นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 397 ภารกิจของปีกแห่งผืนฟ้า

        ตอนที่ 397 ภารกิจของปีกแห่งผืนฟ้า

         

         

        บรรยากาศแปลก ๆ น่าอึดอัดทำให้ทุกสิ่งเงียบลง นิทานเอียงคอมองซอเด็ตด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ยิ่งเขาหันไปพบว่าคนอื่น ๆ เขยิบตัวถอยห่างออกไปเขายิ่งไม่เข้าใจยิ่งกว่าเดิม

         

        คีตา ฉันพูดอะไรผิดเหรอ? นิทานส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังคู่หูที่นั่งข้าง ๆ มันหันหน้ามองนิทานด้วยสายตาเวทนาโดยไม่ตอบอะไร เพียงส่ายหน้าไปมาพร้อมกับถอนหายใจ

         

        ซอเด็ตนั่งนิ่งโดยไม่ยอมหันกลับมาสบตาเขาได้เกือบนาทีแล้ว เพื่อนคนอื่นก็ไม่ยอมขยับกลับเข้ามาแม้ว่านิทานจะโบกมือเรียกก็ตาม ไพลินเองก็เอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่คนเดียว

         

        ท้ายที่สุดแล้วจึงเป็นอริยะแปลงเพลิงที่ปรากฏกายอีกครั้ง รัศมีพลังของนักสลักเบญจทำให้ซอเด็ตตื่นตัว เธอหันไปจับจ้องผู้มาใหม่ ก่อนหน้านี้หากเธอจำไม่ผิดเธอสัมผัสได้ถึงไฟกัลป์ที่โชติช่วงอยู่เสี้ยววินาที แต่เพราะว่าเธอนั้นกำลังจดจ่ออยู่กับนิทานเธอจึงไม่ทันรู้ตัว

         

        ดวงหน้าดุจเทพเจ้าปั้นแต่งของอริยะแปลงเพลิงทำให้ซอเด็ตเผลอเหม่อมองจนตาค้างไป ตัวเธอนั้นคือเผ่าซือบาส เผ่าพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วกันว่างดงามที่สุด หากเมื่อเทียบกับสตรีตรงหน้าแล้วเธอกลับไม่อาจเป็นอย่างใดเลย

         

        ตราของราชวงศ์รวมถึงไฟกัลป์ที่ลุกโชนอยู่ภายในร่างผู้มาใหม่ทำให้ซอเด็ตคาดเดาสถานะของเธอได้ไม่ยากนัก เธอรีบลุกขึ้นคำนับ มือขวาแตะอกแล้วจึงแบออก

         

        “ปีกแห่งผืนฟ้า ซอเด็ต เอเทลยินดีที่ได้พบอริยะผู้สูงส่งค่ะ”

         

        แม้ยามอยู่กับนิทานเธอจะปล่อยตัวไปบ้างแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอหลงลืมมารยาทใด ๆ ยามพบกับผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงการรักษามารยาทถือเป็นหน้าที่ของปีกแห่งผืนฟ้า

         

        อริยะแปลงเพลิงพยักหน้ารับ ไม่เอ่ยทักทายแต่ก็ไม่เหินห่างจนเกินไป แม้อาณาจักรไฟกัลป์และเผ่าซือบาสจะเป็นพันธมิตรกันแต่ฝักฝ่ายขององค์หญิงไพลินและตระกูลเอเทลนั้นไม่ใช่

         

        ในฐานะของผู้ปกครองและผู้คุ้มกันองค์หญิงไพลิน เธอมิอาจวางใจได้

         

        “กายาดั่งเพลิงลุกโชน ดวงหน้างดงามดั่งเปลวไฟ พลังจิตวิญญาณดั่งดวงตะวัน ปีกแห่งผืนฟ้าขอบังอาจถาม อริยะใช่อริยะแปลงเพลิงหรือไม่คะ?” ซอเด็ตกล่าวด้วยท่าทีมากมารยาท

         

        นิทานไม่เคยพบเห็นซอเด็ตทำกิริยาท่าทีเช่นนี้มาก่อน แม้ยามที่ผู้อาวุโสของเธอปรากฏตัวเธอยังไม่นอบน้อมถึงเพียงนี้ นิทานหันไปมองอริยะแปลงเพลิงอย่างเชื่องช้า

         

        เขาเกือบหลงลืมไปแล้วว่าแท้จริงแล้วอริยะแปลงเพลิงนั้นมีศักดิ์ฐานะสูงส่งเพียงไร

         

        “เป็นข้า” อริยะแปลงเพลิงตอบกลับเสียงเบา เธอกระดิกนิ้วครั้งหนึ่ง ลากเหล่าคนที่เขยิบตัวออกไปให้กลับมารวมกันอีกครั้ง ไพลินเองก็ถูกลากไปอยู่ข้างกายเธอ

         

        “นามของอริยะแปลงเพลิงเลื่องลือไกลแม้แต่ในเอเทอรัมค่ะ อริยะผู้ท่องนภาด้วยเพลิงกัลป์ อริยะอมตะผู้ฟื้นคืนจากเถ้าถ่าน วีรกรรมการสังหารนกฟีนิกซ์ด้วยตัวคนเดียวของอริยะแปลงเพลิงแม้แต่ในตระกูลเอเทลก็ยังโด่งดัง เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบค่ะ” ซอเด็ตกล่าวต่อเนื่อง

         

        นิทานเบิกตากว้าง เมื่อเขาหันไปมองไพลินจึงได้เห็นว่าเธอชูนิ้วโป้งมาให้เป็นการยืนยัน นั่นคือวีรกรรมของท่านป้าเธอจริง

         

        นกฟีนิกซ์ เพียงถือกำเนิดก็แข็งแกร่งระดับเดียวกันกับนักสลักจตุร ภายในเวลาไม่กี่ปีก็สามารถเทียบเคียงกับผู้แสวงวิถี นกฟีนิกซ์ในมหาทวีปตอนนี้แทบทั้งหมดเป็นผู้ร้อยเรียงทั้งสิ้น

         

        อริยะแปลงเพลิงเคยล่านกฟีนิกซ์ตัวคนเดียว? นิทานเงยหน้ามองอริยะแปลงเพลิงด้วยสายตาตกตะลึง

         

        “อดีตเก่าเก็บมิจำเป็นต้องนำมาพูดให้มากความ” อริยะแปลงเพลิงตอบกลับเสียงเรียบ ส่งสัญญาณให้ทุกคนนั่งลง การไร้โต๊ะและเก้าอี้กลับไม่ใช่เรื่องที่เธอใส่ใจแต่อย่างใด เธอรวบชุดคลุมของเธออย่างเรียบร้อยแล้วจึงนั่งลงกับพื้นอย่างสง่างาม

         

        ตัวซอเด็ตเองก็นั่งลงตามอย่างเรียบร้อย เธอยังคงรักษากิริยามารยาทได้คู่ควรกับตำแหน่ง ไม่มีการเผยจุดใดให้ตำหนิแม้แต่น้อย

         

        “นายคงไม่รู้ แต่ว่าในอาณาจักรไฟกัลป์นี้น่ะนะ ภายใต้ผู้แสวงวิถีลงมา ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดมี 2คน หนึ่งคือผู้พันลาลันตา สองคือท่านป้า” ไพลินเขยิบตัวเข้ามากระซิบข้างหูนิทาน

         

        นิทานหันขวับไปมองไพลิน สายตาของเขาสั่นสะท้านกับข้อมูลใหม่นี้ที่เขาไม่เคยได้ยิน เขาคิดมาตลอดว่าอริยะแปลงเพลิงนั้นแข็งแกร่ง หากก็ไม่เคยคิดว่าจะแข็งแกร่งเท่านี้

         

        “ผู้พันลาลันตาเป็นชนรุ่นหลัง ผู้พันจึงแสดงความเคารพกับท่านป้าแบบที่นายเห็น แต่ความจริงแล้วทั้งสองถือว่าแข็งแกร่งที่สุดแล้วในระดับอริยะ” ไพลินกล่าวต่อ

         

        นิทานแม้จะยังอึ้งหากก็เข้าใจได้ ผู้พันลาลันตานั้นมีท่าทีเคารพอริยะแปลงเพลิงอย่างชัดเจน ความเคารพนั้นไม่ได้มาจากระดับพลังหากแต่มาจากลำดับชั้นอาวุโส

         

        “แต่ก็นะ ผู้พันดันแอบเลื่อนระดับไปเป็นผู้แสวงวิถีก่อนแล้ว เพราะงั้นตอนนี้ในระดับอริยะท่านป้าก็คงจะแข็งแกร่งที่สุดแล้วล่ะ” ไพลินหัวเราะเสียงเบา

         

        ถึงว่าไพลินถึงได้ดูมั่นใจตลอดเวลาขนาดนั้น แถมคนที่เคารพนอบน้อมจากฝักฝ่ายอื่นก็เยอะ นิทานเข้าใจหลาย ๆ อย่างได้ในทันที มีหลายครั้งที่เขาเกิดความสงสัยในเรื่องของฝักฝ่าย แต่ตอนนี้เขาได้คำตอบแล้ว

         

        องค์ชายจันทรกานต์ได้รับการสนับสนุนจาก 2มหาตระกูล มีขุนนางมากมายสนับสนุน แถมยังมีเงินตรามหาศาล ทางด้านองค์ชาย 1 เองก็เป็นที่รักใคร่ของกองทัพและระดับสูงในราชวงศ์ ถึงยังไม่รวมกับขุมกำลังภายนอกแต่นิทานก็รู้สึกได้ว่าขุมกำลังของไพลินนั้นดูจะด้อยที่สุด

         

        เรื่องในระดับผู้แสวงวิถีขึ้นไปนั้นเขายังไม่เข้าใจ แต่นิทานก็สังเกตได้ว่าในสงครามภายในครั้งนี้มีผู้แสวงวิถีน้อยคนนักที่จะลงมือ ยิ่งเป็นระดับที่สูงขึ้นไปอย่างผู้ร้อยเรียงนั้นแทบไม่เคยปรากฏว่าใส่ใจในสงครามฝักฝ่ายนี้

         

        คงเพราะองค์ราชินีคอยจับตาดูอยู่ ขีดจำกัดของการแทรกแซงเลยอยู่ที่ระดับผู้แสวงวิถี นิทานกลืนน้ำลาย เพราะตัวผู้แสวงวิถีเองนั้นยากจะลงมือ ขุมกำลังหลักจึงมักถูกตัดสินกันที่ทรัพยากรในระดับนักสลักและอริยะเป็นหลัก

         

        และในฝักฝ่ายของไพลินนั้นประกอบด้วยสองอริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักร

         

        ไม่น่าล่ะ… นิทานพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมการโจมตีด้วยการข่าวและทรัพยากรนั้นแพร่หลายมากกว่าการลอบโจมตีตัวบุคคล

         

        “ปีกแห่งผืนฟ้า เจ้าตั้งข้อแลกเปลี่ยนกับนิทานอย่างไรบ้าง?” อริยะแปลงเพลิงหรี่ตาลง จ้องมองซอเด็ตที่นั่งหลังตรงด้านหน้า

         

        “เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้า นิทานจะให้ความร่วมมือและช่วยเหลือในภารกิจของปีกแห่งผืนฟ้าค่ะ” ซอเด็ตตอบ เสร็จสิ้นคำพูดเธอก็หันไปมองนิทาน รายละเอียดของภารกิจระหว่างสองฝ่ายย่อมเป็นความลับ หากอีกฝ่ายไม่คิดเปิดเผยเธอก็จะไม่พูดมันออกไป

         

        นิทานพยักหน้าให้ซอเด็ต เขาไม่คิดปิดบังอะไรกับคนที่อยู่ที่นี่

         

        ไพลินหูกระดิกตั้งใจฟังรายละเอียด แม้ก่อนหน้านี้นิทานจะติดต่อมาบอกเธอแล้วว่าเขาได้รับวัตถุดิบครบแล้วจากการตกลงกับซอเด็ต แต่นิทานยังไม่ได้บอกว่าเขานั้นตกลงอะไรไป

         

        “ปีกแห่งผืนฟ้าได้รับเกียรติจากหอสมุดให้สามารถเข้ารับการทดสอบห้วงฝันตำรา อย่างที่อริยะทราบ การทดสอบห้วงฝันตำราของหอสมุดนั้นจะแตกต่างกันไปสำหรับแต่ละบุคคล และการทดสอบของฉันจำเป็นต้องมีผู้เข้าร่วมทดสอบด้วยค่ะ” ซอเด็ตกล่าว

         

        นิทานเองก็ตั้งใจฟังซอเด็ตอธิบายเช่นกัน เขาเองก็ยังไม่ทราบว่าเขาต้องเผชิญกับการทดสอบใด ก่อนหน้านี้ซอเด็ตบอกเพียงว่าการทดสอบของเธอนั้นค่อนข้างจะ ‘พิเศษ’

         

        “หอสมุดให้สิทธิ์เจ้าเข้าทดสอบ? ดูเหมือนตระกูลเอเทลจะรักและหวงแหนเจ้ายิ่งกว่าที่คนทั่วไปรู้มากทีเดียว” อริยะแปลงเพลิงเลิกคิ้ว

         

        ไม่มีทางที่หอสมุดจะให้สิทธิ์เช่นนั้นมาเปล่า ๆ เบื้องหลังตระกูลเอเทลสมควรมอบสิ่งล้ำค่ามหาศาลให้แก่หอสมุดเพื่อให้ข้อตกลงนี้บรรลุผล

         

        “การทดสอบห้วงฝันแม้จะไม่มีอันตรายถึงชีวิตหากก็มีประวัติอันโหดร้ายเช่นกัน มีผู้ทดสอบหลายรายที่ต้องเผชิญกับปมในใจหรือแนวความคิดที่ผิดแปลกฝังเข้าไปในหัวจนสูญเสียตัวตน เจ้าสามารถยืนยันได้หรือว่านิทานจะกลับออกมาอย่างปลอดภัย?”

         

        “ปีกแห่งผืนฟ้าไม่สามารถค่ะ” ซอเด็ตตอบตามตรง บททดสอบที่เธอพบมานั้นแปลกประหลาดที่สุดที่เธอเคยได้ยินมา แม้แต่เธอเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นอีก

         

        นิทานเท้าคางมองทั้งสองคุยกัน คีตาที่กินอาหารจนอิ่มหนำตอนนี้เลิกสนใจนิทานแล้ว มันเดินเข้าไปนั่งเล่นกับพวกไลล่าเป็นที่เรียบร้อย

         

        “แต่ปีกแห่งผืนฟ้ามั่นใจในตัวเขาค่ะ หากปีกแห่งผืนฟ้ามีเขาเคียงข้าง ปีกแห่งผืนฟ้าจะต้องผ่านบททดสอบนี้ไปได้อย่างแน่นอนค่ะ” ซอเด็ตสองตาสบกับตาสีชมพูของอริยะแปลงเพลิงอย่างมั่นใจ

         

        แม้เธอจะไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้ แต่เธอไม่สงสัยเลยสักนิดว่าพวกเธอจะต้องผ่านบททดสอบอย่างแน่นอน

         

        อริยะแปลงเพลิงผุดรอยยิ้มน้อย ๆ ไม่กล่าวอะไรเพิ่มเติมก่อนจะสลายร่างหายไปอย่างไร้ร่องรอย ซอเด็ตถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ดูเหมือนว่าอริยะแปลงเพลิงจะยอมรับเธอแล้ว

         

        “ท่านป้าใจดีใช่มั้ยล่ะคะ” ไพลินเดินไปนั่งข้าง ๆ ซอเด็ตพร้อมกับหัวเราะร่าเริง หากซอเด็ตกลับเข้าใจดีว่าองค์หญิงไพลินเดินเข้ามาคุยด้วยเหตุผลใด

         

        “เนื้อหาการทดสอบนั้นฉันไม่อาจบอกล่วงหน้าได้จริง ๆ ค่ะ เป็นเหตุผลส่วนตัวที่ฉันไม่ยินดีเปิดเผยค่ะ” ซอเด็ตส่ายหน้า

         

        ก่อนหน้านี้อริยะแปลงเพลิงเพียงต้องการความมั่นใจของเธอเท่านั้น แต่องค์หญิงไพลินนั้นต้องการรายละเอียด

         

        ตาสีชมพูคู่สวยของไพลินจ้องตรงเข้าดวงตาสีน้ำเงินหม่นของซอเด็ต ซอเด็ตพลันรู้สึกได้ถึงความคุ้นเคยภายในดวงตาคู่นั้น ไม่ใช่เพราะสีที่เหมือนกับองค์ชายจันทรกานต์หรืออริยะแปลงเพลิง

         

        หากแต่เป็นเปลวไฟ

         

        แม้ระดับขั้นจะห่างชั้นกันถึงเพียงนั้น แต่สำหรับซอเด็ตแล้ว เปลวไฟในดวงตาของสตรีตรงหน้าเธอนี้เหนือล้ำยิ่งกว่าอริยะแปลงเพลิงหรือองค์ชายจันทรกานต์เป็นไหน ๆ

         

        “การทดสอบห้วงฝันไม่เคยมีปรากฏว่าต้องเข้ารับการทดสอบหลายคนค่ะ” ไพลินเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

         

        “ฉันเองก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเช่นกันค่ะ นี่สมควรเป็นครั้งแรก” ซอเด็ตตอบกลับ

         

        “เป็นรายละเอียดที่สำคัญถึงขนาดไม่สามารถบอกก่อนได้เชียวหรือคะ คุณเองก็น่าจะรู้ว่าการเตรียมตัวนั้นสำคัญแค่ไหน” องค์หญิงไพลินพูดจี้

         

        “ไม่สามารถบอกได้ค่ะ แม้จะเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวแต่ฉันไม่สามารถบอกได้ค่ะ” ซอเด็ตจ้องมองกลับ ไม่เผยช่องว่างหรือการอ่อนข้อใด ๆ

         

        “แม้แต่กับนิทานที่ต้องเข้ารับการทดสอบกับคุณน่ะเหรอคะ?” องค์หญิงไพลินกลับไม่ยอมแพ้เช่นกัน

         

        “ค่ะ การเตรียมตัวนั้นไม่จำเป็นค่ะ และฉันจะบอกนิทานกับคีตาก่อนเข้ารับการทดสอบเท่านั้นค่ะ” ซอเด็ตส่ายหน้าเบา ไม่ว่าจะอย่างไรเธอก็ไม่ยอมเอ่ย

         

        องค์หญิงไพลินย่อมไม่คิดวัดความอดทนกับปีกแห่งผืนฟ้า เมื่อเห็นว่าไม่ว่าอย่างไรปีกแห่งผืนฟ้าก็ไม่ยอมโน้มเอียงเธอจึงหันมาคุยกับนิทาน

         

        “นิทาน ได้ข้อมูลของขนปีกมามากขนาดนี้แล้ว เราใช้วิธีอื่นหาให้ได้นะ ถ้ามนตราช่วยยังไงก็ทันเวลาเหลือ ๆ”

         

        ไพลินปรายตากลับไปมองซอเด็ต คาดหวังจะได้เห็นห้วงอารมณ์อื่นบ้างบนดวงหน้าของเธอ อาจเป็นความโกรธ ความไม่พอใจ หรือแม้แต่ความหงุดหงิด หากซอเด็ตกลับไม่มีอาการอะไรแม้แต่น้อย เธอเพียงยกน้ำขึ้นดื่มเท่านั้น

         

        “อื้อ เอาจริงถ้าได้ข้อมูลมาขนาดนี้ฉันก็ว่าไม่น่ายากหรอก จะเอาปลาคาร์ปผนึกอักษรไปแลกก็ยังได้” นิทานผงกหัวพร้อมรอยยิ้ม เขาเองก็หันไปมองซอเด็ตคาดหวังจะได้เห็นสีหน้าอื่นเช่นกัน

         

        ซอเด็ตเมื่อเห็นว่าเป็นนิทานที่หันมา เธอก็หันมองตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ไร้ซึ่งท่าทีไม่พอใจใด ๆ

         

        “แล้ว?” องค์หญิงไพลินถามต่อพร้อมกับหลุดหัวเราะ

         

        “ก็ต้องไม่เอาแหงอยู่แล้วสิ ตกลงกันแล้วนี่นา” นิทานหัวเราะตอบ

         

        “เชื่อใจคนที่พึ่งเจอหน้าไม่นานขนาดนั้นเลย?” คราวนี้เป็นฝั่งไพลินที่หันไปยิ้มให้ซอเด็ต หากซอเด็ตกลับเลือกจะเมินองค์หญิงไพลินไปโดยสิ้นเชิง

         

        “นี่ ซอเด็ต จริง ๆ วางแผนกะเอาผมไปฆ่ารึเปล่าครับ”

         

        “นิทานตายไปฉันก็เหงาแย่สิคะ แล้วก็วิธีน่าเบื่อแบบนี้ฉันไม่ใช้หรอกค่ะ” ซอเด็ตเผยรอยยิ้มอวดดีท้าทายให้นิทานเห็นอีกครั้ง

         

        “ก็ตามนั้นแหละ” นิทานหัวเราะร่วน

         


คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน