ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 162 บุกรุกโดยมิติประดิษฐ์

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 162  บุกรุกโดยมิติประดิษฐ์



        มิติประดิษฐ์อีกแห่งหนึ่งเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ เข้าหาซากโบราณสถานที่จินเพิ่งจะเข้าไปก่อนหน้านี้ ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าการควบคุมก็คือชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบสีม่วง ว่าที่รัชทายาทแห่งราชวงศ์ฮาวีรอน


        แม้เขาจะมีตำแหน่งที่สูงมาก แต่เรื่องที่เขาครอบครองมิติประดิษฐ์เป็นความลับและไม่ควรแพร่งพรายออกไป เป็นเหตุให้เขาจำเป็นต้องมาที่นี่ด้วยตนเอง ไม่สามารถเรียกกำลังเสริมจากในวังออกมาได้ 


        อีกไม่นานเขาน่าจะถึงที่หมาย และเป้าหมายที่แท้จริงของชายคนนี้ก็คือตำแหน่งสัญญาณของมิติที่สั่นสะเทือนล่าสุด เขาแน่ใจว่าหากผู้ครอบครองมิติประดิษฐ์อีกคนต้องการมาค้นหาความลับภายในซากโบราณสถานจริงๆ อีกฝ่ายน่าจะยังไม่ไปไหน การตรวจสอบจากจุดสุดท้ายที่มิติประดิษฐ์ของมันจับสัญญาณได้ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด


        มิติประดิษฐ์ดังกล่าวค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าหาซากโบราณสถานทีละนิดๆ ก่อนจะพุ่งหายเข้าไปด้านใน


        ---------------------------


        ชายหนุ่มในชุดสีฟ้าเดินเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ด้านในซากโบราณสถาน 


        หลังจากตรวจสอบพื้นที่โดยรอบด้วยมิติประดิษฐ์ เขาก็มีความเข้าใจในแผนผังมากประมาณหนึ่ง อย่างน้อยๆ ก็สามารถสำรวจทางเดินและห้องโถงต่างโดยไม่หลงทาง


        การลงมาด้วยตนเองทำให้เขาได้เห็นได้สัมผัสสถานที่โดยตรง แตกต่างจากการมองจากหน้าจอและข้อมูลต่างๆ ที่แสดงอยู่บนนั้น แต่นั่นก็ไม่สามารถเปลี่ยนความจริงที่ว่าซากโบราณสถานแห่งนี้ถูกกวาดสิ่งของมีค่าไปจนเกลี้ยง แม้แต่กับดักก็ถูกรื้อถอนออกไปหมด สิ่งที่เหลืออยู่ล้วนไม่ได้มีค่ามากนัก หรือไม่ก็เป็นสิ่งที่ใหญ่เกินไป ยากแก่การขนย้าย 


        จินได้ทดลองใช้พลังทางจิตวิญญาณตรวจสอบโดยรอบบ้างแล้ว พบว่าแม้ผนังหินเหล่านี้จะปิดกั้นการตรวจสอบของจิตวิญญาณ แต่ก็ไม่ได้มีผลมากเหมือนกับการปิดกั้นพื้นที่มิติ จิตวิญญาณของจินยังพอสามารถทะลุผ่านผนังพวกนี้เพื่อตรวจสอบหลายๆ สิ่งต่อไปได้


        น่าเสียดายที่ระดับพลังทางจิตวิญญาณของจินยังอ่อนแอเกินไปนิด การตรวจสอบจึงทำได้เพียงในระยะใกล้ๆ เท่านั้น เป็นเหตุให้จินใช้เวลาตรวจสอบสถานที่โดยรอบมากขึ้น ด้วยหวังจะพบเจออะไร


        หลังจากใช้เวลาไปร่วมชั่วโมง ผ่านการค้นหาพื้นที่มากมาย ในที่สุดชายหนุ่มชุดฟ้าก็ค้นพบห้องลับแห่งหนึ่งที่แม้แต่มิติประดิษฐ์ก็ค้นหาไม่พบ


        ครืน


        จินได้กระตุ้นกลไกบางอย่าง ปลายสุดของโถงทางเดินที่เคยเป็นทางตันก็ค่อยๆ ยกตัวขึ้น เผยให้เห็นห้องมืดด้านใน


        ร่างของชายหนุ่มเดินเข้าไปด้านในด้วยความระมัดระวัง มันเป็นเพียงห้องเล็กๆ เท่านั้น มีกลไกเปิดปิดประตูกลอยู่ด้านในเช่นเดียวกัน เหมือนเป็นห้องปิดทึบสำหรับผู้ที่ต้องการปลีกวิเวก


        จินกวาดตามองไปรอบห้อง แม้สถานที่แห่งนี้จะมืดทึบ แต่สายตาของอีโวลระดับหนึ่งสามารถมองเห็นในที่มืดได้ดีพอสมควร หากไม่ได้มืดสนิทจริงๆ อย่างไรก็สามารถมองเห็นทุกสิ่งได้อย่างชัดเจน


        รอบห้องนั้นดูว่างเปล่า เป็นห้องโล่งๆ ที่ไม่มีอะไรเลย นอกเสียจากผนังด้านหนึ่งที่มีอักขระจำนวนมากสลักไว้


        จินเพ่งความสนใจไปที่มัน เขาจำได้ทันทีว่ามันเป็นตัวอักษรประเภทเดียวกับที่สลักไว้บนแผ่นศิลาสีเทาซึ่งได้มาจากหัวหน้ากลุ่มหมาป่าเวหา


        ชายหนุ่มกวาดตามองข้อความทั้งหมดทุกบรรทัด แต่มองอย่างไรก็ไม่สามารถทำความเข้าใจความหมายที่อยู่เบื้องหลัง 


        สิ่งที่เขาต้องการคือการพยายามจดจำตัวอักษรเหล่านี้เข้าไปในหัวสมอง แม้จะไม่ใช่ตัวอักษรที่คุ้นเคย แต่หากมองซ้ำๆ หลายๆ รอบ ด้วยความทรงจำที่แข็งแกร่ง เขาจะสามารถจดจำมันได้เป็นระยะเวลายาวนานประมาณหนึ่งก่อนที่ข้อมูลจะเริ่มผิดเพี้ยน ซึ่งหลังจากกลับไปที่มิติประดิษฐ์ เขาสามารถจดบันทึกมันอีกทีเพื่อนำไปเป็นข้อมูลสำหรับอนาคตได้


        ร่างในชุดสีฟ้าจ้องมองผนังฝั่งหนึ่งอยู่นานหลายนาทีก่อนจะพยายามสำรวจรอบห้องด้วยพลังทางจิตวิญญาณเป็นอย่างสุดท้าย เมื่อพบว่าไม่มีอะไรอีก จึงหมุนตัวจากไป


        หลังจากสำรวจพื้นที่โดยรอบด้วยตนเอง และได้บางสิ่งติดไม้ติดมือกลับมา ร่างในชุดสีฟ้าก็พุ่งตัวกลับไปยังทิศทางเดิม จนถึงตอนนี้การประมวลผลของมิติประดิษฐ์คงจะมีความคืบหน้าบางอย่าง


        ชายหนุ่มมาถึงห้องโถงซึ่งเป็นที่ตั้งของมิติประดิษฐ์ ก่อนจะใช้สายสัมพันธ์ที่เชื่อมต่อเปิดประตูมิติออกมาแล้วกลับเข้าไปภายใน โดยหารู้ไม่ว่าการกระทำในครั้งนี้เป็นการชี้เป้าให้กับผู้อื่นที่มีเจตนาไม่ดี ได้ล่วงรู้ถึงตำแหน่งที่แน่ชัดของตน


        [ความคืบหน้า 0.4%]


        [ประเมินผล : ต้องใช้เวลาในการถอดรหัสมิติประมาณ 10 วัน 12 ชั่วโมง]


        จินกลับมาที่ห้องควบคุมด้านบนหอคอยสีทอง จ้องมองการประเมินคร่าวๆ บนหน้าจอแสดงผลด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยพึงพอใจนัก เวลานี้ยาวนานพอสมควรเกินกว่าการคาดการณ์ของจิน 


        ร่องรอยมิติสมานตัวอย่างรวดเร็ว นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วหลังจากรอยแยกมิติที่นี่ได้ปิดตัวลง ถึงจะมีเบาะแสเหลืออยู่มากกว่ารอยแยกอื่นๆ แต่มันก็ไม่ได้หลงเหลืออยู่มากนัก


        จากการคำนวณ ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบมากกว่าสิบวัน หากรอถึงตอนนั้นแม้แต่กายวิสุทธิ์ของเขาก็หมดประสิทธิภาพไป เหลือเพียงแค่กายละเอียดเท่านั้นที่ยังคงอยู่ นั่นหมายความว่านอกจากจะต้องรออยู่ที่นี่เป็นเวลานานแล้ว หลังจากนี้เขายังไม่สามารถคงสภาพร่างมนุษย์เพื่อไปทำสิ่งต่างๆ ได้อีกหากไม่ได้ใช้กายวิสุทธิ์ที่เหลืออยู่อีกหนึ่งร่าง


        ซึ่งกายวิสุทธิ์ที่เหลืออยู่อีกหนึ่งร่างนั้น ในตอนนี้นับว่าเป็นไม้ตายก้นหีบทีเดียว หากใช้ออกไปหมายความว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้น ในฐานะบรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์ จินอาจจะช่วยเหลือได้ไม่มากนัก


        ชายหนุ่มจ้องมองหน้าจอแสดงผลอย่างชั่งใจ หากมันมีประโยชน์ต่อเขาจริงๆ การรออยู่ภายในซากโบราณสถานเป็นเวลาสิบวันก็คุ้มค่า


        จินจ้องมองอยู่อย่างนั้นครู่ใหญ่ เป็นเวลาเดียวกับที่...


        ปัง


        ครืนนนน


        จู่ๆ แรงกระแทกอันมหาศาลก็กระทบเข้ากับมิติประดิษฐ์ทั้งหลัง ทั่วทั้งมิติแห่งนี้สั่นไหวไปหมด แม้แต่อสูรควันที่หลับใหลอยู่ตามซอกหลืบก็ตื่นขึ้น


        ชายหนุ่มหลุดออกจากภวังค์ สายตาจ้องไปที่หน้าจอแสดงภาพภายในทันที


        เขาเห็นอสูรควันบางส่วนบินว่อนอย่างตื่นตระหนกเพราะแรงกระแทกในครั้งนี้ วงกตที่เจ้าของมิติคนก่อนสร้างเอาไว้ได้รับความเสียหายเล็กน้อย


        สายตาของเขากวาดไปทั่ว มองภาพทุกมุมมอง รวมไปถึงสภาพแวดล้อมด้านนอกมิติประดิษฐ์ นอกจากแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผลกระทบต่อภายในมิติแล้ว ภาพฉากภายนอกที่เป็นซากโบราณสถานกลับเงียบสงบ ไม่มีความผิดปกติใดๆ เลย


        จินขมวดคิ้วมุ่น ตรวจสอบหน้าจอแสดงผล พยายามอ่านรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น ดูเหมือนว่ามิติประดิษฐ์จะได้รับความเสียหายจากพื้นที่ความว่างเปล่า มีบางสิ่งสร้างแรงกระแทกเข้ามากระทบมิติประดิษฐ์โดยตรง


        [ได้รับการโจมตีไม่ทราบชนิดจากพื้นที่ความว่างเปล่า เกราะพลังงานเปิดใช้งานอัตโนมัติ]


        [รายงานความเสียหาย : เกิดความเสียหายเล็กน้อยที่ส่วนนอกของมิติประดิษฐ์ กำลังเริ่มดำเนินการซ่อมแซมตนเอง]


        จินจ้องมองรายงานที่เห็นตรงหน้า เปิดอ่านรายงานโดยละเอียด พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น


        ดูเหมือนว่าการโจมตีเมื่อครู่จะเกิดขึ้นอย่างกะทันหันเกินไปและมีความรุนแรงมากพอสมควร เป็นการกระแทกที่ส่งผลผ่านมิติความว่างเปล่าโดยตรง ทำให้มิติประดิษฐ์ไม่สามารถเปิดใช้งานเกราะป้องกันได้ทันเวลาเหมือนตอนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความผันผวนรุนแรงอย่างหุบเขาสายฟ้าฟาด จึงทำให้เกิดผลกระทบต่อโครงสร้างภายนอกของมิติประดิษฐ์


        จินพยายามเปิดใช้การตรวจสอบไปยังพื้นที่มิติความว่างเปล่า แม้มันจะกินพลังงานมากก็ตาม แต่เขาต้องรู้ให้ได้ว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ประเภทไหน ไม่เช่นนั้นก็ไม่อาจนิ่งนอนใจในสิ่งใดได้ 


        หากมันเป็นเพียงอุบัติเหตุ มีวัตถุบางอย่างเคลื่อนผ่านพื้นที่ความว่างเปล่าไปด้วยความรวดเร็วและบังเอิญกระแทกเข้ากับมิติประดิษฐ์ก็แล้วไป ถือว่าเป็นโชคไม่ดีของเขาเอง แต่ถ้าหากเป็นอย่างอื่นแล้วล่ะก็...จินจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วน


        [ตรวจพบการบุกรุกจากภายนอก]


        [เตือนภัย ตรวจพบการบุกรุกจากภายนอก]


        ยังไม่ทันที่จินจะตรวจสอบสำเร็จ การแจ้งเตือนก็ดังขึ้นเสียก่อน เขารีบพุ่งเป้าการตรวจสอบไปที่นั่นทันที


        สิ่งที่เขาเห็นในความว่างเปล่า...ดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ รูปร่างของมันดูคุ้นเคยอย่างยิ่งเหมือนเขาเคยเห็นที่ไหนมาก่อน จินจ้องมองภาพในหน้าจอก่อนจะหันไปมองรอบตัว


        ...มิติประดิษฐ์...เป็นมิติประดิษฐ์อีกแห่ง


        ทันใดนั้นความทรงจำเกี่ยวกับข้อมูลมิติประดิษฐ์ก็ผุดขึ้นในหัวของจิน ดูเหมือนว่าจะยังมีมิติประดิษฐ์อีกแห่งหนึ่งที่ยังอยู่บนโลกมนุษย์แห่งนี้ 'มิติประดิษฐ์ลำดับที่สิบ'


        ไม่รู้ว่าโชคของจินนั้นแย่เกินไปหรือไม่ พื้นที่บนโลกตั้งกว้างใหญ่ แต่กลับต้องมาเจอมิติประดิษฐ์เพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงอยู่บนโลกในอาณาจักรฮาฟแลนดิสเช่นนี้ และเป้าหมายของอีกฝ่ายก็ชัดเจนมาก นั่นคือการโจมตีอย่างไม่ไว้หน้า ทั้งยังพยายามแทรกแซงเข้ามาผ่านความเสียหายของมิติประดิษฐ์ที่จินเป็นเจ้าของ


        [ระบบการทำงานกำลังถูกแทรกแซงจากภายนอก]


        การแจ้งเตือนบนหน้าจอยังคงแสดงผลอย่างต่อเนื่อง จินจ้องมองไปที่ภาพร่างของมิติอีกแห่งด้วยแววตาที่ไม่สบอารมณ์


        ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าหลังจากเจอผู้ครอบครองมิติประดิษฐ์คนอื่น อาจจะพูดคุยแลกเปลี่ยนความเข้าใจกันได้บ้าง แต่ดูเหมือนนั่นจะเป็นการมองโลกในแง่ดีจนเกินไป


        โชคดีอย่างยิ่งที่เขายังไม่ได้เจาะเครือข่ายและเชื่อมต่อเข้ากับมิติประดิษฐ์แห่งอื่นๆ หากตกเป็นเป้าหมายของผู้ครอบครองมิติประดิษฐ์คนอื่นล่ะก็ จินเองก็ไม่รู้ว่าพลังของอเวกระดับเก้านั้นเพียงพอที่จะต่อต้านพวกเขาเหล่านั้นหรือไม่


        สีหน้าของจินดูเป็นกังวล แต่การกระทำของเขายังรักษาความเยือกเย็นไว้ได้อยู่ 


        จินมีการเข้าถึงระบบการทำงานของมิติประดิษฐ์เต็มรูปแบบ เขาพยายามตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ถี่ถ้วนที่สุด ยังมีเวลาอีกมากก่อนที่อีกฝ่ายจะบุกรุกเข้ามาได้สำเร็จ


        ในขณะที่อีกฝ่ายพยายามบุกรุกเข้ามาเช่นนี้ การเชื่อมต่อระหว่างมิติประดิษฐ์ได้เกิดขึ้น และในฐานะที่เขาได้รับการเข้าถึงเต็มรูปแบบจากมิติประดิษฐ์ ชายหนุ่มก็สามารถแทรกซึมอีกฝ่ายได้เช่นกัน


        จินแตะลูกแก้วทรงกลม สั่งการด้วยความคิด พยายามแทรกแซงระบบของอีกฝ่ายกลับไปทีละน้อย ตั้งใจจะไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว


        แต่ต่อให้อีกฝ่ายรู้ตัวขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่มากนัก เพราะด้วยการเข้าถึงมิติประดิษฐ์ของจินที่เทียบเท่าผู้สร้าง การควบคุมมิติประดิษฐ์ในภาพรวมของเขาดีกว่ามาก สามารถเข้าถึงการทำงานที่อีกฝ่ายอาจจะไม่สามารถทำได้ และเมื่อสามารถแทรกแซงระบบของอีกฝ่ายได้มากพอ ใครจะรู้ว่าจินสามารถทำอะไรกับมิติประดิษฐ์ของอีกฝ่ายได้บ้าง...