลับเหยียดยิ้มบางเบาที่มุมปากอย่างพึงพอใจ ทนายความของคุณหญิงรัศมีคงนำสารเตือนและคลิปเสียงลับที่ฉันเปิดให้ฟังเมื่อวานไปส่งถึงมือเธอเรียบร้อยแล้ว และตามการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ของฉัน เมียหลวงไฮโซผู้เย่อหยิ่งและบูชาเกียรติยศยิ่งกว่าชีวิตไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครแน่ เธอจะต้องโร่มาบุกทลายรังชู้รักด้วยตัวเองเพื่อกู้ศักดิ์ศรีที่ผุพังกลับคืนมา

    ฉันวางถ้วยชาลงบนโต๊ะกระจก เดินอย่างแช่มช้าและสง่างามไปที่ประตูทางเข้า เอื้อมมือไปปลดล็อกแล้วกระชากประตูเปิดออกช้าๆ

    ใบหน้าถมึงทึงของคุณหญิงรัศมีปรากฏแก่สายตาทันที ดวงตาของเธอแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและรอยช้ำจากการไม่ได้นอนทั้งคืน แววตาหยิ่งยโสคู่นั้นจ้องมองมาที่ฉันราวกับต้องการจะฉีกร่างของฉันออกเป็นชิ้นๆ เธอยืนอยู่ในชุดกระโปรงยาวสีครีมของดีไซเนอร์ชื่อดัง ทว่าทรงผมและเครื่องแต่งกายกลับดูยุ่งเหยิงผิดวิสัยไฮโซผู้รักความสมบูรณ์แบบ แผ่นอกสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจอันรุนแรง

    "นังแพศยา!" คุณหญิงรัศมีหวีดร้องลั่น เงื้อมือขึ้นสูงเตรียมจะฟาดลงบนใบหน้าของฉัน ฝ่ามือที่สั่นเทาด้วยแรงโทสะพุ่งตรงเข้ามาหวังจะสั่งสอนผู้หญิงที่เธอตราหน้าว่าเป็นชู้รัก

    ฉันเบี่ยงตัวเอนกายหลบอย่างนุ่มนวลและคล่องแคล่ว ปล่อยให้ทิศทางลมของฝ่ามือนั้นวืดผ่านอากาศไปอย่างง่ายดาย ร่างของคุณหญิงเสียหลักถลำเข้ามาข้างในห้องนั่งเล่นเล็กน้อยเนื่องจากแรงเหวี่ยงที่ใส่มาจนสุดตัวโดยไร้การควบคุม

    "คุณหญิงคะ รบกวนเบาเสียงลงหน่อยเถอะค่ะ" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและเรียบเฉยพลางเอื้อมมือไปปิดประตูไม้บานใหญ่ตามหลังเสียงดังคลิก ล็อกความวุ่นวายภายนอกเอาไว้ ฉันผายมือเชิญชวนอย่างมีอารยะ "บริเวณโถงทางเดินคอนโดระดับ VIP แบบนี้ เสียงดังเกินไปจะดูไม่สมกับเป็นผู้ดีมีตระกูลนะคะ"

    น้ำเสียงราบเรียบและท่าทีไร้ความตื่นตระหนกของฉันทำหน้าที่เป็นเหมือนน้ำเย็นจัดที่ราดลงบนกองเพลิงอารมณ์ของเธอ มันยิ่งทำให้เธอคลั่งเมื่อตระหนักว่าอำนาจของเธอไม่สามารถทำอะไรฉันได้เลย

    "แกไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนฉัน นังผู้หญิงชั้นต่ำ!" คุณหญิงรัศมีตวาดลั่นพลางหมุนตัวกลับมาจ้องฉันด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ "แกมันก็แค่ผู้หญิงตกเบ็ดที่คอยล่อลวงสามีคนอื่น หน้าด้านไร้ยางอายแย่งเกริกไปจากฉัน!"

    เธอชี้หน้าด่าทอฉันด้วยคำพูดหยาบคายที่หลุดออกจากกรอบของผู้ดีเก่าอย่างสิ้นเชิง หน้ากากทางสังคมที่คุณหญิงพยายามสวมใส่มาทั้งชีวิตเพื่อฉาบหน้าว่ามีความสุขเริ่มปริแตกออกในวินาทีนี้เอง ฉันหันกลับมามองเมียหลวงผู้น่าสงสารที่กำลังยืนอกสั่นขวัญแขวนอยู่กลางห้อง เธอกำหมัดแน่นจนเล็บแทงเข้าไปในเนื้อ ร่างกายสั่นระริกด้วยความเคียดแค้นและอับอาย ฉันไม่แยแสต่อคำด่าทอเหล่านั้น เพราะในสมองของฉันกำลังเปิดแฟ้มข้อมูลจิตวิทยาของเธอเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ

    "กรุณาเข้ามานั่งคุยกันที่โถงรับแขกเถอะค่ะ ยืนพูดนานๆ คงจะไม่สะดวกสำหรับคนหัวเข่าไม่ดีอย่างคุณหญิง" ฉันเอ่ยปากเชิญชวนอีกครั้งพลางเดินนำเธอเข้ามายังพื้นที่โซนนั่งเล่นกลางเพนท์เฮาส์อันกว้างขวางและโอ่อ่า ฉันเลือกนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวตัวหนานุ่ม จัดการนั่งไขว่ห้างรักษาระยะห่างอย่างเป็นส่วนตัว สรีระของฉันเคลื่อนไหวอย่างผ่อนคลายและงดงาม ผิดกับอีกฝ่ายที่เดินตามเข้ามาทว่าไม่ยอมนั่งลง เธอยืนเกร็งจนตัวตรงราวกับหุ่นขี้ผึ้ง

    คุณหญิงรัศมีมองไปรอบห้องรับแขกด้วยสายตาชิงชัง สายตาของเธอสะดุดเข้ากับแจกันดอกไม้หรูหรา ภาพวาดราคาแพง และของตกแต่งชิ้นงามที่รายล้อมรอบตัว ของเหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่คุณเกริกใช้เงินส่วนกลางของครอบครัวซื้อมาประเคนให้ฉันเพื่อเอาใจ ความจริงข้อนี้เปรียบเสมือนน้ำมันก๊าดที่ราดลงบนเศษไฟริษยาในอกของเธอจนคุโชน

    "แกคิดว่าแกชนะแล้วงั้นเหรอ?" คุณหญิงรัศมีกดเสียงต่ำ ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันราวกับจะข่มขวัญ "คิดว่าการได้ครอบครองห้องพักซุกหัวนอนกับเศษเงินไม่กี่ล้านจะทำให้แกชุบตัวกลายเป็นไฮโซได้งั้นเหรอ? สำหรับฉัน แกก็เป็นได้แค่ของเล่นราคาถูกที่เกริกเลือกเอาไว้แก้เบื่อชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นแหละ!"

    ฉันประสานมือไว้บนหัวเข่า ทอดมองอากัปกิริยาอันสั่นเทาของคุณหญิงด้วยแววตาเวทนา การอ่านภาษากายของเธอนั้นง่ายดายเสียจนฉันแทบไม่ต้องออกแรงวิเคราะห์เชิงลึก ไหล่ที่ยกสูงขึ้น คอที่เกร็งแข็ง และนิ้วมือที่บีบเข้าหากันจนข้อขาวซีด อาการทั้งหมดนี้ไม่ได้สะท้อนความแข็งแกร่งเลยสักนิด แต่มันคือกลไกการป้องกันตัวเองทางจิตวิทยาของมนุษย์ยามที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายเกินรับไหว เธอรู้ตัวดีว่ากำลังจะสูญเสียการควบคุมสิ่งสำคัญในชีวิตไป จึงต้องพ่นความโกรธและคำดูถูกออกมากลบเกลื่อนความอ่อนแอในใจ

    "ฉันไม่เคยคิดอยากเป็นไฮโซเลยค่ะคุณหญิง" ฉันตอบพลางคลี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม "และฉันก็ไม่เคยคิดจะแย่งคุณเกริกมาครอบครองเป็นของส่วนตัวถาวรด้วยค่ะ"

    คำตอบที่คาดไม่ถึงของฉันทำให้คุณหญิงรัศมีชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเธอสับสนปนหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด

    "ถ้าแกไม่ได้อยากได้เขา แล้วแกจับเขาไว้ทำไม! ปล่อยคลิปเสียงบ้าๆ นั่นขู่ทนายฉันทำไม!" เธอเริ่มแผดเสียงขึ้นมาอีกครั้งเพื่อสะกดความอ่อนแอที่กำลังคืบคลานเข้ามาในจิตใจ "เพราะแกอยากได้ทรัพย์สมบัติของตระกูลฉันล่ะสิ นังงูพิษ!"

    ฉันส่ายหน้าช้าๆ พลางเอนกายพิงพนักโซฟาอย่างแสนสบาย ปล่อยให้ความเงียบทำงานครู่หนึ่งเพื่อให้เธอยิ่งกระวนกระวายใจ

    "ฉันแค่ทำหน้าที่เป็นกระจกเงาสะท้อนความจริงให้คุณเกริกเห็นค่ะ... และตอนนี้ ฉันกำลังจะทำให้คุณหญิงเห็นมันด้วยตาตัวเองเช่นกัน" ฉันทอดสายตาประสานกับดวงตาที่สั่นไหวของคุณหญิงรัศมีอย่างเยือกเย็นและจริงจัง "คุณหญิงเคยถามตัวเองบ้างไหมคะว่า ทำไมคุณเกริกถึงยอมทิ้งความสุขสบายและความโอ่อ่าที่บ้านใหญ่เพื่อมาหาฉันในห้องนี้?"

    "ก็เพราะแกมันร่านยั่วเขาไง!" คุณหญิงรัศมีด่าสวนกลับทันทีโดยไม่เสียเวลาคิดทบทวน "ผู้ชายมันก็ชอบของแปลกของใหม่ทั้งนั้นแหละ พอหมดโปรโมชั่นเขาก็เขี่ยแกทิ้งเหมือนตัวอื่นๆ ก่อนหน้านี้!"

    น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสมเพชและพยายามสร้างความมั่นใจให้แก่ตัวเอง ทว่าในสายตาของนักจิตวิทยาอย่างฉัน คำพูดของคุณหญิงเป็นเพียงเสียงร้องของคนที่กำลังจะจมน้ำและพยายามคว้าเศษไม้ผุๆ เอาไว้พยุงตัว

    "นั่นคือสิ่งที่คุณหญิงใช้หลอกตัวเองมาตลอดเวลายี่สิบปีที่แต่งงานกันใช่ไหมคะ?" ฉันถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

    คำถามสั้นๆ แต่แทงใจดำของฉันเปรียบเสมือนปลายเข็มแหลมคมที่แทงทะลุหน้ากากหนาเตอะของเธอ ใบหน้าของคุณหญิงรัศมีซีดเผือดลงไปในทันตา ดวงตาคู่งามเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่แฝงอยู่ลึกๆ

    "แก... แกพูดเรื่องบ้าอะไร" เธอกระอักกระอ่วน เสียงที่เคยทรงพลังเริ่มสั่นเครือและสูญเสียการควบคุม

    "ชีวิตคู่ของคุณหญิงกับคุณเกริกมันหมดอายุขัยทางอารมณ์ไปนานแล้วค่ะ" ฉันเริ่มอภิปรายอย่างเย็นชาและเป็นระบบ "ยี่สิบปีที่ผ่านมา มันไม่ใช่ความรักหรอกค่ะ แต่มันเป็นเพียงแค่การแต่งงานเพื่อรักษาภาพลักษณ์ทางสังคม เป็นแค่หน้ากากจอมปลอมที่สวมเข้าหากันเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจและเกียรติยศชื่อเสียงของตระกูลเท่านั้นเอง"

    "ไม่จริง! เกริกรักฉัน... เรารักกัน!" คุณหญิงรัศมีกรีดเสียงแหบแห้ง พยายามปฏิเสธเสียงแข็งเพื่อป้องกันโลกสมมติของเธอไม่ให้ล่มสลาย

    แต่ภาษากายของเธอกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แผงหน้าอกของเธอสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่สั้นและเร็วขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือสัญญาณเด่นชัดว่าจิตใต้สำนึกของเธอยอมรับความจริงข้อนี้แล้ว แต่สมองส่วนหน้ายังฝืนต้านไว้เพราะทนรับความเจ็บปวดไม่ได้

    "ถ้าเขารักคุณหญิงจริง เขาคงไม่ยอมคุกเข่าอ้อนวอนขอเศษความรักและความอบอุ่นจากฉันหรอกค่ะ" ฉันพูดพลางลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินอ้อมโซฟาตรงเข้าไปหาเธอด้วยท่วงท่าเย้ายวนแต่แฝงด้วยความกดดันอันหนักอึ้ง "คุณเกริกบ่นกับฉันเสมอว่า เวลาอยู่ที่บ้านเขาเหมือนคนไร้ตัวตน เป็นแค่เครื่องจักรผลิตเงินที่ไม่มีหัวใจ เขาต้องเจอกับเมียหลวงที่ทำตัวเป็นหอคอยคอนกรีตสูงส่ง เย็นชา และไร้รสเสน่หา"

    ฉันก้าวเข้าไปจนเกือบชิด รักษาระยะห่างเพียงไม่ถึงสองช่วงตัวเพื่อกดดันเธอทางสายตาและจำกัดพื้นที่ทางจิตวิทยาของเธอ

    "ความล้มเหลวทางเพศสัมพันธ์ในบ้านใหญ่... นั่นคือความจริงที่คุณหญิงจงใจปิดตาไม่ยอมมองใช่ไหมคะ?"

    ประโยคนี้เปรียบเสมือนระเบิดที่ฟาดลงกลางใจของคุณหญิงรัศมีอย่างจังจนเธอถึงกับผงะ ร่างกายซวนเซไปด้านหลังเล็กน้อย

    "เงียบนะ! หุบปากเน่าๆ ของแกเดี๋ยวนี้!" คุณหญิงรัศมีสติแตกอย่างสิ้นเชิง เธอยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้าง ร่างสูงระหงของไฮโซแถวหน้าของสังคมสั่นเทิ้มจนแทบพยุงตัวเองไม่อยู่ น้ำตาร่วงเผาะลงบนแก้มที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างดี "แกไม่มีสิทธิ์มารู้เรื่องในครอบครัวของฉัน! นังสารเลว แกมันจะไปรู้ดีกว่าฉันได้ยังไง!"

    เธอพยายามกรีดร้องด่าทอเพื่อขับไล่ความจริงอันแสนเจ็บปวดที่ฉันเพิ่งขุดมันขึ้นมาแฉต่อหน้า

    "เพราะฉันเป็นนักจิตวิทยาไงคะคุณหญิง... และฉันก็ดูแลสามีของคุณหญิงบนเตียงนอนบ่อยและลึกซึ้งกว่าที่คุณหญิงเคยทำมาตลอดสิบปีหลังเสียอีก" ฉันกระซิบเสียงแผ่วเบาที่ข้างใบหูของเธออย่างจงใจเน้นย้ำความพ่ายแพ้ทางสรีระ "คุณเกริกบอกว่าเขาเกลียดการร่วมเพศที่ไร้ชีวิตชีวาและแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้ของคุณหญิงที่สุด เขาโหยหาสัมผัสเร่าร้อน โหยหาเสียงครางกระเส่า โหยหาความตื่นเต้นที่ปลุกความเป็นชายของเขาให้ฟื้นคืนมา... สิ่งที่คุณหญิงให้เขาไม่ได้ แต่ฉันประเคนให้เขาได้ทุกอย่าง"

    ฉันยิ้มเยาะเมื่อเห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมานแสนสาหัสของคุณหญิงรัศมี ความลับอันมืดดำที่เธอซ่อนไว้ใต้เตียงหรูในคฤหาสน์โดนฉันลากออกมาตีแผ่จนหมดสิ้น ความอ่อนแอและความล้มเหลวในฐานะภรรยาและผู้หญิงคนหนึ่งถูกขยี้อย่างไม่มีชิ้นดี

    "กรี๊ด! นังบ้า! แกหยุดพูดเดี๋ยวนี้!" คุณหญิงรัศมีร้องกรีดเสียงแหลมยาวออกมาในที่สุด เธอควบคุมสติตัวเองไม่ได้อีกต่อไป พุ่งตัวเข้าหาฉันหวังจะใช้เล็บจิกข่วนใบหน้าของฉันให้เสียโฉม

    ทว่าฉันรู้ทันท่วงท่าของเธออยู่แล้ว ฉันจับข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้แน่นด้วยแรงทั้งหมดที่มี แม้แรงผู้หญิงอย่างฉันจะไม่มาก แต่ความตื่นตระหนกและหมดแรงกายทางอารมณ์ของคุณหญิงทำให้เธอแทบไม่มีแรงต่อสู้หลงเหลืออยู่เลย ฉันบีบข้อมือของคุณหญิงรัศมีไว้แน่น จ้องประสานแววตาหยิ่งยโสที่บัดนี้เต็มไปด้วยความพ่ายแพ้ยับเยินและหยาดน้ำตา

    "ถ้าคุณหญิงทำร้ายร่างกายฉันตรงนี้ รอยแผลและกล้องวงจรปิดในห้องนี้จะเป็นหลักฐานชั้นดีนะคะ" ฉันบอกด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เยือกเย็นปานน้ำแข็งขั้วโลกจนคุณหญิงรัศมีชาวาบไปทั้งตัว "คดีความทำร้ายร่างกายบวกกับคลิปเสียงลับของคุณเกริกที่ฉันมีอยู่... คิดว่าสื่อมวลชนจะพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งว่ายังไงคะ? ชื่อเสียงและเกียรติยศของตระกูลไฮโซชื่อดังคงจะป่นปี้ไม่มีชิ้นดีในชั่วข้ามคืนเลยละค่ะ"

    ฉันทิ้งคำขู่สุดท้ายพลางสะบัดข้อมือของเธอออก ส่งผลให้ร่างที่ไร้แรงต้านทานของคุณหญิงทรุดลงกับพื้น เธอกองอยู่บนพื้นพรมขนสัตว์หนานุ่มราคาแพงระยับที่สามีของเธอซื้อให้ชู้รักอย่างหมดสภาพ หน้าตาที่เคยเชิดสูงหยิ่งยโสในงานสังคมบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและมาสคาราที่ไหลเยิ้มเลอะเทอะ

    เสียงสะอื้นไห้อย่างหมดหนทางดังขึ้นเบาๆ ในความเงียบสงัดของเพนท์เฮาส์หรู คุณหญิงรัศมีกอดเข่าตัวเองร้องไห้โฮราวกับเด็กน้อยที่โดนกระชากความจริงอันโหดร้ายเข้าใส่ เธอเถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว เพราะทุกคำพูดวิเคราะห์ของฉันมันแทงใจดำและถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ ชีวิตแต่งงานที่สวยหรูต่อหน้ากล้องสื่อมวลชนแท้จริงแล้วมันว่างเปล่า หนาวเหน็บ และน่าสะอิดสะเอียน ความเจ็บปวดลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้พรมถูกรื้อขึ้นมาประจานต่อหน้าผู้หญิงรุ่นลูกอย่างฉัน มันคือความพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงของคุณหญิงรัศมี ทั้งในแง่ของจิตวิทยาและสัญชาตญาณความเป็นหญิง เธอไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไปว่าเธอยังคงเป็นเจ้าชีวิตของผู้ชายที่ชื่อเกริก เพราะผู้ชายคนนั้นได้มอบจิตวิญญาณและร่างกายให้ตกเป็นทาสกามารมณ์ของฉันไปเสียแล้ว

    ฉันยืนมองดูร่างสั่นเทาของคุณหญิงรัศมีจากมุมสูงด้วยสายตาเรียบเฉย ปราศจากความรู้สึกสมเพชหรือสงสาร ในฐานะผู้ล่า... ชัยชนะครั้งนี้ช่างหวานล้ำและงดงามยิ่งนัก มารยาและการใช้ความรู้เชิงจิตวิทยาสามารถสยบเมียหลวงไฮโซผู้เย่อหยิ่งลงแทบเท้าได้โดยไม่ต้องออกแรงตบตีให้เหนื่อยแรง นี่คือผลลัพธ์ของการเตรียมการอย่างรอบคอบและการอ่านใจเหยื่ออย่างทะลุปรุโปร่ง

    คุณหญิงรัศมีพยายามพยุงร่างกายที่อ่อนแรงของตัวเองลุกขึ้นมาจากพื้นพรม เธอใช้มือปาดน้ำตาบนใบหน้าอย่างลนลาน พยายามดึงเศษซากความหยิ่งยโสที่เหลืออยู่กลับคืนมา แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว แววตาของเธอหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัดและไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับฉันตรงๆ เธอหันหลังกลับพาร่างสั่นเทาของตัวเองกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีออกจากเพนท์เฮาส์หรูไปอย่างลนลานและเสียหน้าที่สุด

    ประตูห้องปิดลงตามหลังเธอด้วยความเงียบสงบอีกครั้ง ฉันก้าวเดินช้าๆ ไปที่โถงทางเข้า เลื่อนนิ้วลงล็อกกลอนประตูเสียงดังคลิกเพื่อป้องกันการรบกวน ฉันยืนพิงประตูไม้บานใหญ่ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมาในลำคอ รอยยิ้มแห่งความสะใจและความรู้สึกมีอำนาจเหนือผู้คนแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันเป็นชัยชนะของสมองและชั้นเชิงจิตวิทยาอย่างแท้จริง

    ในการเผชิญหน้ากับคุณหญิงรัศมีเมื่อครู่นี้ ฉันไม่ได้มองมันเป็นเพียงการปะทะอารมณ์ของเมียหลวงกับเมียน้อยธรรมดาๆ แต่สำหรับฉัน มันคือกรณีศึกษาทางคลินิกที่สมบูรณ์แบบเกี่ยวกับโครงสร้างความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวของชนชั้นสูง ผู้คนในสังคมไฮโซมักสร้างภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติเพื่อแสวงหาการยอมรับจากสายตาคนภายนอก พวกเขาสวมหน้ากากสังคมเพื่อปกปิดความแห้งแล้งทางอารมณ์และการละเลยทางจิตวิทยาระหว่างกันและกัน

    คุณหญิงรัศมีเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของกลไกการปฏิเสธความจริงเพื่อรักษาความภาคภูมิใจในตนเอง เธอเลือกที่จะเพิกเฉยต่อความต้องการทางกายภาพและความอบอุ่นของสามี เพียงเพราะต้องการแสดงตัวตนเป็นภรรยาผู้สูงส่งที่อยู่เหนือความใคร่และอารมณ์ดิบของมนุษย์ทั่วไป ทว่าการปฏิเสธตัณหาเหล่านั้นไม่ได้ทำให้มันมลายหายไป แตมันกลับขับเคลื่อนให้เกริกต้องมองหาช่องทางระบายออกภายนอก และการระบายออกนั้นก็คือฉัน... ผู้ซึ่งรู้วิธีการกระตุ้นและควบคุมความปรารถนาของเขาได้อย่างถูกจุด เมื่อภาพลักษณ์ภายนอกที่เธอเพียรสร้างมาทั้งชีวิตถูกฉันลอกออกจนเห็นแผลเน่าเฟะภายใน สภาพจิตใจของเธอจึงพังทลายลงอย่างรวดเร็วและไม่มีหนทางต่อสู้กลับ เพราะมนุษย์เราย่อมกลัวการสูญเสียตัวตนและการถูกกระชากหน้ากากต่อหน้าสาธารณชนมากที่สุด

    ชัยชนะในวันนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครมีทะเบียนสมรสหรือใครมีเงินมากกว่ากัน แต่มันขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้คุมอำนาจทางจิตวิทยาและรู้จุดอ่อนของอีกฝ่ายมากกว่า คุณหญิงรัศมีพ่ายแพ้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอปล่อยให้อารมณ์โกรธครอบงำจนก้าวเข้ามาในอาณาเขตของฉัน และการยอมจำนนของเธอก็คือบทสรุปที่เป็นไปตามหลักวิชาการที่ฉันได้เรียนรู้มาตลอดชีวิต

    ฉันหมุนตัวเดินกลับเข้ามาในห้องรับแขก หยิบถ้วยชาคาโมมายล์ขึ้นมาจิบอีกครั้ง ความอุ่นร้อนของน้ำชาชะล้างความตึงเครียดที่ค้างคาอยู่ในบรรยากาศให้มลายหายไปสิ้น ทว่าในขณะที่ฉันกำลังเพลิดเพลินกับรสชาติของชัยชนะ เสียงสมาร์ตโฟนบนโต๊ะกระจกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ฉันเดินเข้าไปดูหน้าจอและเห็นชื่อผู้โทรเข้าเป็น "คุณเกริก"

    ฉันสไลด์หน้าจอรับสายทันทีพลางกรอกเสียงหวานหยดตอบกลับไป

    "สวัสดีค่ะคุณเกริก มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าคะถึงโทรหาพราวแต่เช้าแบบนี้?" ฉันแสร้งทำน้ำเสียงอ่อนหวานไร้เดียงสา ราวกับว่าเมื่อครู่นี้ไม่มีเหตุการณ์พายุเมียหลวงพัดถล่มห้องจนราบเป็นหน้ากลอง

    "พราว... พี่มีข่าวดีจะบอกครับ!" น้ำเสียงปลายสายของคุณเกริกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและโล่งอกอย่างปิดไม่มิด มันเป็นน้ำเสียงของคนที่เพิ่งได้รับการปลดปล่อยจากพันธนาการอันหนักอึ้งที่แบกรับมานานนับสิบปี "พี่ตกลงเรื่องการแยกทางและรายละเอียดข้อตกลงการหย่ากับรัศมีเรียบร้อยแล้วครับ! ในที่สุดพี่ก็จะได้เป็นอิสระอย่างแท้จริงเสียที พี่ไม่ต้องทนอยู่อย่างหนาวเหน็บในบ้านหลังนั้นอีกแล้ว"

    ฉันเหยียดยิ้มกว้าง แววตาเป็นประกายวาววับด้วยความพึงพอใจในผลลัพธ์ที่เป็นไปตามแผนการ ความจริงแล้วการที่รัศมีบุกมาหาฉันเมื่อครู่ คงเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เธอยอมเซ็นใบหย่าเพื่อรักษาชื่อเสียงและเกียรติยศที่เหลืออยู่ก่อนที่เรื่องจะแดงออกไปสู่สาธารณะ

    "ยินดีด้วยนะคะคุณเกริก พราวดีใจกับคุณจริงๆ ค่ะที่ได้เลือกทางเดินชีวิตของตัวเองเสียที" ฉันเอ่ยปากแสดงความยินดีด้วยน้ำเสียงกระตุ้นอารมณ์รักและเสน่หาจนปลายสายแทบละลาย

    "เพื่อเป็นการฉลองอิสรภาพของพี่... พรุ่งนี้ค่ำพี่เตรียมจัดปาร์ตี้ส่วนตัวที่สระว่ายน้ำระเบียงเพนท์เฮาส์ของเรานะครับ" คุณเกริกพยายามทำน้ำเสียงกระปรี้กระเปร่าประจบประแจงฉันอย่างเต็มที่ "แล้วพี่ก็ชวนธนามาร่วมด้วยนะ เห็นช่วงนี้เขาดูเครียดๆ เรื่องงาน พี่เลยอยากให้เขามาพักผ่อนคลายเครียดกับเราด้วย พราวไม่ขัดข้องใช่ไหมครับคนดี? พี่อยากให้เราสามคนสนุกกันให้เต็มที่ไปเลย"

    "พราวจะไปขัดข้องได้ยังไงล่ะคะคุณเกริก" ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระเส่ายั่วยวนและมีความนัยลึกซึ้ง "ในเมื่อคุณธนาเองก็เป็นหุ้นส่วนคนสำคัญของคุณเกริก... และเป็นคนที่พราวอยากร่วมต้อนรับอย่างอบอุ่นที่สุดอยู่แล้วค่ะ"

    ฉันเลียริมฝีปากตัวเองเบาๆ พลางแสยะยิ้มอย่างมีความหมายท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาในห้องรับแขกอันโอ่อ่า ยามหวนนึกถึงตัวเลขห้อง VIP ในกระดาษโน้ตและการบดขยี้ศีลธรรมของธนาในวันพรุ่งนี้ แผนการท้าทายตัณหาครั้งใหม่ของฉันกับคุณธนาและการใช้ปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำส่วนตัวกำลังจะเปิดฉากขึ้นในคืนวันพรุ่งนี้อย่างเร่าร้อน

    ฉันกดวางสายจากคุณเกริกพลางทอดสายตามองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่อีกครั้ง สมรภูมิตัณหาในระดับไฮโซช่างน่าตื่นเต้นเร้าใจและให้ผลตอบแทนคุ้มค่ามากกว่าที่ฉันคิดไว้เสียจริง บัดนี้ สมรภูมิถัดไปของคุณธนากำลังรอฉันอยู่เบื้องหน้า ชายผู้รักครอบครัวและซื่อสัตย์ต่อหน้าสื่อมวลชน แต่เบื้องหลังกลับซ่อนความกระหายกามารมณ์ที่รุนแรง ฉันจะใช้ปาร์ตี้สระว่ายน้ำในคืนวันพรุ่งนี้เป็นห้องทดลองชิ้นถัดไปเพื่อศึกษาและบดขยี้ศีลธรรมอันเปราะบางของเขา เกมกระชากหน้ากากไฮโซเพิ่งเริ่มต้นขึ้น... และผู้คุมเกมทั้งหมดก็คือฉัน พราวรินทร์ คนนี้แต่เพียงผู้เดียว

    คล้ายกับเรื่องแอบแซ่บ ผัวเพื่อน ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206