เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 30 หลบหนีการตามล่า

    สิ่งที่ผมเจอนั้นก็คือบันทึกเล่มหนึ่งที่ครึ่งบนจะเป็นสีฟ้าครึ่งล่างจะเป็นสีแดง ผมเปิดมันขึ้นมาอ่านไปทีละหน้าใช้เวลาไปมากพอสมควรจนกระทั่งไอรีนเดินเข้ามายืนข้างผมเพราะไม่มีเบาะแสอะไรที่เธอสามารถหาได้ แต่ในขณะที่ผมกำลังอ่านบันทึกเล่มนั้นมานานในที่สุดก็ได้วิธีออกไปจากที่นี่
    ผมปิดบันทึกแล้วเก็บมันลงไปในช่องเก็บของมิติก่อนที่จะเผยรอยยิ้มออกมาแล้วมองไปที่ไอรีน
    “ไปกันเถอะผมรู้วิธีออกไปจากที่นี่แล้ว”
    ด้วยสิ่งที่ศึกษามาจากบันทึกเมื่อสักครู่ทำให้ผมจดจำโครงสร้างทั้งหมดของซากปรักหักพังที่นี่ได้แล้วจากนั้นผมก็เดินไปที่ใจกลางห้องที่มีแท่นวางหนังสืออันนั้นอยู่โดยที่ไอรีนกับอีเมอร์สันก็เดินตามผมมาแต่ก็มองไม่เห็นแท่นวางหนังสือที่ว่าเหมือนเดิม
    สถานที่แห่งนี้ในอดีตนั้นมีชื่อว่า พระราชวังเหนือสวรรค์ เป็นที่สถานที่พิเศษ ในอดีตนั้นใช้เป็นสถานที่ทดสอบความแข็งแกร่งของพวกตัวประหลาดคัดเอาตัวประหลาดที่มีคุณภาพออกมาเป็นนักรบที่มีประสิทธิภาพสูงในมหาสงครามแห่งดวงดาวยุคแห่งทวยเทพ แต่ก็ชั่งเถอะผมบอกไปตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องสนใจที่สนใจคือการหาวิธีออกไปจากที่นี่เท่านั้น
    ผมใช้เวลาในการอ่านไปนานนั้นก็เพราะกำลังหาวิธีออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัยที่สุดโดยไม่ต้องฝ่ามนุษย์เพลิงสีฟ้าออกไป จนได้วิธีหนึ่งก็คือเดินไปยังใจกลางของห้องนี้นั่นก็คือที่แท่นวางหนังสืออันนั้นมันจะส่งผมกับไอรีนและอีเมอร์สันออกไปโดยสุ่มจุดออกไปยังภายนอกซากปรักหักพังพระราชวังเหนือสวรรค์ได้
    ผมค้นหากลไกเวทมนตร์ของแท่นวางหนังสือใช้เวลาไปเล็กน้อยก่อนจะเจอมัน กลไกมันก็มีลักษณะที่คล้ายๆกับการเล่นเกมเขาวงกตปริศนาที่มีความยากมากๆ แต่ว่าในโลกก่อนผมเป็นคนหนึ่งที่เคยได้รับรางวัลเกมเขาวงกตปริศนาระดับโลกจนถูกบันทึกชื่อเอาไว้กลายเป็นดั่งตำนานของโลกไปขณะนั้น แล้วทำไมเรื่องแค่นี้มันจะยากเกินมือของผมไปได้
    ผมมองลักษณะเกมของมันวิธีการหลอกล่อของมันจนเข้าใจจากนั้นก็ลงมือปรับนิดปรับหน่อยกลไกเวทมนตร์ของแท่นวางหนังสือก็เปิดออก วงเวทย์ขนาดใหญ่ก็ครอบคลุมตัวผมกับไอรีนและอีเมอร์สันเอาไว้ทั้งหมดก่อนที่จะส่งตัวออกไปจากภายนอกซากปรักหักพังพระราชวังเหนือสวรรค์แห่งนี้
    ..........
    มุมมอง เซล่า แคลร์ ไฮเอลฟ์ ผู้สืบทอดหัวหน้าเผ่าคนต่อไป
    ฉันมาที่ดันเจี้ยนแห่งนี้ก็เพราะได้รับภารกิจมาจากพ่อของฉันให้มาหาของสามอย่างพร้อมกับมาฝึกฝนตนเองไปด้วย แต่นี่หามันมานานหลายสิบวันแล้วยังไม่เจอแม้แต่ชิ้นเดียวตกลงแล้วมันมีแน่เหรอฉันคิดไปมาหลายครั้งฝืนใจหาไปมันก็ผ่านไปไม่ต่ำกว่าสามร้อยซากปรักหักพังแล้ว
    ทั้งในใจตอนนี้ก็เป็นกระวนกระวายจนแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย ฉันน่าจะตามเขาไปด้วยในตอนนั้น ไม่นะ ฉันจะเป็นคนใจง่ายแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด ฉันพูดเอาไว้แล้วว่าต้องรับตำแหน่งหัวหน้าเผ่าก่อนที่จะสามารถออกไปยังโลกภายนอกได้ แต่ตอนนี้จิตใจของฉันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยจริงๆ ฉันมันบ้าไปเองที่ไปสัมผัสกับความรู้สึกที่เรียกความรักแบบนั้น ฉันอยู่มานานนับยี่สิบปีแล้วไม่คิดจะสนใจมันแต่เขากลับมาทำให้ฉันใจเต้นแรงแบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด ไม่เลยจริงๆ
    “พวกเราเดินทางมานานมากแล้วนะทำไมไม่เจอของที่ตามหาเลยมันมีตั้งสามอย่างเลยนะ ที่ต้องนำกลับไป”
    ลุคมองไปที่ฉันที่ตอนนี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อไปตั้งแต่โรเบิร์ตจากไปแล้วทำให้ทั้งเขา อลาโน่ เจนนี่ ส่ายหน้าไปตามๆกันคนที่ประกาศว่าจะไม่มีคู่ครองจนกระทั่งถึงวันที่จะสืบทอดเผ่าอย่างภาคภูมิตอนนี้กลับกระวนกระวายใจอยากเจอคนที่ตนเองรัก ก็อย่างที่ว่าไปความรักผลิบานขึ้นมาครั้งแรกย่อมสวยงามเป็นธรรมดา
    ลุคพูดขึ้นมาเพราะกลัวว่าฉันจะรีบเร่งมากเกินไปหรือทนไม่ไหววิ่งไปให้บอสฆ่าตายก่อน
    “คุณหนูใจเย็นๆก่อนเถอะครับเพราะมันต้องใช้เวลาอีกนานมาก”
    อลาโน่พูดเสริม
    “ใช่แล้วครับคุณหนูไม่ใช่อะไรที่จะทำตามใจได้ ถึงพวกเราจะมากันมากกว่าห้าสิบคน แต่ก็ต้องหามันไปทีละซากปรักหักพัง”
    “ค่อยๆทำไปเถอะอดทนสักนิด ในตอนที่คุณหนูไม่เจอเขา คุณหนูก็ฝึกฝนไปก่อนถ้าในวันหนึ่งได้เดินทางไปร่วมกับเขาคุณหนูก็จะมีความสามารถที่ยืนเคียงข้างเขาได้”
    เจนนี่ก็เอากับเขาด้วย แต่ฉันก็ไม่เคยสู้เหตุผลของเธอได้สักครั้งเพราะแต่ละครั้งมันก็บ่งบอกถึงความเป็นจริงที่เธอพูดออกมา
    อลาโน่ตรวจจับอะไรบางอย่างได้เขาขมวดคิ้วขึ้นก่อนจะบอกให้ทุกคนหยุด
    “มีมนุษย์อยู่ข้างหน้าพวกเราประมาณสามสิบห้าคน เป็นนักผจญภัยแรงค์ A หนึ่งคน นอกนั้นก็คือ แรงค์ B สิบคน แรงค์ C สิบคน แรงค์ D สิบสี่คน พวกนั้นกำลังมุ่งหน้ามาหาพวกเรา”
    “หืม! พวกมันมาหาพวกเราต้องการอะไร แถมยังเอานักผจญภัยระดับสูงมามากมายขนาดนี้มาด้วย”
    “ถอยกันก่อนเถอะครับคุณหนู”
    “เอาตามที่ลุคพูดมาถอยก่อนเถอะทางฝั่งพวกเราไม่ได้นำคนที่มีฝีมือระดับนักผจญภัยแรงค์ A มาด้วยมันอันตรายเกินไป”
    ฉันกับคนของเผ่าเอลฟ์ทุกคนได้ล่าถอยออกไปก่อนที่พวกมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าจะรู้ตัวจนกระทั่งผ่านไปถึงสิบนาทีพวกมันค่อยรู้ตัวว่าฉันกับคนของเผ่าเอลฟ์ทุกคนถอยออกไปไกลมากจนตามไม่ทันแล้ว
    “ท่านโลเวลครับพวกมันหนีไปกันไกลมากแล้ว”
    “บ้าจริง! จะจับสาวสวยเผ่าเอลฟ์ที่ชื่อ เซล่า แคลร์ สักหน่อยได้ยินมาว่าเธอสวยมากซะด้วยสิ พวกมันไปไกลขนาดไหนแล้ว”
    โรเวลแสดงสีหน้าเสียดายออกมาอุตส่าห์ได้ข่าวเรื่องการมาของเผ่าเอลฟ์และ เซล่า แคลร์ ทั้งทีกลับไม่เป็นอย่างที่คิดพวกเขาคิดผิดไปและประมาทเกินไปเพราะไม่ได้คำนึงถึงพวกเอลฟ์ว่าจะมีผู้ตรวจจับที่แข็งแกร่งมากขนาดนี้อยู่ในเผ่าเอลฟ์ได้
    “พวกเอลฟ์หนีไปฝั่งทางตะวันออกแล้วครับ”
    “หืม! ตะวันออกจริงเหรอ ฮ่า ฮ่า พวกมันเสร็จเราแล้ว”
    “ท่านโลเวล?”
    “ไป ตามพวกมันไป งานนี้เราได้ฉลองสาวเผ่าเอลฟ์ข้ามคืนกันแล้ว ฮ่า ฮ่า”
    ทุกคนในกลุ่มภาคีนภาสีครามย่อมรู้ดีถ้าหากโรเวลแสดงท่าทีแบบนี้ออกมาทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ทั้งหมด พวกเขาทั้งหมดทุกคนล้วนยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมาพร้อมรอค่ำคืนเอาหอมหวานไปกับสาวเอลฟ์ที่น่ากินทำให้ไม่อาจห้ามน้ำลายของตนเองเอาไว้ได้
    ..........
    “พวกเราคงถอยกันมาได้ไกลแล้ว หยุดที่นี่แล้วพักผ่อนกันก่อนเถอะ”
    “เอาอย่างที่คุณหนูว่าก็แล้วกันครับ”
    ฉันกับคนของเผ่าเอลฟ์ตามหาจุดที่ปลอดภัยและยากต่อการค้นหาของผู้ประสงค์ร้ายทั้งหลายพร้อมกับสร้างที่พักชั่วคราวเอาไว้พักผ่อนแถวนี้ไปก่อนที่จะเริ่มออกค้นหาของสามอย่างกันต่อไปในวันพรุ่งนี้
    ทุกอย่างราบรื่นไปได้ด้วยดีแต่ว่าฉันก็เกิดความรู้สึกไม่สบายใจตั้งแต่เข้ามาที่นี่แล้วทำไมถึงรู้สึกแบบนั้นก็ไม่รู้บางทีตัวเองอาจคิดไปเองก็ได้จึงไม่ได้ใส่ใจอะไร ฉันเข้านอนอย่างรวดเร็วด้วยความอ่อนล้าของร่างกายคนในเผ่าคนอื่นก็สับเปลี่ยนกันเฝ้าเวรยามตลอดทั้งคืน
    ฉันหลบไปได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างคล้ายระเบิดดังมาจากจุดเฝ้าเวรยาม จึงวิ่งออกไปดูก็พบกับคนของเผ่าตนเองกำลังสู้กับมนุษย์ชุดดำที่เคยปองร้ายฉันเอาไว้ก่อนหน้านี้ถ้าไม่ได้โรเบิร์ตช่วยเหลือเอาไว้ฉันก็คงตายไปแล้ว
    “คุณหนูหนีไปก่อนครับ”
    “หนีไปครับ หนีไปก่อน หนีไป....อ๊ากกก”
    ฉันทนเห็นภาพนั้นไม่ไหวคิดจะพุ่งเข้าไปช่วยเหลือคนในเผ่าตนเองแต่ก็โดนลุคกับอลาโน่และเจนนี่ขวางไว้ก่อนที่จะลากฉันออกไปจากที่แห่งนี้ส่วนคนในเผ่าคนอื่นที่สกัดมนุษย์ชุดดำเอาไว้แต่ตอนนี้เหลือไม่ถึงสิบคนทั้งที่ในตอนแรกมีกันตั้งห้าสิบคนแต่ตอนนี้ฉันอดฝืนกลั้นน้ำตาของตนเองเอาไว้ไม่ได้
    พวกเขาที่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังหัวเราะกันอย่างมีความสุขกับต้องตายไปอย่างช่วยไม่ได้เพราะปกป้องฉันแค่คนเดียว ทำไม มันถึงต้องเป็นแบบนี้อยู่เรื่อย ตั้งแต่ฉันมีชีวิตขึ้นมานั้นก็เพราะคนสละชีวิตให้ฉันรอดมากมายไม่ต่ำกว่าหลักแสนคนแล้วตอนนี้จำนวนเหล่านั้นนับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆและบางทีแม้กระทั่ง ลุค อลาโน่ และเจนนี่สักวันก็ต้องหายไปเหมือนกับพวกเขาเหล่านั้นที่ปกป้องฉันด้วยอย่างนั้นเหรอ
    ถ้าหากจะหาต้นเหตุจากเหตุการณ์แบบนี้ก็เป็นเพราะฉันแข็งแกร่งยังไม่มากพอยังไงละ ฉันมีชีวิตมากว่ายี่สิบปีแต่มันก็เหมือนทารกแรกเกิดในสายตาของคนในเผ่าเอลฟ์เพราะว่าคนใหญ่คนโตผู้มีชื่อเสียงก็ล้วนอายุไม่ต่ำกว่าหลายแสนปีกันทั้งนั้นแม้กระทั้งชาวบ้านธรรมดายังเฉลี่ยที่สามสี่พันปีกันเลย
    เพราะแบบนั้นพวกเขาก็เลยต้องปกป้องฉันเหมือนไข่ในหินมาตั้งแต่เด็กก็เพราะฉันเป็นสายเลือดของหัวหน้าเผ่าเพียงหนึ่งเดียวที่เกิดมา
    “คุณหนูได้โปรดเข้าใจด้วยเถอะหากไม่ทำแบบนี้เผ่าของเราจะต้องจบสิ้นแน่ๆเพราะคุณหนูคือสายเลือดเพียงหนึ่งเดียวไม่มีสองแล้วเพราะหัวหน้าเผ่าก็เป็นแบบนั้นไปแล้วยังไงก็ไม่มีทางมีลูกหลานคนต่อไปแน่นอน”
    ฉันเช็ดน้ำตาของตนเองออกไปหมดก่อนที่สะกดความอ่อนแอภายในของตนเองเอาไว้ "ในวันนี้เป็นวันที่ฉันสูญเสียแต่วันหน้าจะต้องเป็นวันที่ฉันช่วงชิงพวกมันมาให้หมดแม้แต่ความสุขจะมีเพียงขุมนรกเท่านั้นที่จะมอบมันให้กับพวกมัน ให้พวกมันตายอย่างทุกข์ทรมานทั้งเป็น" คำพูดที่ราวกับตั้งตนเป็นศัตรูของคนทั่งโลกนั้นอยู่ในความคิดของฉันและมันก็ทำให้จิตใจของฉันมันแข็งแกร่งขึ้น
    ฉัน ลุค อลาโน่ และเจนนี่ หนีออกมาได้เพียงสี่คนตอนนี้กำลังมุ่งไปอีกทางเพื่อหลบหนีการไล่ล่าที่เข้ามาไม่ขาดสาย พวกมนุษย์ที่เจอกันก่อนจะหนีนั้นพวกมันก็เข้ามาร่วมไล่ล่าพร้อมกับมนุษย์ชุดดำด้วยตอนนี้พวกฉันกับพวกมันทั้งหมดก็ห่างกันไม่ถึงหกร้อยเมตร
    ชายชุดดำคนหนึ่งในกลุ่มพวกมันตระโกนออกมาเสียงดังพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมา
    “เซล่า แคลร์ หยุดและยอมจำนนมาเป็นตุ๊กตาในการดูแลของฉันเถอะแล้วเธอจะมีความสุขราวกับขึ้นสวรรค์”
    โลเวลก็ไม่น้อยหน้าตระโกนเสียงดังกว่ามนุษย์ชุดดำคนเมื่อสักครู่
    “เซล่า แคลร์ มาเป็นของฉันดีกว่านะแล้วฉันจะให้เธอเป็นหนึ่งในบรรดาผู้หญิงของฉันเองและจะดูแลเธอเป็นพิเศษ”
    พวกเขาสองคนตระโกนลักษณะนี้มากว่าสามสิบนาทีแล้วพวกเขาคงรอแค่ให้ฉันตอบตกลงว่าจะไปกับใครเพราะในไม่ช้านี้พวกมันก็จะตามฉัน ลุค อลาโน่ และเจนนี่ทันแล้ว
    ลุค อลาโน่ เจนนี่ จึงตัดสินใจจับฉันเอาไว้ก่อนที่จะนำพาหนะทรงกลมบางอย่างที่ทำมาจากเวทย์ธรรมชาติออกมาแล้วให้พาหนะนำฉันออกไปก่อนที่จะตระโกนออกมา
    “คุณหนูหนีไปก่อนเถอะครับพวกกระผมจะต้านมันเอาไว้เองไม่ต้องห่วงไปถ้าชาติภพหน้ามีจริงพวกกระผมก็ขอรับใช้คุณหนูอีก”
    “ไม่นะ ไม่ ฉันไม่เอาแบบนี้ ไม่นะ ลุค อลาโน่ เจนนี่ ไม่......”
    นั่นเป็นเสียงสุดท้ายก่อนที่ฉันจะหมดสติไปเพราะความอ่อนล้าของร่างกายที่หนีการไล่ล่ามาเป็นเวลานานด้วยพลังทั้งหมด.......... . .

    .