ใครเป็คนบอกกันนะว่าเป็นักร้องแล้วจะสุขสบาย
แทซอนคนหนึ่งล่ะที่จะเถียงหัวชนฝา การเป็คนของสาธารณะชนนั้นมันจะสุขสบายได้ยังไง ในเมื่อวัน ๆ หนึ่งของนักร้องต้องทำอะไรซ้ำซากจำเจทุกวันอย่างฝึกร้องเพลง อัดเสียง แถลงข่าวเปิดตัวเพลงใหม่ ออกคอนเสิร์ต ออกรายการโทรทัศน์ แจกลายเซ็น แถมพ่วงด้วยแก้ข่าวรักกุ๊กกิ๊กที่มันไม่มีมูลกิ๊กที่ไหนเลย
อ้อ…อีกอย่างเขาต้องส่งจูบให้กับแฟนคลับด้วย ซึ่งข้อหลังนี่แทซอนทำจนปากเยินไปหมดแล้วล่ะ
“โอ้ย...น่าเบื่อชะมัด”
แทซอนร้องะโอย่างเซ็งสุดขีด เขาเพิ่งจะหลุดจากบรรดาแฟนคลับที่มารอถ่ายรูป บวกขอลายเซ็นั้แ่เช้าตรงหน้าโรงแรมที่เขาพักอยู่ในเมืองเวลูน่า
“จะทำอะไรดีเนี่ย...เหลือเวลานัดอีกตั้ง2 วัน” เขาพึมพำกับตัวเอง ระหว่างที่เดินวนไปวนมาในซากเมืองโบราณ ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเมืองเวลูน่า มันเป็ซากเก่าแก่ที่ไม่ค่อยหลงเหลืออะไรให้เห็นมากนัก นอกจากกองเศษหินหัก ๆ ก้อนเบ้อเริ่มตั้งอยู่ประปรายบนเนินเขา
“โอเพ่น สเตตัส”
แทซอนเปิดหน้าต่างสถานะของตัวเองออกมาสำรวจเล่นๆ จากที่ไล่กองทัพมอนสเตอร์ให้กระเจิงเมื่อวาน ทำให้ระดับเขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตอนนี้แทซอนระดับที่ 95 แล้ว อาชีพของเขาคือเนโครแมนเซอร์หรือผู้ปลุกิญญาคนตาย ที่เลือกอาชีพนี้ก็เพราะใจรักส่วนหนึ่งและอีกส่วนคือเขาชอบเื่ิญญา...
“จะ...เ้า ชะ...ช่วยข้าด้วย” เสียงใครบางคนเหมือนกำลังเรียกเขาอยู่
แทซอนมองหาที่มาของเสียงอยู่ครู่หนึ่ง ก็พบว่ามันมาจากชายคนหนึ่งที่นั่งพิงอยู่ตรงเสาหิน ร่างของเขาโชกไปด้วยเื เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง เนื้อตัวมีแผลเหวะหวะและใบหน้าก็ซีดเซียวเกินกว่าจะเป็มนุษย์ได้
“นายเป็อะไร” แทซอนถาม เขาก้าวเดินเพียงสองสามก้าวก็มาถึงตัวชายตัวซีด แทซอนเพิ่งสังเกตเห็นว่าร่างของชายคนนั้นถูกเงาของเสาหินบังอยู่ ทำให้ตอนแรกเขามองไม่เห็นใคร
“ข้าเป็...แวมไพร์ ขะ...ข้าถูกตามล่า” อีกฝ่ายตอบอย่างกระท่อนกระแท่น
“ตามล่า...แล้วใครตามล่านาย”
ยังไม่ทันที่แวมไพร์ตัวซีดจะได้ตอบแทซอน ก็มีเสียงใครบางคนชิงะโขึ้นก่อน
“หึ...อยู่นี่เองคิดเหรอว่าจะหนีฉันพ้น” เสียงะโดังมาจากทางด้านหลังของแทซอน เขาหันหลังกลับไปมองก็เห็นผู้เล่นคนหนึ่งกำลังยืนถือหนังสือเล่มหนา แล้วชี้นิ้วมาทางแวมไพร์ซึ่งนั่นทำให้เขาเข้าใจในสถานการณ์ตอนนี้ทันที สรุปก็คือแวมไพร์ตนนี้กำลังถูกผู้เล่นตามสังหารสินะ
ถ้าอย่างนั้นเขาก็ไม่ควรจะไปยุ่ง...
“เฮ้...ไอ้หน้าอ่อนถอยไปสิ...เดี๋ยวโดนลูกหลงฉันไม่รับผิดชอบนะ”
แทซอนชะงักฝีเท้า เขากำลังจะลุกและเดินหนีอยู่แล้วเชียว แต่คำพูดที่ผู้เล่นคนนั้นพ่นออกมา มันทำให้เส้นเืตรงขมับทั้งสองเต้นตุบ ๆ อย่างหงุดหงิด
ไอ้หน้าอ่อนงั้นเหรอ...
“แกชื่ออะไร” แทซอนเหลือบตาขึ้นมองแล้วถาม
“ฉันชื่อ บอลลูน เอาล่ะถอยออกมาไอ้หน้าอ่อน เดี๋ยวแวมไพร์นั่นจะหนีไปได้อีก” คราวนี้เป็คิ้วของแทซอนที่กระตุกเขาเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว นี่คือคำพูดของเพื่อนมนุษย์เวลาเจอหน้ากันครั้งแรกอย่างนั้นเหรอ คำก็หน้าอ่อน สองคำก็หน้าอ่อน คงอยากจะไปนั่งมองหน้า NPC ที่จุดรอเกิดเต็มแก่แล้วสินะ...
“อยากฆ่าแวมไพร์ตัวนี้นัก ก็ข้ามศพผมไปก่อนละกัน”
“พูดอะไรน่ะ...ไอ้หน้าอ่อนฉันไม่มีเวลามาสู้กับผู้เล่นใหม่หรอกนะ”
“งั้นเดี๋ยวผู้เล่นใหม่ จะส่งคุณผู้เล่นมานานไปนั่งนับเส้นผมของNPC ที่จุดรอเกิดแล้วกัน”
“พูดงี้ก็สวยสิ แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน”
ทักษะอัญเชิญหกิญญาธาตุ ิญญาภูติธาตุแสง
หนังสือของผู้เล่นที่ชื่อบอลลูนเกิดสว่างวาบ พร้อม ๆ กับปรากฏภูติจิ๋วตัวน้อยที่มีแสงสีขาวห้อมล้อมร่างกาย มันลอยอ้อยอิ่งอยู่บนหนังสือเล่มนั้น ราวกับรอคำสั่งของผู้อัญเชิญมันออกมา
“โจมตี” สิ้นคำพูดของบอลลูนภูติจิ๋วก็บินร่อนมาหาแทซอน พร้อมกับยิงลูกบอลแสงนับสิบลูกเข้าหาเขา แทซอนหรี่ตาลงแล้วเปิดหน้าต่างเก็บไอเทม พร้อมกับหยิบอาวุธออกมาอย่างรวดเร็ว มันคือเคียวที่มีชื่อว่า เคียวพิโรธ
ทักษะเผ่าพันธุ์ กำแพงโครงกระดูก
แทซอนกวาดเคียวไปบนพื้นดินตรงหน้า พลันปรากฏกำแพงที่ถูกก่อด้วยกระดูกนับไม่ถ้วนผุดออกมาจากพื้น ต้านลูกบอลแสงได้ทั้งหมดยังความใมาให้ฝ่ายตรงข้าม เขาเห็นดังนั้นจึงวนเคียวหนึ่งรอบแล้วใช้ทักษะโจมตีต่อทันที
ทักษะคืนชีพเจ็ดิญญานรก ิญญาตัวที่4 ไบซัน
เกิดแผ่นดินะเืเล็กน้อย พลันปรากฏรอยแยกบนพื้นตรงหน้าของแทซอน ก่อนมันจะค่อย ๆ ปริแตกออกเรื่อย ๆ แล้วปรากฏไบซันตัวขนาดใหญ่โผล่ออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างรวดเร็ว มันะโออกมาอยู่บนพื้น แล้วจ้องหน้าของบอลลูนอย่างอาฆาต ดวงตาแดงก่ำ เขาโง้งน่าเกรงขาม เสียงพ่นลมออกจากจมูกอย่างน่ารำคาญ ทุกอย่างนี้มันกำลังทำให้บอลลูนถึงกับเหงื่อตก
“เนโครแมนเซอร์”
“ถูกต้อง...เอาล่ะไบซัน...สอยมันซะ”
“โฮกกก!” ไบซันคำรามตอบรับแล้ววิ่งปรี่เข้าหาบอลลูนหวังปลิดชีพโดยทันที หากผู้เป็เป้าหมายกลับขยับเท้าถอยหลังไปหนึ่งก้าว และใช้ทักษะปัองกันอย่างรวดเร็ว
ทักษะอัญเชิญหกิญญาธาตุ ิญญาภูติธาตุดิน
แสงจากหนังสือเปล่งออกอีกครั้ง แล้วปรากฏอะไรบางอย่างผุดขึ้นจากพื้นดิน มันมีลักษณะคล้ายกับโกเลมธาตุดิน เพียงแต่ขนาดของมันเล็กกว่าก็เท่านั้นเอง
ไบซันวิ่งปะทะเข้ากับโกเลมธาตุดินขนาดย่อมนั่นอย่างแรง แต่เ้าตัวที่ตั้งรับก็ต้านไว้มั่น กลายเป็ผลัดกันดันไปมาอย่างหนักหน่วง และเพราะเหตุนั้นเลยทำให้ิญญาที่ถูกปลุก และิญญาที่ถูกอัญเชิญทั้งสองสลายหายไปในพริบตา ด้วยผลพลังป้องกันและโจมตีเสมอกัน
“อาชีพผู้อัญเชิญงั้นเหรอ” แทซอนเปรยขึ้นมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน
“ใช่แล้ว...และอาชีพของฉันกับของนายก็ไม่ถูกกันด้วย”
ถึงจะไม่บอกแต่แทซอนก็รู้ดีอยู่แก่ใจแล้ว ั้แ่เห็นทักษะโจมตีของฝ่ายตรงข้าม
“คนหนึ่งปลุกิญญาให้เป็ทาสอีกคนอัญเชิญิญญาด้วยความเคารพ มันก็ต้องไม่ถูกกันอยู่แล้ว แต่ผมจะบอกอะไรให้อย่างนะ ว่านายน่ะยังอ่อนหัดเกินไป”
“ว่าไงนะ” บอลลูนกัดฟันกรอดเขาบีบหนังสือไว้แน่น จนมันก็เริ่มเปล่งแสงช้า ๆ แต่แทซอนกลับเร็วกว่าเขาชิงโจมตีทันที
ทักษะกระบวนท่าเคียวคร่ำครวญ เกี่ยวจันทรา
แทซอนเคลื่อนไหวหายไปจากที่ยืน ก่อนจะไปปรากฏตัวอยู่เหนือบอลลูน ศัตรูเบิกตากว้างอย่างตื่นตลึงเพราะไม่นึกว่าศัตรูจะมีทักษะต่อสู้ นอกเหนือจากทักษะปลุกิญญาด้วย แต่กว่าที่บอลลูนจะได้คิดหาทางป้องกัน แทซอนก็วาดเคียวลงมาอย่างเต็มแรง ส่งร่างของผู้เล่นอาชีพผู้อัญเชิญ ให้ลอยไถครูดลงไปกับเนินเขาพร้อมกับแผลเหวะหวะกลางอก
“อ๊ากก!” เสียงร้องราวกับเ็ป แต่แทซอนกลับจุ๊ปากอย่างล้อเล่น แล้วพลิกร่างตัวเองให้อยู่บนพื้นอีกครั้ง พลางปักเคียวไว้กับพื้นตรงหน้า
“อย่าร้องสิ อยู่ในเกมส์มันไม่เจ็บหรอกนะ”
“กะ...แก” บอลลูนกระอักคำพูดออกมาได้แค่นั้นก็รีบ ควานหาน้ำยาเพิ่มพลังชีวิตจากหน้าต่างเก็บไอเทม แล้วรีบยกดื่มอย่างรวดเร็ว
กระนั้นมันก็คงสายสำหรับคนที่อยู่ต่อหน้าผู้เล่นที่ได้ชื่อว่า เคยเป็ถึงอันดับ 4 อย่างแทซอนไปเสียแล้ว
“ลาขาดล่ะ...ฝากความคิดถึง ให้กับ NPC ที่จุดรอเกิดด้วยนะ”
ทักษะคืนชีพเจ็ดิญญานรก ิญญาตัวที่ 7 ซาตาน
สิ้นคำส่งท้ายของแทซอน บังเกิดวงแหวนเวทสีแดงขนาดมหึมาขึ้นเบื้องหน้าของเขา พลันปรากฏสิ่งมีชีวิตบางอย่างค่อยๆ ยืดตัวออกมาจากวงแหวนเวทนั่น มันคือมือที่ลุกโชนไปด้วยไฟขนาดใหญ่ของซาตาน ซึ่งมันโผล่ออกมาทั้งสองข้าง ตามมาด้วยเขาที่ยาวโง้งดูน่ากลัวที่โผล่พ้นออกมา จนกระทั่งหัวที่ลุกท่วมไปด้วยเพลิงที่ร้อนแรงมหาศาล เคลื่อนออกเผยโฉมให้เห็นเต็มตา จากนั้นซาตานก็ใช้มือดันตัวเองจนออกมาได้ครึ่งตัวก็หยุดอยู่แค่นั้น
“แท...ซอนนนน” ซาตานคำรามอย่างรำคาญแล้วหันหน้าไปหาผู้ปลุกมันขึ้นมา แทนที่จะเป็ศัตรูที่อยู่ตรงหน้า
“เ้าเรียกข้ามาได้แค่นี้เองเรอะ”
“โธ่อย่าบ่นนาเลยนา เดี๋ยวแก่เร็วนะ” แทซอนกล่าวแบบติดตลก แต่หน้าเขาตอนนี้มีเหงื่อผุดขึ้นเต็มไปหมดแล้ว อันแสดงถึงขีดจำกัดของการใช้พลังของตัวเองว่าถึงที่สุดจริงๆ
“แล้วเ้าเรียกข้าขึ้นมาเพียงเพื่อให้ตบแมลงวันตัวนี้เนี่ยนะ” ซาตานคำรามใส่อีกแล้วชี้มือไปที่บอลลูน ที่ตอนนี้ถึงกับผงะกับสิ่งที่เห็นข้างหน้าตัวเอง จากนั้นก็พยายามควานหาผลึกวาร์ปเพื่อจะกลับเมือง แต่ดูเหมือนว่าจะช้ากว่าซาตานที่ฟาดมือลงบนร่างผู้เคราะห์ร้ายอย่างเต็มแรง
ตูม!
‘ผู้เล่นแทซอนได้สังหารผู้เล่นบอลลูน ได้รับค่าประสบการณ์ 25,300 จุดค่ะ’
แว่วเสียงของระบบดังบอกถึงจุดจบของผู้เคราะห์ร้าย แล้วร่างของบอลลูนก็กลายเป็แสงหายไปอย่างน่าอนาถ โดยที่ไม่มีเสียงร้องสักนิด พร้อมกับที่ซาตานหันมาคำรามบ่นกับผู้เรียกมันขึ้นมาอีกระลอก
“คราวหน้าถ้าเ้าเรียกข้ามาด้วยเื่ไร้สาระอีก ข้าจะตบหัวเ้าให้กระเด็นติดหน้าผาไปเลยเข้าใจไหม”
“ครับผม...คุณซาตานที่เคารพ...สรุปใครเป็นายใครกันเนี่ย”
“ไม่ต้องพล่ามมากข้าจะกลับแล้ว...และอย่าให้ข้าเจอเ้าในแดนนรกก็แล้วกัน ไม่งั้นจะไล่เหยียบให้แบนเลยคอยดู” แทซอนผงกหัวอย่างจำนน จากนั้นร่างอันมโหฬารของซาตานก็ค่อย ๆ มุดลงกลับเข้าไปในวงแหวนเวทสีแดงเหมือนเดิม ก่อนจะเลือนจางหายไปอย่างรวดเร็ว
“เฮ้อ…” แทซอนลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
อันที่จริงเขาใช้วิธีอื่นปลิดชีพคู่ต่อสู้ก็ได้ แต่ที่ต้องใช้ท่าไม้ตายของตัวเองนั้นก็เพื่อจะลองทดสอบพลังในตอนนี้ดูแค่นั้นเอง และการที่เขาคืนชีพให้กับซาตาน ซึ่งเป็ิญญาที่ต้องใช้พลังออร่ามากที่สุดได้แค่ครึ่งตัวนั้น ก็แสดงถึงว่าตัวเขาในตอนนี้ยังห่างไกลจากคำว่าแข็งแกร่งนัก
“ฉันยังต้องเพิ่มพลังอีกสินะ” แทซอนบอกให้กับตัวเอง แล้วเก็บอาวุธเข้าหน้าต่างเก็บไอเทมเหมือนเดิม ก่อนจะเดินกลับไปทางที่มีแวมไพร์ตัวนั้นนั่งอยู่ ซึ่งตอนนี้มันแลดูเหมือนจะสิ้นใจอยู่แล้ว...
“นายรอดแล้ว”
“ขะ...ขอบคุณ...มากขะ...ข้าไม่มีอ...อะไรตอบแทน...ได้ปะ...โปรดรับข้า...เป็ผู้ติดตะ...ตามด้วยเถิด”
“หา” แทซอนถึงกับอุทานใ
ผู้ติดตามอย่างนั้นเหรอ...เื่นี้มันไม่เคยอยู่ในความคิดเขาสักนิด เพราะนอกจากมันจะหักเปอร์เซ็นค่าประสบการณ์แล้วยังต้องเสียเวลามาเลี้ยงดูมันอีก ยุ่งยากจะตาย…
“นายคิดดีแล้วเหรอ ถ้านายเป็ผู้ติดตามฉันระดับนายต้องกลับไปเป็1 ใหม่นะ”
ถูกแล้ว...มอนสเตอร์ที่ตกลงทำพันธสัญญาเป็ผู้ติดตามกับผู้เล่น ระดับของมันจะลดลงเหลืออยู่ที่ระดับ 1 ใหม่
“ข้าระ...รู้ แต่ว่าข้าตอนนี้...มีชีวิตอีกมะ...ไม่มากแล้ว...ให้ขะ...ข้าเป็ผู้ติดตามของ...ท่านเถอะ...ได้โปรด..ให้ข้ามีชะ...ชีวิตอยู่ต่อไป...แม้จะกลับไปเป็ระ...ระดับ1 ใหม่...ข้าก็ยะ...ยอม”
แทซอนก้มหน้าคิด ตอนนี้เขาเริ่มใจอ่อนแล้ว เขาเป็คนประเภทนี้ด้วยสิ ประเภทที่เห็นคนอื่นลำบากไม่ได้จำเป็ต้องเข้าไปช่วย
“ผู้ติดตามเหรอ” แทซอนเริ่มครางอย่างคิดหนัก
พอพูดถึงคำนี้มันก็ทำให้เขานึกถึงคนๆ หนึ่งที่รู้จัก คน ๆ นั้นเวลาไปไหนมักมีผู้ติดตามพ่วงไปด้วย2 ตัวไปเป็ไม้กันอยู่เสมอ บางทีเขาก็น่าจะลองดูนะ เผื่อว่ามันจะมีประโยชน์ในวันข้างหน้า อีกอย่างเหลืออีกตั้ง 2 วัน กว่าจะถึงวันนัดซึ่ง่างเหลืออีกตั้ง 2 วันกว่าจะถึงวันนัดไง 2วันที่เหลือนี่เขาก็ไม่รู้จะไปทำอะไรอยู่แล้ว ยังไงก็ไปตีมอนเตอร์เก็บค่าประสบการณ์ให้มเขาก็ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรอยู่แล้ว ยังไงก็ไปตีมอนสเตอร์เก็บค่าประสบการณ์ให้มันก็แล้วกัน
“เอ้า...ก็ได้” แวมไพร์ตนนั้นคลี่ยิ้มอย่างดีใจ
“นายชื่ออะไรล่ะ”
“ข้า...ชื่อ เซฟ” แทซอนพยักหน้ารับรู้ จากนั้นจึงเริ่มร่ายบททำพันธสัญญาทันที
“ข้ามีนามว่า...แทซอน...ผู้มีเผ่าพันธุ์โครงกระดูกเ้าจงฟัง...เซฟ...มอนสเตอร์เผ่าพันธุ์แวมไพร์ นับจากนี้เ้าคือผู้ติดตามของข้า จงเป็เกราะเพื่อให้ข้าหลบและเป็อาวุธเพื่อสังหารศัตรูของข้า เ้าจะน้อมรับหรือไม่”
“ขะ...ข้าน้อมรับ” สิ้นคำพูดของแวมไพร์ผิวซีด ก็บังเกิดแสงเรืองรองขึ้นบนร่างของมัน พร้อม ๆ กับเสียงแจ้งบอกรายละเอียดของระบบ
‘ผู้เล่นแทซอนได้ทำพันธสัญญาผู้ติดตามกับมอนสเตอร์เผ่าพันพันธุ์แวมไพร์ ได้รับ เซฟ เป็ผู้ติดตามค่ะ
เนื่องจาก เซฟกลายมาเป็ผู้ติดตามจึงมีระดับ 1 ค่ะ’
“ขะ...ขอบคุณนายท่าน”
“เอาล่ะ ๆ ...อย่าเพิ่งพูดเลย” แทซอนเว้นวรรคและล้วงมือเข้าไปในหน้าต่างเก็บไอเทม แล้วหยิบน้ำยาเพิ่มพลังชีวิตระดับสูงขึ้นมา 2 ขวด
“ก่อนอื่นนายก็กินยาเพิ่มพลังชีวิตก่อน เดี๋ยวจะพาไปซื้อเสื้อผ้าให้ใหม่”
“ครับนายท่าน”
“ผมเกลียดยายหมาบ้าจอมเ้าเล่ห์นั่น”
ปัง!
ผมทุบโต๊ะอาหารอย่างแรงประกอบกับคำพูดที่ดูมีอารมณ์นั่น ตอนนี้ผมทำภารกิจของเ้าไคน์เสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังนั่งกินอาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองโคเรีย...
“เอานา...พี่เควิน ใจเย็น ๆ ก่อนก็ได้ยังไงพวกเราก็คงไม่ได้ไปอีกแล้ว”
“เฮอะ...ถึงงั้นก็เถอะเทลเลอร์ แต่ต่อให้มีภารกิจอะไรที่ไปหาป้าหมาบ้าจอมเ้าเล่ห์นั่นอีกล่ะก็ พี่ไม่ไปเด็ดขาด มีอย่างที่ไหนตอนแรกบอกให้ไปหาปิ่นปักผมให้ได้ภารกิจก็จบ แต่พอเอามาให้นางก็เฉดหัวให้ไปตักน้ำมาอีก 10ถัง ยังไม่พอนะยังให้พี่ไปสู้กับตัวไทเร็กซ์(มอนสเตอร์ครึ่งนกครึ่งแมว) ระดับ 10 อีกสามตัวโดยห้ามใช้อาวุธอีก อันนี้พอทนได้แต่อันสุดท้ายนี่สิให้พี่ไปซักผ้าให้...อยากจะบ้าตาย...รู้งี้ให้ไทเร็กซ์ข่วนให้ตาย แล้วไปนั่งจีบ NPCที่จุดรอเกิดยังจะเจริญกว่า”
การเทศนาถึงวีรกรรมของ NPCเผ่าพันธุ์หมาป่าของผมจบลง
เทลเลอร์ก็ได้แต่ทอดถอนหายใจอย่างปลงตก เขานั่งฟังผู้เป็อาจารย์บ่นแบบนี้มาได้สัก 3รอบแล้วล่ะ ส่วนไคน์ก็นั่งเงียบ ๆ เม้มปากกลั้นหัวเราะอย่างสุดพลัง ในขณะที่ผมก็เหลือบตามองอยู่เป็ระยะ ๆ เพราะปกติไคน์ไม่เคยมีอารมณ์แบบนี้เลยถ้ามันไม่ปั้นหน้าบึ้งตึงใส่ผมก็เก็กหน้าขรึมเ็า ซึ่งถ้าเกิดมันหัวเราะขึ้นมาจริง ๆ ผมคิดว่าเมืองโคเรียคงได้ถึงกาลอวสานแน่ ๆ
โชคดีที่เวียร่าไม่ได้เป็แบบนั้น เธอก็แค่ยิ้มหวานแบบเด็ก ๆ
“แกควรจะกราบขอบคุณฉันงามๆ นะ ไอ้เ้าหมาบ้า”
ไคน์กลืนความอยากหัวเราะให้ลงคอไปอย่างยากเย็น แล้วเอียงหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ผมพลางกระซิบข้างหูเบาๆ
“เดี๋ยวถ้าอยู่ในห้องพักเมื่อไหร่ ข้าจะกราบเ้านายงาม ๆ 3 ที” ไคน์บอกด้วยสีหน้ากลั้นหัวเราะ แล้วเมื่อกี้มันจะกลืนความอยากหัวเราะทำแป๊ะอะไร ถ้าขำมากนักก็ลงไปดิ้นบนพื้นโน้น
“ไม่ต้องหรอก...ขอบใจ”
ผมดันหัวมันออกไป ซึ่งมันก็คงจะกลั้นหัวเราะจนใจจะขาด อย่าให้รู้ว่ามันแอบไปหัวเราะที่ไหนนะ ไม่งั้นจะตามไปสับให้ถึงที่เลย
“แต่นายท่านก็ทำได้ดีนี่ค่ะ เพียงแต่ซักผ้าไม่ค่อยเป็ก็แค่นั้น” เวียร่าแทรกเข้ามาอย่างเสียงใส
“โธ่...เวียร่าอย่าพูดถึงเื่นี้นะ...มันน่าอับอายมากเลยที่ให้ผู้ชายอกสามศอกอย่างผม...มานั่งซักผ้าให้ผู้หญิงเนี่ย”
“แต่ข้าว่า...ตอนนั้นท่านก็น่ารักดีนะค่ะ มีฟองติดที่จมูกด้วย”
“ไม่นะเวียร่า....มันก็แค่...”
ปัง!
อะไรบางอย่างฟาดกระแทกลงบนโต๊ะที่ผมนั่งอยู่จนพัง ทำให้สิ่งที่ผมกำลังจะคร่ำครวญให้เวียร่าฟังถูกกลืนลงคอทันใด และเมื่อหันมามองก็พบว่าเป็ไม้พลองของผู้เล่นคนหนึ่ง เขามาพร้อมกับพักพวกห้อยตามหลังอย่างน้อย 7-8คน ซึ่งพวกนั้นกำลังมองหน้าผมอย่างเอาเื่
“หนวกหู...ร้านอาหารนะไม่ใช่ตลาดสดเอะอะโวยวายอยู่ได้ ถึงจะเป็เพื่อนของท่านเทลเลอร์ที่เป็ถึงอันดับ 5 ก็เถอะข้าก็ไม่ให้อภัยหรอกนะ”
“งั้นก็พอดีเลยคุณนักเลงทั้งหลาย...ผมกำลังเครียดอยู่พอดี มาเป็กระสอบทรายให้ผมเถอะ”